พระจอกแก้ว (จอกวิเศษ)
๏ องค์พระจันทร์ขวัญอ่อนยกกรปัด
เพชรรัตน์วงมณีสีเหลืองอ่อน
กระเด็นพลัดจากดัชนีงอน
ตกกระดอนลึกซึ้งถึงทะเล
พระสมุทรผุดกระฉอกเป็นจอกแก้ว
ลอยรับแวววงมณีที่หันเห
ค่อยลอยวนอยู่ที่ก้นสะดือทะเล
เหลือคะเนแลหมายสุดสายตา
พระจันทรหายอาวรณ์ที่ร้อนจิต
เพ่งพินิจเพชรรัตน์ทรงหัตถา
เห็นแหวนหลุดหายวับไปลับตา
เศร้าวิญญาเสียดายทรงวงมณี
ด้วยแหวนงูคู่หัตถ์รัตนะ
ไม่ควรจะสูญเขยื้อนหลุดเคลื่อนที่
เสียดายเอ๋ยเคยสวมหัตถ์ดัชนี
คู่ชีวีแต่ครั้งสร้างแผ่นดิน
แล้วแลดูอาชาม้าสินธพ
ยืนสลบดังชีวาตม์จะขาดสิ้น
พอต้องลมสมทบมาไม่ราคิน
ก็ผันผินชุ่มชื่นคืนชีวา
พระจันทราเห็นอาชาคืนชีวิต
ก็สมคิดยื่นหัตถ์ชักรถา
เวลาล่วงยามสามตามอัตรา
ก็ลอยมาสู่สถานวิมานไชย ๚ะ
๏ ขอหยุดกลอนตอนสวรรค์ชั้นอากาศ
จันทรคราสหมดเขตเหตุสมัย
จะกล่าวถึงพุทธพงษ์พระทรงไชย
บรรทมสินธุ์อยู่ในฝ่ายทะเล
ใต้พระไทรสาขาเป็นผาสุก
กำจัดทุกข์สรรพภัยไปหันเห
สบายกายอยู่ในสายสะดือทะเล
สมคะเนพุทธพงษ์องค์นารายณ์
คืนวันนั้นอัศจรรย์เป็นที่สุด
พระสมุทรเป็นระลอกกระฉอกสาย
ทั้งบัลลังก์นาคสำหรับประทับกาย
ก็พลิกหงายแทบจะคว่ำคะมำเอียง
พระจักรัมีจิตคิดประหลาด
ภูวนาถลืมเนตรสังเกตเสียง
เห็นคลื่นจัดระลอกซัดปัดสำเนียง
ทะเลเพียงแทบจะทรุดสมุทรไท ๚ะ
๏ พระแลเล็งเพ่งลิบทิพย์เนตร
ผิดสังเกตเห็นระลอกกระฉอกไหล
แล้วทรงทอดทัศนามาโดยไว
เอ๊ะอะไรลอยส่านในสายชล
ธรรมดายมนาทะเลหลวง
แต่ใบไม้ก็ไม่ร่วงทั่วแห่งหน
นี่เหตุไรเป็นไฉนสายชล
มีของวนลอยน้ำมารำไร
พระทรงมองตรองความตามสังเกต
ทิพย์เนตแจ่มชัดจำรัสไข
เห็นจอกแก้วแวววามงามประไพ
แลวิไลระลอกซัดปัดกระดอน ๚ะ
๏ จะเป็นของสิ่งใดก็ไม่แจ้ง
ให้คลางแคลงพุทธพงษ์พระทรงศร
ด้วยเทพไท้ดลพระทัยให้ภูธร
พระสี่กรนึกนิยมอยากชมพลัน
ให้บันดาลพระสมุทรผุดกระฉอก
เป็นระลอกซัดเซอยู่เหหัน
จอกมณีลอยระรี่เคลื่อนที่พลัน
พระพายผันพัดส่งตรงเข้ามา
มาลอยตรงวงวนเป็นก้นหอย
ดั่งหิ่งห้อยแวววามงามหนักหนา
เป็นด้วยแสงธำมรงค์องค์จันทรา
อยู่ตรงหน้าพระนารายณ์ท้ายบัลลังก์ ๚ะ
๏ ป่างองค์ทนงฤทธิ์กฤษนุรักษ์
พระทรงศักดิ์ชื่นชมด้วยสมหวัง
เหฌนจอกน้อยลอยเบี่ยงเคียงบัลลังก์
พระทรงสังข์ยื่นกรช้อนประคอง
ยกขึ้นวางบนพระที่ศรีไสยาสน์
ภูวนาถนิ่งงพินิจพิศสิ่งของ
แลเห็นเม็ดเพชรรัตน์จรัสลออง
ทั้งสีทองรองระยับกับมณี
เอ๊ะแหวนนี้ควรค่าหามิได้
ควรเอาไว้สืบปางสร้างกรุงศรี
เป็นแหวนทองของพระจันทร์ชั้นเมฆี
เมื่อคืนนี้จันทรคราสคงขาดกระเด็น
อย่าให้เสื่อมสูญวงศ์พงษ์สยม
เอาไว้ชมป่างข้างหน้าทันตาเห็น
ได้สืบชาติศาสนาผาสุกเย็น
จำจะคิดให้เป็นกุมารา ๚ะ
๏ พระตรึกเสร็จคิดสำเร็จดังประสงค์
ก็แบ่งภาคจากพระองค์ทรงหรรษา
ใส่ในเม็ดเพชรรัตน์จรัสตา
เป่ามหาธาตุทั้งสี่ทวีพลัน
ก็บังเกิดเป็นสาขากุมาระ
แตกระกะพริ้งเพริศงามเฉินฉัน
พรมมือถือแหวนแสนสำคัญ
เหมือนหนึ่งทรงองค์พระจันทร์สีสันงาม
แล้วเสกซ้ำบริกรรมพระคาถา
กุมาราโตประเสริฐเลิศสยาม
วัฒนาแรกรุ่นจำรุญงาม
แล้วตั้งนามชื่อจอกแก้วแววนภา ๚ะ
*หมายเหตุ* พยายามออกแบบให้เป็นแหวนทองรูปงูกินหางแล้ว แต่ไม่สำเร็จ เลยได้มาแค่นี้ -_-
จาก นิทานวัดเกาะ เรื่อง จอกแก้วกายสิทธิ์ เล่ม ๑ (มีการแก้การสะกดคำบางจุด)
ภาพประกอบ โดย Bing AI

0 ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น