วันที่เราเห็นกิ้งก่าอีกครั้ง

วันที่เราเห็นกิ้งก่าอีกครั้ง

บางครั้งช่วงเวลาดีๆ ก็เกิดจากการที่เราเดินช้าลง
และสังเกตุมากขึ้น :-)

เช้าวันนึงที่เราตื่นมา มันก็เหมือนกับเช้าปกติทั่วไปนั่นแหละ แต่ไม่รู้ทำไม ถึงรู้สึกว่ามันจะเป็นวันที่ดีวันนึงเลยนะ

พอรู้สึกอย่างนั้น เราก็เลย..

เราตื่นมาเก็บที่นอน เพื่อให้ตัวเองรู้สึกภูมิใจสักหน่อย

เราดริฟกาแฟ เพื่อให้ตัวเองรู้สึกเริ่มวันด้วยการโฟกัสอะไรสักอย่าง

เราออกกำลังกาย เพื่อให้ส่วนหนึ่งของตัวเราเองยังรู้สึกว่า เราก็ยังอยากมีสุขภาพที่ดีอยู่นะ แม้มันจะใช้เวลาแค่เพียง 10-15 นาทีก็ตาม


...


เราออกมานอกบ้าน ข้าง ๆ บ้านมีรั้วกำแพงสูง ข้างหลังกำแพงนั้นเป็นทุ่งนากว้างขวาง มันเหมือนเป็นอีกสถานที่นึงของบ้านเรา ที่เราชอบมาก ๆ

สงบและอิสระ

เป็นความรู้สึกที่เราสัมผัสมันได้ทุกครั้งที่อยู่ตรงนี้ มันเป็นเหมือนจุดที่เราเชื่อมโยงตัวเรากับโลก ไม่ใช่มนุษย์

เราเริ่มเปิดเพลง Always With Me (Heavenly) มันคือเพลงที่เราชอบฟัง แต่เหมือนเป็นเพลงที่เค้าเอามา cover ใหม่ แต่ให้ความรู้สึกเหมือนเราอยู่ท่ามกลางสรวงสวรรค์อย่างไรอย่างนั้น

เราใส่หูฟัง เพิ่มเสียงเพลงดังขึ้น

เราหลับตาลง
วินาทีนั้น เรากลับเข้าไปอยู่ในโลก ๆ นึง

ในโลกใบนั้นมีเพียงแค่ตัวเราและเสียงเพลง

เป็นวินาที่เรารู้สึกอิสระ

เราจินตนาการถึงโลกที่เราได้เป็นออร์เคสตรา ที่กำลังนำวงดนตรีวงหนึ่ง บรรเลงเสียงเพลงอยู่ท่ามกลางก้อนเมฆ

มือเราค่อย ๆ ขยับตาม เหมือนกับเราเป็นออร์เคสตรามืออาชีพอย่างไรอย่างนั้น

จริง ๆ แล้วเราแค่ขยับตามเสียงเพลง แต่ไม่รู้ทำไม มันรู้สึกได้ปลดปล่อย

เรารู้สึกมากขึ้น สัมผัสมากขึ้น..

แขนที่กำลังขยับ
ลมที่พัดผ่านมากระทบใบหน้า
เสียงนกร้องเรียกหากันยามเช้า
เสียงหมาเห่าแซมมาบ้างบางจังหวะ
เสียงผู้คนที่กำลังพูดคุยอยู่ในทุ่งนา

เราลืมตาขึ้น มองขึ้นไปบนท้องฟ้า กวาดสายตาออกไปสุดลูกหูลูกตา

ค่อย ๆ กลับมามองตัวเองที่กำลังขยับแขนและมือ เปรียบดั่งออร์เคสตราผู้มากประสบการณ์

ประสบการณ์ตรงนั้นทำให้เรารู้สึกขนลุกไม่หยุด มันเป็นความรู้สึกที่ดีมาก ๆ


ฟรึ่บ

ท่ามกลางความรู้สึกเหล่านั้น เราเห็นบางอย่างเคลื่อนไหว บนต้นไม้ต้นหนึ่ง ข้างรั้วบ้าน เราไม่แน่ใจว่าคืออะไร

เราเข้าไปใกล้ ๆ และรองสังเกตุมันดี ๆ

มันคือกิ้งก่าตัวน้อย ๆ ตัวหนึ่ง

เหมือนมันจะรู้แล้วว่าเราเจอมัน มันเลยพยายามอยู่นิ่ง ๆ ไม่ไปไหน

แต่รู้อะไรมั้ย ในความคิดของเรา เกิดคำถามหนึ่งคำที่ดังอยู่ข้างใน

เราไม่ได้เจอกิ้งก่านานแค่ไหนแล้วนะ

เรานึกย้อนกลับไปยันช่วงประถม!!

นี่เราไม่ได้มีความทรงจำเกี่ยวกับกิ้งก่านานขนาดนี้เลยหรอ ถ้าไม่นับว่าเจอในทีวีน่ะนะ

จริง ๆ ก็อาจจะเคยเจอในระหว่างช่วงเวลาที่เติบโตขึ้น แต่ช่วงจังหวะที่เรานึกย้อนกลับไป เราไม่มีความทรงจำหลงเหลือเลย

จนกระทั่งเราย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาที่เรายังเป็นเด็กน้อยคนนึง

พอนึก ๆ ดูแล้ว ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เราได้รู้สึกผจญภัยในโลกกว้าง ได้จินตนาการถึงบทบาทต่าง ๆ ที่เด็กคนนึงจะสามารถเป็นได้

ได้เล่น ได้สนุก ได้ตั้งคำถามและสังเกตุได้เต็มที่

แต่ตลอดช่วงการเติบโตมานี้ ทำไมเราถึงสังเกตุสิ่งรอบตัวน้อยลงนะ

หรือเพราะเรากำลังมัวแต่มองข้างหน้าอยู่กัน

จริง ๆ แล้วสิ่งเหล่านั้นไม่เคยหายไปไหนเลย มันอยู่รอบตัวเราตลอดเวลา

เหมือนกับกิ้งก่าตัวน้อยตัวนี้ มันก็เกาะอยู่บนต้นไม้ต้นนี้อยู่ตลอดเวลา มีเพียงแค่เราที่ไม่ได้สังเกตุเห็นมัน

เราย้อนกลับมานั่งคิดว่า จริง ๆ แล้ว ความสุขก็คงทำงานคล้าย ๆ กัน มันมีอยู่รอบตัวเราอยู่แล้ว อยู่ที่เราจะสังเกตุเห็นมันไหม

อย่างที่เรารู้สึกว่าวันนี้จะเป็นวันที่ดี การได้ทำอะไรหลาย ๆ อย่างเพื่อตัวเอง แม้จะเล็ก ๆ น้อย ๆ มันก็เป็นความสุขอย่างนึงละมั้ง


มันเป็นเช้าที่ดีจริง ๆ :-)


Author Avatar
การเดินทางของเด็กชายหุ่นยนต์
ฉันกำลังค่อย ๆ เรียนรู้ความเป็นมนุษย์ ทีละนิด ทีละนิด ผ่านการเดินทาง และผู้คนมากมายที่ฉันพบเจอ...

0 ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

เรื่องราวที่คุณอาจสนใจ