เจ้าแมวดำ
ในทุกวันที่ฉันตื่นนอน ฉันมักจะเห็นเจ้าแมวดำตัวหนึ่งคอยนอนอยู่ข้างตัวฉันเสมอ เจ้าแมวตัวนั้น ชื่อ คุโระ เป็นแมวจรจัดที่แม่ฉันรับมาเลี้ยงในบ้าน น่าจะเป็นตัวที่สิบห้าได้แล้ว
ตามตรงแม่ฉันเป็นคนจำพวกรักสัตว์ ไม่ว่าจะสุนัข หรือแมว ท่านก็เอ็นดูและคอยห่วงใยอยู่ตลอด ทั้งสิบห้าตัวก็ไม่มีตัวไหนเป็นแมวซื้อจากห้างหรือตัวมีราคาเลยแม้แต่น้อย พวกมันล้วนมาจากข้างถนนทั้งหมด
แน่นอนว่าแม่ของฉันรับผิดชอบพอ เมื่อรับมาเลี้ยงแล้วไม่มีตัวไหนต้องอด หรือนอนไม่อุ่น ท่านรักพวกเขาเหมือนลูกแท้ๆ สำหรับฉันเจ้าแมวพวกนี้ก็ทำให้คลายเหงาได้ไม่น้อย เลยไม่ได้ขัดอะไรที่แม่ทำแบบนี้
เหมือนฉันจะเวิ่นเว้อไปมากงั้นกลับเข้าเรื่องสักนิด ที่ฉันพูดถึงเจ้าคุโระเพราะว่าเจ้านี่มาต่างจากแมวตัวอื่นในบ้าน อย่างที่บอกไปก่อนหน้าแมวทุกตัวล้วนเป็นแมวจรจัด เจ้าคุโระก็ไม่ต่าง แล้วมันไม่เหมือนกับคนอื่นยังไงล่ะ?
เจ้าคุโระเป็นแมวต่างจังหวัด ไม่ได้เก็บมาจากแถวบ้านเหมือนตัวอื่นๆ ฉันเจอมันตอนที่ได้ไปเรียนมหาวิทยาลัย ในวันที่เจอกันครั้งแรกฉันเผลอเปิดหน้าต่างของห้องพักทิ้งไว้ และกลับไปนอนเล่นคอมพิวเตอร์ ดูการ์ตูน อย่างสบายใจเฉิบตามประสา รู้ตัวอีกทีก็ได้ยินเสียงร้อง แง๊วๆ มาจากใต้เตียงของฉัน
เมื่อก้มลงไปดู หาต้นตอของเสียง ตามตรงตอนนั้นจะนับเป็นเรื่องตลกก็ได้ ฉันไม่เห็นเจ้าคุโระที่แอบอยู่ข้างใต้นั้น
ใครๆก็รู้ ใต้เตียงนอนเหมือนกับดินแดนพิศวง ไม่ว่าเวลานั้นจะมีแสงสว่างสาดส่องจนสามารถเห็นทุกสิ่งในห้องได้อย่างชัดเจนเพียงใด ก็ไม่อาจกลบความมืดมิดข้างใต้เตียงนอนนั้นไปได้ นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันไม่เห็นเจ้าแมวดำตัวน้อยในคราแรก ทำเพียงส่องใต้นั้นสักพักและกลับไปนอนดูวิดีโอตามปกติ
จนกระทั่งเวลาผ่านไปเสียครู่หนึ่ง เจ้าแมวดำไร้ชื่อถึงเดินออกมาเหมือนกับได้เวลาอาหารของมัน สายตาของฉันเหลือบเห็นแมวตัวนั้นเดินออกห้องผ่านทางหน้าต่างเตรียมไปหาอาหารในมื้อนี้ ราวกับห้องนี้เป็นของมัน ไม่ใช่ฉันซึ่งเป็นคนจ่ายค่าห้องที่อาศัยอยู่อย่างสิ้นเชิง
วันต่อมาฉันจึงตั้งใจจะทำความรู้จักกับมันเสียหน่อย หลังจากกลับจากมหาวิทยากับคาบเรียนอันแสนเหน็ดเหนื่อย ฉันมุ่งตรงไปยังร้านสะดวกซื้อที่อยู่ใกล้ทางเข้าไปหอของฉัน หยิบขนมแมวเลียมาสามถึงสี่ซองได้ จำได้เลยว่าในตอนนั้นฉันเลือกอาหารแมวไม่เป็นเท่าไหร่ จึงหยิบแต่ของที่เป็นแบรนด์ยอดนิยมและแพ็คเพจเข้าตาของฉัน ก่อนจะเดินไปจ่ายเงินและตรงกลับหอไป
เหมือนมันจะคิดว่าห้องนี้เป็นห้องของมันจริงๆ เพียงเพราะเมื่อฉันเปิดผ้าม่านไปก็เห็นมันนั่งอยู่ที่ระเบียง เหมือนกับรอให้ใครสักคนมาเปิดหน้าต่างเพื่อให้มันได้เข้ามาพักผ่อน ไม่รอช้าฉันเปิดประตูให้มันเหมือนต้อนรับแขกเข้าบ้านก่อนมันจะเข้ามาโดยไม่ได้มีทีท่าหวาดกลัวมนุษย์เลยแม้แต่น้อย
ขนมแมวเลียที่ฉันซื้อมาคงไม่เสียเปล่าแล้ว ฉันแกะซองป้อนให้มันกิน และแน่นอนมันกินโดยไม่สงสัยอะไร จะว่าไปในตอนนั้นคุโระยังเป็นลูกแมวดำตัวเล็กอยู่เลย แต่ปัจจุบันมันตัวแน่นขึ้นกว่าเก่าเยอะ แม้จะไม่ได้เท่ากับแมวตัวอื่นๆในบ้านแต่ก็ถือว่าโตขึ้นมามากเลยทีเดียว ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมมันถึงโตได้ไม่เท่าเพื่อนไว้จะเล่าให้ฟังต่อจากนี้ ยังไงฉันขอเล่าเรื่องที่ว่าพาคุโระกลับบ้านมายังไงก่อนดีกว่า
หลังจากได้กินขนมแมวเลียในวันนั้น เจ้าแมวดำตัวนี้ก็ดูท่าจะยึดห้องของฉันไปโดยสมบูรณ์ ฉันไม่ได้เลี้ยงมันไว้ในห้องหรอก แต่เมื่อใดที่ฉันเปิดผ้าม่านก็จะเห็นมันยืนรอ ไม่ก็รีบกระโดดขึ้นระเบียงมาหาที่หน้าต่างในทุกๆครั้ง เงินบางส่วนของฉันก็โดนเจ้าแมวตัวนี้ยึดไปโดยเรียบร้อย เดือนหนึ่งอาจจะตกประมาณสามถึงสี่ร้อยบาทก็ได้ล่ะมั้ง นี่ขนาดว่าฉันไม่ได้เลี้ยงมันแบบร้อยเปอร์เซนนะ
แต่ก็ว่ากันตามตรงเพราะมีเจ้าแมวตัวนี้อยู่ ชีวิตมหาวิทยาลัยของฉันเลยไม่ได้แย่อย่างที่คิด ฉันมันเป็นคนที่เครียดง่ายกับทุกสิ่งที่เจอ ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ บางครั้งฉันก็โดนหาว่าย้ำคิดย้ำทำ ไม่ก็เหมือนคนบ้าบ้าง แน่นอนว่าฉันไม่ปฏิเสธหรอก เพราะยังไงฉันก็ไม่ได้ชอบตัวเองที่เป็นอย่างนี้ และหากมองจากมุมมองภายนอกฉันก็อาจจะดูเป็นอย่างนั้นจริง
แต่เจ้าแมวดำไม่เคยว่าอะไรฉัน ก็เพราะเป็นแมวนี่เนอะ แต่ในที่นี้คงหมายถึงมันไม่เคยหนีฉัน อย่างกับมันจำได้ว่าใครเป็นคนให้ข้าวมันอย่างนั้นแหละ มันคอยอยู่ด้วยเสมอในตอนที่ฉันมีอาการเครียดหรือเศร้าหนักกว่าปกติ แม้กระทั่งตอนฉันเคว้งคว้าง หรือร้องไห้กับเรื่องที่ผ่านมาในชีวิตเจียนตาย มันก็ยังคอยอยู่ คอยเอาหัวเล็กๆของมันถูไถ ดันมือดันขาของฉันราวกับบอกว่าฉันไม่ได้อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมคับแคบนี้เพียงคนเดียว
อาจจะบอกว่าฉันดีใจก็ไม่ถูก แต่เหมือนกับโล่งใจต่างหากที่อย่างน้อยมันก็ไม่ทิ้งฉันให้จมกับความคิดที่ฟุ้งเฟ้ออยู่คนเดียว
ขอตัดมาวันที่พามันกลับบ้านเลยแล้วกัน ตอนนั้นใกล้ช่วงที่ฉันจะเรียนจบแล้ว แม่ของฉันก็จะแวะมาที่หอพักของฉันบ่อยขึ้น และในทุกๆครั้งก็จะเจอเจ้าแมวดำตัวนี้นี่แหละ แม่เอ็นดูมันอย่างมากถึงขั้นที่ว่าทุกครั้งที่มาต้องหาของอร่อยมาให้มันกินในทุกๆครั้ง นับเป็นเรื่องดีที่ตัวฉันเองก็ไม่ต้องเสียเงินกับค่าอาหารแมวแล้ว คนดูแลมันเหมือนจะกลายเป็นแม่ของฉันไปตั้งแต่วันนั้น
และด้วยความผิดปกติของเจ้าแมวดำตัวนี้ทำให้แม่ของฉันยิ่งเป็นห่วงและเอ็นดูมันมากกว่าเดิมไปอีก ที่ว่าผิดปกติคือมันเป็นแมวที่เหมือนผ่านการทำร้ายมา เท้าของมันเหมือนถูกอะไรกัดหรือฟันจนขาด ใช่แล้วล่ะ เท้าข้างนึงของคุโระมีนิ้วไม่ครบ ด้วยความใจอ่อนของแม่ฉัน ท่านจึงตัดสินใจในทันทีที่จะพาเจ้าคุโระกลับบ้านในท้ายที่สุด
ท่านทำทุกอย่างก่อนจะพามันกลับ ทั้งพาไปหาสัตวแพทย์เพื่อตรวจหาโรคและให้วัคซีน คอยพูดคุยกับมันว่าให้กลับไปอยู่กับท่าน ถึงฉันจะไม่รู้ว่าเจ้าคุโระจะเข้าใจที่แม่ของฉันพูดมั้ย แต่อย่างน้อยวันที่พามันใส่ตระกร้าและแบกขึ้นรถมันก็ไม่ได้มีท่าทีขัดขืนอะไร เหมือนเตรียมพร้อมที่จะไปบ้านใหม่ ถึงแม้จะมีบ้างช่วงที่ร้องออกมาเหมือนกับกังวลเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
หลังจากนั้นมาฉันกับแม่ก็กลับมาใช้ชีวิตที่บ้าน ตัวฉันยังเป็นเด็กจบใหม่ที่ไม่ได้มีงานทำ ทำให้ฉันยิ่งรู้สึกเครียดและกดดันในชีวิตมาก คงสงสัยใช่มั้ยว่าฉันเกริ่นเรื่องนี้ขึ้นมาทำไม หากให้ตอบคงเพราะว่ามันสำคัญกับเรื่องเล่าของเจ้าแมวดำตัวน้อยในตอนนี้ล่ะมั้ง
พอเจ้าคุโระได้มาอยู่ในบ้านหลังนี้ เหมือนผลตอบรับจะไม่ดีเท่าไรนัก เพราะแมวเจ้าของถิ่นในบ้านทั้งสิบสี่ตัวดูจะไม่ค่อยชอบมันเท่าไหร่ ตอนแรกฉันกับแม่ก็มองเป็นเรื่องปกติ เป็นธรรมดาที่เมื่อแม่พาแมวใหม่เข้าบ้าน กลิ่นที่ไม่คุ้นชินจะทำให้แมวที่เลี้ยงไว้ขู่และหวงอาณาเขตของมัน จนแม่ของฉันต้องทำกรงไว้เลี้ยงแมวที่เข้าบ้านมาใหม่เพื่อให้ตัวที่เหลือคุ้นชินกับกลิ่นของพวกมันเสมอๆ
แต่เจ้าแมวดำตัวนี้แตกต่าง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเป็นแมวต่างจังหวัดหรือยังไง แม้จะอยู่มาได้นานแล้วแมวเจ้าเก่าก็ยังไม่เลิกทำตัวนักเลงใส่สักที บ้างก็ขู่ บ้างก็ใช้อุ้งมือของพวกมันตบไปที่เจ้าคุโระ บางทีก็มีแอบคิดบ้างว่าสำเนียงการร้องของมันแปลกไปจากปกติ จนแมวที่บ้านไม่ชินหรือเปล่า แต่เอาเถอะเรื่องนั้นคนอย่างเราคนไม่สามารถพิสูจน์ได้ นอกจากจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงร้องของสัตว์
จนตอนนี้เหมือนมันเป็นแมวไม่กล้าเข้าสังคม แมวที่กลัวใครจะมาทำร้าย และหวาดระแวงตลอดเวลา เมื่อฉันไม่ได้ให้มันเข้ามาในห้อง ซึ่งเป็นปกติอยู่แล้วที่มันจะไม่ได้เข้า เพราะแมวในบ้านตัวอื่นๆจะถูกเลี้ยงไว้ในห้องกลางของบ้านกันทั้งหมด ตอนนั้นเจ้าแมวดำตัวนี้จะมานั่งรอที่หน้าประตูตลอด เมื่อใดที่มีคนเปิดประตูบานนี้ออก เจ้าคุโระจะรีบพุ่งตัวเข้ามาในห้อง กระโดดขึ้นมานอนบนเตียงฉันเป็นประจำ
มันมักจะมานอนซึมๆอยู่เสมอเหมือนที่ตรงนี้คือการชาร์จแบตที่ดีที่สุด ตามตรงฉันไม่ได้เหมือนแม่ตัวเองเท่าไรนัก ไม่ได้เอ็นดูหรือรู้สึกสงสารแมวเท่ากับท่าน แต่เจ้าคุโระมักจะทำตัวให้รู้สึกน่าเป็นห่วงเสมอ ตั้งแต่ที่ต่างจังหวัดแล้ว เจ้าคุโระเป็นแมวที่ไม่ค่อยส่งเสียงร้องเท่าไหร่ ครั้งแรกที่มันซ่อนอยู่ในใต้เตียงล่ะมั้งที่เป็นการร้องของมัน ที่ฉันจำความได้ หลังจากนั้นเหมือนกับเด็กเงียบไม่ก็ขี้อาย ที่มักจะร้องเสียงเบาๆเหมือนไม่อยากรบกวน ไม่ก็ไม่รู้จักคำว่าขอความช่วยเหลือหรือพูดไม่เก่ง
ยังไงก็แล้วแต่กลายเป็นว่าคุโระกลายเป็นแมวที่ได้เข้าห้องฉันบ่อยที่สุดในบ้าน แถมตัวเล็กและขนไม่ร่วงง่ายทำให้อาการแพ้ฝุ่นหรือขนสัตว์ของฉันไม่ได้มีปัญหา นอกจากฉันจะเอาหน้าไปจุ่มกับตัวของมันเอง นึกแล้วก็แอบตลกที่พอฉันจามทีไร เจ้าคุโระมีต้องหันตามตลอด คงเพราะฉันเป็นคนจามทีเสียงดังแถมเสียงใหญ่ด้วยล่ะมั้ง
อืม…นึกดูแล้วฉันยังไม่ได้เข้าเรื่องที่ฉันเกริ่นเรื่องว่าฉันเครียดและกดดันกับชีวิตตัวเองเลยสินะ จะว่ายังไงดีพอเป็นเรื่องของตัวเองแล้วพูดไม่ค่อยถูกเท่าไหร่ แต่อย่างที่เคยเล่ามาก่อนหน้า ไม่รู้ว่าเพราะเป็นความพิเศษของแมวหรือทักษะเฉพาะตัวของเจ้าคุโระกันแน่ เหมือนกับว่ามันจับสัมผัสได้ว่าฉันกำลังเครียดอยู่ตลอดเวลา เมื่อเห็นฉันทีไร จากที่เล่นหรือแอบอยู่มุมไหนก็ตาม มันพร้อมจะเดินมาหา มาคลอเคลีย เดินไถอยู่แถวๆขาของฉันราวกับพยายามจะปลอบประโลมอยู่ตลอดเวลา
ไม่ได้ต่างจากตอนที่ฉันเรียนอยู่เลย ตอนที่ฉันกำลังเคว้งคว้างและไร้จุดหมาย กดดันตัวเองที่จะต้องทำให้ได้เหมือนอย่างใครเขา ก็มีเจ้าคุโระนี่แหละที่เหมือนจะคอยบอกกับฉันอยู่ตลอดว่าไม่เป็นไร ไม่มีอะไรที่ต้องกลัว
เมื่อลืมตาตื่นในทุกเช้า ฉันพบแต่ความสิ้นหวังในตัวเอง ทุกครั้งที่ต้องตื่นขึ้นมาได้แต่พร่ำภาวนากับตัวเองเสมอว่าทุกอย่างจะดีขึ้น อย่าเครียดไปเลย อยู่ซ้ำๆ แต่ไม่ว่ายังไงก็ไม่เห็นผล จนกระทั่งฉันสัมผัสได้ถึงขนแสนนุ่มนวลของเจ้าคุโระ ไม่รู้ว่าเป็นความพิเศษของมันอีกหรือเปล่า แต่ขนของมันไม่เหมือนกับแมวตัวอื่น จับแล้วดูนุ่มลื่นและเงางาม ไม่เหมือนกับแมวที่ผ่านสงครามบนท้องถนนมาแม้แต่น้อย
และนั่นก็เป็นสัมผัสที่ทำให้ฉันเบาใจไปได้ครู่หนึ่ง
แต่เมื่อฉันเปิดไฟห้องนอนที่เคยมืดสนิท ฉันก็ได้เห็นเจ้าคุโระที่ดูท่าทางไม่สู้ดีนัก คาดเดาได้เลยว่าคงโดยเพื่อนแมวในบ้านแกล้งมาอีกแน่ๆ ฉันไม่รู้ว่าการเขียนเรื่องนี้ออกมาบ้านของฉันจะถูกมองว่าเป็นบ้านใจจืดใจดำ ไม่ยอมดูแลแมวที่อ่อนแอกว่าให้ดีหรือเปล่านะ แต่ฉันขอยืนยันเลยว่าบ้านของฉันดูแลพวกมันทุกตัวอย่างดี ไม่ว่าจะมีเจ้าตัวไหนเป็นลูกรักของใครหรือเปล่า แต่เราล้วนให้ความรักกับพวกเขาอย่างสุดความสามารถอย่างแน่นอน
กลับมาเข้าเรื่องของเจ้าแมวดำตัวน้อยของเราต่อ ที่ว่าอาการไม่ดีนั้นไม่ได้สาหัสอะไรแค่เหมือนกับมันเหนื่อยจนเพลียตลอดเวลาเท่านั้น เจ้าคุโระปกติไม่ค่อยจะหลับเท่าไหร่นัก แต่ช่วงนี้มันค่อนข้างหลับบ่อยเหมือนต้องการพักผ่อนจากสังคมที่เป็นอยู่ แต่มันจะรีบตื่นหูตั้งทุกครั้งที่ฉันขยับตัว เหมือนรู้ว่าฉันได้ตื่นจากเวลานอนอันแสนยาวนานแล้ว
พอมองแบบนี้ทั้งฉันและคุโระไม่ได้ต่างกันเลย เหนื่อยจนต้องอยากหลีกหนีความจริงสักพัก โดยใช้การหลับเป็นทางหลบหนี
แต่เจ้าคุโระน่ะ เก่งกว่าฉันไปอีกหลายเท่าเลย เพราะไม่ว่ามันจะเหนื่อยสักเท่าไหร่ เจ็บตัวจากเจ้าแมวตัวอื่นขนาดไหน แต่มันก็ยังทำสิ่งหนึ่งอยู่สม่ำเสมอ คือการอ่านความรู้สึกของฉันและคอยนอนอยู่ข้างเตียงไม่ห่าง ทั้งที่เมื่อความเจ็บปวดมาถึงตัวมัน มันจะออกห่างฉันไปสักระยะเพื่อฟื้นฟูตัวเองฉันก็ไม่ขัดอะไรแท้ๆ
แต่เจ้าแมวดำตัวน้อยของฉันก็ยังอยู่ตรงนี้
คงไม่มีคำพูดไหนที่จะบอกกับเจ้านี่ได้นอกจากคำว่าขอบคุณ ทั้งที่ฉันเป็นแค่มนุษย์โง่เง่าที่ไม่แม้แต่จะฟังภาษาของแกออก แต่มันก็ยังคอยอยู่เคียงข้างเสมอมา อาจจะดูหลงตัวเองไปบ้างแต่ที่แกยังอยู่เพราะว่าขนมแมวเลียในวันนั้น หรือเพราะฉันเองก็คือพื้นที่พักผ่อนของแกกันนะ ไม่รู้สิ
ยังไงก็ขอบคุณนะคุโระ อย่างน้อยถึงฉันจะไม่ได้หายจากอาการเครียดสะสมที่เป็นอยู่ก็ตาม
แต่อย่างน้อยแกก็คือพื้นที่ที่ทำให้ฉันผ่อนคลายได้ในช่วงเวลาหนึ่งจริงๆ

0 ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น