มูฟออนให้ไว อย่าให้ใจต้องเจ็บช้ำ
“จะเอายังไง?” ชายร่างกำยำตรงหน้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ฝ่ายคนตัวเล็กกว่าที่กำลังจิบกาแฟร้อน ๆ อยู่นั้นสำลักทันใด ก่อนจะรีบเอื้อมมือไปหยิบกระดาษทิชชูที่ตั้งอยู่ด้านข้าง ฝ่ายที่นั่งตรงข้ามมองท่าทางที่แสนซุ่มซ่ามนั่นก็นึกรำคาญ สบถออกมาด้วยถ้อยคำทำร้ายจิตใจ
“โคตรน่ารำคาญ” ฝ่ามือเรียวที่กำลังซับคราบกาแฟบริเวณริมฝีปากชะงัก เขาพยายามอดกลั้นน้ำตาของตัวเองเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาหวิว
“ขอโทษ”
“ถ้าอยากขอโทษจริง ๆ ก็เลิกกันซะ ทางใครทางมันไม่ต้องมาเจอกันอีก” ว่าจบก็ลุกพรวดขึ้นมาจากเก้าอี้ เมื่อเห็นว่าคนรักของตัวเองกำลังจะเดินจากไป ก็รีบวิ่งไปคว้าแขนของเขาเอาไว้ พยายามรั้งอีกฝ่ายด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ใบหน้าเริ่มถอดสีเพราะหวาดกลัวว่าจะต้องเสียคนคนนี้ไป
“ถ้าเราทำอะไรผิดไปเราขอโทษนะ แต่เธออย่าทิ้งเราไปเลย เราอยู่ไม่ได้จริง ๆ ถ้าไม่มีเธอ” ภายในร้านกาแฟที่ตอนนี้มีคนเข้ามาใช้บริการไม่ขาดสาย สายตาทุกคู่จดจ้องมาที่ร่างของชายทั้งสองอย่างสนอกสนใจ ฝ่ายคนตัวสูงกว่ารีบสะบัดตัวหนีทันใด ก่อนจะผลักร่างของอีกคนจนล้มลงไปนั่งกับพื้น
“อย่ามาจับ จะไปไหนก็ไป!” ว่าจบก็เดินออกจากร้านไป ทิ้งให้อดีตคนรักนั่งร้องไห้เยี่ยงคนขาดใจตายท่ามกลางฝูงชน พนักงานภายในร้านเห็นท่าไม่ดีก็รีบเข้ามาพยุงร่างของเขา แล้วพาไปนั่งพักด้านหลังร้าน ‘ต้น’ นั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น อาลัยอาวรณ์กับความรักที่ร่วมสร้างกันมากับคนรักเป็นสิบปี พนักงานที่อยู่แถวนั้นก็สลับกันเข้าไปพูดปลอบใจด้วยความกระวนกระวาย
ต้นเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ค้นพบว่าตัวเองชื่นชอบผู้ชายด้วยกันเองก็ตอนเรียนอยู่ชั้นม.ต้น ตอนนั้นโดนทั้งเพื่อนและคนรู้จักล้อเรื่องรสนิยมทางเพศของเขาไม่เว้นแต่ละวัน ทว่าเขากลับมีครอบครัวที่คอยสนับสนุนความชอบของตัวเอง เขาเลยมีภูมิคุ้มกันจากคนพวกนี้อยู่มากพอสมควร คำพูดว่าร้ายพวกนั้นจึงไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลย
วันเวลาผ่านไปราว ๆ หนึ่งปีหลังจากที่ต้นค้นพบตัวเอง เขาก็ได้พบกับ ‘เสือ’ เพื่อนนักเรียนชายต่างห้องที่ได้มารู้จักกันก็เพราะเข้าชมรมห้องสมุดเหมือนกัน นับแต่นั้นเป็นต้นมาความสัมพันธ์ของทั้งสองก็พัฒนามาเรื่อย ๆ จนในที่สุดต้นกับเสือก็เป็นแฟนกัน ตลอดเวลาที่คบกันเสือเป็นแฟนที่ดีมาโดยตลอด ไม่เคยนอกกายนอกใจ รักเดียวใจเดียว ปฏิบัติกับต้นเยี่ยงเขาเป็นเจ้าหญิง ทว่าช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นกลับจบลงเพราะเหตุการณ์เมื่อไม่นานมานี้
เสือได้ไปเจอกับเพื่อนเก่าของตัวเองที่ย้ายบ้านไปอยู่ที่ต่างประเทศตั้งแต่สมัยประถม เป็นคนที่เสือมักจะเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่ประทับใจให้ต้นฟังเสมอ แต่ต้นก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมาย คิดเพียงว่าใครคนนั้นคงเป็นเพื่อนที่เสือรักมาก แต่ก็ไม่คิดว่าจะรักมากถึงขนาดที่ทำให้เสือเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้
เสือเริ่มออกไปเที่ยวกับเพื่อนเก่าคนนี้ถี่มากขึ้น บางวันก็ไปเที่ยวกลางคืนด้วยกัน กลับมาที่บ้านอีกทีก็เช้าของอีกวัน ต้นเครียดมากเพราะไม่เคยประสบปัญหานี้มาก่อนเลยในชีวิตรักของตัวเอง หลังจากนั้นความสัมพันธ์ของเขากับเสือก็ยิ่งย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ แค่ต้นเอ่ยถึงเพื่อนเก่าคนนั้นเสือก็จะโมโหใส่เขาทันที ไม่ยอมฟังเหตุผลและมักจะปลีกตัวไปอยู่กับเพื่อนเก่าคนนั้นโดยให้เหตุผลว่าต้นทำตัวงี่เง่า ต้นได้แต่นั่งถามตัวเองว่าเขาทำอะไรผิดพลาดไปถึงได้ทำให้ชีวิตรักของเขามาถึงจุดนี้ได้ แต่เขาก็พยายามให้กำลังใจตัวเองว่าทุก ๆ อย่างมันจะดีขึ้นในไม่ช้า เขาว่ากันว่าคู่รักที่คบกันมานานอย่างไรเสียก็ต้องมีสักครั้งที่ต้องทะเลาะกัน นี่เพิ่งจะเป็นครั้งแรก ๆ ที่ต้นทะเลาะกับเสือเอง เดี๋ยวทุกอย่างมันก็จะดีขึ้น
จนกระทั่งต้นได้รับข้อความจากเพื่อนสนิทของตัวเอง บอกว่าเห็นเสือกับเพื่อนเก่าคนนั้นอยู่ที่ร้านนั่งดื่มแห่งหนึ่ง ก่อนจะพากันไปต่อที่โรงแรมม่านรูด ตอนที่ต้นได้ฟังครั้งแรกเขาเข่าทรุดลงไปนั่งกับพื้นทันที เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนอย่างเสือที่ไม่เคยนอกใจเขามาตลอดหลายสิบปีจะทำแบบนี้กับเขาได้ลงคอ ทว่าความรักที่ต้นมีให้กับเสือมันมากเกินไปจนทำให้เขาไม่สามารถตัดใจจากอีกฝ่ายได้ เขาจึงทำเป็นหูหนวก ตาบอด ไม่ว่าเพื่อนสนิทจะส่งข่าวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเสือกับเพื่อนเก่าคนนั้นมาพร้อมหลักฐานมากมายขนาดไหน เขาก็จะทำเป็นไม่เห็น และทำตัวเป็นคนโง่ต่อไป
แต่ความอดทนของคนเรามันมีขีดจำกัด เสือพาเพื่อนเก่าคนนั้นมานอนที่บ้าน กำลังบรรเลงเพลงรักกันบนเตียงเสียสนั่นลั่นบ้าน ต้นเปิดเข้าไปเจอพอดีก็เหลืออด เดินปรี่เข้าไปหยิบแจกันฟาดเข้าที่หัวของเพื่อนเก่าคนนั้นจนอีกฝ่ายเลือดตกยางออก แต่สิ่งที่ทำให้เขาเจ็บปวดยิ่งกว่าคือแทนที่เสือจะเข้ามาพูดคำแก้ตัวเหมือนที่ผ่าน ๆ มา ๆ กับเขา มาอ้อนวอนให้เขาให้อภัย คราวนี้เสือกลับวิ่งเข้าไปประคองร่างของหญิงสาวคนนั้นเอาไว้ แล้วตะคอกถ้อยคำหยาบคายใส่ต้นแทน ต้นยืนจ้องมองร่างของคนทั้งสองไปพลาง น้ำตาไหลอาบสองแก้มใสไปพลาง เสือมองค้อนใส่ต้นก่อนจะประคองร่างของหญิงสาวให้เดินออกจากห้องไป โดยไม่คิดจะเห็นหัวแฟนของตัวเองเลยแม้แต่น้อย
หลังจากนั้นต้นก็ไม่ได้เจอเสืออีกเลย ต้นพยายามติดต่อเสือทุกช่องทาง แต่เสือก็ไม่ติดต่อกลับมา ซ้ำร้ายยังบล็อกโซเชียลของต้นทุกรูปแบบอีกต่างหาก ต้นเสียใจมาก เขาเอาแต่โทษที่ตัวเองใจร้อน และไม่มีความอดทนมากพอ จนในที่สุดก็มีวันหนึ่งที่เสือติดต่อกลับมา ต้นดีใจมากและอยากจะขอโทษกับทุกเรื่องที่เกิดขึ้น ต้นสัญญาว่าต่อจากนี้ไปเขาจะไม่ไปก้าวก่ายเสืออีก ขอเพียงแค่เขายังมีเสืออยู่ในชีวิตก็พอ
ทว่าเป้าหมายของเสือที่นัดพบเจอต้นในวันนี้ เพื่อต้องการตัดขาดความสัมพันธ์กับต้นอย่างถาวร แม้ต้นจะร้องไห้ออกมาจนจะขาดใจตาย เสือก็ไม่หันกลับมามองเขาเลยแม้แต่นิด ต้นรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งหัวใจ น้ำตามันไหลออกมาราวกับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงได้ กว่าต้นจะควบคุมสติของตัวเองให้เดินออกมาจากในร้านกาแฟนั่นได้ ก็นั่งร้องไห้อยู่แบบนั้นตั้งสองชั่วโมง
ต้นเดินกลับมายังบ้านของตัวเองที่ตอนนี้ไร้ซึ่งร่องรอยของคนรัก เขาทรุดลงไปนั่งกับพื้นอีกครั้งก่อนจะร้องไห้ออกมาจนสุดเสียง ทันใดนั้นเองโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น ต้นดีใจมากเพราะคิดว่าเป็นเสือที่โทรมา ทว่ารอยยิ้มนั้นก็ค่อย ๆ หุบลงเมื่อพบว่าสายที่โทรมาไม่ใช่เสือ แต่เป็นเพื่อนสนิทของตัวเอง
‘พล’ หรือเพื่อนสนิทของต้น พอได้ยินเสียงขึ้นจมูกแปลก ๆ จากเพื่อนของตัวเองก็รับรู้ได้ในทันทีเลยว่าต้นต้องเจอเรื่องอะไรมาอีกแน่ ๆ เลยรีบเดินทางไปหาต้นที่บ้านทันที พอมาถึงก็เห็นต้นนั่งร้องไห้ ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงราวกับผีบ้า สภาพไม่ต่างจากคนจรจัดริมทาง พลรู้สึกเวทนาเพื่อนของตัวเองมากเหลือเกิน แต่จะไปด่าทออะไรตอนนี้ก็เห็นทีว่าจะไม่ใช่เวลา เขาโผเข้ากอดร่างของต้นพลางลูบหัวเป็นการปลอบประโลม ปากก็พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“กูอยู่นี่แล้วไอ้ต้น” ต้นร้องไห้หนักกว่าเดิมพร้อมกระชับอ้อมกอดนั้นอย่างโหยหา กว่าอาการของต้นจะดีขึ้นก็ปาเข้าไปอีกสองชั่วโมง พลพอเห็นว่าเพื่อนของตัวเองน่าจะเริ่มคุยกันรู้เรื่องแล้ว ก็เริ่มสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น
“ไหนเล่ามาเกิดอะไรขึ้น?” ต้นมองหน้าพลครู่หนึ่งก่อนจะหลบสายตาของอีกฝ่าย พลางพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“เสือบอกเลิกกูแล้ว” พูดไปน้ำตาก็รื้นขึ้นมาอีกครั้ง พลมองเพื่อนของตัวเองก่อนจะถอนหายใจออกมา
“ต้น มองหน้ากู”
“...” ต้นส่ายหน้า ไม่ยอมหันหน้ามามองเพื่อนตัวเองเลยแม้แต่นิด เขาละอายใจเหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่เพื่อนก็คอยบอกข่าวคราวของสองคนนั้นอยู่ตลอดเวลา ทว่าเขาเองกลับไม่ยอมรับฟัง สุดท้ายก็ต้องมาพบเจอจุดจบอันแสนน่าสมเพชแบบนี้ เขารู้สึกอับอายจนไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเพื่อนของตัวเองด้วยซ้ำ
“กูโง่เอง ที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ก็เพราะความโง่ของกูเอง” พูดจบก็เม้มริมฝีปากของตัวเองจนเลือดซึมออกมา พลเหลือบมองก่อนจะเดินไปหยิบกระดาษทิชชูมาซับเลือดดังกล่าวให้ พลางพูด
“อย่าโทษตัวเอง มึงไม่ได้โง่ มันต่างหากที่มักมาก”
ต้นเบ้ปากเล็กน้อยเพราะหัวใจมันรู้สึกเจ็บปวดมากเหลือเกิน มันทรมานเหมือนคนจะขาดใจตายเสียให้ได้ พลเอื้อมมือไปลูบแก้มของอีกฝ่ายเบา ๆ เขารู้ว่าในตอนนี้ต้นเจ็บช้ำมากขนาดไหน เป็นเขาก็คงจะตกอยู่ในสภาพที่ไม่ได้ต่างกัน คนเคยรักกันมาตั้งสิบกว่าปีกลับโดนหักหลังกันแบบนี้ เป็นใครก็คงจะเสียใจไม่น้อย
นับตั้งแต่วันนั้นต้นก็ย้ายไปอยู่กับพล แม้ช่วงแรก ๆ ต้นจะยังเอาแต่นั่งเพ้อและนอนละเมอ ฝันร้ายเกี่ยวกับเหตุการณ์ระหว่างเขากับเสืออยู่บ่อย ๆ ก็ตาม ทว่าพลกลับไม่เคยคิดที่จะขับไล่ไสส่งเพื่อนสนิทคนนี้แต่อย่างใด เขาอยากเห็นต้นกลับมาสดใสอีกครั้ง เขาสาบานกับตัวเองไว้แล้วว่า เขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อทำให้ต้นคนเดิมกลับมาให้ได้
พลมักจะพาต้นไปสูดอากาศยามเช้าและยามเย็น ไปออกกำลังกาย ทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อไม่ให้ต้นฟุ้งซ่านและกลับมารักตัวเองมากขึ้น และดูเหมือนว่าความพยายามของพลจะไม่เสียเปล่า ต้นอาการดีขึ้นจากก่อนหน้านี้ขึ้นมากจริง ๆ ต้นยิ้มออกมาได้มากขึ้น ไม่นอนร้องไห้หรือละเมอคิดจะปลิดชีวิตตัวเองเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว
ทุกอย่างเหมือนจะดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ทว่าอุปสรรคอันยิ่งใหญ่สู่เส้นทางที่จะทำให้ต้นกลับมาสดใสอีกครั้งกลับปรากฏตัวขึ้น เสือที่หายหน้าหายตาไปนานติดต่อต้นกลับมา ต้นทำเป็นไม่สนใจเพราะไม่อยากเห็นตัวเองตกอยู่ในสภาพน่าสมเพชแบบก่อนหน้านี้อีก ทว่าเสือก็ยังคอยรบกวนเขาไม่เลิก หนักสุดก็มายืนรอต้นที่หน้าบ้าน นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ต้นยังไม่ย้ายกลับไปพักที่บ้านของตัวเอง ต้องอาศัยอยู่ร่วมกับพลที่คอนโดไปก่อน
แต่แล้ววันหนึ่งบทพิสูจน์อันแสนยิ่งใหญ่ในชีวิตของต้นก็ถือกำเนิดขึ้น วันนั้นเป็นวันที่ฝนตกปรอย ๆ ต้นกับพลตกลงกันว่าจะไปกินหมูกระทะด้วยกัน เนื่องในวันที่พลได้เลื่อนตำแหน่งและได้เงินเดือนที่เพิ่มมากขึ้น ในระหว่างที่ต้นกำลังยืนรอพลอยู่ที่หน้าตึกนั่นเอง ก็มีมือของใครบางคนมาสะกิดที่ไหล่ของเขา
“เป็นต้นจริง ๆ ด้วย” เป็นเสือนั่นเองที่เข้ามาทักทาย ต้นมองอีกฝ่ายหัวจรดเท้าก่อนจะเอ่ยทักทายกลับอย่างไม่ได้ยี่หระอะไร
“เสือ? มาที่นี่ทำไม?” เสือชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะล้มลงไปคุกเข่ากับพื้น เอื้อมมือมาจับแขนของต้นแล้วเอ่ยด้วยสีหน้าท่าทางที่น่าสงสาร
“เราผิดไปแล้วเธอ เราขอโทษที่นอกใจเธอแต่ตอนนี้เรารู้ตัวเองแล้วว่าเราขาดเธอไม่ได้ เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมกันเถอะนะ เราขอร้อง” ว่าพลางเลื่อนมือมากอดขาของต้นเอาไว้ ท่าทางอันแสนน่าสมเพชนั่นของเสือทำให้ต้นมองเห็นภาพทับซ้อนของตัวเองขึ้นมา แล้วก็ได้แต่คิดในใจว่าตอนนั้นเขามีสภาพน่าสังเวชขนาดนี้เลยหรือ? ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วผลักเสือให้ออกห่างจากตัวเองไปเล็กน้อย
“เสืออย่าทำแบบนี้สิ เดี๋ยวแฟนเธอมาเห็นเข้าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ อีกอย่างเราสองคนก็ไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วด้วย ช่วยรักษาระยะห่างเอาไว้ก็ดี” ว่าพลางเดินถอยจากอีกฝ่ายมาก้าวหนึ่ง เสือทำสีหน้าประหลาดใจก่อนจะรีบคลานเข่าเข้ามาหาต้น แล้วพูดอ้อนวอนอย่างไร้ซึ่งศักดิ์ศรี
“เธอให้โอกาสเราอีกครั้งได้มั้ย ตอนนั้นเราหน้ามืดตามัวจนมองไม่เห็นว่าใครคือคนที่ใช่สำหรับเราจริง ๆ แต่ตอนนี้เรารู้แล้วว่าใครคนนั้นก็คือเธอ เป็นเธอมาโดยตลอด เราขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ทำไป ได้โปรดให้อภัยเราเถอะนะ เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมกันเถอะ เราคิดถึงเธอมากเลย” ต้นถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะเหลือบมองไปที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือของตัวเองเพื่อดูเวลา กลัวว่าร้านหมูกระทะที่ตั้งใจจะไปกินกับพลแค่สองคนจะปิดเสียก่อน ในตอนนั้นเองพลก็เดินลงมา และมาเจอกับภาพที่ทำให้ตัวเองค่อนข้างตกใจ เขารีบเดินเข้าไปหาต้นแล้วกระซิบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ทันที
เสือเหลือบมองต้นกับเสือกระซิบกระซาบกันก็โพล่งขึ้นมา
“นี่มึงแอบตีท้ายครัวกูเหรอไอ้พล มึงแอบมาเล่นชู้กับเมียกูเหรอ?” ว่าพลางพุ่งตัวเข้ามาหวังจะทำร้ายให้พลเลือดตกยางออกกันไปข้าง ทว่าต้นก็เข้ามาขวางเอาไว้เสียก่อน ต้นมองเสือด้วยสายตาติดรำคาญก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน
“พอเหอะเสือ เรื่องของเรามันจบไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว เสือก็เป็นคนพูดเองนี่ แล้วยังจะมาเรียกร้องอะไรจากเราอีก เธอก็มีคนของเธอแล้วไม่ใช่หรือไง จะมายุ่งกับเราอีกทำไม?” เสือเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ตีหน้าเศร้าทันใดก่อนจะเข้าไปกอดขาของต้นแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร
“เราผิดไปแล้วจริง ๆ ต้นยกโทษให้เราเถอะนะ” ต้นกลอกตาไปมาเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองทางพล พลไหวไหล่แล้วเอ่ยขึ้นมาลอย ๆ
“ไม่ใช่ว่าเพราะเพื่อนเก่าคนนั้นของมึงมันมีผัวอยู่แล้ว ก็เลยคิดที่จะกลับมาหาน้ำพริกถ้วยเก่าอย่างต้นมันหรอกใช่มั้ย เสือ?” เสือได้ยินแบบนั้นก็คิ้วกระตุกทันใดก่อนจะรีบพูดแก้ตัวด้วยท่าทางมีพิรุธ ต้นเหนื่อยที่จะต้องเสวนากับคนแบบนี้แล้ว ก็เลยตัดสินใจสะบัดตัวหนีแล้วกล่าวตัดความสัมพันธ์กับอีกฝ่ายอย่างเด็ดขาด
“ต้น-”
“เสือเลิกทำตัวแบบนี้เหอะ ในเมื่อเสือบอกเลิกเราไปแล้วก็ไม่ต้องมาข้องเกี่ยวอะไรกันอีก ตอนนี้เรามีชีวิตที่ดีมากโดยที่ไม่ต้องมีเธอมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตแล้ว เราอยู่ได้โดยที่ไม่มีเธอแล้ว ดังนั้นช่วยหยุดมารังควานเราสักที เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วนะเสือ แค่เพื่อนเรายังไม่อยากเป็นกับเธอเลย” เสือน้ำตาไหลพราก พยายามอ้อนวอนให้ต้นให้อภัยตัวเอง แต่ต้นตัดสินใจเด็ดขาดไปแล้ว และจะไม่คืนคำเด็ดขาด เขาเดินสะกิดพลให้เดินออกมาจากตรงนั้นโดยไม่ต้องสนใจเสือ ทำราวกับเสือเป็นเพียงแค่อากาศธาตุเท่านั้น
วันเวลาผ่านพ้นไปหลายปีดีดัก ต้นได้ข่าวมาว่าเสือ อดีตคนรักของเขาทำใจยอมรับการสูญเสียต้นไปจากชีวิตไม่ได้ก็เลยตัดสินใจไปบวช และยังลือกันให้สนั่นว่าจะเป็นการบวชแบบไม่สึกอีกด้วย ต้นที่ได้ยินแบบนั้นก็ร่วมอนุโมทนาบุญด้วย
ต้นกับพลยังคงเป็นเพื่อนสนิทกันเหมือนเดิม เวลาว่างก็มักจะไปเที่ยวด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน เยี่ยงคนรักทว่ากลับไม่มีสถานะ คนอื่นอาจจะมองว่านั่นเป็นสิ่งไม่ดีในความสัมพันธ์เพราะมันดูไม่ชัดเจน ทว่าตรงกันข้ามกับความคิดของต้นและพล ทั้งสองมีความคิดเห็นตรงกันว่าแค่เราสองคนอยู่ด้วยกัน มีความสุขด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ก็ไม่จำเป็นจะต้องมีสถานะอะไรมากำกับพวกเขาเอาไว้ก็ได้ และบางครั้งชีวิตคนเราอยู่แบบโสด ๆ ไปบ้างก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร ขอแค่มีเพื่อนดี ๆ สักคนที่จะคอยอยู่กับเราในยามที่เราไม่เหลือใครแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว
สุดท้ายนี้จึงอยากฝากเอาไว้ ว่าก่อนที่เราจะไปรักใคร เราต้องรักตัวเองให้ได้ก่อน แล้วถ้าถึงเวลาที่เขาไม่ได้รักเราแล้ว เราต้องรีบเดินหน้าต่อ เอาตัวตนเดิมของเรากลับคืนมาจากความเศร้านั้นให้ได้ อย่าสูญเสียความสดใสนั้นไปเพราะคนที่ทำให้ใจเราต้องเจ็บช้ำเลยนะคะ ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ ไว้เจอกันใหม่คราวหน้า สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

0 ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น