เรื่อง ไม่มีใครอยากเผา...สิ่งที่พวกเขาใช้ดำรงชีวิตหรอก โดย ชุนนี่
ทุกคนเคยสงสัยมั้ยเวลาอ่านข่าวเรื่อง pm 2.5 ผ่านช่องทางออนไลน์ แล้วเขาบอกกันว่าเกิดจากการเผาป่าของคนชาติพันธุ์ ใช่เราก็เป็นคนนึงที่สงสัยว่ามันเป็นเรื่องจริงมั้ย? แล้วทำไมพวกเขาต้องเผาป่าละ เป็นเพราะพวกเขาไม่มีความรู้มั้ย รัฐบาลได้เข้าไปสอนวิธีที่ถูกต้องให้พวกเขามั้ย จนเราได้มาเจอเพจ @chuny_journey มีโครงการนึงน่าสนใจมาก เราเลยลองสมัครไปแล้วได้รับเลือก พอติดแล้วเราบอกเพื่อนกับน้อง ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันหมดว่าถ้าเรารู้แล้วยังไงต่อ เราจะแก้ไขอะไรได้ เราเป็นแค่ส่วนน้อยเอง
วันนี้เราเลยอยากมาลองแชร์ประกบการณ์ที่ได้ไปเรียนรู้จากการไปสัมผัสวิถีชีวิตของชาวปกาเกอะญอ ที่ เลอชิปู อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ให้ทุกคนฟัง ไร่หมุนเวียนของชาวปกาเกอะญอ คือระบบเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมที่ชาวปกาเกอะญอใช้ทำกินร่วมกับผืนป่าอย่างยั่งยืน โดยชาวบ้านจะใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิมที่คิดค้นขึ้น โดยจะเลือกพื้นที่ด้วยวิธีธรรมชาติไม่ใช่บุกรุกพื้นที่อนุรักษ์ แต่เลือกพื้นที่ที่เหมาะสมในเขตของชุมชน เลือกแค่ให้เพียงพอที่จะใช้ปลูกผักต่างๆที่ใช้เลี้ยงดูคนในครอบครัว เผาพื้นที่แต่ไม่ใช่การเผาป่าเพื่อทำลายแต่เป็นการทำการเกษตรที่เคารพธรรมชาติและใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ซึ่งชาวบ้านจะมีการทำแนวกันไฟและค่อยๆเผาหน้าดินให้ลามไปเรื่อยๆ ใช้เวลาไม่นานและชาวบ้านจะรอดูจนกว่าไฟจะดับสนิทซึ่งการเผาก็จะทำให้เกิดแร่ธาตุในดิน (ถ้าไม่เผาหน้าดินก็จะไม่มีแร่ธาตุ ชาวบ้านก็ต้องใส่ปุ๋ยหรือสารเคมีซึ่งก็จะทำให้หน้าดินเสียหายอีก) ไร่หมุนเวียนชาวบ้านจะปลูกผักต่างๆมากกว่า 40 ชนิดหลังจากนั้นชาวบ้านจะปล่อยแปลงเดิมให้ธรรมชาติฟื้นตัวประมาณ 8 ปีจึงกลับมาทำไร่หมุนเวียนที่แปลงนั้นอีก ซึ่งเราก็มีคำถามว่าทำไมต้อง 8 ปีละนานกว่านั้นไม่ได้หรอ? และคำตอบก็คือ ยิ่งต้นไม้มีอายุมากจะดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้น้อยลงกว่าต้นไม้ที่มีอายุน้อย
มีประโยคนึงที่พ่อของพี่โอ๋พูดตอนนั่งรอบกองไฟกันคือ “จะมีใครอยากทำ เหนื่อยก็เหนื่อย ไม่มีใครอยากเผาสิ่งที่พวกเขาใช้ดำรงชีวิตหรอก” ซึ่งเราคิดตามแล้วมันจริงมากเลย กับที่เราสัมผัสมาชาวบ้านรักต้นไม้ทุกต้นจริงๆ ดูจากประเพณีผูกป่าที่มีโดยมีจุดประสงค์เพื่อ แสดงความเคารพต่อธรรมชาติ ป่าไม้ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวบ้านเชื่อว่าอาศัยอยู่ร่วมกันกับมนุษย์ ป่าไม่ใช่แค่ทรัพยากร แต่คือบ้านของใครบางคน ที่เขารัก และปกป้องมันอย่างที่สุดแล้ว
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่มุมมองจากสิ่งที่เราได้ไปเห็น ไปฟัง และได้สัมผัสมาด้วยตัวเอง มันอาจไม่ใช่ทุกพื้นที่เป็นแบบที่เลอชิปู แต่อย่างน้อยก็ทำให้เราเข้าใจมากขึ้นว่าเรื่องราวที่เราเคยได้ยิน อาจไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเสมอไป แค่อยากชวนให้ทุกคนลองเปิดใจ ไม่รีบด่วนสรุปจากมุมเดียว และเผื่อพื้นที่ไว้สำหรับความเข้าใจที่หลากหลายมากขึ้นก็พอ 🙂
บทความอีกบทความนึงจากเพื่อนๆที่มาจากในเมืองที่ได้เข้ามาสัมผัสที่นี่กับพวกเราปล่อยจอยทริปกับชุนนี่
เรื่องราวที่คุณอาจสนใจ
Everything already explains itself
คุณลองจินตนาการจากหัวข้อที่ผมเขียนไว้สิ แล้วคุณจะรู้เอง
หลังประชุมลับ
ไฟในห้องดับลงก่อนเสียงเก้าอี้จะหยุดเสียดพื้น ทุกคนเหมือนหายใจพร้อมกันเฮือกหนึ่ง—ลึกและยาวกว่าตอนไหน ๆ ประตูบานเหล็กเปิดอ้า กลิ่นฝนใหม่หลุดเข้ามาปะทะผงชอล์กบนไวท์บอร์ด แสงโคมสีเหลืองไหลออกมาสู่อากาศ...
มิตรภาพแอนด์มิจฉาชีพ
“Home isn’t a Place, Is a Person. “ คำคมฝรั่งเขาว่าอย่างนั้นแต่ “So you that I'm Homeless?” คือตอนนี้เหงามาก ไม่ค่อยได้ปฏิสัมพันธ์กับผู้คน เพื่อนก็พอมีอยู่ แต่ไม่ใช่เพื่อนในแบบที่คุยกันได้ทุกเรื่อง...
0 ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น