ทำไมหลายคนชอบไปโอซาก้า?
มีหลายครั้งที่หลังจากทำงานมาอย่างหนักหน่วง เราจะคิดถึงการพักร้อนจากการเหนื่อยล้า หลายคนเลือกที่จะพักผ่อนอยู่ที่บ้าน ดูหนัง ฟังเพลง รวมไปถึงทำอาหารอร่อยๆรับประทานที่บ้าน และหลายคนเลือกที่จะออกไปพบปะสังสรรค์ ออกไปสูดบรรยากาศที่สดชื่นจากธรรมชาติ หรืออกไปท่องโลกกว้างในต่างแดน ปฏิเสธไม่ได้เลยหากได้ออกไปเที่ยวต่างประเทศแล้วประเทศแรกๆที่คิดถึงเลยคือ ประเทศญี่ปุ่น
หลายคนคงสงสัยว่าโอซาก้ามีอะไรทำไมถึงมีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวกันเยอะ วันนี้จะขอมาเล่าให้ฟังถึงการไปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น เมืองโอซาก้าด้วยตัวเองแบบประหยัดงบไม่เกิน 2 หมื่นบาท
ในการไปครั้งนี้เราเลือกจองตั๋วเครื่องบินผ่านแอป Trip.com ทำให้ได้ตั๋วเครื่องบินในราคาถูก แต่เราเลือกที่จะโหลดกระเป๋า ซึ่งนั่นหมายความต้องเป็นกระเป๋าลากที่ไม่เกิน 22นิ้ว และน้ำหนักไม่เกิด 7 กิโล ถือว่าน้อยมากและการแพ็คเสื้อผ้าไปต้องคำนึงถึงน้ำหนักกระเป๋าด้วย
แต่โชคดีที่ไปในช่วงเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นหน้าร้อนและเริ่มมีฝนตกจึงไม่ต้องเอาเสื้อผ้าไปเยอะ
ความรู้สึกวันแรกที่ล้อเครื่องบินลงจอดถึงสนามบินนานาชาติคันไซ เราตื่นเต้นมากและมีความกลัวว่าจะเดินไปไหนไม่ถูก กลัวหลง กลัวนั่งรถไฟผิดสาย กลัวว่าจะไม่ผ่านตม.บ้างละ พอไปเข้าด่านตรวจคนเข้าเมืองของประเทศญี่ปุ่นคือเข้าง่ายกว่าคิดมาก หากทำ Visit Japan ผ่านเว็บไซต์มาแล้ว ไปสแกนกับเครื่องและปั๊มตราเข้าประเทศได้เลย ตม.ของญี่ปุ่นหน้าตายิ้มแย้ม เจ้าหน้าที่ก็คอยช่วยเหลือเวลาเราไม่เข้าใจหรือเดินไปผิดทาง เราเดินไปซื้อตั๋วรถไฟเข้าไปในตัวเมือง ไปยังสถานีนัมบะ ซึ่งการไปขึ้นรถไฟก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิดเพราะมีป้ายภาษาอังกฤษบอกไว้อย่างชัดเจน ระหว่างทางที่นั่งรถไฟเข้าเมือง บรรยากาศระหว่างมีทั้งต้นไม้และบ้านพักแบบญี่ปุ่น ทำให้เรารู้สึกถึงความคงอยู่ของวัฒนธรรม และความสงบ เรารับรู้ได้ว่าบ้านเมืองของเขามีความคลาสสิค ด้วยสีของอาคารบ้านเมือง ด้วยความที่เป็นหลังคาบ้านแบบญี่ปุ่น และวิวทะเลของสนามบินคันไซ มันทำให้เรารู้สึกดีตั้งแต่เริ่มนั่งรถไฟเข้าเมืองเลย พอไปถึงย่านนัมบะเราเลือกที่จะลากกระเป๋าไปฝากไว้ที่โรงแรม เวลาที่สามารถเช็คอินได้คือ บ่ายสองโมง และเช็คเอ้าท์ก่อน สิบโมงเช้าซึ่งถือว่าไวกว่าโรงแรมในประเทศไทยมาก
จากนั้นเราก็เลือกไปเดินในย่านโดทงโบริ ซึ่งอยู่ในย่านนัมบะ เป็นย่านที่นักท่องเที่ยวชอบไปถ่ายรูปกับป้ายกูลิโกะ เหมือนเป็นแลนมาร์กว่าถ้าไม่เห็นป้ายกูลิโกะคือมาไม่ถึงโอซาก้า
ย่านโดทงโบริในตอนกลางวันมีห้างและของกินมากมายให้ได้เข้าไปลิ้มลอง ตอนกลางวันคนอาจจะไม่เยอะมากเพราะอาจจะด้วยเป็นเวลาทำงานของคนทั่วไป พอมีตอนกลางคืน โดทงโบริ เต็มไปด้วยแสงสีเสียงที่อลังการมาก ป้ายโฆษณาตามตึกมีสีสดใส สมกับเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาจริงๆ ร้านอาหารมีคนเข้าไปใช้บริการ ควันของอาหารรวมถึงกลิ่นของอาหารมันทำให้เราหิวโหย อยากจะลองมันซะทุกอย่างเลย ถ้ามาโอซาก้าแล้วต้องได้ลอง ทาโกยากิซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากโอซาก้า เนื้อแป้งข้างนอกกรอบข้างในนุ่ม มีไส้ปลาหมึกชิ้นใหญ่ๆหั่นพอดีคำ แต่คำเตือน ห้ามกินตอนร้อนๆเพราะอาจจะทำให้ลิ้นพอง 😅 แต่รสชาติอร่อยดี
ตอนกลางคืนของญี่ปุ่นก็มีลมหนาวรู้สึกถึงความเย็นหน่อยๆถ้าได้ของร้อนๆเข้าไปทำให้ร่างกายอุ่นคือฟินมากๆเลย
ย่านท่องเที่ยวแห่งนี้ยังมีของอร่อยมากมายให้ไปลิ้มลอง ทั้งทาโกะยากิ ขนมโมจิ รวมไปถึงขนมปังญี่ปุ่น หากเดินไปอีก 2 กิโลเมตรจะมีตลาดอาหารทะเลที่ชื่อว่า ตลาดคุโรมง เป็นตลาดที่มีอาหารทะเลญี่ปุ่นหลายกหลายมาก อาทิเช่นปูอาลาสก้า หอยเม่น ปลาดิบชิ้นโตๆ แอบบอกนิดนึงว่าราคาค่อนข้างแรง แต่อาหารสดและไม่มีกลิ่นคาวเลย อีกทั้งยังมีขนมท้องถิ่นของโอซาก้า ถ้าไปที่นี่คือมีทั้งของหวานของคาว กินครบจบในมื้อนี้เลย ในวันแรกของการท่องเที่ยวของเราก็จบเพียงเท่านี้เพราะรู้สึกเหนื่อยจากการเดินทางแล้ว
พบกันใหม่ในตอนต่อไป
“บทสรุปของการเดินทางและการท่องเที่ยวในโอซาก้าวันแรกเป็นไปได้ด้วยดี และเหมาะมากสำหรับคนที่อยากมาฮีลใจและเติมพลังเพราะด้วยบรรยากาศ สถานที่ต่างๆ อากาศที่เย็นสบาย อาหารอร่อยมากมาย รวมไปถึงผู้คนที่เป็นมิตรทำให้เรารู้สึกหลงรักประเทศอยู่ญี่ปุ่นตั้งแต่วันแรกเลย”

0 ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น