วันหนึ่งวันนั้น

วันหนึ่งวันนั้น

ทุก ๆ เช้าที่ฉันตื่นนอน ฉันหันไปมองรอบ ๆ เจอสภาพแวดล้อมเดิม ๆ เตียง ที่นอน หมอน ผ้าห่ม ตุ๊กตา และตัวฉันก็เป็นคนเดิม ที่รู้สึกเหนื่อยล้าและไม่อยากจะออกไปต่อสู้ 06:30 น. เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น มันทำให้ฉันผวาราวกับว่าช่วงเวลาแห่งความสุขได้สิ้นสุดลงแล้ว เสียงเล็ก ๆ แหลม ๆ ช่างกรีดแทงหัวใจ ร่างกายก็เอาแต่อิดออด ไม่ยอมลุกขึ้นไปอาบน้ำ ทำได้แต่เพียงกดปิดเสียงนั่น เพื่อถ่วงเวลาออกหน่อย จวนแล้วจวนรอด ฉันก็หนีความจริงไม่พ้น แบกเอาร่างที่อ่อนระโหยเต็มทีไปอาบน้ำและแต่งตัว เพื่อไปทำงานตามปกติ ชีวิตมนุษย์เงินเดือนก็วนเวียนอยู่กับเรื่องเดิม ๆ จะตื่นเต้นหน่อยก็เพียงแต่มีเรื่องให้ปวดหัวไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน นี่นับเป็นเรื่องมหัศจรรย์ไม่กี่อย่างที่ฉันจะสรรหามาทำให้ชีวิตมันดูน่าตื่นเต้นขึ้นบ้าง ถึงเวลาเรียกรถเพื่อไปทำงาน ชีวิตเดี๋ยวนี้มันเหมือนจะง่ายไปหมด แต่ก็อย่างว่า สำหรับฉันแล้ว มันไม่เคยง่ายเลยสักวัน วันนี้ฉันพยายามเรียกรถจากแอพพลิเคชันแทบทุกสีสามารถใช้การได้ เพื่อเปรียบเทียบว่าแอพสีไหนที่จะประหยัดเวลามากที่สุด สุดท้ายแล้วก็นานพอ ๆ กัน งั้นวันนี้ก็คงต้องเสี่ยงหน่อยว่าจะไปสายหรือเปล่า เมื่อพี่ไรเดอร์กลับมาถึงที่พักของฉัน ฉันรีบกระโดดขึ้นรถอย่างรวดเร็ว สวมหมวกกันน็อกและจับเอวพี่คนขับเอาไว้แน่น พร้อมจะโลดโผนโจนทะยาน ไม่ว่าสภาพถนนจะเป็นแบบไหน ฉันก็มั่นใจว่าจะไม่ตกลงไปเป็นอันตรายอย่างแน่นอน ช่วงที่นั่งซ้อนพี่คนขับมันเป็นความโรแมนติกแบบหนึ่ง อาจจะเทียบเคียงได้กับการมีแฟน แต่ทว่า ความเป็นจริงคือฉันยังไม่มี วันนี้รถติดมากเป็นกรณีพิเศษ ฉันหันซ้ายหันขวาเพื่อจะหาต้นตอว่าทำไมรจำนวนไม่น้อยถึงมาออกันได้ขนาดนี้ พี่ไรเดอร์ค่อยค่อยพาฉันเลาะไปตามซอกระหว่างรถคันใหญ่จนฉันได้เห็นกับตาตัวเองว่าข้างหน้าเกิดอุบัติเหตุขึ้น เป็นผลทำให้ลดจำนวนมหาศาลไม่สามารถเคลื่อนไปได้ มีสิ่งเดียวที่เคลื่อนไหวเร็วเป็นพิเศษในตอนนี้คือหัวใจของฉัน เพราะมันช่างลุ้นซะเหลือเกินว่าจะไปทำงานทันหรือเปล่า เหตุการณ์วันนี้ไม่ค่อยเป็นใจ มอเตอร์ไซค์คันเล็ก ๆ กับรถเก๋งชนกันเสียแล้ว แต่ในความคับขันและเกิดวิกฤตเช่นนี้ก็ทำให้ฉันได้เห็นว่าอย่างน้อย ๆ ก็พอมีเรื่องสวยงามอยู่บ้าง คนไทยเราก็มีน้ำใจดีเหมือนกัน ทีมงาน “ไทยมุง” ก็เป็นทีมเดียวกับคนที่ช่วยเหลือพวกที่เกิดอุบัติเหตุอยู่ตรงหน้า แล้วอีกกลุ่มหนึ่งก็ให้กำลังใจกันดีซะเหลือเกิน รวมกลุ่มกันดูตัวเลขป้ายทะเบียนรถ สงสัยงวดนี้จะมีเศรษฐีและเศรษฐีนีรายใหม่เกิดขึ้นนับไม่ถ้วน ในความโชคร้ายของคู่กรณีทั้งสอง ก็หวังว่าจะมีความโชคดีของใครบางคนซ่อนอยู่ เอาล่ะ เมื่อสถานการณ์ตรงหน้าคลี่คลาย พี่ไรเดอร์ก็รับรู้ได้ถึงความร้อนใจของฉัน รีบควบมอเตอร์ไซค์ ประหนึ่งม้าศึก พาฉันไปส่งที่ทำงาน ถึงจุดหมายแล้ว ฉันก็อาศัยแต้มบุญเก่าผนวกกับทักษะการวิ่ง นำตัวเองไปยังจุดสแกนนิ้วให้เร็วที่สุด และแน่นอนว่าความพยายามไม่เคยทำร้ายใคร วันนี้ฉันมาทำงานทันเหมือนอย่างที่เคย เอาเป็นว่าไม่ว่าชีวิตมันจะบัดซบขนาดไหน แต่มันก็ยังคงยั้งมือกับฉันเอาไว้อย่างน้อยก็เศษหนึ่งส่วนแปดเสมอ ถึงที่ทำงานแล้ว ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก็เริ่มทำงานได้ตามปกติ เช้าวันจันทร์แบบนี้ งานตรงหน้าโบกมือทักทายฉันยิ่งกว่าดาราใหญ่ ไม่ว่าจะขยับเขยื้อนไปไหนก็เจอกองเอกสารเต็มไปหมดจึงต้องหยุดและตั้งสติอยู่ครู่หนึ่ง พร้อมกับคำถามที่แล่นอยู่ในหัวว่าฉันต้องเริ่มจากส่วนไหนก่อน ไม่ใช่ทำงานไม่เป็นแต่ตอนนี้ฉันเรียกมันว่า “ไปไม่เป็น” ต่างหากล่ะ หลังจากใช้เวลาจดจดจ้องจ้องกับกองเอกสารกองใหญ่ ฉันก็เริ่มลงมือกับมัน นั่งอยู่อย่างนั้นนานสองนาน รู้สึกได้ว่าเพื่อนสนิทชิดเชื้อที่สุดในเวลานี้คงสนิทหนีไม่พ้นคอมพิวเตอร์และกองกระดาษ จะวันจันทร์หรือวันไหนไหน ฉันก็ต้องอยู่กับมัน วันจันทร์แบบนี้มักจะมาพร้อมกับพลังงานบางอย่างที่ทำให้ใจหวิวลึก แต่เอาหน่า ไม่ว่าวันไหนไหนก็เจอเรื่องให้เหนื่อยใจไม่เคยได้พักอยู่แล้ว ว่าแล้วก็ออกไปชงกาแฟดื่มสักหน่อยดีกว่า นี่คงเป็นวิธีเดียวที่พอจะเติมพลังให้ฉันได้ “สวัสดีจ้ะแองจี้ วันหยุดเป็นไงบ้าง” เสียงพี่หวานแหววที่กำลังกดกาแฟอยู่ทักมาแต่ไกล “ก็เหมือนเดิมค่ะ วนเวียนอยู่แถวคอนโด ไม่ได้ไปไหนเลย” ฉันตอบเพื่อนร่วมงานด้วยน้ำเสียงเรียบเรียบ บ่งบอกความเป็นจริงที่น่าเบื่อหน่าย ใครกันจะมีวันหยุดแสนพิเศษ ได้ออกไปเที่ยวตามที่ใจปรารถนา นั่นนับเป็นรางวัลอันยิ่งใหญ่ ที่คนทั้งที่ทำงานคงพร้อมใจกันตบมือสรรเสริญอย่างเกรียวกราว เพราะเท่าที่เห็นก็แทบไม่มีใครอยากพาร่างที่หอบตัวโยนออกไปเที่ยวไหนเลย ส่วนใหญ่ก็พักผ่อนอยู่ในห้องหรือในบ้านนี่แหละ ฉันออกมากดกาแฟนานเกินไปแล้ว แต่ก็อย่างว่าเพราะนี่เป็นช่องทางเดียวที่จะอู้งานได้อย่างไม่รู้สึกผิด จะ 5 นาทีหรือ 10 นาทีก็เถอะ แค่ได้พาตัวเองออกมาจากกองเอกสารนั่นก็นับว่าเป็นชีวิตที่น่าตื่นตาตื่นใจแล้ว แค่คิดว่าจะต้องกลับไปทำต่อก็ขนลุกพิลึก “LINE!” เสียงข้อความแจ้งเตือนจาก LINE กลุ่มที่ต้องการสื่อสารกับฉันว่าจะมีประชุมในอีก 1 ชั่วโมงข้างหน้า คิดไปแล้วใจมันท้อ เปิดมาวันแรกก็ประชุมเลยเหรอ นี่ถ้ามีเหรียญรางวัลหรือโล่ประกาศเกียรติคุณ พนักงานทุกคนในบริษัทคงจะได้กันถ้วนหน้า หัวหน้าของฉันก็ขยันเหลือเกิน หมายถึงขยันประชุมน่ะ ชอบอัปเดตงานจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ งานก็ไม่ได้ขยับไปไหน เพียงแต่ต้องสรรหาคำพูดสักหน่อยมาบอกหัวหน้าให้แกชื่นใจ ประหนึ่งว่างานเดินไปข้างหน้าไวราวกับติดปีกบิน เมื่อถึงเวลาการประชุม หัวหน้าให้แต่ละแผนกพูดถึงความก้าวหน้าในด้านการดำเนินงานที่ได้รับมอบหมายในขอบเขตของแผนกตัวเอง ทุกคนก็พูดน้ำไหลไฟดับ งานของพวกเขาช่างก้าวหน้าซะเหลือเกิน แต่เท่าที่สัมผัสมา ตอนคุยกันนอกห้องประชุม ทุกคนก็บ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า “งานไม่ถึงไหนเลย” แต่พอเข้าห้องประชุมปุ๊บ ต้องยกรางวัลนาฏราชให้กับเพื่อนร่วมงานทุกแผนกจริง ๆ วาทศิลป์เป็นเลิศ แอ็กติ้งเป็นต่อ หาตัวจับยากจริง ๆ ถึงคิวฉันแล้ว แน่นอนว่าแองจี้สาว ก็ไม่ทำให้ใครผิดหวังเช่นกัน ในคำพูดของฉันมากมายหลายประโยคพรรณนาถึงความก้าวหน้าของงาน ไม่ว่าจะโฟกัสประโยคไหนก็ไม่มีจุดบอด ไม่มีใครจับได้ว่าจริง ๆ แล้ว งานมันก็กองอยู่ที่เดิม เพราะฉันมีแค่สองมือ และโปรเจ็กพวกนี้ก็ไม่มีปีกบินเหมือนที่หัวหน้าจินตนาการ ภาพในหัวของหัวหน้าฉันคงมี 20 หัว 20 มือ 20 เท้า และทุกส่วนของร่างกายก็ประสานงานกันเป็นอย่างดี อวัยวะทุกชิ้นต่างทำงานของตัวเองโดยไม่มีหยุดและไม่รั้งรอเพื่อจะคิดแม้แต่นิดเดียว อวัยวะพวกนั้นไม่มีเจ็บไม่มีปวด ฉันมีหลังที่แข็งแกร่งและมันจะเป็นอย่างนั้นตลอดไป จบการประชุม ก็ไม่ได้อะไรเหมือนเดิม และฉันก็รู้อยู่แก่ใจว่าไม่วันใดก็วันนึงในสัปดาห์นี้จะมีการประชุมอีกครั้ง และจะการประชุมแบบฉุกเฉินเช่นนี้เสมอไป ซ่างเป็นบริษัทที่น่าอัศจรรย์ใจซะเหลือเกิน ประชุมเสร็จฉันก็ไม่นึกจะจะทำอะไรอีกนอกจากตรงดิ่งกลับห้องพัก โยนทุกอย่างเอาไว้ข้างเตียง แล้วทิ้งตัวลงนอน ในใจก็ได้แต่ครุ่นคิดว่าเมื่อไร ฉันจะลาออกและโบยบินไปจากบริษัทนี้สักที ว่าแล้วก็ลุกขึ้นมาร่างจดหมายลาออก เขียนพรรณนาถึงเหตุผลดี ๆ ของการไปเติบโตที่อื่น แต่เหตุผลจริง ๆ คือฉันมองไม่เห็นอนาคตที่นี่ แต่ยังรักษาไมตรีและความจริงข้อนี้ก็เขียนลงไปไม่ได้ ทำได้แต่เพียงปล่อยให้มันโลดแล่นอยู่ในหัวและเคลื่อนไหวต่อไปอย่างนั้น จดหมายออกของเมื่อวานยังถูกบันทึกเก็บไว้พร้อมกับความหวังและความฝันว่าวันใดวันนึงฉันจะกล้าเอาเอกสารนั่นไปยื่นจริง ๆ สักที แต่ดูท่าทางแล้วคงไม่ใช่วันนี้ เพราะท้องยังหิว ร่างกายยังต้องการข้าวกิน และเหนือสิ่งอื่นใดคือฉันยังมองหาลู่ทางที่จะไปไม่ได้ แต่หากวันใดมีขึ้นมา ฉันพร้อมจะโบยบินอย่างไม่คิดจะหวนกลับมาอีก เมื่อยังไม่ลาออกก็เลยต้องทนรับกรรม มีเสียงแจ้งเตือนขึ้นมาว่าวันนี้มีประชุมอีกแล้ว ถ้าบริษัทยังไม่ทำเหรียญรางวัลหรือประกาศนียบัตรนักประชุมดีเด่นให้ฉัน ฉันก็จะทำถ้วยรางวัลมอบให้บริษัทแทน ในฐานะบริษัทที่ขยันประชุมที่สุดในโลก ข่าวว่าวันนี้จะมีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมประชุมด้วย คงเป็นความปิติยินดีของหัวหน้าของฉัน ที่จะได้เจอผู้บริหาร แต่สำหรับฉันมันคือฝันร้าย ยิ่งมากคนก็ความ แถมการประชุมวันนี้ยังต้องทำพรีเซนต์เตชั่นนำเสนอเสียอีก ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว ไปหากาแฟดื่มสักแก้วดีกว่า อย่างน้อยก็ได้กำไรชีวิตสัก 5 นาที 10 นาทีก็ยังดี การประชุมเริ่มต้นขึ้นอย่างเคร่งเครียด ฉันนำเสนองานของตัวเองพร้อมกับคิดไปพรางว่าเมื่อไร ความวุ่นวายทั้งหมดนี้จะจบสิ้นกันเสียที คำตอบที่ได้ก็คือ เมื่อฉันลาออกนั่นแหละ แล้วเมื่อไรล่ะ ที่ฉันจะลาออก ฉันเปิดไฟล์จดหมายลาออกขึ้นมาดูอีกครั้ง ในใจอยากจัดเอาไปยื่นให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็กล้ากล้ากลัวกลัว ขอที่ทำงานใหม่ที่ฉันแอบส่งเรซูเม่ไปยังไม่ตอบรับกลับมา หาชิงลาออกซะตอนนี้ ก็เหมือนจอดอยู่กลางสี่แยกในวันที่ฝนตก มีแต่ตายกับตาย ถ้าอย่างนั้นก็ขอให้รอดไปวันต่อวันก่อนดีกว่า ข่าวจากแผนกข้าง ๆ ฉันได้ยินมาว่า พี่โต้งที่ลาออกไปเปิดร้านกาแฟ ตอนนี้กำลังจะเปิดสาขาใหม่ “เป็นเจ้าของร้านกาแฟ” นี่ความฝันฉันเลย หวังว่าสักวันฉันจะทำได้อย่างพี่เขาบ้าง ไม่ต้องขยายสาขามากมาย แค่มีร้านเดียวสาขาเดียว และพาฉันออกไปจากที่นี่ได้ ฉันก็มีความสุขโขแล้ว แต่ก่อนที่จะเป็นเจ้าของร้านกาแฟ ตอนนี้ฉันเป็นเจ้าของงานและกองเอกสารมากมายเต็มไปหมด และดูท่าทางจะแพกิ่งก้านและขยายสาขาเพิ่มขึ้นอีกในไม่ช้า ไม่มีวันลด มีแต่เพิ่มขึ้น สวนทางกับเงินเดือน ที่อยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น จะเพิ่มสักทีก็อธิษฐานแล้วอธิษฐานอีก นึกย้อนถึงช่วงวัยเด็ก ฉันมีความฝันมากมาย ทั้งอยากเป็นหมอ อยากทำธุรกิจ อยากทำฟาร์ม อยากเปิดร้านกาแฟ แต่ด้วยเหตุผลกลใดก็ไม่รู้ สุดท้ายแล้วชีวิตก็พาฉันมาอยู่ตรงนี้ และดูทีท่าว่าจะห่างไกลจากความฝันทั้งหมดในวัยเด็ก และฉีก แหวก ออกไปจากสิ่งเหล่านั้นมากขึ้นทุกที คงไม่ต่างกับใครหลายคน ที่มีความฝันอันยิ่งใหญ่อยู่มากมาย แต่โชคชะตาก็ไม่ได้เข้าข้างเราเสมอไป บางครั้งชีวิตก็เล่นตลกกับเรามากเกิน จนทำให้ความฝันและสิ่งเหล่านั้นหลุดลอยและหลุดมือไปในที่สุด แต่อย่างไรก็เถอะ สำหรับฉันแล้วยังคงหวังว่าสักวันจะได้ทำตามเหมือนอย่างที่ ใจคิด มีชีวิตอิสระ ไม่ต้องเป็นลูกจ้างหรือผู้ใต้บังคับบัญชาของใคร มีแต่ฉันที่รับบทบาทเป็นเจ้าของชีวิตและลิขิตเส้นทางไปตามทิศทางที่ใจปรารถนา อยากให้ชีวิตตัวเองเป็นเหมือนนิทาน ที่ไม่ว่าจะยากลำบากขนาดไหนสุดท้ายก็มีเจ้าชายเข้ามาช่วยเหลือ หรือในตอนจบก็มักจะสวยงาม สมกับการรอคอย ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ฉันก็พอจะมีหวัง และสามารถรอคอยต่อไปได้ แต่ตอนนี้ชีวิตฉันมีแต่เจ้าชายที่ฉันเรียกว่าหัวหน้า และเขาก็ยังรับบทเจ้าชายเอาแต่ใจ ขี้เหวี่ยงขี้วีน ชอบสั่งการ ไม่รู้ว่าเมื่อไร เจ้าชายจะเห็นใจคนตกทุกข์ได้ยากคนนี้บ้าง ฉันกลับบ้านและเปิดดู จดหมายลาออกอีกครั้ง ฉันแก้มันมาไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ ฉันคิดว่านี่คงเป็นจดหมายลาออกเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดและไม่มีข้อผิดพลาดใดใดทั้งสิ้นเพราะฉันตรวจและทานมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน จดหมายที่ดีที่สุดในโลกนี้ ไม่รู้ว่าเมื่อไร จะได้นำออกมาใช้ หวังแต่เพียงว่ามันคงไม่ถูกปิดตายอยู่อย่างนี้ และคนที่ควรได้เห็นก็ได้เห็นและอ่านมัน วันศุกร์เช่นนี้ ฉันคิดอยู่เพียงว่าคงไม่เจออะไรหนักหน่วงและเตรียมพร้อมสำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์อย่างสวยงาม แต่ทันใดนั้น ก่อนจะกลับบ้าน ก็มีเสียงจากหัวหน้า ว่าจะมีประชุมวันเสาร์ เพื่อสรุปและเตรียมงานของสัปดาห์ถัดไป เอาล่ะ! ทุกความปรารถนาของฉันดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรที่เป็นจริงได้เลย เกินไปแล้ว ฉันคิดว่าครั้งนี้คือจุดวิกฤตสูงสุด ฉันทนอยู่ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ท่านใดนั้นก็เปิดจดหมายลาออกขึ้นมาอ่านอีกรอบ ฉันทบทวนดีแล้วอย่างไรเสียฉันก็ต้องลาออก ก่อนการประชุมฉันระบายความในใจให้หัวหน้าฟัง และเล่าถึงปัญหาที่เกิดขึ้นที่นี่ หัวหน้าได้แต่บอกว่าก็ทนอยู่ไปก่อน ขยันขึ้นอีกหน่อย สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นประสบการณ์และหล่อหลอมให้คุณเป็นคนเก่ง ต่อไปจะไปเติบโตที่ไหน คุณก็พร้อมรับทุกสถานการณ์ ฉันได้แต่คิดในใจว่า ฉันไม่อยากเก่ง ฉันแค่อยากเป็นคนที่มีความสุขและโชคดี เมื่อไรหัวหน้าจะเข้าใจฉันสักที ————— จะด้วยเหตุผลคนใดก็แล้วแต่ วันจันทร์ที่แสนจะว้าวุ่นและไม่อยากตื่นขึ้นจากเตียงนอน สุดท้ายแล้วฉันก็ออกไปทำงาน และใช้ชีวิตตามเดิม วนอยู่อย่างนี้ แม้คิดว่าจะลาออกและบ่นอยู่อย่างนั้นทุกวัน

Author Avatar
กบกินเดือน

0 ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

เรื่องราวที่คุณอาจสนใจ