ทฤษฎีเรื่องหงอน (พญา) นาค
ตามภูริทัตชาดก ระบุว่า นาคมีศีรษะแดง ดังนี้
คณฺหาเหตํ มหานาคํ อาหเรตํ มณึ มม อินฺทโคปกวณฺณาภา ยสฺส โรหิตโก สิโร ฯ
ท่านจงจับนาคใหญ่นั้น จงส่งแก้วมณีนี้มาให้แก่เรา นาคใหญ่นี้มีผิวพรรณดังสีแมลงค่อมทอง ศีรษะแดง
สิยา วิสํ สิลุตฺตสฺส ทุฑฺฑุภสฺส สิลาภุโน เนว โลหิตสีสสฺส วิสํ นาคสฺส วิชฺชติ ฯ
งูเรือน งูปลา งูเขียวต่างหากมีพิษ แต่นาคหัวแดงไม่มีพิษเลย
จากข้อมูล ๒ จุดนี้ อาจแปลได้ว่า สีแดงของศีรษะนาค คือ รัศมีของศีรษะ
๒ ภาพซ้ายบน เป็นนาคตามคติฮินดู ซึ่งออกแบบให้นาคมีศีรษะแดงเช่นกัน โดยอาจอยู่ในลักษณะของการแจ้มจุดสีแดงที่ระหว่างดวงตาของนาค และเปลวเพลิงบนศีรษะของนาคในลักษณะของรัศมีของศีรษะเช่นกัน
ภาพขวาบน เป็นนาคตามภาพวาดจิตรกรรมสยาม ซึ่งจะเห็นได้ว่า บริเวณศีรษะช่วงลำคอไล่ขึ้นมาทางด้านหลังจนถึงเหนือศีรษะ บ้างก็เรียกว่า หงอนนาค ก็ยังมีลักษณะเป็นรัศมีสีแดงคล้ายเปลวเพลิงอยู่เช่นกัน
๓ ภาพล่าง เป็นภาพภาพวาดจิตรกรรมสยามไทยในยุคหลัง จะเห็นได้ว่าเปลวรัศมีของศีรษะมีการเปลี่ยนแปลงและถูกเพิ่มเติมรายละเอียดในเชิงวิจิตรมากยิ่งขึ้น (ภาพนาคยุคหลังบางส่วนมีเปลวรัศมีห่อหุ้มครอบคลุมทั้งศีรษะ) ซึ่งในช่วงแรกเปลวรัศมีก็ยังคงมีสีแดงอยู่บ้าง ก่อนที่ภายหลังจะกลายเป็นสีเหลืองทองเป็นส่วนใหญ่
ถ้าอยากออกแบบให้ภาพนาคในยุคหลังยังดูสมบูรณ์ตามข้อมูลจากพระไตรปิฎก อาจใช้การออกแบบให้หงอนดูมีลักษณะพริ้วไหวคล้ายกับเปลวเพลิงมากขึ้นก็ได้ ส่วนสีนั้น หากอิงตาม วรรณะ (สี) ทั้ง ๔ ตามพระไตรปิฎก สีของเปลวรัศมีของศีรษะนาค ก็น่าจะมีครบ ๔ ทั้งแดง เขียว เหลือง ขาว เช่นกัน
ส่วนนาคชั้นสูงระดับ ธตรัฐ ศีรษะอาจมีเปลวรัศมีครบ ๔ สี ทั้งแดง เขียว เหลือง ขาว เลยก็เป็นได้

0 ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น