ทฤษฎีวงจรชีวิตของครุฑ
จากข้อมูลที่รวบรวมตอนนี้ สุบรรณพิภพน่าจะเห็นเกาะลับแลกลางมหาสมุทรที่มีสระน้ำจืด ซึ่งอาจคล้ายกับพวกเวมานิกเปรตบางกลุ่มที่อาศัยอยู่ในวิมานทิพย์บนเกาะลับแล
พวกครุฑเองก็น่าจะมีวิมานทิพย์อยู่บนเกาะลับแลเช่นกัน จึงสามารถลักพาตัวสตรีมนุษย์มาอยู่กินด้วยกันบนเกาะได้ (พฤติกรรมนี้ก็คล้ายเวมานิกเปรตบางตนด้วย)
แต่ก็มีข้อมูลอีกสายหนึ่งที่บันทึกว่า เวชยันตราชรถของท้าวสักกเทวราชเคยเฉี่ยวยอดงิ้วจนทำให้ลูกนกครุฑต้องพลัดตกจากรัง
ถ้าอิงตามข้อมูลชุดหลัง แสดงว่าพวกครุฑไม่น่าจะฟักไข่และเลี้ยงลูกอยู่ในวิมาน แต่ทำรังแทน
ทีแรกข้อมูลทั้ง ๒ ชุดดูเหมือนจะขัดแย้งกัน แต่พอเรามานึกดูดีๆ ก็คิดได้ว่า เหตุการณ์ที่เวชยันตราชรถของท้าวสักกเทวราชเฉี่ยวยอดงิ้วจนทำให้ลูกนกครุฑต้องพลัดตกจากรัง เกิดขึ้นตอนที่ท้าวสักกะกำลังเพลี่ยงพล้ำหลบหนีการไล่ตามของกองทัพอสูร แปลได้ว่าเหตุการณ์นี้น่าจะเกิดขึ้นที่ขุนเขาพระสุเมรุ ซึ่งมีกองอารักขาของครุฑประจำการอยู่ชั้นหนึ่งด้วย
เราจึงคิดว่า วงจรชีวิตปกติของพวกครุฑคือ ในเวลาทั่วไป พวกครุฑจะอาศัยอยู่ตามวิมานบนเกาะลับแล (อาจเป็นวิมานที่ตั้งอยู่บนยอดป่างิ้ว) เป็นการอยู่ตามลำพัง ไม่ได้อยู่รวมกันเป็นฝูง คือ ใน ๑ เกาะอาจมีครุฑอาศัยอยู่หลายตัว แต่ครุฑทุกตัวจะไม่ได้อยู่รวมกลุ่มกัน แยกเป็นวิมานใครวิมานมัน ไม่ได้ติดต่อยุ่งเกี่ยวกัน
แต่ในช่วงของการผสมพันธุ์ (ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปีไม่มีจำกัด) พวกครุฑทั้งเพศผู้และเพศเมียจะบินมารวมตัวกันในป่างิ้ว ซึ่งตั้งอยู่ที่ขุนเขาสิเนรุ เพื่อจับคู่ผสมพันธุ์ พวกครุฑอาจเริ่มสร้างรังเพื่อใช้ในการวางไข่และเลี้ยงลูกกันที่นี่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น โดยครุฑเพศผู้อาจเป็นฝ่ายสร้างรังเพื่อดึงดูดความสนใจจากเพศเมีย คล้ายพฤติกรรมของนกอีกหลายๆ ชนิด
หลังจากพวกครุฑพ่อแม่ช่วยกันเลี้ยงลูกจนโตและสอนบินจนคล่องดีแล้ว พวกมันก็จะบินกลับไปอาศัยที่เกาะของพวกตนตามเดิมอีกครั้ง เป็นวงจรหมุนเวียนกันไปแบบนี้ไปเรื่อยๆ ทำให้มีพวกครุฑคอยอยู่เฝ้าอารักขาขุนเขาสิเนรุอยู่ตลอดเวลาไม่เคยขาด พอครุฑเก่าทิ้งรังไป ครุฑใหม่ก็มาสร้างรังอีก
ซึ่งพฤติกรรมการย้ายจากที่อยู่อาศัยเดิมมาเลี้ยงลูกจนโตแล้วค่อยพาลูกกลับ ก็คล้ายกับพวกนาค ที่เมื่อใกล้คลอด เหล่านางนาคที่ตั้งครรภ์จะออกจากวิมานใต้สมุทร มารวมตัวกันตามโพรงถ้ำในแดนหิมพานต์ (คาดว่าเป็นถ้ำที่แนวเขาวงแหวนชื่อ นาคปลิเวฏฐนา) เพื่อคลอดลูกและสอนว่ายน้ำ พอถึงฤดูฝนพวกนางก็จะตั้งจิตหมู่เพื่อให้เกิดพายุฝนตกหนักจนท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำของแดนหิมพานต์ เป็นการป้องกันไม่ให้พวกครุฑมองเห็นเวลาพวกนางพาลูกๆ กลับลงใต้สมุทร
อนึ่ง ตามพระไตรปิฎก ลักษณะทางกายภาพของครุฑคือนกทั้งตัว ไม่มีลักษณะของความเป็นกึ่งมนุษย์ใดๆ โดยในร่างแปลงที่ใช้สำหรับล่านาคนั้น
ครุฑ จะมีขนาดตัว (ยาว) ๑๕๐ โยชน์
ปีกขวาและปีกซ้าย มีขนาด (ยาว) ๕๐ โยชน์ (และในอีกพระสูตร ระบุว่าปีกครุฑเป็นสีทอง)
แพนหาง (ช่อขนหาง) มีขนาด (ยาว) ๖๐ โยชน์
คอ มีขนาด (ยาว) ๓๐ โยชน์
ปาก (จะงอยปาก) มีขนาด (ยาว) ๙ โยชน์
เท้าทั้งสอง มีขนาด (ยาว) ๑๒ โยชน์
หากอิงตามข้อมูลของร่างนี้ จะพบว่า ครุฑมีขาที่สั้นมาก เมื่อเทียบกับสัดส่วนของร่างกายทั้งหมด

0 ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น