พระลักเพศ

พระลักเพศ

๏ จะกลับกล่าวจับความไปตามเรื่อง

ถึงที่เมืองไกรจักรหลักกรุงศรี


นางแสงจันทร์กัลยายอดนารี

เจ้าก็มีโอรสยศไกร


ได้สิบสามชันษากุมาเรศ

ลักเพศวิปริตผิดวิสัย


ฝ่ายเบื้องบนเป็นนางอย่างวิไล

ห่มสไบปกคลุมปทุมมาลย์


ฝ่ายเบื้องล่างอย่างบุรุษสุดวิเศษ

มีตามเพศชายชาติที่อาจหาญ


แต่กิริยาคล้ายองค์เจ้านงคราญ

ทรงสัณฐานสองชาติประหลาดครัน


พระเทวฤทธิ์บิดาระอานัก

ไม่ใคร่รักด้วยวิกลเป็นคนขัน


ตั้งชื่อเจ้าลักเพศเกษสุวรรณ์

กุมารนั้นน้อยจิตด้วยบิดร


ท้าวมิใคร่มีจิตพิสมัย

อยากจะไปศึกษาวิชาสอน


จะมานิ่งอยู่ไปในนคร

ไม่ถาวรได้รับอัประมาณ


ครั้นคิดเห็นเช่นนั้นมิทันช้า

ก็ไคลคลาจากปราสาทราชฐาน


มาเฝ้าพระบิตุรงค์ทรงศฤงคาร

ลงกราบกรานคอยฟังรับสั่งมา ๚ะ


๏ พระเทวฤทธิ์บิตุรงค์ทรงพระเดช

เห็นลักเพศหน่อไทเข้าไปหา


เสียไม่ได้ไต่ถามตามกิจจา

ตัวเจ้ามามีธุระเป็นกระไร ๚ะ


๏ พระหน่อนาถได้ฟังรับสั่งตรัส

ประนมหัตถ์ทูลความตามนิสัย


ลูกคิดเห็นเป็นการรำคาญใจ

เป็นหน่อไทไร้วิชาก็น่าอาย


จะขอลาพระชนกที่ปรกเศียร

หาครูเรียนศิลปศาสตร์ดังมาตรหมาย


ให้สืบชาติอาตมาวิชาชาย

รักษากายภายหน้าได้ถาวร ๚ะ


๏ พระทรงฟังพจมานสารสนอง

เห็นถูกต้องกิจจาอุทาหรณ์


ตรัสพาทีดีนักเจ้าจักจร

หาครูสอนวิชารักษากาย


สมจิตพ่อคิดไว้ไปเถิดเจ้า

ให้เรียนเล่าได้สมอารมณ์หมาย


ควรภาคเพียรศึกษาวิชาชาย

จะผันผายจงดีอย่ามีภัย


พระหน่อนาถชื่นชมสมประสงค์

ลาบิตุรงค์กลับมาหาช้าไม่


ไปหาพระชนนีที่ปรางค์ใน

ทูลลาไปเรียนวิชาแห่งอาจารย์ ๚ะ


((อีกวรรค))

เที่ยวดั้นด้นดงแดนแสนลำบาก

ความอดอยากยากไร้ในไพรสัณฑ์


เสวยแต่ผลไม้ในไพรวัน

พอแก้กันหิวโหยโรยอารมณ์


ได้สิบวันครรลัยในไพรชัฏ

ถึงจังหวัดสิทธาที่อาศรม


ได้แลเห็นกุฎีที่จงกรม

ความชื่นชมตรงมาศาลาลัย


เข้าหาพระโยคีที่ประสงค์

ลดองค์ลงนอบนบเคารพไหว้


พระนักธรรม์อั้นอึ้งตะลึงไป

เห็นหน่อไทผิดชาติประหลาดจริง


คิดว่าเจ้าสาวน้อยจึงถอยหนี

แล้วพาทีถามไปชายหรือหญิง


เป็นครึ่งชาติอาตมาน่าประวิง

ถ้าเป็นหญิงแล้วเจ้าอย่าเข้ามา ๚ะ


๏ พระกุมารยิ้มพรายปรายสนอง

อย่ามัวหมองเลยพระองค์ทรงสิกขา


อันตัวของฉันนี้ใช่สีกา

ตัวหลานยาบริสุทธิ์บุรุษชาย


เป็นหน่อเนื้อเชื้อท้าวเจ้านิเวศน์

แต่ลักเพศครึ่งชาติประหลาดหลาย


แต่เบื้องล่างอย่างเช่นที่เป็นชาย

ความมั่นหมายพากเพียรเรียนวิชา ๚ะ


๏ พระฤๅษีฟังแถลงได้แจ้งชัด

แกตบหัตถ์สรวลสันต์ขันนักหนา


ประหลาดหนออ้อเช่นนั้นหรือหลานยา

ตาคิดว่าสีกาให้ราคี


ตัวเจ้าเป็นบุรุษสุทธิศักดิ์

มีความรักวิชาเป็นราศี


ตาจะสั่งสอนให้เป็นไรมี

จงภักดีพากเพียรร่ำเรียนไป


พระกุมารชื่นชมสมประสงค์

อยู่กับองค์สิทธาที่อาศัย


ฤๅษีสอนเวทย์มนตร์ที่กลใน

พระหน่อไทยเรียนร่ำจนชำนาญ ๚ะ


((อีกวรรค))

๏ จะกล่าวกลับจับว่ากุมาเรศ

ลักเพศหน่อนาถราชหงส์

อยู่กับพระชีไพรที่ในดง

ได้จำทรงศึกษาวิชาชาญ


วันนั้นให้อาวรณ์ความร้อนจิต

ด้วยหวนคิดถวิลถึงถิ่นฐาน


จึงเข้าไปสู่หาพระอาจารย์

ลงกราบกรานบอกเล่าพระเจ้าตา


หลานมาอยู่ด้วยองค์พระทรงพรต

สุดกำหนดจะประมาณนานหนักหนา


ได้เรียนร่ำชำนาญการวิชา

หลานขอลาไปสถานเยี่ยมมารดร ๚ะ


๏ พระสิทธาฟังรสพจนารถ

ให้โอวาทลูบหลังแล้วสั่งสอน


ก็ควรแล้วแก้วตาจะลาจร

จากบิดรมารดามาช้านาน


แต่เดินทางกลางไพรจะได้ยาก

ความลำบากมากมายหลายสถาน


ล้วนยักษีผีสางจะรังควาน

ทำหักหาญให้ยับอัปรา


ตาจะให้ของสำคัญกันตัวเจ้า

เสกไม้เท้าด้วยเวชเดชคาถา


กลับเป็นแตรกายสิทธิ์เรืองฤทธา

ให้นัดดาอุปเท่ห์เป็นเล่ห์กล


แม้นเป่าแตรพลิกพลิ้วเปิดนิ้วชี้

จรลีไปได้ในเวหน


เปิดนิ้วกลางอย่างสำเหนียกร้องเรียกพล

ย่อมเกลื่อนกล่นกันมาพลากร


ถ้าแม้นเปิดนิ้วนางเหมือนอย่างนึก

พวกข้าศึกพลาดพลั้งเป็นสังหรณ์


รบกันเองกลาดกลุ้มตะลุมบอน

เราไม่ต้องราญรอนให้เหนื่อยแรง


แล้วหลับเนตรเล็งญาณด้วยชาญกล้า

หัวเราะร่าบอกเจ้าเล่าแถลง


จะไปเมืองฟั่นเฟือนมักเคลื่อนแคลง

จะพลาดแพลงไปบุรีของสีกา ๚ะ


วีรกรรมโดดเด่น (?)


หลังร่ำลาพระเจ้าตาออกเดินทางพระลักเพศก็หลงไปเข้าเมืองศรีขะเรศ (สิขเรศ?) ของพระโกมินทร์และมเหสีคันธา ซึ่งทั้งคู่มีโอรสองค์โตชื่อ โกสินทร์ และธิดาองค์เล็กชื่อ พนมวรรณ์


ช่วงนั้นพระโกมินทร์เห็นสมควรให้โอรสเลือกชายาจะได้ขึ้นครองเมืองต่อจากพระองค์ จึงให้ขุนนางนำสารไปส่งให้บรรดาสามันตราช (ท้าวสามนต์) ของหัวเมืองต่างๆ ที่อยู่ในการปกครองของพระองค์ เป็นเทียบเชิญให้พวกเขาส่งธิดาเข้าวังมาให้พระโกสินทร์คัดเลือกชายา


ซึ่งในตอนที่คณะธิดาของสามันตราชทั้ง ๑๐๐ นางกำลังเดินทางไปเมืองสิขเรศ พระลักเพศที่เหาะลงมาพักอยู่กลางป่าก็เห็นคณะเดินทางพอดี ด้วยความสงสัยว่าคณะนั้นจะไปไหนกันพระลักเพศจึงแอบร่วมคณะตามไปด้วยแบบเนียนๆ


เมื่อถึงนครสิขเรศ นางทั้ง ๑๐๑ ได้เข้าพักตามเรือนแขกเมืองที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้ก่อน ๑ คืนก่อนเข้าพิธีเลือกคู่ตอนรุ่งเช้า ซึ่งพอถึงเวลาจริง พระลักเพศก็ไปเข้าพิธีกับเขาด้วยเพราะยังอยากรู้อยากเห็นอยู่


กระทั่งในที่สุด พระลักเพศก็เข้าใจทุกอย่างเมื่อพระโกสินทร์ออกมาคัดเลือกชายา ตามบทกลอนที่บรรยาย ดังนี้


ทรงพินิจธิดาที่มาอยู่

เป็นหมวดหมู่สาวแส้แลไสว


มิได้ชอบนิรมลนางคนไร

ไม่ต้องใจสาวน้อยทั้งร้อยนาง


เหลือบเห็นองค์ทรงศักดิ์ลักเพศ

เยาวเรศผุดผ่องไม่หมองหมาง


งามประโลมโฉมเฉลาเสาวภางค์

แสนสำอางยิ่งกว่าทุกนารี


ทั้งสองเต้าเต่งตั้งอล่างฉ่าง

ทั้งสองปรางนวลละอองผ่องฉวี


พระโอษฐ์อิ่มยิ้มสรวลให้ยวนยี

พระเกศีดั่งพุ่มประทุมมินทร์


ทั้งสองกรรณสรรพ์กลีบบุษบง

พระโขนงโก่งครันดังคันศิลป์


พระเนตรคมสมตามฤคินทร์

ทนต์ดั่งนิลเจียรไนไม่ไกลกัน


ทั้งสองกรอ่อนอนงค์ทรงสมร

ดังอัปสรลงจากฟากสวรรค์


ดูงามแท้แลไหนวิไลครัน

ให้หมายมั่นหลงงามเจ้าทรามชม


ก็ทิ้งพวงมาลัยให้สมร

เข้าสวมกรวิปริตสนิทสนม


พระลักเพศยิ้มพรายอายอารมณ์

แกล้งทำก้มพักตราไม่ว่าไร


พวกดนตรีตีโหมประโคมแซ่

คุณเถ้าแก่พนักงานท่านผู้ใหญ่


ก็รับเอาโฉมงามเจ้าทรามวัย

เข้าสู่ในปราสาทราชวัง


พระหน่อนาถเข้าเฝ้าท้าวทั้งสอง

ทูลสนองคู่ชมได้สมหวัง


ท้าวตรัสเรียกนางมานั่งข้างบัลลังก์

ทรงลูบหลังตรัสชมว่าสมกัน


คิดว่านางเทวีศรีสะใภ้

ไม่แจ้งใจนิรมลเป็นคนขัน


ตรัสไต่ถามนามวงศ์และพงศ์พันธุ์

ไฉนนั่นแจ้งจิตกับบิดา ๚ะ


๏ เจ้าลักเพศฟังถามความอดสู

นิ่งยิ้มอยู่แล้วก็แกล้งแสร้งมุสา


ฉันเป็นหลานสมมิตรพระสิทธา

พระเจ้าตาได้ในปทุมมาลย์


นามของข้าชื่อว่าวิปริต

พระนักสิทธิ์สิ้นลับดับสังขาร


ฉันอยู่เดียวเปลี่ยวองค์ในดงดาร

จึงซมซานตามมากับนารี ๚ะ


แม้เหตุจะเกิดจากความเข้าใจผิด แต่ในที่สุดพระลักเพศก็ได้นางพนมวรรณ์ น้องสาวของพระโกสินทร์เป็นชายา ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องเคลียร์ปัญหากันนานพอควรเหมือนกันกว่าจะจบ -_-


จาก นิทานวัดเกาะ เรื่อง ตุ๊กตาทอง เล่ม ๑๑ (มีการแก้การสะกดคำบางจุด)


ภาพประกอบ โดย Bing AI


Author Avatar
นาคเฝ้าคัมภีร์ ไตรศิระ

0 ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

เรื่องราวที่คุณอาจสนใจ