ฤดูหนาวกำลังจะมาเยือนพร้อมกับการเปลี่ยนผ่านของชีวิตที่เติบโต
เมื่อได้หวนนึกถึงช่วงเวลาที่ผ่านมาก็ค้นพบว่า เวลาผ่านไปเร็วเหมือนกัน อีกไม่กี่เดือนก็จะเข้าสู่ฤดูหนาวอีกครั้งในปีนี้ ซึ่งความรู้สึกก็คงจะเหมือนกับทุกๆปี ความรู้สึกที่บ่งบอกว่า ความอบอุ่นในฤดูหนาวกำลังจะพัดผ่านเข้ามาพร้อมกับเรื่องราวในอดีต ซึ่งทำให้นึกถึงใครบางคนที่ไม่มีโอกาสได้ใช้ช่วงเวลาที่แสนอบอุ่นนี้ด้วยกันอีกครั้ง และกลายเป็นอีกช่วงเวลาที่ทำให้ฉันมองเห็นการเติบโตในระหว่างทางได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
แม้ว่าจะเป็นฤดูกาลที่หลายคนต่างก็เฝ้ารอคอย แต่สำหรับฉันกลับเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ทำให้นึกถึงอดีตที่ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่ผ่านเข้ามาเพื่อให้หยุดคิดทบทวนทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิต ซึ่งเป็นไปในรูปแบบของการตกตะกอนทางความคิด ได้ลองถามตัวเองอีกครั้งว่า ที่ผ่านมา ฉันผ่านอะไรมาบ้าง มีอะไรที่หล่นหายไปจากชีวิต และเติบโตมากขึ้นอย่างไรกับเส้นทางชีวิตที่ผ่านมา นับว่าเป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่มีทั้งความสุขกับการเริ่มต้นกับสิ่งใหม่ๆที่กำลังจะมาถึง และเป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่ต้องเรียนรู้จากอดีตที่จบลงไป
ซึ่งฉันเคยตกหลุมรักฤดูหนาวในทุกๆปี เพราะเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง เป็นช่วงเวลาที่แสนอบอุ่น และเป็นทั้งช่วงเวลาที่มีความสุขและความทุกข์จากความทรงจำในอดีต ในปีนี้ก็เช่นกัน เพราะฉันมีโอกาสได้มองย้อนกลับไปในอดีตเพื่อตอบคำถามมากมายกับตัวเอง และบอกกับตัวเองอีกครั้งว่า
เหนื่อยมามากแล้วนะ
เจ็บปวดกับเรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้ว
สูญเสียอะไรในชีวิตไปบ้าง
ได้เวลาให้ความสุขกับตัวเองบ้างหรือยัง
เลิกกล่าวโทษตัวเองได้แล้ว
กลับมายิ้มให้กว้างเหมือนเดิมอีกครั้งนะ
เพราะสิ่งดีๆกำลังรออยู่ในสิ้นปีนี้
คำพูดมากมายเหล่านั้นฉันใช้เพื่อบอกกับตัวเองทุกครั้งที่ความเจ็บปวดในอดีตย้อนกลับเข้ามาในชีวิต แต่สุดท้ายฉันก็ต้องวางความเจ็บปวดนั้นลง เพื่อเป็นบทเรียน และกลับมาใช้ชีวิตกับฤดูหนาวที่ฉันหลงรัก โดยไม่ลืมเช่นกันว่า ฤดูหนาวปีนี้ทำให้ฉันเติบโตและเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เป็นคนที่ดีขึ้นจากความตั้งใจใช้ชีวิตมาตลอดทั้งปี เพราะฉันรู้ดีว่า ฤดูกาลของการเปลี่ยนผ่านได้เข้ามาเยือนในชีวิตอีกครั้ง และคงจะเหมือนกับทุกๆปีที่มักจะมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นในชีวิต ปีนี้ก็เช่นกัน อาจจะมีบ้างที่ต้องเจอกับความทุกข์ หรืออาจจะเป็นช่วงเวลาของความสุข ทุกเรื่องราวล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต แม้ว่าบางครั้งจะต้องการหรือไม่ต้องการ ทุกเหตุการณ์ก็มักจะเกิดขึ้นตามช่วงเวลาที่เหมาะสมอยู่เสมอ
ในปีนี้ก็เช่นเดียวกัน ฉันควรจะมีความสุขกับช่วงเวลาที่ฉันตกหลุมรัก เพราะหนึ่งปีมีแค่ครั้งเดียว ความสุข ความทุกข์ที่ผ่านเข้ามาไม่นานก็จากไป ฤดูหนาวที่กำลังจะมาเยือนก็เช่นกัน ผ่านมาแค่ชั่วคราว แต่จะผ่านเข้ามาเยือนในทุกๆปีเพื่อย้ำเตือนอีกครั้งว่า
เป็นอีกปีที่เติบโตขึ้น
เป็นอีกปีที่ได้ทำอะไรที่แตกต่างไปจากเดิม
เป็นอีกปีที่สูญเสียบางอย่าง เพื่อได้รับบางอย่างที่ดีกว่าเดิม
และเป็นอีกปีที่ได้เรียนรู้สัจธรรมของชีวิตว่า ทุกอย่างแค่ชั่วคราว ต่อให้รักมากแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องปล่อยมือ และสุดท้ายก็ต้องจากลาในทุกรูปแบบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ดังนั้นฤดูหนาวในปีนี้จึงเป็นอีกหนึ่งปีที่ฉันได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ทั้งวุฒิภาวะ และความรู้สึกที่ฉันมีต่อตัวเอง ซึ่งถือว่าเป็นอีกปีที่ฉันได้รู้จักกับตัวเองมากขึ้น ได้มองเห็นทั้งความอ่อนแอ ความเข้มแข็งในทุกรูปแบบที่ฉันไม่เคยเข้าใจ แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมากลับทำให้ฉันได้มีเวลาคิดทบทวน และยอมรับในทุกผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เพราะสุดท้ายเวลาจะพาฉันก้าวข้ามทุกความหวาดกลัว ความเสียใจ ความเจ็บปวดมาได้เสมอ แม้ว่าบางครั้งอาจจะต้องใช้เวลายาวนานเพื่อการเยียวยาความรู้สึกนั้น แต่ในที่สุดฉันก็มองสิ่งเหล่านั้นด้วยความเข้าใจอย่างแท้จริง
ฉันคิดทบทวนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตราวกับภาพของความฝันที่เกิดขึ้นและจากฉันไปในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นผู้คนที่ผ่านเข้ามาและจากไป และอาจจะทิ้งบาดแผลบางอย่างเอาไว้ แต่สุดท้ายผู้คนเหล่านั้นก็ต้องจากฉันไปอยู่ดี เพราะทุกชีวิตต่างก็มีช่วงเวลาที่เป็นของตัวเอง การพบเจอจึงเป็นทั้งความโชคดีและโชคร้ายตามมุมมองที่มีต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เชื่อไหมว่า เมื่อฤดูหนาวมาเยือน ความรู้สึกที่เคยหนักอึ้งกลับได้รับการปลดล็อคบางอย่าง เป็นฤดูกาลของการปล่อยวางและทิ้งสิ่งที่รู้สึกว่าไม่ดีเอาไว้ในอดีต เพื่อเริ่มต้นใหม่อีกครั้งกับเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง นับว่าเป็นอีกหนึ่งความเชื่อหรือทฤษฎีช่วงโค้งสุดท้ายก่อนสิ้นปีนั่นเอง และฉันก็เชื่อเช่นนั้น อย่างน้อยก็เป็นการให้โอกาสตัวเองอีกครั้ง เพื่อที่จะได้เริ่มต้นใหม่ ได้ใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ตามแบบที่ต้องการ ซึ่งก็มักจะนำพาไปสู่ช่วงเวลาที่ดีขึ้นจากปีที่ผ่านมา
เพราะฉันได้เรียนรู้อีกอย่างว่า ตัวฉันเองได้เติบโตขึ้นในทุกๆปี เพียงแค่บางครั้งฉันมักจะมองข้ามไป โดยไม่ได้สนใจกับการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย เพราะมัวแต่เฝ้ามองดูเป้าหมายที่จับต้องได้แค่เท่านั้น จนทำให้ลืมไปเช่นกันว่า แท้จริงแล้ว ความสำเร็จมันเกิดขึ้นได้หลากหลายรูปแบบ และบางครั้งมันก็เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ฉันได้ตัดสินใจเลือกบางอย่างให้กับตัวเองแล้ว ดังนั้นความคิดที่เคยมองแค่เพียงเป้าหมายจึงเปลี่ยนไป และถูกแทนที่ด้วยการตั้งใจมองและซึมซับกับทุกช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงในชีวิต เพราะฉันไม่มีทางรู้เลยว่า โอกาสที่เคยได้รับนั้นจะผ่านเข้ามาในชีวิตอีกหรือไม่ ผู้คนที่ผ่านเข้ามาจะมีความทรงจำอย่างไรต่อชีวิต และทุกการตัดสินใจจะเกิดผลดีหรือไม่ดีอย่างไร ทุกผลลัพธ์จึงเป็นทั้งบทเรียนที่ผลักดันให้เติบโต และเป็นประสบการณ์ในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตที่อาจจะเกิดขึ้นเพียงแค่ครั้งเดียว
พอมองย้อนกลับไปในอดีตที่เคยเจ็บปวด หากเทียบกับความรู้สึกในตอนนี้ ฉันกลับค้นพบว่า ความเจ็บปวดนั้นไม่เคยหายไปไหน แต่กำลังถูกลดบทบาทในชีวิตให้ลดน้อยลง นั่นหมายความว่า ฉันรับมือกับความเจ็บปวดนั้นได้ดีขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการมองความเจ็บปวดนั้นด้วยความเข้าใจ ไม่วิ่งหนี ไม่พยายามฝืน แต่ฉันกลับปล่อยให้ความรู้สึกนั้นได้เกิดขึ้น ปล่อยให้ความเจ็บปวดนั้นได้ทำหน้าที่ของมัน เพราะฉันรู้ดีว่า ยิ่งวิ่งหนี ยิ่งไม่ยอมรับมากเท่าไหร่ ความเจ็บปวดนั้นจะยิ่งทวีคูณมากขึ้นไปอีก ดังนั้นฉันจึงเลือกที่จะใช้เวลาเพื่ออยู่กับความเจ็บปวดนั้นด้วยความเข้าใจ และกล้าที่จะให้อภัยกับทุกอย่างที่มีส่วนเกี่ยวข้อง อย่างน้อยฉันก็มีความกล้าที่จะเผชิญหน้า เพื่อให้ตัวเองได้เป็นอิสระจากความเจ็บปวดนั้นอีกครั้งด้วยการก้าวข้ามด้วยความเข้าใจและให้อภัยอย่างแท้จริง
และฉันก็หวังว่า ฤดูหนาวที่กำลังจะมาเยือนในปีนี้จะเป็นอีกหนึ่งปีที่ฉันมีความสุขในช่วงเวลานั้น และมองดูอดีตด้วยความสุขในรูปแบบใหม่เช่นเดียวกัน เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นมาเพื่อฉัน เพื่อการเติบโต และเรียนรู้มากขึ้น ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อทำลายให้ฉันเจ็บปวดเพียงอย่างเดียว แต่ทุกเหตุการณ์คือส่วนหนึ่งที่ช่วยขัดเกลาให้ฉันเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ฉันได้กลายเป็นช่วงเวลาดีๆของใครหลายๆคนเช่นเดียวกัน และฉันก็หวังว่า ฤดูหนาวในปีนี้จะกลายเป็นอีกหนึ่งปีที่เปลี่ยนความคิดและความรู้สึกของใครหลายๆคนให้มีมุมมองที่แตกต่างไปจากเดิม อย่างน้อยการมองย้อนกลับไปในอดีตก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้กลายเป็นบทเรียนเพื่อเติบโต เพราะถ้าไม่พบเจอกับความเจ็บปวด ก็คงไม่มีโอกาสได้เติบโต ถ้าหากไม่พบเจอกับความทุกข์ ก็คงไม่รู้สึกยินดีและซาบซึ้งกับความสุขที่มีอยู่ ทุกเหตุกาณ์จึงเปรียบเสมือนกับกระจกที่เข้ามาสะท้อนเพื่อให้มองเห็นทุกด้านที่มีอยู่ในตัวเอง เพื่อให้เรียนรู้และยอมรับทั้งด้านที่ดีและไม่ดี เพื่อเรียนรู้และเติบโตในเส้นทางที่เลือก เพื่อแก้ไขในข้อผิดพลาดจากการลงมือทำ และเพื่อเปลี่ยนแปลงไปในเส้นทางที่ใช่มากกว่าเดิม
จากที่กล่าวมาทั้งหมดจะเห็นได้ว่า ชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่การกลับมาใช้เวลาเพื่อคิดทบทวนและแก้ไขให้ทุกอย่างดีขึ้นมักจะเป็นเป้าหมายที่ตั้งใจเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงในช่วงฤดูหนาวหรือช่วงสิ้นปีที่กำลังจะมาถึง เพราะเป็นทั้งช่วงเวลาของการเฉลิมฉลอง การเริ่มต้นใหม่ และการปล่อยวางสิ่งเดิมๆที่ไม่ตอบโจทย์กับชีวิตอีกต่อไป แม้ว่าการเดินทางในหนึ่งปีอาจจะดูยาวนานในช่วงเวลาของความเจ็บปวด และผ่านไปอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาแห่งความสุข แต่ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เคยพรากสิ่งใดไปจากฉันโดยที่ไม่เคยมอบอะไรกลับมาให้ฉันเลย เพราะทุกการสูญเสียมักจะนำพาไปสู่การได้รับในสิ่งที่ดีกว่าเดิม แม้จะต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่ไม่ต้องการก็ตาม เมื่อฉันได้ก้าวข้ามช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้ ฉันจึงรู้สึกขอบคุณตัวเองทุกครั้งที่อดทน และไม่ปล่อยให้ความเจ็บปวดนั้นทำลายช่วงเวลาดีๆที่ฉันสมควรได้รับ ทุกอย่างคือสิ่งที่คอยย้ำเตือนกับฉันอยู่เสมอว่า ต่อให้มีผู้คนรอบข้างที่คอยให้กำลังใจ หรืออาจจะต้องอยู่เพียงลำพังในบางช่วงเวลา สุดท้ายก็ยังคงเป็นตัวฉันเองที่พาตัวเองก้าวข้ามทุกช่วงเวลาที่คิดว่าเหนื่อยล้าและยากต่อการก้าวไปข้างหน้า
ดังนั้นฉันจึงไม่ลังเลที่จะตอบแทนความรู้สึกนี้ด้วยการรักตัวเองให้มากขึ้นกว่าเดิม โอบกอดทุกก้าวที่เติบโตไปข้างหน้า อาจจะเดินช้าบ้าง เร็วบ้าง แต่ฉันกลับไม่เคยหยุดก้าวเดิน เพราะฉันรู้ดีว่า ฉันคู่ควรกับสิ่งดีๆ ในแบบที่ฉันตั้งใจมอบให้กับตัวเองเสมอ และฉันก็ไม่เคยใช้ความเจ็บปวดในอดีตมากักขังให้ตัวเองต้องรู้สึกจมปลักกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฉันรู้ดีว่า ฉันต่อสู้กับความเจ็บปวดนั้นมามากแค่ไหนกว่าฉันจะก้าวข้ามมาได้ ฉันมองเห็นทุกความเจ็บปวด ทุกคราบน้ำตาที่เกิดขึ้น ดังนั้นช่วงเวลาที่ผ่านมาจึงมีคุณค่าต่อตัวฉันเป็นอย่างมาก ทั้งความสุขและความทุกข์ที่เกิดขึ้นคือส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้ฉันก้าวไปข้างหน้าเพื่อเติบโตอยู่เสมอ เพียงแค่บางช่วงเวลาฉันอาจจะต้องใช้ความพยายามมากขึ้น แต่ทุกความพยายามนั้นไม่เคยสูญเปล่า และทุกความสูญเสียที่เกิดขึ้นก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่ๆในชีวิต เช่นเดียวกันกับฤดูหนาวที่กำลังจะมาเยือน เป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนของการเปลี่ยนผ่าน เป็นการสิ้นสุดของฤดูฝนเพื่อเข้าสู่จุดเริ่มต้นของฤดูหนาวที่กำลังจะนำพาสิ่งใหม่ๆ เรื่องราวใหม่ๆให้เข้ามาในชีวิต และเป็นการเปิดโอกาสให้กับตัวเองได้มีความสุขกับช่วงเวลาที่อบอุ่นนี้ให้มากที่สุด เพื่อชดเชยช่วงเวลาที่ผ่านมาจากสิ่งที่ฉันเคยสูญเสียไป

0 ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น