ภาพวาดที่สวยงามในชีวิตจริง
"ผมไม่คิดว่าภาพวาดที่เคยอยู่ในจิตนาการจะเกิดขึ้นในชีวิตจริงได้เร็วขนาดนี้ ผมไม่แน่ใจว่ากำลังฝันอยู่หรือไม่ แต่สุดท้ายผมก็สัมผัสได้ว่า น้ำตาแห่งความภาคภูมิใจกำลังไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง ซึ่งเป็นการยืนยันคำตอบได้เป็นอย่างดีว่า ทุกอย่างคือเรื่องจริง ผมไม่ได้กำลังฝัน และผมก็มองเห็นภาพที่สวยงามในชีวิตจริงได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เมื่อคนที่ผมรักมากที่สุดกำลังชื่นชมกับภาพอันสวยงามนี้ และผมจะไม่มีวันลืมช่วงเวลาที่ผ่านมา ช่วงเวลาที่ต่อสู้ และช่วงเวลาที่ไม่เคยยอมแพ้ จนกระทั่งกลายเป็นภาพที่สวยงามในชีวิตจริงในวันนี้ ผมขอบคุณทุกคนที่ให้การสนับสนุนและเชื่อมั่นในสิ่งที่ผมทำเสมอมา ขอบคุณจากใจจริงๆครับ"
เสียงปรบมือจากทุกคนในห้องประชุมดังขึ้น หลังจากที่วิทยากล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้งถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่เขาได้รับเกียรติให้มาพูดถึงวิธีการทำธุรกิจสำหรับคนรุ่นใหม่ เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ช่วยจุดประกายความฝันให้กับผู้คนมากมาย เป็นอีกหนึ่งโครงการที่เขามีส่วนร่วมทำให้เกิดขึ้น เพราะตั้งแต่ที่ประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจ เขาก็ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งยังคงดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการใช้เงินบางส่วนที่เขามีอยู่สนับสนุนโครงการให้ดำเนินต่อไปได้จนกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ต่างๆ และนับจากนี้ไปเขาตั้งใจเป็นอย่างดีที่จะตอบแทนสังคม และทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขารับรู้ดีว่า ไม่เคยมีวันไหนที่เขาที่ไม่พยายาม ซึ่งผลลัพธ์ของความพยายามทั้งหมดก็กลายเป็นความสวยงามในแบบที่เขาเคยวาดฝันเอาไว้ เป็นวันที่เขามีทุกอย่าง และสามารถแบ่งปันหรือทำประโยชน์เพื่อสังคมต่อไปได้
หากย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว วิทยาเป็นเพียงเด็กที่ทางบ้านมีฐานะที่ยากจน เขาต้องดิ้นรนทำงานตั้งแต่เด็กเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของที่บ้าน เพราะเป็นเด็กที่ใฝ่ดี เขาจึงมีความพยายามและดิ้นรนมากกว่าเด็กทั่วไปเพื่อที่จะมอบโอกาสให้กับตัวเอง ซึ่งในทุกๆวันเขามักจะไปรับจ้างเป็นเด็กล้างจานตามร้านอาหารเพื่อค่าแรงอันน้อยนิด แม้จะเป็นเพียงเงินจำนวนที่ไม่มากสำหรับคนอื่น แต่สำหรับเขากลับเป็นความภาคภูมิใจที่ทำให้เขามีเงินเก็บมากขึ้น และการมีเงินเก็บจำนวนหนึ่งก็ช่วยให้เขาสามารถแบ่งเบาภาระทางบ้านได้มากขึ้น สุดท้ายเขาก็ได้เข้าไปเรียนที่โรงเรียนสายอาชีพแห่งหนึ่ง แม้จะไม่มีโอกาสได้เรียนเหมือนเด็กๆทั่วไป แต่อย่างน้อยเขาก็เลือกที่จะพาตัวเองไปอยู่ในจุดที่สามารถนำเอาความรู้ไปต่อยอดกับการทำงานในอนาคตได้บ้าง เพราะความฝันที่เขาต้องการคือการมีชีวิตที่ดีขึ้น มีเงินมากพอที่สามารถช่วยให้พ่อกับแม่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และวันนี้ความพยายามทั้งหมดของเขาก็ไม่เคยสูญเปล่า เขาทำงานควบคู่ไปกับการเรียนจนมีเงินเพื่อใช้จ่ายในช่วงที่เรียนได้เพียงพอ และก็นับว่าเป็นความโชคดีเช่นเดียวกันที่เขาได้พบเจอกับรุ่นพี่ในสายอาชีพเดียวกัน ซึ่งรุ่นพี่คนดังกล่าวมีความรู้ด้านการบริหาร จึงทำให้เขาได้เรียนรู้จากรุ่นพี่และนำมาปรับใช้กับตัวเองจนกลายเป็นธุรกิจที่เขาดำเนินการมาครบ 1 ปี พอดี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เขาภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก เพราะไม่ใช่แค่การทำธุรกิจ แต่ยังเป็นการช่วยเหลือคนในสังคมให้มีอาชีพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
วิทยาเริ่มต้นทำธุรกิจการเกษตรในหมู่บ้าน เพราะต้องการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย แต่ยังคงมีงานทำ มีเงินเพื่อจุนเจือให้กับพ่อและแม่ อีกอย่างการทำการเกษตรในแบบที่เขาเลือกก็เป็นการเกษตรแบบใหม่ เขาชื่นชอบการปลูกผักออร์แกนิค และใช้ความรู้สายอาชีพที่เขามีมาประยุกต์ใช้ให้มีความทันสมัยมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันก็นับว่าเป็นความโชคดีที่มีสื่อโซเชียลเข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น การทำธุรกิจจึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้มีคนรู้จักและมีการบอกต่อเพื่อให้มีคนรู้จักมากขึ้น เขาเลือกใช้พื้นที่เพาะปลูกบางส่วนที่มีอยู่แล้ว ซึ่งเป็นที่ดินของพ่อกับแม่ และเขาก็นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น วิทยาจัดทำแปลงเพาะปลูกผักออร์แกนิคหลากหลายชนิด ซึ่งถือว่ามีการตอบรับที่ดีจากลูกค้าที่เป็นสายรักสุขภาพ เมื่อกลุ่มเป้าหมายเริ่มขยายใหญ่ขึ้น เขาจึงเปิดโอกาสให้กับคนในท้องถิ่นได้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำงาน ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งกลุ่มของตลาดแรงงานเพื่อขับเคลื่อนรายได้ให้กับชุมชนมากยิ่งขึ้น ส่วนใหญ่เขาจะจ้างในส่วนของการดูแลแปลงผัก การเก็บเพื่อจำหน่าย และการแพ็กสินค้าส่งให้กับลูกค้า ส่วนเรื่องการตลาดและบริหารงานอื่นๆยังคงเป็นเขาที่บริหารจัดการเอง
วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่เขายังคงทำงานเช่นเดิม แต่มีความพิเศษมากขึ้น เพราะวันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่เขาต้องสอนงานให้กับพนักงานที่เพิ่งรับเข้ามาใหม่ ซึ่งจะมาช่วยเขาทำงานในส่วนของการตลาด ช่วยดูแลช่องทางการติดต่อ การโปรโมทสินค้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เพราะในขณะนี้ธุรกิจที่เขาทำถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง การรับคนให้เขามาช่วยดูแลจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี และเขาก็ยินดีที่จะเปิดโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ได้เข้ามาทำงานในส่วนนี้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้กับคนในท้องถิ่นได้ทำงานใกล้บ้าน แต่ยังคงได้รับค่าตอบแทนที่อยู่ในระดับดี เพราะเขาเข้าใจดีว่า ในต่างจังหวัดค่อนข้างขาดแคลนแรงงานในบางส่วน อีกทั้งค่าแรงค่อนข้างถูกเช่นเดียวกัน เขาจึงเลือกที่จะพัฒนาในจุดนี้ให้ดีขึ้น และเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันให้คนรุ่นใหม่กล้าที่จะทำอะไรที่แตกต่างไปจากเดิม
ในขณะที่เขาครุ่นคิดถึงเป้าหมายที่เริ่มกลายเป็นจริงในหลายๆอย่างมากยิ่งขึ้น เสียงกริ่งหน้าประตูจึงดังขึ้น เขาจึงเดินไปที่ประตูหน้าบ้าน พร้อมกับกล่าวต้อนรับพนักงานคนใหม่เพื่อให้เกิดความรู้สึกดีและเป็นกันเองมากยิ่งขึ้น
"อาคมใช่ไหม"
"ครับ สวัสดีครับคุณวิทยา"
"สวัสดี เรียกพี่วิทยาก็ได้ จะได้ทำงานด้วยกันง่ายขึ้น"
"ครับพี่วิทยา"
"เข้ามาข้างในก่อน เบื้องต้นพี่จะแจ้งรายละเอียดก่อนเริ่มงาน แล้วก็จะพาเดินไปดูที่ฟาร์ม ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกผักออร์แกนิค"
"ได้เลยครับ"
จากนั้นวิทยาจึงแจ้งรายละเอียดงานคร่าวๆที่พวกเขาต้องทำร่วมกัน และมีการเซ็นต์สัญญาตามที่ตกลงกันไว้ จากนั้นวิทยาจึงพาอาคมไปดูแปลงเพาะปลูก เพื่อที่จะได้มองเห็นภาพกว้างมากขึ้น อีกทั้งยังได้เรียนรู้วิธีการต่างๆเบื้องต้น ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของเขาเช่นเดียวกัน
ณ ฟาร์มของวิทยา
วิทยาใช้พื้นที่ราวๆ 3-4 ไร่ ซึ่งถูกแบ่งประเภทของผักแต่ละชนิดเอาไว้อย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่เพียงความสวยงามเท่านั้น แต่ยังง่ายต่อการจัดการ เพราะผักออร์แกนิคที่นี่ค่อนข้างมีจำนวนมาก การจัดประเภทและแปลงเพาะปลูกไว้เป็นหมวดหมู่จึงง่ายต่อการจัดการ
อาคมมองแปลงผักด้วยความตื่นเต้น เขาเคยมีความฝันไว้เช่นกันว่า อยากมีฟาร์มผักเป็นของตัวเอง การได้มาทำงานที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งความฝันที่เขาต้องการ เพราะเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่เขาสามารถเรียนรู้ได้จากการทำงานจริง อีกทั้งยังเป็นการทำงานที่เขารักเช่นเดียวกัน ในขณะที่เขาใช้ความคิดกับภาพตรงหน้าอย่างมีความสุข วิทยาเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความสุขจึงอธิบายถึงความเป็นมาของแปลงผักที่เขาหลงรักและตั้งใจทำมันเป็นอย่างดี
"หลายคนอาจจะคิดว่า แค่ปลูกผักมันจะไปยากอะไร แต่สิ่งที่ยากกว่าการปลูกผักสักต้นให้สวยงามและเป็นที่ต้องการได้นั้นคือ ความรัก ความเอาใจใส่ เพราะผักทุกต้นเติบโตจากพลังงานของความรักและความเอาใจใส่ ไม่ใช่แค่การปลูกและการปล่อยทิ้งแล้วรอเก็บผลผลิตเพียงอย่างเดียว"
"ลึกซึ้งมากเลยครับ นี่คงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ผักของพี่วิทยาเป็นที่นิยมในตลาด"
"ใช่แล้ว เราปลูกในสิ่งที่เราต้องการ เราอยากกินแบบไหนก็ตั้งใจทำเมนูนั้นให้ดี เช่นเดียวกับผักที่เราอยากกินแบบปลอดภัย ผู้บริโภคก็ต้องการแบบนั้น เราจึงทำเหมือนเราเป็นผู้บริโภคไปพร้อมๆกัน"
"ขอบคุณสำหรับแนวคิดดีๆครับ ผมขอถามสักเรื่องได้ไหมครับ"
"ได้สิ"
"ทำไมพี่วิทยาถึงรับผมเข้าทำงานครับ ทั้งที่ผมบอกว่าผมก็อยากมีฟาร์มผักเหมือนกัน พี่ไม่กลัวว่าผมจะขโมยสูตร หรือวิธีการในการทำธุรกิจไปหรอครับ"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า กลัวสิ แต่พี่กลัวว่าสิ่งที่พี่ทำจะสูญเปล่ามากกว่า เพราะอะไรรู้ไหม อย่างน้อยพี่ก็เปิดโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ได้กล้าทำในสิ่งที่หลายคนไม่กล้า ถ้าสิ่งที่พี่ทำมันสามารถช่วยให้เราเอาไปต่อยอดได้ พี่ก็ยินดี เพราะโลกของธุรกิจก็เป็นแบบนี้ ใครพัฒนาดี ใครทำได้ดีกว่า คนนั้นก็เป็นที่ต้องการของตลาด"
"ขอบคุณพี่มากๆครับ พี่ทำให้ความคิดผมเปลี่ยนไปหลายอย่าง ผมจะตั้งใจเรียนรู้ และช่วยพี่ทำงานให้ดีที่สุด"
"ขอบคุณเราเช่นกัน เพราะพี่ก็ต้องมีคนรุ่นใหม่เข้ามาช่วยงานเช่นกัน"
จากนั้นทั้งสองคนจึงแยกย้ายกันไปทำงานของตัวเอง บรรยากาศทำงานของค่อนข้างเป็นกันเอง และเปิดโอกาสให้แต่ละคนได้แสดงความคิดเห็น ได้แบ่งปันความคิดของตัวเอง การทำงานร่วมกันเป็นทีมจึงทำให้ทุกคนรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
ซึ่งนับว่าเป็นความโชคดีที่วิทยามีอาคมเข้ามาช่วยงาน เพราะตั้งแต่รับอาคมเข้ามาช่วยทำงาน วันนี้ก็เข้าเดือนที่ 3 แล้ว การทำงานของเขาสบายมากขึ้น เพราะมีคนมาช่วยแบ่งปัน อีกทั้งยังทำให้เขายังมีเวลาไปบริหารและจัดการธุรกิจของตัวเอง ซึ่งต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางตลาดอยู่เสมอ และวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่เขาได้รับเกียรติให้เป็นแขกรับเชิญของรายการดังแห่งหนึ่ง และการสัมภาษณ์ดังกล่าวก็เลือกใช้ฟาร์มของวิทยาเป็นที่สัมภาษณ์เพื่อให้ผู้ชมได้รับชมบรรยากาศแบบใกล้ชิด ได้เห็นรูปแบบการทำงานบางส่วน
เมื่อการสัมภาษณ์ได้เริ่มต้นขึ้น การบันทึกจึงเริ่มต้นด้วยคำถามที่หลายคนอยากรู้เกี่ยวกับธุรกิจที่วิทยากำลังทำอยู่
"คุณวิทยามีแนวคิดอย่างไรเกี่ยวกับธุรกิจที่กำลังทำอยู่ และมีข้อคิดอย่างไรฝากถึงกลุ่มคนที่สนใจบ้างไหมคะ"
"สำหรับแนวคิดที่ผมยึดถือมาโดยตลอดคงหนีไม่พ้น ความรัก ความเอาใจใส่ต่อสิ่งที่ผมทำเสมอมา ผมใช้วิธีการแบบตัวเองเป็นผู้บริโภค เราอยากได้สินค้าแบบไหน ก็ต้องทำแบบนั้น เลือกสิ่งที่ดี มีคุณภาพ และปลอดภัย ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการเช่นเดียวกัน และอีกหนึ่งสิ่งที่ผมเฝ้ามองและวาดภาพความฝันนั้นเสมอมา ซึ่งมันได้เกิดขึ้นจริงแล้ว ฟาร์มผักที่ผมหลงรักกลายเป็นธุรกิจในท้องถิ่น ซึ่งสามารถช่วยเหลือให้ผู้คนได้มีรายได้มากขึ้น อีกทั้งผมยังมีเวลาอยู่กับคนที่ผมรัก ได้ใช้เวลาอยู่กับพ่อและแม่ โดยที่ผมไม่เสียเวลาไปกับการทำงานเพียงอย่างเดียว ซึ่งผมอยากบอกกับทุกคน รวมถึงเด็กรุ่นใหม่หลายๆคนที่มีความฝัน หากวันนี้เรายังมีไม่มากพอ อย่าปล่อยให้คำว่า ไม่มี กลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้เรามองไม่เห็นความเป็นไปได้ในชีวิต หากเราไม่ยอมแพ้ ทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ เพราะผมก็ประสบความสำเร็จจากครอบครัวที่ไม่มีเงิน แต่ผมก็ไม่ยอมแพ้ ผมสู้ทำทุกอย่างที่สุจริต เพื่อให้ได้เงินมา และเงินที่ผมมีก็สามารถนำไปต่อยอดและช่วยเหลือผู้คนที่ไม่เคยได้รับโอกาสในแบบที่ผมไม่เคยได้รับ จนกระทั่งวันนี้ผมได้มองย้อนกลับไป ผมมีความสุขทุกครั้งกับเส้นทาง และระหว่างทางที่ผมเลือก"
สิ้นสุดการสัมภาษณ์ของวิทยาในวันนี้ และเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ถูกเผยแพร่ออกไปจนกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น ทุกคนให้ความสนใจ และกลายเป็นบุคคลต้นแบบในการทำธุรกิจให้กับคนรุ่นใหม่เป็นจำนวนมาก ซึ่งกลายเป็นภาพความสวยงามในแบบที่วิทยาเคยวาดฝันเอาไว้ กลายเป็นความกล้าที่จุดประกายให้กับคนรุ่นใหม่ได้มีความกล้าที่จะทำอะไรที่แตกต่างไปจากเดิม อีกทั้งยังเป็นการกระจายอาชีพสู่ท้องถิ่นจากคนรุ่นใหม่ เป็นอีกหนึ่งต้นแบบที่ช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนไปในหลากหลายพื้นที่ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวยังถูกนำไปถ่ายทอดตามหลักเศรษฐกิจแบบใหม่ที่มีการผสมผสานระหว่างแนวคิดแบบดั้งเดิม และการใช้สื่อโซเชียลเข้ามากระตุ้นให้ธุรกิจเติบโตเร็วขึ้น
แม้ว่าธุรกิจที่วิทยาทำอยู่นั้นจะเติบโตมากขึ้น แต่เขากลับเลือกที่จะมีแหล่งเพาะปลูกแค่ในพื้นที่ที่เขามีอยู่เท่านั้น เพราะสิ่งที่เขามีอยู่ในตอนนี้มันมีมากพอในแบบที่เขาต้องการ และการเปิดโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่หรือใครก็ตามที่สนใจในการทำธุรกิจในรูปแบบดังกล่าวได้นำวิธีการไปปรับใช้ในธุรกิจของตัวเองตามภูมิภาคต่างๆ เขาก็ยินดีที่จะให้คำแนะนำ เพราะสิ่งที่เขากำลังทำอยู่นั้นผลตอบแทนที่ได้ไม่ใช่แค่จำนวนเงินที่เขามีอยู่ แต่กลับเป็นการกระจายรายได้ให้กับผู้คนอีกจำนวนมากที่ไม่เคยได้รับโอกาสแบบนี้ อีกทั้งยังเป็นการสานฝันให้กับใครหลายๆคนกล้าที่จะทำธุรกิจในแบบที่เคยหวาดกลัว
ทุกครั้งที่เขาได้รับผลตอบรับกลับมาในทิศทางที่ดี เขาจึงรู้สึกขอบคุณตัวเองและทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องเสมอ อีกทั้งยังนำเงินส่วนหนึ่งไปบริจาคและให้ความช่วยเหลือเท่าที่เขาจะสามารถทำได้ เพราะเขารู้ดีว่า การไม่มีนั้นเป็นทั้งความเจ็บปวดและแรงผลักดันในเวลาเดียวกัน การช่วยเหลือในรูปแบบการให้โอกาส การบริจาคจึงเป็นสิ่งที่เขาตั้งใจทำมาโดยตลอด ซึ่งการกระทำดังกล่าว เขาเริ่มทำตั้งแต่วันที่เขามีน้อยจนถึงวันที่เขามีมากขึ้น การกระทำสิ่งดีๆก็ยังคงทำมาอย่างต่อเนื่อง และทุกการกระทำที่เขาได้ทำลงไปก็ล้วนมาจากภาพของความสวยงามที่เคยเกิดขึ้นในจินตนาการ จนกลายเป็นภาพที่จับต้องได้ และกลายเป็นภาพขนาดใหญ่เพื่อส่งต่อภาพความสวยงามนี้ไปยังผู้คนอีกมากมาย

0 ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น