ถึง ยายแก่ ในอนาคต

ถึง ยายแก่ ในอนาคต

' . . . โปรดวางจดหมายไว้ในจุดที่มองเห็นได้มากที่สุด เพราะอาจตกหล่นจากการที่ผู้รับไม่ทันได้สังเกต หรือผู้รับอาจไม่มีความสามารถมากพอที่จะมองเห็นได้อีกต่อไป ' ณ บ้านสีฟ้าเดิมที่อยู่หลังวัด วันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ถึง ยายแก่ ในอนาคต ไง ยายแก่ ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนเลยนะว่าไม่ได้มีลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งแนบมาพร้อมจดหมายฉบับนี้หรอก เพราะฉันส่งมันมาจากในอดีต ไม่ได้มาจากอนาคตอย่างที่ยายเคยร้องขอเอาไว้ อีกอย่าง อายุขนาดนั้นแล้วยายคงไม่จำเป็นต้องเอาไปหรอกมั้ง อีกประเดี๋ยวก็ตายแล้ว จะให้ฉันทำงานอะไรกันนักกันหนา สุดท้ายแล้วก็ต้องมานั่งป่วยออดๆ แอดๆ นั่งระทมบ่นอยู่ได้แทบทั้งวัน ไม่ต้องมานึกสงสัยเลยว่าฉันรู้ได้ยังไง ต่อให้ผ่านไปอีกกี่ร้อยชาติพันปี สันดานของยายน่ะมันแก้ไม่ได้ง่ายๆ หรอกน่า ไอฝืนทำอะไรเกินตัวเนี่ย มันก็เป็นมาตั้งแต่เกิดแล้วไม่ใช่หรือไง ? แล้วพนันได้เลยนะว่ายายตอนนี้น่ะกำลังหาแว่นอยู่แหงๆ ใช่ไหมล่ะ ไอนิสัยที่วางอะไรไม่เป็นที่น่ะ แก้ยังไงก็ไม่หายหรอก แต่ตอนนี้ตัวฉันน่ะมีแม่คอยเตือนให้อยู่นา. . . ถ้าร่างกายมีแรงแล้วช่วยเขียนตอบหน่อยสิว่าตอนนั้นมีใครอยู่กับยายบ้างหรือเปล่า เห็นไหม สุดท้ายแล้วไอคนอย่างฉันเนี่ยก็เผลอปริปากถามถึงเรื่องอนาคตออกไปจนได้ ไม่ได้คาดหวังเรื่องสอตเตอรี่จริงๆ หนา แต่เขียนบอกให้สักนิดสักหน่อยจะเป็นไรไป ฉันทำงานจนปวดหลังไปหมดแล้วเนี่ยยาย เห็นใจกันบ้างเหอะ สรุปแล้วหาแว่นเจอหรือยังเนี่ย. . . หาไม่เจอก็ให้ลูกให้หลานคนแถวนั้นช่วยอ่านให้ฟังก่อนก็ได้นะยาย บอกฉันทีสิว่าฉันมีสามีกับเขาบ้างหรือเปล่า ? อย่างน้อยมีคนคุยให้กระชุ่มกระชวยหัวใจบ้างก็ดีนะยาย ก็ไม่ได้อยากสามสิบ สี่สิบยังแจ๋วไปตลอด อย่างน้อยหาคนข้างกายมาช่วยหาแว่นให้ก็ยังดี แต่ไม่ได้คาดหวังหรอกนะ ก็ฉันมันประเภท อวอยแดนซ์ นี่ยาย ศัพท์สมัยเก่าอะยังจำได้ไหมเนี่ย ? อนาคตคงมีคำศัพท์หลายอย่างที่ฟังแล้วคงน่าจะปวดหัวแน่ๆ ขนาดที่เป็นอยู่ตอนนี้ฉันยังตามอะไรแทบไม่ค่อยจะทัน คิดถึงสมัยยุคอนาล็อกเนอะยาย สมัยที่เราเที่ยววิ่งเล่นไปวันๆ จับกบ กระโดดยาง ปีนต้นไม้เด็ดมะขามเทศมากิน ยายจำน้าศรได้ไหม คนที่ใจดีชอบซื้อดีวีดีการ์ตูนดราก้อนบอลมาเปิดให้เราดูไงยาย ที่ฉันวาดรูปหากินมาได้จนถึงทุกวันนี้เนี่ยก็เพราะเขาเลย ยายก็รู้ดีว่าช่วงนี้ฉันเบญจเพส หากินอะไรไม่ค่อยจะได้ เศรษฐกิจก็ห่วยแตก กัมพูชากับไทยมันยังรบกันอยู่เลยยาย จะขายของอะไรก็ขายไม่ได้ ซวยจริงๆ แล้วยายผ่านมันไปได้ยังไง ลองแกล้งๆ ตอบมาดูหน่อยก็ได้ ประวัติศาสตร์มันคงไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากมายหรอกน่ายาย เข้าใจแหละเพราะสมัยก่อนฉันอินเรื่องจักรวาล ก็ดูหนังฮีโร่มาเยอะนี่ ตอนนี้ฉันก็ยังอยากเป็นฮีโร่อยู่นะยาย ก็ช่วยเหลือผู้คนบ้างตามความตั้งใจ แต่เหมือนว่าคนอื่นจะไม่คิดแบบนั้นน่ะสิ ฉันดันไปจุ้นจ้านเรื่องไม่เป็นเรื่อง โดนเพื่อนเลิกคบเกือบหมดเลยยาย แถมยังไปแกว่งเท้าหาเสี้ยน ปากกล้าแกร่งไปทะเลาะกับเจ้านายมาอีก เลยต้องมาลำบากแบบนี้นี่ไงยาย แต่ฉันรู้น่าว่ายายน่ะสบายดี ก็ฉันมันขยันขนาดนี้ ฉันสู้กับทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวมาขนาดนี้ มันจะทำให้ยายลำบากยังไง เงินที่ฉันหาให้น่ะมันต้องมีมากพอที่จะไปเที่ยวรอบโลกได้อยู่แล้ว แต่บอกตามตรงนะยาย เรื่องสายตาอะ ฉันคงจะรักษามันไม่ได้หรอก ทุกวันนี้ยังติดพิมพ์อะไรยาวๆ นอนตะแคงกอดหมอนข้างปิดไฟรูดมือถืออยู่เลยยาย ที่ตั้งเป้าหมายว่าไปทำเลสิคคงไม่ได้ทำ ฉันสำรองไว้เป็นค่านวดกับค่ารักษาไว้คงดีกว่า ยายจะได้เอาไปรักษาร่างกายให้แข็งแรงพอที่จะไปเที่ยวได้ไง หรือถ้าในตอนนั้นยายแบบไม่ไหวแล้ว เบื่อที่จะออกไปข้างนอกแล้วก็ถือซะว่าเผื่อเป็นบ้านพักวัยชราก็แล้วกัน ส่วนเงินส่วนที่เยอะที่สุดต้องมาลงกับค่าเกมนะยาย รู้ไหมว่าตัวฉันในตอนนี้ต้องอดทนอดกลั้นขนาดไหนที่ไม่ได้ซื้อเกมที่อยากเล่น ฉันต้องไปเกาะเบาะเพื่อน นั่งจ้องตาเป็นมันด้วยความอิจฉา ฉันคิดเผื่อว่ายายอาจจะเหงาๆ เลยแบ่งเงินส่วนนี้ให้ยายใช้ เพราะตัวฉันตอนนี้ถึงอยากจะใช้มันมากแค่ไหนก็ทำไม่ได้อยู่ดี ยายก็รู้ว่าตัวฉันในตอนนี้น่ะภาระเยอะแค่ไหน แต่ตอนที่คิดจะเล่นก็แบ่งเวลาดีๆ ล่ะยาย แก่แล้วคงไม่ทำตัวเละเทะผัดวันประกันพรุ่งเหมือนตัวฉันตอนนี้อีกหรอกนะ ก็ยายผ่านประสบการณ์มาทั้งชีวิตแล้วนี่ คงคิดก่อนทำมากขึ้นแล้วใช่ไหมล่ะ แต่ตอนนี้ฉันยังเพิ่งเริ่มต้นอยู่เลยนะยาย กำลังลองผิดลองถูกกับชีวิตบัดซบนี่ คงวางแผนได้ไม่ดีหรอกนะ ไม่รับปากว่าที่ทำอยู่จะไม่เดือดร้อนถึงยาย จะไม่ให้คำสัญญาอะไรทั้งนั้นเพราะไอฉันน่ะมันก็หัวดื้อพอๆ กับยายนั่นแหละ เพราะฉันกลัวว่าตอนแบบตัวฉันที่กลายเป็นยายจะสมองเลอะเลือน จำนู่นจำนี่ไม่ได้ไงยาย เนี่ยขนาดตอนนี่ฉันยังขี้หลงขี้ลืมเลย ยายเองร่างกายแบบนั้นคงเป็นหนักกว่า เล่นเกมบ่อยๆ ให้สมองมันได้คิด ได้จำ แล้วก็ไม่ลืมที่จะแบ่งเวลาเขียนหนังสือหรือจดหมายตอบฉันด้วยล่ะยาย (ถ้าเป็นไปได้) ฉันเก็บข้อมูลทุกอย่างไว้ในหัวหมดแล้ว คงไม่จะเอาออกทีเดียวเมื่อตอนแก่นู่นแหละ เรื่องร่างกายก็จะพยายามรักษาเท่าที่ทำได้แบบไม่ฝืนตัวเองก็แล้วกัน ฉันไม่เคยคิดว่าตัวฉันจะอยู่ไปได้อีกไกลหรอกนะยาย แต่ถ้ามันไปต่อได้เรื่อยๆ ก็อยากจะทำสิ่งที่ไม่ได้ทำในตอนนี้เยอะๆ แล้วฉันก็อยากสร้างโรงเรียนกับห้องสมุดด้วยนะยาย ไม่ได้หมายถึงสร้างในเกมนา หมายถึงสร้างแบบจริงจังเลย เตือนความจำเผื่อยายลืม แต่คงไม่ลืมหรอก เพราะนี่เหมือนเป็นบ้านหลังที่สองของเราเลย บ้านหนังสือที่อยู่ในวัดไงยายจำได้ไหม ถึงตอนนี้มันจะถูกรื้อทิ้งเพราะเป็นพื้นที่ของวัดก็เถอะ ห้องสมุดหลายๆ ที่มันค่อยๆ หายไปแล้วยาย อีกไม่นานหนังสือที่เคยเป็นโลกของฉันก็จะหายไปด้วย ฉันไม่มีเงินซื้อหนังสือแล้วยาย หนังสือทุกอย่างบนโลกนี้แพงขึ้นเรื่อยๆ มันไม่ใช่สิ่งจำเป็นในตอนนี้ของฉันอีกต่อไปแล้ว เพราะฉันจำเป็นต้องใช้เงินไปกับการเอาชีวิตรอดในแต่ละวัน แล้วทำมันให้ดีที่สุดไงยาย โรงเรียนที่เราจะสร้างขึ้นจะเป็นพื้นที่วิเศษ ทุกอย่างจะฟรีหมด จะไม่มีการตัดสินกัน ศิลปะทุกรูปแบบจะต้องไม่มีการแบ่งชนชั้น ไม่มีผิดหรือถูก ไม่มีสวยหรือไม่สวย จะเป็นพื้นที่ปลดปล่อยให้กับเด็กๆ อย่างเต็มที่ เราจะสร้างกันไว้บนดอย ที่มีแต่ธรรมชาติสวยๆ รายล้อม มีอากาศบริสุทธ์ มีทุ่งหญ้า มีป่าสีเขียว มีเด็กมากมาย หากว่ายายเบื่อจะเล่นเกมก็ใช้เงินส่วนนี้อุทิศตัว มอบให้กับเหล่าต้นกล้าอ่อนที่จะเติบใหญ่ ผลิบาน แล้วร่วงโรยในอนาคตเถอะ ถือว่าฉันขอ เพราะตายไปเราก็ไม่ได้ใช้เงินนั่นอยู่ดี ที่ฉันทนทำงานทุกวันนี้อยู่ก็เพื่อยายเลยนะ ไม่ใช่เพราะภาระ หนี้สินหรืออะไรทั้งนั้น สิ่งพวกนี้คือสิ่งที่จำเป็นต้องทำในตอนนี้เท่านั้น เป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่หลังจากที่ฉันผ่านพ้นจากภาระทั้งหมดแล้ว อาจจะก่อนที่ฉันจะอายุเท่ายาย ฉันจะใช้ชีวิตให้เต็มที่ ให้สมกับที่ฉันทำงานหนักมาโดยตลอด ฉันอาจจะใช้เงินจนหมดเลยจนไม่เหลือให้ยายใช้ก็ได้ หรือฉันอาจจะอยู่ไม่ทันถึงยายก็ได้ ฉันไม่รับปาก และจะไม่วางแผนอะไรทั้งนั้นจนกว่าฉันจะรู้สึกว่าตัวเองอยากทำมันแล้วจริงๆ ยายอาจจะต้องเหนื่อยกับความไม่คิดหน้าคิดหลัง ความเอาแต่ใจ เกียจคร้านและเพ้อฝันของฉันหน่อย เพราะเราสองคนเป็นพวกฝันไกล ที่ได้แต่ฝัน แต่ไม่ลงมือทำ ฉันเลยไม่คาดหวังว่าสิ่งที่เขียนออกไปก่อนหน้าจะต้องสำเร็จ อันที่จริงพูดตามตรงฉันหวังเรื่องยายจะส่งลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งมาให้จริงจังมากกว่าเรื่องนี้ซะอีกนะ หยอกๆ น่า แต่พูดกันตามตรงใครมันไม่อยากสบายบ้างล่ะถูกไหมยาย บางครั้งฉันก็แค่ขี้เกียจดิ้นรน ความขี้เกียจมันเป็นบาปอย่างหนึ่งใช่ไหมล่ะ แต่ฉันว่ามันดีออก พอเราขี้เกียจ ความโลภ ความปรารถนาที่อยากจะมีนั่นมีนี่มันก็จะได้ลดลงไง เป็นบุญซะอีก ไม่ใช่การยอมแพ้หรอกนะ มันเป็นการยอมรับมันเพื่อที่เราจะได้มีความสุขอย่างแท้จริงไง มันก็อาจจะทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ได้อยู่นะไอความขี้เกียจนี่ แต่มนุษย์เป็นพวกยอมแพ้ง่ายๆ กันซะที่ไหน ยายเองก็คงสู้สุดใจเหมือนกันใช่ไหมล่ะ กับอนาคตที่มองไม่เห็นน่ะ แต่จะว่าไปบริบทของฉันกับยายก็ต่างกันอยู่นะ ยายเองก็แก่แล้วคงไม่ได้นึกเรื่องต่อสู้อะไรเหมือนกับฉันหรอกมั้ง คงจะปลงโลกแล้วปล่อยให้อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดหรือเปล่า ? แล้วแต่ยายเหอะ ยายจะทำอะไรก็ไม่ส่งผลถึงอดีตอยู่แล้ว กลับกันฉันต่างหากที่ถ้าเกิดขี้เกียจ ไร้ความรับผิดชอบขึ้นมาละก็ ยายคงไม่ได้เป็นยายอยู่ทุกวันนี่หรอก เผลอๆ ไอจดหมายฉบับนี้ฉันอาจจะเผาส่งมันไปให้ยายแทน ยายไปเปิดอ่านมันในนรกนู่น ถามจริงเหอะยาย ทำไมฉันต้องเป็นแบบนี้ด้วย หมายถึงฉันจะไม่มีวาสนาได้เจอคนดีๆ ในชีวิตที่ทำให้ฉันรู้สึกสงบบ้างแล้วหรือไง ใครๆ ในตอนนี้มักจะชอบลามปามลากปัญหาให้ฉันอยู่เรื่อย พอไม่เข้าสังคมนิดหน่อยจะติดต่อเจรจาค้าขายธุรกิจก็ลำบาก คำศัพท์คำว่า คอนเนคชั่น ไงยาย ในอนาคตยังจำเป็นต้องใช้มันไหม ฉันว่ายายไปคุยกับเอไอก็พอแล้วมั้ง เพราะพอมีเพื่อนหรือใครเข้ามาทีไรไอเราสองคนก็พลอยคิดเล็ก คิดน้อย ไปเสียทุกเรื่อง จะเป็นคอนเนคชั่นอะไรนั่นได้มันต้องใช้เงินนะยาย นี่เดาได้เลยว่าแม้แต่จะขอให้คนอื่นหาแว่นให้ยายยังคิดเกรงใจ ต่อให้มีคนเสนอตัวจะหาให้ยายก็จะดื้อ ทำหน้าบูดจนปากห้อยหม้อได้เดินหาแว่นเองไปทั่ว ไอนิสัยแบบนี้น่ะยายเลิกเถอะ ฉันยังเอ๊าะๆ อยู่ มันเลยทำได้ แต่ยายแก่แล้วไง เผลอๆ ไปหาแว่นในห้องน้ำลื่นหัวฟาดพื้นมาจะทำไง แล้วอย่าหวังจะพึ่งคู่ชีวิตเลยยาย ชีวิตตัวเองยังเอาไม่รอด ใครที่ไหนอยากจะขออยู่ด้วย บ้านพักวัยชราน่ะตอบโจทย์ที่สุดแล้วยาย แค่ยายขอให้เจ้าหน้าที่เขาหาแว่นให้ก็คุ้มค่าจ้างแล้ว ยายจะไปคิดเกรงใจอะไรอีก พอพูดถึงเรื่องนี้ก็พลอยคิดถึงคนเป็นพ่อเป็นแม่ตาม หลังจากที่พวกท่านจากไปฉันเดาไม่ออกเลยว่ายายจะรู้สึกยังไง แล้วยายลุกขึ้นมาตั้งหลักได้เร็วไหม หรือยายจะเก็บตัวไม่สุงสิงกับใครหนักขึ้นกว่าเดิม เวลานั้นคาดหวังจะให้มีเพื่อนหรือคนรู้ใจสักคนอยู่เคียงข้างจะเป็นอะไรหรือเปล่า บอกตามตรงว่าฉันคิดไม่ออก ไม่อยากสมมติเหตุการณ์เป็นภาพจำลองในสมองด้วยเพราะมันจะทำให้ฉันฟุ้งซ่าน ยายก็รู้ว่าฉันอ่อนไหวง่ายกับทุกเรื่อง แต่ฉันไม่ได้กลัวกับการที่จะต้องสูญเสียคนสำคัญในชีวิตไปหรอกนะ ฉันกลัวว่าตัวเองจะไม่ฟูมฟาย หรือแสดงความเสียใจออกมาได้ไม่มากพอ เหมือนช่วงสมัยป.หนึ่งไงยาย ในวันแม่ เด็กนักเรียนทุกคนเอาพวงมาลัยมากราบแม่ แล้วก็ร้องไห้เพราะอินกับเพลงค่าน้ำนม ฉันได้แต่ยิ้มแล้วก็โดนแม่ดุ บอกว่าใจจืดใจดำ ทำไมไม่ร้อง ไม่อิน ไม่ซึ้งเหมือนกับลูกคนอื่นเขา ไม่รู้ทำไมแม่ถึงคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงแข็งๆ ทั้งๆ ที่ตัวแม่เองก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน ฉันคงไม่ใช่ลูกใครอื่นหรอกเพราะแทบจะคัดลอกนิสัยแม่มาเกือบทุกอย่าง (ยกเว้นความขยัน) ยายจำได้ไหมความรู้สึกในตอนนั้นของฉัน ของคนที่ไม่สามารถแสดงความรู้สึกออกมาได้อย่างซื่อตรง ฉันแค่ไม่อยากเห็นแม่ร้องไห้ก็เท่านั้น มีคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวฉันมากมายเลยยาย ทั้งครอบครัว ทั้งเพื่อนฝูง ไม่มีใครเข้าใจตัวฉันได้ดีเท่ายายแล้วล่ะ แต่เอาจริงยายอาจจะไม่อินเรื่องราวที่ฉันเขียนแล้วก็ได้ เพราะยายอยู่คนช่วงละวัยกับฉันนี่ เหมือนตอนที่เล่นเฟสบุ๊คแล้วมันจะมีแจ้งเตือนความทรงจำน่ะยายจำได้ไหม แล้วฉันก็รู้สึกอายมากทุกครั้งที่เห็นตัวฉันสมัยเด็กโพสต์อะไรไร้สาระลงไป เราจะมารู้ตัวว่าแก่ก็ต่อเมื่อเห็นตัวเราในอดีตทำอะไรเพี้ยนๆ นี่แหละ เป็นไงบ้างยาย ฉันดักยายได้หมดทุกทางเลยสิ เพราะแก่ไปไอนิสัยที่ฝังรากลึกจนเป็นกมลสันดานของยายใช่ว่าจะแก้กันได้ง่ายๆ ซะที่ไหนจริงไหม ฉันรู้จักตัวเองดีน่า แล้วยายล่ะคิดว่ายังไง คิดว่าตัวฉันที่เป็นแบบนี้ดีกว่าตัวฉันในอดีตแล้วหรือเปล่า ตัวฉันที่ก่อนหน้านี้เคยเสแสร้ง อดทนกับสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเองน่ะ บอกตามตรงว่ามันเสียเวลาชีวิตและทรมานมากๆ ยายคงจำความรู้สึกของตัวฉันในตอนนี้ได้ดีเพราะยายเคยผ่านมันไปได้แล้ว ยายคือร่างทองของฉันนะรู้ไหม เป็นตัวฉันที่พัฒนาตัวเองไปถึงขั้นสุด เพราะงั้นฉันถึงกล้าใช้คำพูดคำจาที่ดูอวดเก่งตลอดใส่ยายไง มันจะได้เป็นคำเตือนเรื่องการใช้ชีวิตในแต่ละวันให้ระมัดระวังมากขึ้น รู้ตัวอีกทีฉันก็ชักจะเขียนบ่นยาวจนเลยเถิดแล้วสิ ณ เวลานี้ในอดีตของยายใกล้จะรุ่งสางแล้ว ฉันหวังว่าจดหมายฉบับนี้จะทำให้ยายหายคิดถึงอดีตบ้าง ฉันรู้ว่ายายกำลังมีความสุขอยู่ในอนาคต ฉันสัมผัสได้ ฉันหวังว่าสักวันนึงจะได้ไปยืนอยู่ในจุดที่ยายยืนอยู่ แล้วมองอดีตกลับมา และเมื่อถึงตอนนั้นฉันจะอมยิ้มให้กับจดหมายพิลึกนี่ แต่จะไม่เขียนอะไรตอบกลับมาเลย จะปล่อยให้ตัวฉันในอดีตได้เรียนรู้ทุกช่วงเวลาชีวิตด้วยตัวเอง ขอแสดงความนับถือ ตัวฉัน ในอดีต CHOLE

Author Avatar
ChoLE
ตัวฉันประสบกับความล้มเหลวในชีวิต แต่ใครตัดสินล่ะ พวกคุณ หรือตัวฉันเอง.... ?

0 ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

เรื่องราวที่คุณอาจสนใจ