การทดลองยาของไมยราพ
ในการหุงยาของไมยราพ มีการใช้ส่วนผสมที่เป็นสมุนไพร ซึ่งมีผลต่อจิตประสาทอยู่หลายชนิด และลักษณะของตัวยาที่ผ่านการหุงจนเสร็จแล้ว ก็น่าจะมีลักษณะเป็นผงเนื้อละเอียดเหมือนเนื้อแป้ง ที่สามารถใช้ได้ทั้งดมและทา
ดังนั้น การที่ไมยราพนำผงยามาทาขาขวาเกิดเป็นเสือ ทาขาซ้ายเกิดเป็นแมว ทาแขนซ้ายเกิดเป็นนาค ทาแขนขวาเกิดเป็นครุฑ ก็อาจเป็นปรากฏการณ์ภาพหลอนที่เกิดจากการสูดดมผงยาเข้าไปด้วย และการที่ไมยราพจะสามารถมองเห็นภาพลวงตาเหล่านี้ได้ อาจเป็นเพราะ ตัวของไมยราพนั้นมีรอยสักที่ขาขวาเป็นรูปเสือ ที่ขาซ้ายเป็นรูปแมว ที่แขนซ้ายเป็นรูปนาค ที่แขนขวาเป็นรูปครุฑ ซึ่งรอยสักเหล่านี้อาจเป็นยันตร์ด้วยก็ได้
เมื่อไมยราพทายาที่มีฤทธิ์หลอนประสาท ซึ่งถูกหุงด้วยพิธีกรรมไสยศาสตร์เข้าไป ภาพยันตร์ที่สักหมึกอยู่ตามแขนขาจึงทำปฏิกิริยากับตัวยา จนปรากฏออกมาเป็นภาพลวงตาวนเวียนไปมาให้เห็น คล้ายกับปรากฏการณ์แม่ช้อยนางรำ ที่ภาพวาดจะปรากฏออกมาเป็นภาพลวงตาที่เคลื่อนไหวสมจริงได้
ซึ่งผงยาที่ไมยราพหุงนี้ น่าจะออกฤทธิ์ได้ ๒ แบบด้วยกัน คือ
หากทาใส่ภาพวาด รึใช้ผสมลงในสีที่เอาไปวาดภาพ เมื่อมองไปที่ภาพวาดนั้นและสูดดมกลิ่นของยาที่อยู่ในภาพวาดเข้าไปด้วย จะทำให้มองเห็นภาพวาดนั้นหลุดลอยออกมาจากพื้นผิวที่ถูกวาดไว้ เป็นภาพหลอนลวงตาที่ดูสมจริง จนบางครั้งอาจแยกแยะไม่ออก
หากทาทั่วทั้งตัว ยานั้นอาจทำปฏิกิริยากับกลิ่นกาย เหงื่อไคล ฯลฯ ของตัวผู้ทา ทำให้ผู้อื่นที่ได้กลิ่นเกิดอาการมึนงง ถูกบังตา จนมองไม่เห็นร่างของผู้ทายา กลายเป็นการล่องหน
หากสูดดมผงยาเข้าไปโดยตรง จะทำให้เกิดอาการมึนเมาจนหลับลึกไม่ได้สติ อย่างที่ไมยราพใช้สะกดทัพ ก่อนลอบเข้าไปลักพาตัวพระรามจากพลับพลา
ออกแบบไมยราพให้สักยันตร์ตามแขนขา จึงมีที่มาจากทฤษฎีนี้

0 ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น