ทางเทียว
สนทนากับเขา ตนจึงรู้ว่าหาได้เกี่ยวข้องกับหลวงพ่อพิชิตมารไม่
ตนเข้าใจผิดมาตลอด แน่ล่ะ พอยินชื่อ ไม่ว่าใครย่อมนึกทำนองเดียวกัน เขาผู้ศึกษาแม้นเส้นลายของจ๊อยซออันลอกเลียนจากท่วงทำนองกระดึงงัวควาย แต่ละวาจาเขาจึงควรค่ารับฟัง
“อิฐทุกก้อนที่ก่อถนนคำลือ มิได้ยาด้วยเลือดลูกหลานคนกาวดอกหรือ” เขากล่าวแก่ตน
“ดั้งเดิมนั้น ประตูผีหมายถึงทางเดินสู่ชุมเมืองมาน ประตูมารหากจะมีก็เพียงทอดสู่ชุมคนใจคด ทอดสู่ชุมทวยคนดวงใจมืดบอด”
“ประตูมานนามที่แท้จริงเล่า ตลอดการย่างเท้าอันยาวนาน เพื่อเผชิญกับสิ่งใด” ตนถาม
“ความกลัว!”
คำตอบเขานำตนย้อนไปคราวละอ่อนน้อย ตนจำได้ดี ความกลัวมักย่องแผ่วเบาตามหลังคำคนเฒ่า กว่าเด็กน้อยจะเดียงสาในถ้อยขู่ขวัญ ตนต้องผ่านอาการรุมไข้ ผวาตื่นกลางดึกดื่นอยู่หลายปี
ความหวาดกลัวยืดรยางค์ยึดกุมอวัยวะภายใน ยิ่งโมงยามที่ความมืดโปรยสีหม้อห้อมห่มพระธาตุไชยช้างค้ำ หัวใจตนในขวบละอ่อนยิ่งสูบฉีดความตื่นกลัว กระจายซ่านไปทั่วเลือดเนื้อที่สุมเรื้อรังความป่วยไข้
ครั้งหนึ่ง มันเกิดขึ้นหลังตนลักขลุ่ยลุงมาเป่าเล่น ลมเป่าที่พ่นผ่านดาก สันดาปบทเพลงแปร่งปร่า บันไดเสียงบ้างเพี้ยนผกต่ำบ้างต่ายไต่สูง คนเป่าสักแต่พ่นลมราวเป่านกหวีด อาจเป็นปู่หรือไม่ก็ลุงกระชากเลาไปจากเด็กน้อย แมงกลางคืนที่กรีดปีกคลอเสียงงันสงัดในทันที ขวัญเนื้อตัวของตนแตกเปิง เมื่อสดับคำคนเฒ่าตวาด... สูเป่าขลุ่ยยามค่ำแลง ใคร่เรียกงูเลื้อยพาดเรือนชานหรือ
นับแต่นั้น ในคะนิงคิดเด็กน้อย ตนเห็นงูนานาสายพันธุ์เลื้อยพาดพานบนเรือน ก่ายกับขื่อเสา บ้านมีงูพำนักไม่เว้นแต่ละห้อง นอนขดในตะกร้าใส่หลัวที่ห้องครัว ในหวดนึ่ง ในสะหลุง โดยเฉพาะบนฟูกสะลีอบอุ่น ห้องนอนคล้ายเป็นรังอสรพิษ ตนไม่เคยลืมความรู้สึกยามเกล็ดลื่นแหละเมือกยางของพวกมันถอกเลื้อยไล้ผิวหนัง
บางทีเป็นคราวที่ฉันชัก ซึ่งเกิดขึ้นหลังงูลอกคราบลงหัวใจ หรือไม่ก็ครั้งฉันดูละครโทรทัศน์เรื่องตุ๊กแกผีจนฝันร้าย จากเหตุการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดนี้เอง แม่ตัดสินใจนำฉันพบหมอ... ตนนึกถึงเรื่องราวหลายปีก่อน ละอ่อนสวมชุดคนไข้ใหญ่หลวม นอนหับเปลือกตาบนเตียงที่กลิ่นสนิมแหละเชื้อโรคร่ำรินริมจมูก ตนเวลานั้นไม่กล้าขยับเขยื้อน ไม่แม้แต่กล้าเผยอเปลือกตาแลเหล่างูซึ่งเลื้อยชุมพลุกพล่านห้องตรวจ หรืออาจเป็นตุ๊กแกลายพร้อยเกาะหนึบผนัง ภาพจำแลงที่ลวงหลอนตนในอดีตค่อนข้างพร่าจาง แต่อาการพรั่นพรึงซึ่งสิงสู่นั้นตนไม่มีวันลืม
ฉันไม่มีวันลืมเลือนโดยเด็ดขาด ใช่ แม้นจนบัดนี้ ฉันยังเชื่อว่าความกลัวเลือกฉันเป็นพาหะ ฉันถูกเลือกให้ทำหน้าที่ประหนึ่งแมลงวัน คือแพร่กระจายความหวาดกลัว จากเชื้อที่ฉันหมักดองในกระดูกกับเซลล์เนื้อเยื่อ แพร่สู่อวัยวะภายในคนอื่น... ตนดมกลิ่นลมหายใจของตัว หมอสั่งยาเม็ดให้แม่บดผสมน้ำป้อนตนดื่ม คืนวันล่วงผ่าน กระทั่งล่วงสู่วัยที่ละอ่อนสามารถกลืนเม็ดยา ในทุกรสชาติคำข้าวปลา แกงแคกับน้ำพริกผักนึ่ง ความขมเฝื่อนหาเคยเจื่อนจางจากลำคอไม่ ไม่มีใครรู้สรรพคุณยา แต่มันก็สะกดโรคลมชักไม่ให้เห่อ ทั้งยังทุเลาอาการสะดุ้งผวากลางดึกเพราะพิษฝันร้าย กระทั่งหลายปีให้หลัง หมอจึงบอกแม่ตนว่าลูกชายสูหายดีแล้ว
ลมหายใจฉันพิสูจน์ว่าหมอวินิจฉัยผิดพลาด ฉันยังไม่หายจากโรค หรือพอจะกล่าวได้ว่าในอนาคตฉันก็ไม่มีทางหาย ไม่มีวันทุเลาด้วยซ้ำ ลมหายใจยามระบายออกมา อวลกลิ่นสาบน่าขยะแขยง รำเพยกลิ่นเปื่อยเน่าของขอนสักทองแช่จมห้วยน้ำยม คือกลิ่นแห่งความหวาดกลัว พี่เล็กเพื่อนรุ่นพี่ที่ฉันรักใคร่ เพราะความสนิทสนมนั่นเอง ทำให้แกพลอยสืดรับเชื้อเข้าปอด
‘ฮาโลเพอริดอล’ มีสรรพคุณกันชักกับออกฤทธิ์สงบประสาท ตนรู้ชื่อยาไม่นานนี้เอง ยาปรับสมดุลเคมีร่างกาย ปรับตนจากคนเรื้อไข้ ให้เป็นพาหะแพร่ขยายเผ่าพันธุ์คนขลาด พี่เล็กไม่มีโอกาสกระเดือกกลืนยาสักเม็ด แกด่วนจากไปก่อนได้รับการตรวจวินิจฉัย ก่อนใครทันสำเหนียกรูปรอยความเปลี่ยนแปลง
“พระพุทธรูปหลวงพ่อพิชิตมาร สร้างครั้งเมืองแพร่ปกครองโดยเจ้าหลวงเจ้าชีวิต ในรัชกาลพระเจ้าลิ้นตอง สร้างเพื่อเป็นพระประธานวัดโปรดสัตว์ วัดอันเป็นทางเทียวของนักโทษขณะถูกคร่ากุมไปหลักประหาร”
ราวกับเขาเล่านิทานสู่ลูกหลานตัวจ้อย ถ้อยคำน้ำเสียงทอดอาลัย ดั่งครุ่นหวนหาคืนวันที่แตกดับลับล่วงไปพร้อมการจบสิ้นของราชวงศ์แพร่
จ่อมลึกตกห้วงภวังค์ หลับตากักขังเสียงเล่าถึงปรัมปราพื้นถิ่น เพียงให้แว่วยินในแกนกายข้างใน... ภาพที่เขาฉายช่างแจ่มชัดเสียจริง จนฉันอดขนลุกกรูไม่ได้ ภิกษุจำวัดครั้นเห็นนักโทษประหารเทียวผ่าน ท่านบิณฑบาตขอชีวิตจากเพชฌฆาตไว้นักต่อนัก
หลังจบเรื่องเล่านี้ ฉันจะร้องขอเขา โปรดพาฉันเทียวสู่ขุมปรักหักพังของวัดโปรดสัตว์ แม้นสถานที่แห่งนี้ไม่ปรากฏหลักแหล่งแน่ชัด หรือก่อสร้างวิหารลายคำเพียงในจินตนาการคนดึกดำบรรพ์ก็ตาม
หลวงพ่อพิชิตมารกับประตูมาร ระหว่างชื่อทั้งสองต้องข้องเกี่ยวไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง นี่คือความคิดตนซึ่งพ้องคนส่วนใหญ่ ยิ่งองค์พระเจ้าประดิษฐานยังข่วงประตูด้วยแล้ว ยากนักจะหาใครล่วงพ้นบ่วงคำปดเท็จ ที่ร้อยรัดพันธนาการผู้คนสืบรุ่นสู่รุ่น
ก่อนเสียชีวิตไม่นาน พี่เล็กสละใบหูซ้ายปกป้องตน ถึงเกิดขึ้นจากเหตุบังเอิญ ทว่าถึงอย่างไร นั่นย่อมเป็นความเสียสละแท้เทียว การที่ใครสักคนออกตัวรับคมคัตเตอร์แทนผู้อื่น ไม่เกรงบาดกรีดเนื้อเลือดตัวเอง ยังต้องสรรคำอื่นใดเรียกขานอีกเล่า
เรื่องมีอยู่ว่า... ตนเอ่ยขณะขดสวายเบื้องหน้าหลวงพ่อพิชิตมาร บางครั้งตนทอดสายตาออกไปนอกวิหาร -กาสะลอง เรียวแดด สิ่งแรกตนไม่แน่ใจการดำรงอยู่ หรือตนจำลองมันขึ้นลวงหลอนคะนิงคิดตัวเอง (กลิ่นหอมโชยร่ำรินเป็นระยะ ฉันจะอธิบายที่มาได้อย่างไร) แต่กับจินตกรรมซึ่งโบยเรียวเพลิงลงดานดินผากแล้ง ตนไม่สงสัยการมีอยู่นั้น
...ด้วยหวาดเกรงทุกสิ่งทุกอย่าง บรรยากาศแวดล้อม คนรอบข้าง อุบัติเหตุ แหละฝูงสัตว์แปลกหน้า ฉันแสร้งทำประหนึ่งผู้กล้า ข่มอาการตื่นกลัว ไม่เผยออกมาสบสายตาใคร
หมู่เพื่อนคบค้าไม่กี่ฟายมือ พี่เล็กกลมเกลียวรักแพงฉันถึงที่สุด แกเรือนร่างต่ำล่ำสัน สีผิวเรือนกายเข้มข้นปานตกถังย้อมเสื้อม่อฮ่อม เรื่องน้ำจิตน้ำใจห้าวหาญไม่ลงคน ฉันหรืออาจเปรียบแกแม้นกึ่งก้อย แน่ล่ะ นั่นคือโมงยามก่อนแกสืดรับกระอายขลาดขวัญจากฉัน
ประตูมารคือประตูผี พี่เล็กบอกฉัน แกออกตัวว่าฟังจากคนเฒ่าอีกที แหละหลังจากนั้น ฉันก็สดับเรื่องราวทำนองเดียวกันนี้จากหลายปาก จนได้ยินเรื่องราวแปลกกว่าท่วงทำนองคุ้นชินจากตัวเขา คนซึ่งสนใจลวดลายสุ้มเสียงกระดึงงัวควาย แต่ฉันจะพักเรื่องเล่าของเขาตรงนี้ เพื่อผ่องถ่ายความรู้สึกตีบตันใจ แผ่แทบบาทหลวงพ่อพิชิตมารเสียก่อน (ตนทราบตัวว่ามิใช่นักเล่านิทานที่ดี จึงค่อย ๆ ลำดับเรื่องราว ก่อนเล่ากล่าวถ่ายเท)
ห่างร้างหยูกยาพักใหญ่ ข่าวความตายของพี่เล็กเดินทางมาถึง ปลุกงูจำศีลในถ้ำเถื่อนเรื้อลึก ลุกชูคอมาแผ่แม่เบี้ย คล้ายใบหูพี่เล็กข้างที่กุดขาด เพาะความเคียดแค้นพยาบาท สาปคืนความหวาดกลัว เวนมอบแก่เจ้าดั้งเดิม
แม่จูงตนไปพบหมอ ตนพบว่าตัวไม่สามารถสวมชุดคนไข้ ใช่เพราะร่างกายเติบใหญ่ เสื้อผ้าเคยหลวมโพรกกลับหดคับไม่ ทว่ามาจากสัตว์เลื้อยคลานน่าแสยงนั่นต่างหาก หมู่มันเลื้อยไหลจากเพดาน ผนัง ลามจากห้องหับต่าง ๆ ในโรงพยาบาล มาชุมยังสาบปก พับแขน รังดุม ทุกเนียนผ้า
หมอสั่งยาเม็ดให้แม่บดผสมน้ำป้อนตนดื่ม (อย่าทำราวฉันเป็นละอ่อนน้อย ฉันใหญ่แล้ว โตพอแล้ว... ตนตะเบ็งความเงียบออกมา มันกราวก้องแค่ในโพรงสมองเจ็บไข้) ไม่มีใครรู้สรรพคุณยา แต่มันก็สะกดโรคลมชักไม่ให้เห่อ ทั้งทุเลาอาการสะดุ้งผวากลางดึกดื่นเพราะพิษฝัน
จนหลายปีให้หลัง หมอบอกแม่ตนว่าลูกชายสูหายดีแล้ว (ทำไมนะ ฉันจึงสำนึกคุ้นต่อเหตุการณ์นี้)
การตาย
...เรื่องมีอยู่ว่าฉันนัดต่อยคู่อริ ทั้งที่อกเต้นไม่เป็นส่ำฉันยังสู้ยิบตา พี่เล็กผ่านมาเห็นตระหนักแต่ว่าต้องห้ามปราม กำนัลของการโผล่พรวดกลางวงต่อยตีโดยปรารถนาดีคือบาดแผล
คัตเตอร์กรีดเฉือนใบหูพี่เล็ก แม้นถอกน้ำปลาทิพย์รสกับยาแดงวิทยาศรมก็ไม่อาจคัดหนอง นานเดือนบาดแผลอักเสบ เลือดหนองขจายลาม ปลาสเตอร์ชิ้นนิดไม่สามารถแปะอำพรางสายตาคนใหญ่เฒ่า สุดท้ายต้องตากหน้าเข้าโรงพยาบาล ก่อนแผลฉกรรจ์ลุกลามกว่านี้ หมอลงมีดเฉือนใบหูซ้ายพี่เล็กกุดวิ่น
แหละคราวรุดเยี่ยมคนเจ็บที่นอนแบบหลังออกห้องผ่าตัด ฉันใคร่ฉุดแกพ้นจากอาการทอดอาลัยจึงชักชวนพูดจา ถึงจุดหนึ่ง ปรัมปราแห่งประตูมารจึงขับขานจากปากแก
“ทิศตะวันตกของกำแพงเมืองตั้งด้วยข่วงประตูมาร หรือขานอีกนามว่าประตูผี สืบจากอาณาเขตดั่งว่าเป็นป่าช้ากับลานกุดคอนักโทษสมัยโบราณ แหละสำหรับคนกาวพื้นเมือง เมื่อมีคนดับตาย จะนำศพออกเมืองผ่านประตูทิศนี้"
ฉันสัมผัสอาการหวาดกลัวจากถ้อยจาพี่เล็ก มองย้อนวินาทีนั้น ฉันไม่รอช้าก่อปราการปกป้องตัวเอง หยิบความเป็นละอ่อนออกใช้ นั่นหมายถึงฉันหาได้สำนึกแม้นหนึ่งน้อยไม่ว่า เชื้อความขลาดซึมซาบสู่วิญญาณพี่เล็กแล้ว โศกนาฏกรรมสาดซัดหลังจากนั้น ฉันได้แต่หลบใต้กระดองเปราะร้าว
วันแดดเช้าแผ่โปรยอบอุ่น แหละบรรยากาศอบร่ำกลิ่นซอมพอ อวลกลิ่นฤดูแล้งร้อนเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2010 วันซึ่งหมู่แมงกรีดปีกระงมสำเนียงดึกดำบรรพ์ ในวันอันถะถั่งความสุขเยี่ยงนี้ การตายของพี่เล็กช่างอุบัติอย่างแปลกแยก ลักลั่น ผิดที่ผิดทาง ข่าวสารนำจ่ายจากบุรุษไปรษณีย์ บรรจุซองจดหมายไม่จ่าหน้า ถึงมือขณะฉันเพริดเมา ต่อภาระสานสัมพันธ์เพื่อนต่างเพศในโรงเรียนกวดวิชา
(ต่อภาระดังกล่าว ฉันพบว่าตัวเองตระหนกกลัวสุดขีด ยามอยู่ต่อหน้าพวกเธอ ฉันเป็นงัวน้อยโดนมัดติดหลัก รอนายโคฆาตเชือดเถือ ฉันไม่รู้วิธีวางมือซึ่งโชกชื้นด้วยเหงื่อ นอกจากซุกกระเป๋ากางเกง หาไม่แล้วฉันคงออกท่าทางน่าชิงชัง แหละฉันยังผ่อนลมหายใจให้เบาค่อย หมกกลิ่นไว้ภายใน ไม่ให้กำจายออกมาประจานตัวเองว่าต่อหน้าพวกเธอ ฉันหวาดเกรงต่อเสียงไพเราะหวาน ราวกังสดาลแขวนศาลาธรรมวัดหลวง ต่อรอยยิ้มที่หยุดหมู่แมงไหวบิน คล้ายดอกซอมพอแรกแย้ม อย่างไรก็ดี บนราวความหวาดกลัวจนถึงที่สุด ในอาณาเขตลึกลับ อันฝูงงูแหละปวงสัตว์เลื้อยคลานเคยชุมหน้า กลายเป็นสถานที่ที่ดอกไม้พิษเบ่งบาน ฉันพอจะกล่าวได้สั้น ๆ ว่า ในลักษณาการน่าพรั่นพรึงนั้น มีความหอมหวานเย้ายวนชนิดหนึ่งแฝงอยู่ เย้ายวนยิ่งกว่ายามต่อยตี ซึ่งความหวาดเสียวแลกมาด้วยใบหน้าเป่งบวม ซ้ำหลายครั้งต้องถ่มเลือดปนน้ำลาย)
กลับสู่ข่าวการตาย ต่อคำถามพี่เล็กหวาดกลัวสิ่งใด ฉันอับจนคำตอบ พื้นความกลัวสำหรับฉัน ปูจากคำคนเฒ่าขู่ขวัญ จากผญาภาษิตแห่งการตักเตือนเด็กละอ่อนไม่ให้เทียวเล่นซน วาดภาพอสรพิษฝังเขี้ยวลงหัวใจดวงจ้อย คราวเด็กน้อยถลึงตาซ้ำเถียงคำไม่ตกฟาก นอกจากร่องรอยไม้เรียวนาบลำน่อง ยังพกท้ายถ้อยคาดโทษในครั้งหน้า... แก่นตาสูฮาจะควักออกแล้วเอาบ่ากอกยัด
ต่อความหวาดกลัว ฉันไม่อาจจินตนาการว่าพี่เล็กวาดขึ้นรูปลักษณ์ใด เป็นงูสีดำหมิ่นเมื่อมแห่งครู่ขณะแตกตระหนก ในโมงยามก่อนหรือหลังคัตเตอร์กรีดใบหูเป็นแผลเรียบเนียน หรือจำแลงอาการปวดเจ็บผ่านร่างทรงแมงมุมแม่ม่ายดำ แผ่ยวงใยรึงรัดเหยื่อจนเจ็บแปลบถึงไขกระดูก หรือริ้วรอยความหวาดกลัวนั้น ที่แท้คือใบหน้าคนพิกลพิการที่ฉายบนกระจกเงา
พี่เล็กเถิบห่างฉันทีละน้อย ไม่สิ พี่เล็กอยู่ตำแหน่งเดิม ใบหูที่ขาดหายทำแกไม่กล้าเขยื้อนไกลกว่าบ้าน โรงเรียน แหละห้องทำแผล ฉันต่างหากเป็นผู้ถ่างความสัมพันธ์ วงโคจรแห่งฉันไม่อาจทาบวงท่อมเทียวของพี่เล็กได้สนิท ฉันกินยาสม่ำเสมอ อาการขลาดกลัวแม้นไม่ถูกขจัดทั้งหมดแต่ก็บรรเทาไปมาก บรรยากาศแวดล้อมไม่อาจกดดันฉันขนหัวลุกชันอีก กับทวยคนแหละฝูงสัตว์เถื่อน บางครั้งฉันปรารถนายื่นมือลูบไล้ความแปลกหน้าเหล่านั้น ฉันกลายเป็นพาหะ คือประกาศกผู้เผยแพร่ลัทธิขลาดกลัว พี่เล็กเป็นเหยื่อ สืดกระอายขลาดขวัญจากฉัน ผ่านการหลั่งรดลมหายใจ ผ่านการปริแตกของเส้นเลือดที่แผลใบหูซ้าย
หากแกได้รับยาเหมือนฉัน เหตุการณ์คงดำเนินอีกด้าน พลิกร้ายเป็นดี... ฉันเอาแต่พร่ำคะนิงถึงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เรื่องที่เกิดขึ้น รวดเร็วเกินกว่าใครทันสำเหนียกรูปรอยความเปลี่ยนแปลง
พี่เล็กเปลี่ยนไป ฉันก็เช่นกัน เราทุกคนล้วนเปลี่ยนแปลง พวกเราเปลี่ยนเป็นใครอีกคน สบตากันในความมืดมิด บนกระสวยกาลเวลา ผู้โดยสารอย่างเราใช้จ่ายความไร้เดียงสาอย่างสุรุ่ยสุร่าย พระลอเสด็จจากเมืองแมนสรวงเพื่อไปสวรรคตยังแดนด้าวห่างไกล สิ่งใดเล่าเพรียกหาพี่เล็ก เพรียกแกให้เดินทางกว่าห้าร้อยห้าสิบเอ็ดกิโลเมตรเพื่อไปทิ้งชีวิตที่นั่น!
“บ้างกล่าวกันว่าหลวงพ่อพิชิตมาร สร้างขึ้นเพื่อให้นักโทษกราบไหว้ขอสุมาอโหสิ ต่อทุกชีวิตที่ได้ล่วงเกินเป็นครั้งสุดท้ายก่อนถูกดาบบั่นหัว คำกล่าวเหล่านี้สันนิษฐานจากตำแหน่งที่ตั้งองค์พระพุทธรูป คือตั้งยังประตูมาร ข่วงลานประหารชีวิตนั่นเอง”
จากปรัมปราพื้นถิ่นเคยสดับมาแต่ละอ่อนเล็ก ตนอาศัยข้อมูลอีกด้านจากเขา นำมาแบวางเทียบเคียง
ความคิดตนหาต่างคนหมู่ใหญ่ไม่ หากมิใช่เพราะกล่าวจากปากเขาไซร้ ตนคงเลือกเชื่อทำนองเดียวกับเสียงส่วนมาก
หรือแท้จริงแล้ว ประเด็นอยู่ที่การดำรงอยู่ของข้อเท็จจริงนั้น ไม่สำคัญเท่าการคล้อยเห็นของหมู่คน... ตนรำพึง วัตถุประสงค์การหล่อสร้างองค์พระเจ้า มีความเป็นไปได้พอกัน ทั้งเป็นพระประธานวัดโปรดสัตว์ กับสร้างเพื่อให้นักโทษตัดสินตกตายมาปูชากราบไหว้ ไม่ว่าด้วยเหตุกลใด กิจของหลวงพ่อพิชิตมารย่อมพัวพันคนคุกคนคอก
หรือสังฆธรณีแห่งวัดหัวเมืองฝ่ายเหนือ จึงบรรลุถึงซึ่งเขตอภัยทานอย่างจริงแท้ ผิดกับธรณีวัดในเมืองหลวง ฉันไม่นึกสักน้อยว่า พี่เล็กต้องยุติบทบาทชีวิตภายในกำแพงวัดโอบล้อมโดยมือสไนเปอร์คนหนึ่ง…
ประตูมาร vs ประตูมาน
ก่อนเดินทางไกล พี่เล็กมาล่ำลา แกสวมหมวกปกบังใบหูตลอดเวลา พี่เล็กในเสื้อสีแดงเพลิง ละม้ายขุนดาบข้างกายเจ้าหลวงลิ้นตอง ความรู้สึกฉันยามนั้น ปั่นป่วนราวแม่น้ำยมทยอยคลื่น คราวเรือท้ายหล้าจากลำน่านสัญจรมาท้าประลองฝีพาย ฉันหลากอัศจรรย์พอกับโปร่งเบาใจ เมื่อเห็นแกก้าวออกจากตำแหน่งจำเจซ้ำซาก นั่นย่อมหมายถึงอีกไม่ช้า ใบหน้าไร้ใบหูซ้ายจะกลมกลืนกับเรือนร่างแข็งแรงกำยำ แต่อีกหลุบความรู้สึก ฉันโกรธขึ้งต่อการอำลา จึงด่าทอพี่เล็กด้วยคำปากอันจดจำจากคนใหญ่คราวทะเลาะเบาะแว้ง ฉันยัดเยียดคนขี้ขลาดสู่แก แน่ล่ะ ฉันยังละอ่อนเกินเข้าใจ ความกลัวของใครก็ของมัน ฉันเสพติดความหวาดกลัวในรูปแบบตัวเอง ฉันเว้นพื้นที่ข้าง ๆ ให้พี่เล็ก ร่างแผนการในอนาคต เราจะหวาดกลัวไปด้วยกัน เราจะช่วยเหลือกันยามมีเรื่องชกตี เราจะจีบผู้หญิงคนที่ทำเราตระหนกหวาดกลัว คนที่ทำอกใจเราเต้นรัว แต่แล้วแผนของฉันก็พังพาบก่อนลงมือ พี่เล็กเลือกกุมความกลัวของตัวเอง ดุจพระลอบ่ายหน้าไปชมโฉมเจ้าหญิงเมืองสรอง ขณะที่ความรักกู่เพรียกพระลอ มืออันผลักดันพี่เล็กรุดเดินทาง กลับเป็นอุ้งหัตถ์ความพรั่นหวาด
ฉันไม่อาจเข้าใจความกลัวที่สิงใจพี่เล็ก แกคนที่ฉันรู้จักไม่ใส่ใจเรื่องราวไกลตัว ตอนฉันหันหลังจากมา คำพูดพี่เล็กกวดไล่ ดังว่าไม่ใช่เรื่องห่างไกล ที่แท้มันประชิดตัวเรา ลมหายใจแห่งมันรินรดต้นคอเราเสมอ เพราะกระสากลิ่นความกลัวแท้เทียว พี่เล็กจึงล้มลง ณ ดินแดนอันแสงแจ้งดวงตะเว็นไม่เคยสาดต้อง
เมื่อจบสิ้นเลือดเนื้อเกาะพำนัก เชื้อโรคร้ายจึงล่าคืนยังที่เดิม กลับคืนมาฟูมฟักปวงอสรพิษงูร้าย ให้ฉกแพร่พิษขลาดกลัว กำซาบตามสาบโลหิตแห่งฉัน อีกไม่ช้าฉันคงตัดสินใจรบเร้าแม่ โปรดนำฉันเข้าพบหมอด้วยเถิด เพื่อให้หมอยืนยันว่าฉันหายจากอาการป่วยไข้ เพื่อให้หมอสั่งยาเม็ด สำหรับแม่บดผสมน้ำป้อนกรอกปากฉัน...
“หลวงพ่อพิชิตมารเดิมเรียกพระเจ้าหัวกุด เพราะมีคนลักตัดเศียร เพื่อคุ้ยหาสมบัติแหละข้าวครัวมีค่าซึ่งเข้าใจกันว่าซุกซ่อนในองค์พระ”
ระหว่างรอการกลับบ้านของพี่เล็ก ตนมีโอกาสทบทวนเรื่องราวหลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผ่านเรื่องเล่าที่ขับขานในท่วงลำนำ จากลำเลียงแห่งถ้อยจาเขาซึ่งลอกเลียนจากจังหวะกระดึงงัวควาย
เมื่อกลิ่นกาสะลองหอมอัวอวลในอากาศ เปลวแดดเผารนเนื้อหนังจนดอกเหงื่อแตกพราว ตนฟื้นจากอาการโงกงุน เหยียดคลายแข้งขาเมื่อยขบ แทบบาทตีนหลวงพ่อพิชิตมาร ตนได้ผ่องถ่ายความรู้สึกที่ตีบตันใจไปบ้างแล้ว หลังจากนี้คือสานต่อเรื่องราวเล่าค้าง
“อิฐแลงทุกก้อนที่ก่อถนนคำลือ ใช่จะยาด้วยเลือดลูกหลานคนกาวพื้นถิ่นเท่านั้นไม่ แม้นประตูผียังก่อสร้างโดยคนกาวทั้งสิ้น สร้างสำหรับเป็นประตูเปิดสู่เมืองมาน อันเป็นชุมการค้าสำคัญของเมืองแพร่ นามประตูมารเพิ่งเกิดภายหลัง จากการลากข้างให้พ้องกับหลวงพ่อพิชิตมาร ซึ่งถูกย้ายมาประดิษฐานยังข่วงประตูนี้หลังการบูรณะซ่อมแซม”
เรื่องสุดท้ายที่เขาเล่ากล่าวช่างจับใจฉันเหลือเกิน ความกลัวได้ปะทุแผ่ซ่านไปทุกอวัยวะ เป็นไปได้ไหมว่าเพื่อข่มขู่ผู้คนหวาดขวัญ บ้านเมืองจึงแปะป้ายประตูมาร... ฝูงสูพึงจดจำไว้ ถึงการมีอยู่ของลานประหารนักโทษแหละป่าช้า บริเวณอันซากศพหมู่มึงถูกทิ้งเป็นเหยื่อแร้งกาจิกทึ้ง
“ประตูมารหากจะมีก็เพียงทอดสู่ชุมคนใจคด ทอดสู่ชุมทวยคนดวงใจมืดบอด”
ถึงตอนนี้ตนตัดสินใจเด็ดขาด เมื่อร่างพี่เล็กเดินทางถึงสนามบิน ตนจะพาแกเข้าเมืองทางประตูทิศนี้ ต่อให้ขัดรีตรอยความเชื่อที่ว่าเป็นประตูนำศพคนตายออกจากเมืองก็ตาม
ความหวาดกลัวของพี่เล็ก ชักนำแกเดินทางเป็นระยะห้าร้อยห้าสิบเอ็ดกิโลเมตร เข้าร่วมชุมนุมใต้เรือนแดดพฤษภา
แหละด้วยเหตุผลเดียวกัน ฉันจะแบกหามแกกลับเข้าเมือง!
- แด่ คนเสื้อแดงซึ่งถูกสังหารกลางเมืองหลวง
- รวมเรื่องสั้น 'เขต Like กระสุนจริง', สำนักพิมพ์บุราคุมิน (ค.ศ. 2014)

0 ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น