เด็กน้อยช่างฝัน : โตขึ้นอยากเป็นอะไร?
น่าจะเคยโดนถามคำถามนี้ตอนเด็กกันนะ
เราเองก็เช่นกัน แล้วคำตอบที่บอกออกไปคืออะไรกันบ้างเหรอ ?
หมอ เพราะอยากช่วยเหลือผู้อื่นให้หายเจ็บ
นักพยากรณ์อากาศ เพราะจะได้ออกจากบ้านโดยไม่ลืมพกร่ม
พ่อครัว/แม่ครัวทำอาหารในโรงแรม เพราะจะได้ทำอาหารอร่อยๆเหมือนคุณแม่
ด้วยความที่ตอนนั้นยังเป็นเด็กทุกๆความฝันจึงดูมหัศจรรย์และแฝงไปด้วยความปรารถนาอันเจิดจ้า
ไม่ว่าคำตอบจะเป็นอาชีพ หรือ การเป็นคนที่นอนแล้วได้เงิน ก็ไม่เคยมีใครตัดสินความฝันของเหล่าเด็กน้อยในแง่ไม่ดี ทุกคนและครอบครัวต่างก็ยิ้มแย้มและตื่นเต้นกับสิ่งที่เด็กน้อยบอกกล่าวถึงอนาคตที่วาดฝัน ไม่ผิดเลยที่จะได้ฝัน เด็กน้อยล้มตัวลงนอนและภาวนาให้ได้โตโดยเร็วเพื่อไปทำตามความฝันได้เร็วขึ้น ช่างเป็นเทพนิยายที่ย้อมไปด้วยความหอมหวาน ♡
เมื่อโตขึ้นมาหน่อยในชั้นเรียนที่สูงขึ้น อาจารย์วิชาแนะแนวเดินแจกกระดาษแบบทดสอบค้นหาอาชีพที่เหมาะสมกับนักเรียน แบบทดสอบที่ชวนให้รู้สึกลุ้นเพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับอนาคตอันสดใส
คำตอบที่ได้รับยังเหมือนกับที่เด็กน้อยตอนนั้นอยากเป็นกันไหมเอ่ย ?
เด็กน้อยคนนั้นมองว่า มันอาจจะเป็นไปได้ยากหน่อย เพราะค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อเป็นอุปสรรคนะ
เด็กน้อยคนนั้นมองว่า เป็นอาชีพนี้ก็ไม่ได้แย่นะ น่าสนใจดีจัง อยากลองศึกษาเพิ่มเติมหลังคาบเรียนจบ
เด็กน้อยคนนั้นมองว่า น่าประหลาดใจ มีอาชีพนี้ด้วยเหรอ แล้วหัวเราะไปกับเพื่อน
ไม่ว่าคำตอบจะพอใจหรือไม่
เมื่อหมดคาบเรียนก็ต้องเก็บผลลัพธ์เหล่านั้นส่งคืนอาจารย์เพื่อรับคะแนนและเก็บผลเกรดนำไปยื่นเข้ามหาวิทยาลัยในอนาคตอันใกล้ ต้องเตรียมตัวสอบ คะแนนต้องได้เท่านี้นะเพราะต้องยื่นสู่คณะที่ใฝ่ฝัน เพื่อที่เราจะได้เข้าใกล้ความฝันมากขึ้น ต้องอ่านหนังสือเพราะว่าข้อนี้ออกสอบ ต้องแก้โจทย์ปัญหาข้อนี้นะ เพราะถ้าแก้ไม่ได้ก็จะสอบไม่ผ่าน
ความกดดันในการเรียนเริ่มมีมากขึ้น ความท้อใจผสมกับความกลัวก่อเกิดให้ความเครียดก่อตัวเป็นก้อนภายในร่างกาย ทุกคนและครอบครัวเอาใจช่วยอยู่ห่างๆ
แต่ก็มีคำตัดสินอยู่ภายในใจลึกๆว่า หากเด็กน้อยคนนี้เรียนจบแล้วจะได้ที่ทำงานที่ดี เงินเดือนเหมาะสมหรือไม่ ดังขึ้นมาในหัวไม่หยุดยั้งของตัวเด็กน้อย
บางครั้งความฝันก็แปรเปลี่ยนไปเพราะสภาพแวดล้อม สภาพคล่องทางการเงิน
การเติบโตขึ้นที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
เด็กน้อยคนนั้นไม่ว่าจะได้ผลลัพธ์หรือโดนผู้คนตัดสินอย่างไร ก็จำต้องก้าวต่อไป
ขณะเดินทางไปสอบที่สนามสอบ เด็กน้อยคนนั้นก็เริ่มกลัวว่าจะออกมาดีหรือไม่
เด็กน้อยเริ่มคิดในใจว่า จะไปสอบทันเวลาไหมนะ เพราะตอนเดินทางไปสอบรถติด
เด็กน้อยเริ่มคิดในใจว่า ถ้าลืมสิ่งที่อ่านไปตอนเจอหน้ากระดาษสอบ เราต้องมั่วข้อสอบ ค. ในการสอบ หรือ ก. ถึงจะได้ผลลัพธ์ที่ให้เขาผ่านไปได้กันนะ
เด็กน้อยเริ่มคิดในใจว่า เขาลืมหยิบบัตรประจำตัวของผู้สอบเอาไว้ที่บ้านหรือเปล่า แล้วตรวจค้นดูด้วยความลนลาน
ทำไมการมุ่งหน้าสู่ความฝันในตอนเด็กมาตอนนี้ถึงเหนื่อยขนาดนี้ ไม่มีทางลัดพิเศษแบบในเกมที่เคยเล่นคลายเครียดตอนพักผ่อนบางเลยเหรอ
เด็กน้อยเกิดความสับสนขึ้นในใจ หรือว่าเราไม่ควรที่จะฝัน ความฝันเป็นเรื่องนามธรรม เลือนรางเกินเอื้อมมือคว้ากลับมาหรือเปล่า
ไม่เอาสิ ! อย่าพึ่งคิดไปถึงขนาดนั้น ยังไม่มีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้นเสียหน่อย
ผลลัพธ์ ณ วันประกาศผลสอบ
ได้ผลตามที่คาดเดาไหม หรือผลออกมาแย่มากไม่น่าดูเลย หรือว่าผลที่ได้เฉียดฉิวเกือบไม่ได้เข้ามหาวิทยาลัยแล้ว
ในความโล่งใจ ดีใจ เสียใจ ผิดหวัง คือความพยายามของการเดินทางเด็กน้อย
เด็กน้อยบางคนตั้งคำถามกับตัวเองว่า ในเมื่อเราสอบไม่ผ่าน เราก็หมดสิทธิ์ฝันต่อแล้วหรือเปล่า
ค่าสอบไม่ใช่น้อยเลยที่เสียไป
เด็กน้อยบางคนตั้งคำถามกับตัวเองว่า ยังไม่มีที่เรียนรอบนี้ ลองไปหางานทำและทบทวนบทเรียนไปควบคู่กัน รอบหน้าเอาใหม่ละกันนะ
เด็กน้อยบางคนตั้งคำถามกับตัวเองว่า จะเรียนรอดใช่ไหมตัวฉัน แล้วเริ่มหัวเราะกับตัวเอง
ตอนผลคะแนนสอบออกมายังจำกันได้ไหมว่ารู้สึกยังไงกันบ้าง ?
ตัวผู้เขียนเอง หากจำไม่ผิด ก็ผิดหวังไปประมาณ 2-5 ครั้ง มีความหวังผสมกับความไม่ยอมแพ้อีก 1 กำมือ
ตอนนั้นคิดว่าคงต้องแข่งขันกับผู้ที่มีความฝันหลายคนเลย และสู้กับความไม่ขยันอ่านหนังสือของตัวเองด้วยเช่นกัน
ดีไม่น้อยที่พบเพื่อนผู้มีความฝันคล้ายกันระหว่างทางเข้าห้องสอบ ส่งมอบกำลังใจให้กันและกัน จึงไม่ได้มีความเครียดเท่าตอนอยู่และสอบเพียงลำพังเช่นก่อนหน้านี้
เมื่อได้เข้ามาเรียนตามความฝัน
คงต้องปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ เนื่องจากระบบการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยไม่เหมือนกับตอนเรียนมัธยมศึกษา
หอพักชั่วคราวสำหรับเหล่าเด็กน้อยที่เดินทางมาเรียนไกลบ้าน เพื่อนใหม่ที่พบกันในกิจกรรมและคาบเรียนวิชาตามหน่วยกิต อาหารโรงอาหารที่ราคาไม่แพงแต่สุ่มดวงว่าจะได้อะไรแปลกใหม่ในแต่ละมื้อไหม
ความรักในรั้วมหาวิทยาลัยที่ชวนใจเต้นเหมือนในนิยายที่เคยอ่าน
ไม่ว่าเด็กน้อยจะพบเหตุการณ์อะไรในช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัย เด็กน้อยก็จะได้ประสบการณ์กลับมาแน่นอน
มีทั้งประสบการณ์ที่ดี ประสบการณ์ที่ไม่น่าจดจำ ประสบการณ์ที่จำไปอีกนาน
เจอประสบการณ์อะไรในช่วงเรียนกันบ้างแวะมาเล่าให้ฟังได้นะ
เมื่อผ่านพ้นช่วงมหาวิทยาลัยไป...ความฝันยังอยู่เหมือนเดิมไหม
น่าแปลกที่ไม่มีโอกาสให้เด็กน้อยได้พักหายใจสำหรับการเรียนที่หฤโหดในมหาวิทยาลัยเลยก็ต้องเข้าสู่วัยทำงานต่อ
นี่ใช่ความฝันตามที่ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ไหมนะ
เด็กน้อยได้เข้าสู่วงจรของมนุษย์ทำงาน เป็นฟันเฟืองให้กับบริษัทขนาดน้อยใหญ่และได้รับผลตอบแทนกลับมาใช้ชีวิต
เด็กน้อยบางคนอาจจะเลือก หยุดพักก่อนและกลายเป็นนักรับจ้างอิสระหรือคำที่คุ้นเคยกันดี freelance
เด็กน้อยบางคนอาจจะเลือก เปลี่ยนสายงานไปทำอีกด้านที่ไม่ได้เรียนจบมา
เด็กน้อยบางคนอาจจะเลือก เรียนต่อไปในระดับที่สูงขึ้นเพราะยังสนุกและอยากหาความรู้เพิ่มเติมจากสิ่งที่เรียน
ทุกการตัดสินใจพาเด็กน้อยคนนั้นมาสู่สิ่งที่แตกต่างจากตอนฝันครั้งแรกแค่ไหนกันไม่มีใครรู้นอกจากตัวเด็กน้อยเอง เมื่อมองกลับไปอาจพบว่าที่ผ่านมาถึงตรงนี้ได้เก่งมากๆเลย เดินทางมาเหนื่อยมากเลยสิ
ทั้งผู้คนรอบข้างที่ตัดสิน ไม่เชื่อว่าเด็กน้อยจะไปถึงจุดนั้นได้
ทั้งความรู้สึกในใจที่ตีอกชกตัวเอง สับสน โกรธ ร้องไห้ มีความหวัง
ทั้งสภาพแวดล้อม, ปัญหา รวมถึงอุปสรรคมากมายมาให้เราแก้ไขและเผชิญหน้าจนอ่วมและบาดเจ็บไปหลายต่อหลายครั้ง
ยังเผลอตำหนิตัวเองอยู่บ่อยๆเรื่องการเดินทางตามหาฝันอยู่ไหม ?
ความฝันก็แบบนี้แหละ ถ้ายังเต็มใจที่จะไปต่อก็ลุกขึ้นมาและเดินหน้าต่อ ถ้ายังอยากไปต่อแต่ติดปัญหาก็เคลียร์ปัญหาให้เสร็จเสียก่อนแล้วเริ่มเดินทางต่อ ถ้าอยากเริ่มความฝันใหม่ก็ไม่มีอะไรผิด ถ้าทอดทิ้งความฝันนี้ไปก็ไม่ผิดเช่นกัน ไม่มีบทลงโทษอะไรที่ตามมาในภายหลัง
เด็กน้อยที่เติบโตขึ้นสามารถรู้สึกอย่างที่เป็น อิสระที่จะใฝ่ฝัน มีความหวัง ไม่ว่าฝันจะเล็กหรือใหญ่ก็เป็นฝันของเด็กน้อย ตราบใดที่ฝันนั้นไม่ได้ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน
ได้เวลาทบทวนตัวเองอีกครั้ง ความฝันในตอนเด็ก ความฝันในตอบโต ความฝันในตอนนี้
ยังอยากทำให้ทุกฝันเป็นความจริงอยู่ไหม
จริงๆอาจจะไม่ได้เรียกว่าความฝันได้อย่างเต็มปาก เพราะฝันหลายๆอย่างก็กลายเป็นรายการที่อยากทำให้ได้ ตัวผู้เขียนเคยดูหนังแล้วพบว่าตัวละครมี bucket list หรือเรียกด้วยภาษาไทยว่า รายการของสิ่งที่อยากทำก่อนตาย ยาวเป็นหลายข้อให้ได้ทำ เมื่อทำสำเร็จก็จะรู้สึกภูมิใจ ดีใจ และโล่งใจที่ได้ลงมือทำ
อาจจะไม่จำเป็นต้องทำในคราวเดียวแบบในภาพยนตร์ ค่อยๆทำทีละนิดละหน่อยไม่ต้องรีบก็สบายใจดีเหมือนกัน
เคยลิสต์รายการที่อยากทำกันบ้างไหม ทำสำเร็จบ้างหรือเปล่า
หรือว่ายังไม่เคย จะลองทำรายการสิ่งที่อยากทำในตอนนี้ก็ได้นะ
ฝันในอีกนิยามคือการนอนหลับฝัน เพียงแค่เราเอนร่างกายลงบนเตียงนุ่ม โน้มศีรษะลงบนหมอน หลับตา ปล่อยให้ร่างกายผ่อนคลายไปตามที่ควรเป็น สมองของเราก็อาจจะพาเราไปพบกับความฝันได้หลากหลายรูปแบบเลย เช่น
ฝันว่า ตกจากที่สูง
ฝันว่า โลกอยู่ในช่วงที่ซอมบี้แพร่ระบาด หาทางเอาชีวิตรอดและห้ามถูกซอมบี้กัดเป็นอันขาด
ฝันว่า มีงูมาพันร่างกายแล้วฉกใส่ร่างกายเรา
แต่เมื่อตื่นลืมตาความฝันที่พึ่งผ่านพ้นมาก็จะเลือนหายไป หรือว่าคุณจำครบได้ทุกรายละเอียดในความฝัน ?
หากคุณอยากรู้ความหมายของฝันที่กล่าวไปข้างต้นก็สามารถนำไปค้นหาได้ทางเว็บไซต์ต่างๆ คุณจะได้คำแนะนำพร้อมกับตัวเลขเอาไว้ไปเสี่ยงโชคซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล
ไม่ว่าฝันเลวร้ายแค่ไหนก็ถูกตีความออกมาว่าเราจะโชคดี กลับกัน ไม่ว่าคุณฝันดีและมีความสุขกับฝันนั้นแค่ไหนก็จะถูกตีความออกมาว่าไม่ดี
ความฝันช่างคาดเดายากเสียจริง จิตใต้สำนึกค่อนข้างสุ่มความฝันมาให้เราลองเปิดเหมือนกล่องสุ่ม art toy
อาจเปิดได้ความฝันสุดพิเศษที่เหนือจินตนาการไปไกล อย่างที่คุณไม่เคยคิดฝัน
อาจเปิดได้ความฝันสุดพิสดารที่หากเกิดขึ้นจริงก็ขอให้มันจบโดยเร็ว
อาจเปิดได้ความฝันสุดเศร้าที่ตอนจบคุณต้องลุกตื่นมาเช็ดน้ำตาก่อนลุกไปล้างหน้า
แล้วเคยฝันอะไรกันบ้างเหรอ มาบอกเล่ากันได้เช่นกัน
ความรักคือความฝันอย่างหนึ่งไหมนะ
ความรักเป็นรูปแบบหนึ่งที่เรารู้สึกกับคน สัตว์ หรือสิ่งของที่เรารู้สึกดีด้วยมากๆ
เพลงรักคือฝันไปล่ะ ?
ถ้าวิเคราะห์ในมุมมองตัวผู้เขียนแล้วล่ะก็...เนื้อเพลงเป็นการให้คำนิยามของความรัก ซึ่งความรักให้ทั้งสุข ทุกข์ ความรักเหมือนไฟอันร้อนแรง เป็นดั่งดวงตะวันที่เจิดจ้าและสดใส แต่ความรักของผู้ร้องเป็นเพียงแค่ความฝัน ความรักที่ผู้ร้องได้รับมาเป็นความรักไม่สมหวัง ความรักที่ดีและที่ตามหาจึงอยู่ในความฝัน
หากจะนับว่าความรักตรงนี้เป็นความฝันได้ไหม อาจจะแล้วแต่ความนิยามและมุมมองของผู้คน
แต่สิ่งที่สามารถบอกได้โดยตรงก็คือทุกๆความฝันจะเป็นอย่างไรก็ได้เพราะความฝันไม่มีรูปแบบที่ตายตัว
ถ้าเราไม่มีความฝันจะเป็นอะไรไหม ?
ไม่เป็นไรเลย ไม่มีความฝันไม่ได้ทำให้เราใช้ชีวิตต่อไม่ได้เสียหน่อย
หรือว่า อยากลองวาดฝันในตอนนี้ดูก็ได้นะ เผื่อว่าคุณอยากลองอะไรใหม่ๆ
ความฝันเคยทำให้เราก้าวออกมาจากพื้นที่ปลอดภัย หรือ comfort zone ได้ด้วยนะ
ตัวผู้เขียนเคยเป็นเด็กน้อยที่ไม่เก่งการสื่อสาร แต่เป็นคนที่อยากมีเพื่อน แล้วตอนนั้นต้องย้ายโรงเรียนไปสู่สังคมใหม่ๆ ไม่รู้จักใคร เพื่อนใหม่ ครูใหม่ ชั้นเรียนใหม่
แต่เราอยากมีเพื่อนที่จะเรียนไปด้วยกัน หัวเราะ มีความสุขไปจนจบการศึกษา จึงต้องเริ่มต้นเข้าไปทักทายไงล่ะ
เราเลือกพูดชื่นชมกับเพื่อนคนแรกที่พบเจอ แน่นอนว่านึกกลับมาตอนนี้ก็แอบเขินที่ทำอะไรแบบนั้นไป
แต่เราได้เพื่อนคนนั้นมาเป็นเพื่อนจนเรียนจบมหาวิทยาลัยก็มีติดต่อกันอยู่บ้างเป็นครั้งคราว
หลังจากที่ได้ลองทักทายแล้วรู้สึกว่าน่าจะมีวิธีที่ทักทายคนได้อย่างธรรมชาติมากกว่านี้ เราจึงอ่านหนังสือเพื่อศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับทุกๆอย่างที่เราไม่รู้ไม่เข้าใจ เป็นเด็กติดห้องสมุดก็ว่าได้ ต้องยืมหนังสือกลับบ้านมาอ่านอย่างน้อย 2-3 เล่ม มากกว่านี้จะเกินที่กฎระเบียบของห้องสมุดกำหนดเอาไว้น่ะ
หนังสือกลายเป็นเพื่อนที่รู้ใจของเราด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะการ์ตูน นิยาย หนังสือพัฒนาตัวเอง หนังสือเอาชีวิตรอดต่างๆ เหมือนพาให้เราได้เจอสถานการณ์ที่เราไม่เคยเจอมาก่อน หรือหากเจอในอนาคตก็น่าจะมีวิธีในนั้นพาให้รอดชีวิตไปได้
ยิ่งอ่านเรื่อยๆก็รู้สึกว่าถ้าหากเราได้ลองเขียนหนังสือสักเล่มดูจะเป็นยังไงบ้างนะ
มีความฝันไหนที่พาให้เราก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัยเพื่อไปเจออะไรใหม่ๆกันบ้างไหม
โตขึ้นมาแล้วได้เป็นอย่างที่ฝันกันไหม ?
บางคนอาจจะนั่งอมยิ้มและเอ็นดูความฝันในวัยเด็กเมื่อย้อนนึกถึงกัน มันน่ารัก บริสุทธิ์ และไม่มีอะไรมาเจือปนให้ล้มเลิกได้ง่ายๆเลย เป็นพลังไฟที่ลุกโชน หากนำน้ำของอ่าวไทยทั้งหมดมาดับก็ยังเป็นไปได้ยากเลย
แต่มีคนดับมันได้นะ เด็กที่โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่คนนั้นสามารถดับได้ด้วยเพียงเป่ามันเบาๆเหมือนเทียนที่กำลังจะมอดลง น่าเศร้าที่เมื่อเราโตขึ้นทุกๆอย่างก็ดูไม่เป็นใจ และเป็นตัวพวกเราเองที่เดินถอยออกมาทิ้งระยะห่างจากเด็กคนนั้นไปไกล ไม่ได้หันแวะมามองเด็กที่ถือเทียนตรงนั้นอีก
เคยหันมากอดเด็กน้อยในตัวของคุณไหม
เด็กน้อยยังคงไม่ไปไหนหรอก ยืนอยู่ตรงนี้ เฝ้ามองตัวเองที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ไม่ผิดหวังในตัวคุณเลย
เก่งชะมัด ยอมแพ้ไปก็หลายรอบแต่ก็ลุกขึ้นกลับมาวิ่งต่อได้ โชคดีจังที่ได้เติบโตขึ้น
การเดินทางยังไม่ได้สิ้นสุดเพียงเพราะเด็กน้อยไม่ใช่เด็กน้อยคนนั้นในอดีต แต่เป็นเด็กน้อยที่ผ่านเรื่องราว ประสบการณ์ และผู้คนบนโลกมาหลายปี แข็งแกร่งขึ้นจากอุปสรรคปัญหาที่เคยเข้ามาและผ่านไป
อดีตเป็นบทเรียนมีค่า อนาคตไม่มีอะไรแน่นอน ปัจจุบันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะ
ที่ตัวผู้เขียนกำลังเขียนอยู่ก็นับเป็นความฝันเล็กๆของเด็กน้อยคนหนึ่ง เด็กน้อยคนนั้นสะกดคำถูกบ้างผิดบ้างแต่สิ่งที่เขียนออกมาเต็มไปด้วยความตั้งใจ ความฝัน ความทะเยอทะยานอันแรงกล้า เด็กน้อยสนุกกับการเขียนมากๆเลย แล้วพบกันใหม่ ขอให้ฝันดีกันนะ

0 ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น