เหตุผลที่คุณจะต้องรัก อามาเนะ อาซาฮี สุดยอดเอซแห่งคาราสึโนะผู้เข้าใจตัวตนในแบบที่ตัวเองเป็น

เหตุผลที่คุณจะต้องรัก อามาเนะ อาซาฮี สุดยอดเอซแห่งคาราสึโนะผู้เข้าใจตัวตนในแบบที่ตัวเองเป็น

สวัสดีค่ะ นี่เป็นบทความแรกของเราเลยค่ะที่จะมาวิเคราะห์เจาะลึก ตัวละครในอนิเมะที่เราเคยดูมา เพราะงั้นต้องขอบอกไว้ก่อนว่าสิ่งเรากำลังนำเสนอต่อไปนี้เป็นเพียงแค่บทวิเคราะห์ตามรสนิยมความชอบโดยผ่านมาจากประสบการณ์การใช้ชีวิตของเราเท่านั้น และด้วยความที่อนิเมะหรือมังงะเรื่องนี้ได้ออกสู่ตลาดมานานมากแล้ว เราจึงอาจจะพลาดรายละเอียดหลายอย่าง หากใครรู้อะไรเพิ่มเติมก็สามารถพิมพ์แสดงความคิดเห็นกันได้นะคะ และเพื่อที่จะไม่ให้เสียเวลา เรามารับชมกันเลยดีกว่าค่ะ คำเตือน เนื้อหาบทความนี้จะมีการกล่าวถึงเนื้อหาสำคัญในมังงะซึ่งจะยังไม่ได้ปรากฎออกมาในอนิเมะ โปรดระวัง Spoil สาเหตุที่คุณต้องชอบอามาเนะ อาซาฮี สุดยอดเอซแห่งคาราสึโนะผู้โค่นล้มกำแพงในหัวใจลงได้ อย่างที่ใครหลายคนรู้กันว่า อามาเนะ อาซาฮีเป็นตัวละครใน Haikyuu ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องของคาแรคเตอร์ดีไซน์ นิสัย และบทบาทสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนพัฒนาการของตัวละครต่างๆ โดยเฉพาะตัวเอกอย่าง ฮินาตะ โชโย เด็กหนุ่มผู้มีความฝันที่อยากจะเล่นในตำแหน่งของ เอซ (ผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดในสนาม) ตามรอยรุ่นพี่ศิษย์เก่าของเขาที่เคยเรียนอยู่ในคาราสึโนะ ความรู้สึกที่เราดูในตอนนี้ก็จะเป็นเหมือนฮินาตะเลยล่ะค่ะ มีความรู้สึกตื่นเต้น ประทับใจ และด้วยความที่เราไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับกีฬาวอลเลย์บอลเลยแม้แต่นิดเดียว ทำให้เวลามีตัวละครที่รักวอลเลย์บอลมากๆ มาอธิบาย ทำให้เรารู้สึกเข้าใจและอยากเอาใจช่วยให้พวกเขาสำเร็จในสิ่งที่หวังไว้ค่ะ ทุกอย่างดูเหมือนจะผ่านไปได้แบบราบรื่นใช่ไหมคะ แต่แล้วเมื่อเนื้อเรื่องเข้าสู่เหตุดราม่าครั้งใหญ่ในทีมคาราสึโนะ อาซาฮีเป็นตัวละครเดียวที่ไม่ได้โผล่ออกมาในเนื้อเรื่องเหมือนตัวละครอื่นตั้งแต่ต้น แต่จะถูกอธิบายผ่านอดีตที่เจ็บปวด โดยคนที่รับผลกระทบหลักๆ ในเหตุการณ์ครั้งนั้นมีอยู่ด้วยกันสองคน นั่นก็คือสึกะวาระ โคชิ ที่เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันกับอามาเนะ และ นิชิโนยะ ยู รุ่นน้องผู้เล่นตำแหน่งลิเบอโร่ (ตำแหน่งผู้เล่นพิเศษในกีฬาวอลเล่ย์บอล) ซึ่งเป็นตัวละครที่เราจะกล่าวถึงเขาในภายหลังค่ะ (ทดไว้ในใจก่อน) เรามาโฟกัสที่สึกาวะ โคชิ ที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นของอามาเนะก่อนค่ะ เดิมทีแล้วสึกาวาระเล่นอยู่ในตำแหน่งเซตเตอร์ของทีมคาราสึโนะ และเมื่อมีผู้เล่นที่โดดเด่นเข้ามาอย่างคาเงยามะ โทบิโอะ สึกะที่มีทักษะในการวิเคราะห์ วางแผนให้กับทีม เขาสามารถประเมินศักยภาพตัวเองได้ดี อีกทั้งยังสามารถจัดการกับปัญหาได้โดยที่ไม่ใช้อารมณ์ชี้นำ จุดนี้เองที่ทำให้เรารู้สึกว่าสึกะเป็นผู้ใหญ่มากๆ ค่ะ แต่เมื่อเนื้อเรื่องได้เล่าย้อนอดีตเหตุการณ์ในห้องเก็บของวันที่อามาเนะกับนิชิโนยะเกิดความขัดแย้งกัน สึกะเหมือนจะค้างคากับความรู้สึกในตอนนั้นค่ะ เรารู้สึกว่าเขาดูอ่อนไหวมาก นั่นอาจเพราะสึกะวะระเป็นคนที่ใส่ใจคนอื่นมากค่ะ เขามีคุณสมบัติในการเป็นครูที่ดีได้เพราะสามารถรับรู้ความรู้สึกของคนอื่นได้มากกว่าคนทั่วไปค่ะ แต่การที่เขาอ่อนไหวกับเหตุการณ์ที่เพื่อนๆ ทะเลาะกันก็ไม่ใช่สิ่งที่น่าแปลกนะคะ เพราะ ณ ตอนนั้นเขาเองก็ยังเป็นแค่เด็กมัธยมปลาย เป็นวัยที่กำลังค้นหาตัวเองอยู่เลยค่ะ มาถึงจุดนี้ทุกคนอาจจะสงสัยว่าเอ๊ะนี่สรุปมาเล่าเรื่องของคนอื่นให้ฟังหรือเล่าเรื่องของอามาเนะ อาซาฮีกันแน่ ใจเย็นๆ กันก่อนนะคะ ตอนนี้ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะมาเล่าเรื่องพระเอกของบทความนี้ให้ฟังกันค่ะ อามาเนะ อาซาฮี ครั้งแรกที่เรารู้จักเขา เรารู้สึกได้เลยว่าเขาใช้อารมณ์ค่อนข้างเยอะค่ะ มาถึงตอนนี้คนอ่านอาจจะขมวดคิ้ว เพราะถ้าเราตัดภาพไปที่นิชิโนยะ ยู นี่ อามาเนะจะดูใจเย็นกว่าใช่ไหมคะ จริงๆ เรามองว่าสองคนนี้นอกจากลักษณะทางกายภาพภายนอกแล้ว ลักษณะนิสัยนี่ดูคล้ายกันมากเลยค่ะ ดูจากการแต่งตัวที่แอบขบถต่อกฎระเบียบเล็กน้อย นิชิโนยะผมผมที่ปลายหน้าม้าเพื่อเพิ่มความโดดเด่น (ส่วนเรื่องทาเจลให้ผมตั้งขึ้นขอไม่นับนะคะ เพราะดูความตั้งใจดูเหมือนจะเกี่ยวกับเรื่องส่วนสูงมากกว่า) อาซาฮีมีการไว้ผมยาว และพับแขนเสื้อ อีกทั้งนิสัย ความไม่ยอมใคร การใช้อารมณ์นำเหตุผล เหมือนจะคล้ายกันใช่แบบที่ทุกคนไม่ทันสังเกตใช่ไหมคะ ซึ่งตอนแรกที่เราได้ดู Haikyuu เราไม่เคยสังเกตเห็นลักษณะของสองคนนี้ไปในทางเดียวกันเลยค่ะ กลับกันรู้สึกว่าสองคนนี้คือขั้วตรงข้ามกันมากกว่า แต่รู้ตัวอีกทีก็ดันมองว่าคล้ายกันมากจนรู้สึกว่าไม่แปลกเลยค่ะที่พวกเขาสองคนจะไปท่องเที่ยวด้วยกันบ้าง เพราะดูรักอิสระทั้งคู่เลยค่ะ อามาเนะ อาซาฮี หากไม่ได้รู้จักเขา มองเขาแค่ผิวเผิน เหมือนกับเพื่อนต่างโรงเรียน เราอาจจะตัดสินว่าเขาดูน่ากลัวค่ะ แต่หากได้มาสัมผัส หรือรู้จักเขาผ่านเพื่อนๆ ที่อยู่ในทีมแล้วเนี่ย เราจะเห็นว่าอามาเนะนั้นแทบตรงข้ามกับความน่ากลัวเลยล่ะค่ะ อย่างไรก็ตาม จากการที่ดู Haikyuu ซ้ำไปซ้ำมากับเพื่อนอยู่หลายครั้ง เรามักจะชอบตั้งข้อสงสัย หรือเริ่มมองตัวละครในด้านที่คนไม่ค่อยมองกันค่ะ อย่างเช่น อามาเนะที่ดูขี้กลัว แต่ทำไมเขาถึงยังไว้ผมยาว พับแขนเสื้อ และไว้หนวดเล็กน้อย ในขณะที่ถ้าสมมติเขาแคร์สายตาของคนทั่วไปจริงๆ ทำไมเขาถึงไม่ถูกกลืนกินไปกับสังคม (ยิ่งเป็นช่วงวัยที่ต้องการการยอมรับจากเพื่อนๆ ด้วย) ทำไมเขาถึงไม่ไว้ทรงผมแบบเด็กนักเรียนชายมัธยมปลายปกติแบบคนทั่วไปล่ะ ? หรือ เพราะเหตุใดอามาเนะถึงยืนยันจะไม่กลับไปเล่นวอลเล่ย์บอล ทั้งๆ ที่เขาก็ดูกลัวทุกอย่างเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ความกลัวในครั้งนี้หมายถึงกลัวอะไร กลัวที่จะแพ้ ? รู้สึกผิดกับเพื่อน ? หรือกลัวเพราะเขารู้จักตัวเองดีเกินไปกันแน่ ? ใช่ค่ะ เราสงสัย เรามักจะคุยกับเพื่อนเสมอว่าคาแรคเตอร์ของอามาเนะ อาซาฮี มีอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่เยอะมากค่ะ มีพาร์ทนึงหลังจากที่เขาสามารถเอาชนะโรงเรียนดาเตะโค กำแพงเหล็ก ไปได้ก็ดูเหมือนว่าจะคลายปมทุกอย่างไปได้ด้วยดีค่ะ หลังจากนั้นแอร์ไทม์ของอามาเนะก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรมาก ด้วยความที่สมาชิกมีหลายคนค่ะผู้แต่งจำเป็นต้องกระจายบทให้แสงสว่างส่องไปถึงคนอื่นๆ ด้วย ตรงนี้เราอยากชื่นชมคนแต่งอย่างอาจารย์ ฟุรุดาเตะ มากๆ ค่ะ ท่านสามารถเฉลี่ยบทของตัวละคร และวางแผนการเดินทางของเนื้อเรื่องได้อย่างเป็นระเบียบมากๆ หากจะให้เห็นภาพอย่างชัดเจนก็คือ ท่านสามารถทำให้กีฬาวอลเลย์บอลที่ดูเข้าใจยากสำหรับคนปกติทั่วไป มามัดรวมคอนเซ็ปต์ของมันให้ย่อยง่าย ตรงนี้ทำให้เรานึกถึงฟลอเรนซ์ ไนติงเกลเลยล่ะค่ะ เป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ที่คิดค้นอินโฟกราฟิกเป็นคนแรกของโลก ความเหมือนของทั้งสองคนคือการนำเสนอข้อมูลที่ดูหลากหลาย เข้าใจยากมาจัดเรียงให้ดูเป็นระเบียบ เรียกได้ว่ามีชั้นเชิงในการเล่าเรื่องที่อาจจะไม่ได้ดูโดดเด่นเหมือนมังงะเรื่องอื่น แต่จุดเด่นของ Haikyuu คือเนื้อเรื่องที่มีระเบียบแบบแผนที่สุด และเป็นทักษะเฉพาะของเพศหญิงจริงๆ ค่ะ ที่มีความละเอียด พิถีพิถัน หลังๆ มาการศิลปินเพศหญิงมีบทบาทมากขึ้นในสังคมทำให้เรายิ่งมีแรงบันดาลใจอยากจะเชิดชู และเล่าถึงพวกเธอเยอะๆ เลยล่ะค่ะ บทความนี้เริ่มออกไปไกลแล้ว เรากลับมาที่ซีซั่นสองของ Haikyuu กันดีกว่าค่ะ มันเป็นช่วงของการฝึกซ้อมอย่างหนัก กลุ่มของคาราสึโนะได้รับโอกาสไปฝึกซ้อมที่โตเกียวค่ะ เรารู้สึกว่าอามาเนะ เหมาะกับการเป็นเด็กโตเกียวมากค่ะ เพราะสไตล์การแต่งตัวเขาเรารู้สึกเด็กว่าเด็กในตัวเมืองไม่น่ามองว่าแปลกอะไร แต่ละคนก็ย้อมผมไว้ผมยาวกันได้ทั้งนั้น แต่จากที่เราสังเกตอามาเนะก็ยังมีความประหม่าอยู่ค่ะ เราพอเข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้นะคะ เราเป็นคนกรุงเทพฯ เติบโตในเมืองหลวง พอได้กลับไปเยี่ยมญาติที่ต่างจังหวัดทีเขาจะดูตื่นเต้นกันมากค่ะ เราชอบคนที่อาศัยอยู่ต่างจังหวัดนะคะพวกเขาอาศัยอยู่กับธรรมชาติ มีความกล้าหาญและซื่อตรงมากๆ ค่ะ ไม่ต่างอะไรกับเด็กคาราสึโนะใน Haikyuu เลยค่ะ แล้วระหว่างการฝึกซ้อม เนื้อเรื่องจะเล่าถึงพัฒนาของแต่ละคนที่เริ่มค่อยๆ ขยับออกไป โดยสิ่งที่น่าสนใจเขาเล่าว่าทีมโตเกียวแต่ละทีมนั้นมีศักยภาพที่สูงมาก บางโรงเรียนถึงขั้นติดระดับประเทศก็มีมาแล้ว หากเปรียบศักยภาพของทีมคาราสึโนะในตอนนั้นก็เหมือนเพิ่งมาเริ่มเลเวลแรกๆ เลยล่ะค่ะ ทุกคนฝึกซ้อมกันหนักมาก อามาเนะเองก็มีหนึ่งในนั้นค่ะ เขาเผชิญหน้ากับความกลัวผ่านกำแพงในใจมาได้แล้ว ตอนนี้เขากำลังเผชิญกับปัญหา เมื่อฮินาตะ โชโย พระเอกของเราเกิดอยากตบลูกบอลที่เดิมทีจะต้องเป็นหน้าที่ของเอซค่ะ อย่างที่เล่าไป อามาเนะในตอนนั้นคือเอซใช่ไหมคะ เราสงสัยมากค่ะว่าเขาจะรับมือกับสถานการณ์ในตอนนั้นยังไง แต่เนื่องจากตัวละครในขณะนั้น รวมทั้งทีมโรงเรียนอื่นๆ ก็คือเยอะมากค่ะ มันไม่สามารถเล่าได้หมดจริงๆ ทำให้เราไม่รู้ค่ะว่าอามาเนะแก้ปัญหายังไง พอดูไปเรื่อยๆ ก็เห็นว่าเขาสามารถทำให้ฮินาตะไม่แย่งหน้าที่เขาได้แล้ว เราเลยหยิบสถานการณ์ตอนนั้นไปวิเคราะห์อีกรอบด้วยการใช้ข้อมูลที่อยู่อย่างน้อยนิดมากๆ มาจำลองกับตัวเอง หรือเพื่อนคนอื่นๆ ดูค่ะ เราได้มีการถกเถียงกันเรื่องประเด็นนิสัย ความกลัว อย่างว่า Haikyuu เป็นการ์ตูนค่ะ บางอย่างเราไม่สามารถเอามาเทียบกับโลกแห่งความจริงได้ เราเลยจะเรียกสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผลนี้ว่าเป็น ‘แก๊ก’ หรือ ‘มุกตลก’ ค่ะ พอเราสามารถแยกประเภทได้แล้ว เราก็จะนำเหตุการณ์ที่ปรากฎในเนื้อเรื่องมาซ้อนทีมเหตุการณ์จริงๆ โดยมีตัวเราจำลอง เป็นทั้งตัวอามาเนะด้วย เป็นคนที่อยู่บนสนาม เป็นเพื่อนร่วมทีม เป็นกรรมการ เป็นโค้ช สิ่งที่ได้มาเราสามารถวิเคราะห์ได้ว่า อามาเนะ ไม่ได้รู้สึกกลัวอีกต่อไปแล้วค่ะ หลังจากที่เขาแข่งขันจบศึกกับทีมดาเตะโค เขาดูผ่อนคลายขึ้นมากๆ ถึงจะมีฉากที่รู้สึกเจ็บปวดกับทีมอาโอบะ โจไซที่เป็นบอสใหญ่ของซีซั่นหนึ่ง เขาแอบโทษตัวเอง เราคิดว่าคงเป็นความรู้สึกที่เจ็บใจ แต่อย่างน้อยเขาได้พัฒนาตัวเองขึ้นค่ะ คิดว่าอามาเนะคงไม่ได้กดดันตัวเองเท่ากับเพื่อนๆ ในทีมแล้วค่ะ นั่นเลยทำให้เขาสามารถซัพพอร์ตสภาพจิตใจของคนในทีมได้ดีมากๆ และให้คำแนะนำกับรุ่นน้องได้อย่างมืออาชีพค่ะ เพราะเขาผ่านทุกอย่างไปได้หมดแล้ว และด้วยความบังเอิญ ค่ะ เราได้มีโอกาสทำงาน คลุกคลีกกับคนในวงการศิลปะพอดี ซึ่งหมายถึงแหล่งคนที่สร้างสรรค์ผลงานที่ไม่ใช่แค่การวาดรูปนะคะ แต่เป็นทั้งด้านงานเขียน และดนตรีด้วยเลยค่ะ (ส่วนตัวเราจบบริหารธุรกิจค่ะ เลยเหมือนเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรม เจอกับเพื่อนใหม่ไปด้วยเลย) เพราะความที่สงสัยในตัวตนของอามาเนะจริงๆ จึงเริ่มมีการสังเกตพฤติกรรม และเก็บข้อมูลเวลาที่ได้มีการพูดคุยหรือออกไปแฮงเอ้าท์กันค่ะ จากการสำรวจและตามเก็บข้อมูลมาอย่างใกล้ชิด มีหลายประเด็นเลยค่ะที่เราได้มา อย่างเช่นลักษณะนิสัย จริงๆ แล้วเด็กศิลปะส่วนใหญ่มักมีมุมมองหรือความคิดที่เป็นตัวของตัวเองสูง พวกเขามักจะไม่แคร์ขนบธรรมเนียมของสังคมเท่าไหร่ อย่างเช่น สังคมส่วนใหญ่อาจนิยมมีบ้านมีรถก่อนอายุสามสิบเพื่อความมั่นคง พวกเขามองว่าการทำสิ่งที่ชอบที่สุดโดยไม่ต้องเสแสร้ง เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขาค่ะ เพราะพวกเขามักจะทำแต่งานศิลปะ ซึ่งต้องใช้ทักษะการเข้าใจตัวเองสูง พวกเขารู้จักตัวเองกันดีมากค่ะ แล้วเราก็ได้มีโอกาสได้เก็บข้อมูลจากพี่ที่ทำงานคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้ชาย มีการไว้ทรงผมยาวที่จนเกือบถึงสะโพกค่ะ ต้องขอบอกไว้ก่อนว่าเรากับเขาสนิทกันมากแล้วจึงสามารถถามได้นะคะ และถึงแม้คำถามดูเหมือนจะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่พี่เขาก็อัธยาศัยดีมากค่ะ ให้เราเก็บข้อมูลไปได้อย่างเต็มใจ โดยเรามักจะบอกเหตุผลไปด้วยเสมอค่ะเวลาเราทำอะไร เพราะเราเป็นคนที่ชอบฟัง และดิสคัสเพื่อที่จะได้เห็นข้อมูลต่างๆ หลายๆ มุมมองค่ะ อ่านมาถึงตรงนี้คนอ่านอาจจะคิดว่าเราดูเนิร์ดนะคะ แต่ไม่ใช่ค่ะ เราหมกมุ่น ไม่งั้นนอนไม่หลับค่ะ ซึ่งเหตุผลที่พี่เขาตอบเรามาก็ทำเราทึ่งสุดๆ เลยค่ะ แน่นอนค่ะเรื่องไม่มีเงินตัดผมเป็นมุกตลกที่พบได้ทั่วไปของเด็กศิลปะอยู่แล้ว เราเลยไม่เชื่อค่ะ แต่เขาบอกว่าความจริง ที่ไว้ผมยาวเพราะอยากแสดงออกถึงความเป็นตัวตนเชิงสัญลักษณ์ พลังหรือความเป็นปัจเจกค่ะ เราก็ โอโห ว้าวเลย มันลึกซึ้งกว่าที่คาดการณ์ไว้อีกนะเนี่ย หากทุกคนมองว่าการที่อามาเนะถูกล้อเรื่องหน้าแก่ก่อนไวอยู่บ่อยครั้ง มันทำให้เขารู้สึกไม่ชอบตัวเองละก็ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยค่ะสำหรับเรา มุมมองที่เรามีต่ออามาเนะคือเขาดูภูมิใจกับการเป็นตัวของตัวเองมากๆ เลยค่ะ และใจกว้างมากพอที่จะเข้าใจคนอื่นๆ ว่าทำไมถึงล้อเลียนเขา โดยที่ไม่ได้โกรธอะไร ซึ่งเป็นอะไรที่กล้าหาญ และน่ารักมากๆ เลยค่ะ เราชอบจุดนี้ของอามาเนะมากๆ อีกทั้งเรื่องการตัดสินใจออกจากทีม (ชั่วคราว) ส่วนตัวเรามองว่าอามาเนะรู้จักตัวเองดีมากเกินกว่าที่ใครคนอื่นจะรู้จัก แม้นิชิโนยะ หรือคนอื่นๆ จะเชื่อในพลังของเขา แต่เขารู้ว่าตัวว่า ณ เวลานั้นเขายังไม่พร้อมเผชิญหน้ากับมัน ซึ่งนิสัยนี้มันทำให้เขาเกิดความรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับตัวเขาเอง จะสังเกตได้ว่าอามาเนะจะอธิบายเรื่องร่างกายของเขาที่ตอบสนองกับทีมกำแพงเหล็กในทางที่ไม่ค่อยดีนัก เป็นเรื่องปกติของเด็กวัยรุ่นเลยค่ะ และไม่มีใครสามารถบังคับการตัดสินใจของเขาได้ ไม่ว่าเขาจะตัดสินใจผิดหรือถูกก็ตาม เขาจะไม่ยอมโดนควบคุมเลยค่ะ นั่นเลยเป็นเหตุผลที่แม้แต่นิชิโนยะ หรือซาวามูระ ไดจิที่เป็นกัปตันทีม ที่แม้ว่าจะมีอำนาจมากแค่ไหนก็ไม่สามารถบังคับอะไรเขาได้ มุมตรงนี้ในมังงะหรืออนิเมะอาจไม่ได้เล่าในเชิงลึกนะคะ แต่เราอาศัยการตีความและเรารู้สึกว่าซาวามูระเห็นว่าเพื่อนตัวเองไม่พร้อมจริงๆ ค่ะ แต่ยังไม่หมดหวัง เขารู้ว่าอามาเนะยังไม่ถอดใจในสิ่งที่เขาชอบ แค่ต้องการเวลาทบทวนตัวเอง การมีฮินาตะ หรือคาเงยามะเข้ามาในทีมมันเลยทำให้เขาคิดได้ตั้งแต่ตอนนั้นค่ะว่าทีมนี้มันจะต้องไปได้ไกลขึ้นกว่าที่เคยเป็นแน่ๆ ตอนที่อาซาฮีตัดสินใจกลับมาเขาก็พัฒนาทักษะขึ้นอย่างรวดเร็วค่ะ เขามีปรัชญาการใช้ชีวิตที่ดีมาก และคิดว่าจุดตรงนี้เองค่ะทำให้นิชิโนยะ ยู รุ่นน้องผู้เชื่อมั่นในตัวเขาตลอดรู้สึกนับถือ เพราะอาจด้วยความที่บุคลิกของนิชิโนยะที่มักทำอะไรตามสัญชาตญาณ เลยมีสิ่งที่เรียกว่าปฏิกริยาเคมีที่ทำให้ทั้งสองที่ดูจะแตกต่างกันมากๆ เข้าใจกันได้อย่างรวดเร็วเลยล่ะค่ะ เราชอบพาร์ทที่ทั้งคู่ได้ไปเที่ยวรอบโลกด้วยกัน ทำให้เห็นว่าพวกเขารักอิสระกันทั้งคู่ พลังงานเหลือล้นมากๆ ค่ะ ถ้าถามว่าตัวละครที่เข้าใจตัวเองและมุมมองของโลกได้ดีใน Haikyuu คุณผู้อ่านจะนึกถึงใครบ้างคะ ? สำหรับเรา ชื่อแรกๆ ในหัว จะมีอามาเนะโผล่มาก่อนใครเพื่อนเลยล่ะค่ะ พอมาวิเคราะห์ในเชิงลึกแบบนี้แล้วรู้สึกสนุกมากเลยค่ะจนรู้สึกอยากทำให้ตัวละครอีกหลายๆ ตัวที่ชื่นชอบเลย หากใครที่อยากให้เขียนอะไรแบบนี้อีกก็สามารถแสดงความคิดเห็นกันมาได้นะคะ หวังว่าเรื่องราวของอาสึมาเนะ จะทำให้คุณผู้อ่านค้นพบตัวเองในมุมใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนได้ค่ะ ราตรีสวัสดิ์นะคะ ChoLE

Author Avatar
ChoLE
ตัวฉันประสบกับความล้มเหลวในชีวิต แต่ใครตัดสินล่ะ พวกคุณ หรือตัวฉันเอง.... ?

0 ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

เรื่องราวที่คุณอาจสนใจ