หนังผู้ใหญ่ในมุมของฉัน

หนังผู้ใหญ่ในมุมของฉัน

“หนังผู้ใหญ่ คือความดีงามหรือแค่เรื่องต่ำทราม” เปิดหัวมาซะแรงเลย แต่บทความนี้มันจะซอฟท์ๆ หน่อย อยากให้มันเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน ซึ่งผมจะพยายามเลี่ยงคำที่คโจ่งแจ้งเกินไป เพื่อไม่ให้มันดูกขฬะจนเกินงาม โอเคครับ อาจจะบางอย่างที่อ่านแล้ว รู้สึกว่ารับไม่ได้อยู่ ซึ่งผมไม่ได้มีเจตนาทำให้รู้สึกแย่ รู้มองว่าบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นวัตถุทางเพศ เพียงแต่อยากพาไปมองโลกอีกมุม อยากให้มองว่าคนผู้คนเหล่านั้นก็เป็นธรรมดาที่ทำมาหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเท่านั้น พอดีเมื่อเช้าผมพึ่งแชร์โพสต์ของเพจๆ หนึ่ง ที่ตั้งกระทู้ว่า “ชอบหนังผู้ใหญ่ของญี่ปุ่นมากกว่ากัน?” แล้วผมก็เขียนแคปชั่นแทนคำตอบ ซึ่งจะเป็นในแง่ศิลปะ เหมือนเป็นหนังทั่วไปเรื่องหนึ่ง จากนั้นก็มีคนมาคอมเมนท์ว่า “คุณนี่มันผู้เชี่ยวชาญด้านหนังผู้ใหญ่ชัดๆ” คือผมไม่ได้จะมาแจกวาร์ปหรืออะไรหรอก แค่นึกขึ้นได้ตัวเองก็ศึกษาเรื่องนี้เยอะพอสมควร จะด้วยความเป็นคนขี้สงสัยหรือความลามกก็ไม่รู้ สุดท้ายผมก็พบว่าหนังพวกนี้มันมี Genre ที่ใช้จำแนกหมวดหมู่ของมันอยู่ แล้วก็มีวิวัฒนาการตามสังคมและเทคโนโลยี เช่นเดียวกับหนังทั่วไป จนถึงตอนนี้ก็มีอาชีพใหม่ผุดขึ้นมาคือ Sex Creator นักแสดงหนังผู้โลดแล่นในวงการมานานก็เริ่มผันตัวมาเป็นอินฟลูเอนเซอร์เฉพาะทางกันบ้างแล้ว หรือที่เราเรียกกันว่าก็มีอาชีพใหม่ผุดขึ้นมาคือ Sex Creator และนักแสดงหนังผู้โลดแล่นในวงการมานานก็เริ่มผันตัวมาเป็นอินฟลูเอนเซอร์เฉพาะทางกันบ้างแล้วเช่นกัน แต่ผมจะขอเหมารวมว่าเป็นแสดงเหมือนกันก็แล้วกันนะ จะได้สะดวกต่อการเล่า ซึ่งพวกเขาก็มีช่องทางออนไลน์สำหรับสร้างคอนเทนท์ทางเพศของตัวเองพ่วงด้วยไอเดียสร้างสรรค์สุดล้ำจินตนาการ วันนี้เลยมาพาผู้อ่านไปทำความเข้าใจกับวิวัฒนาการคอนเทนต์ที่ว่าด้วยเรื่องเพศในแง่มุมต่างๆ กัน โดยผมจะไม่นับรวมคอนเทนต์ที่เปิดมาก็ลุยกันเลย เพราะมันค่อนข้างตรงไปตรงมา ไม่มีอะไรให้อธิบายเยอะ ซึ่งที่ผมจะบอกบอกเล่าก็เป็นส่วนเล็กๆ ในจักรวาลอันกว้างใหญ่พี่ผมเห็นว่าพอจะนำมาเล่าได้แบบไม่ดูเกินเลยจนน่าเกลียด จากคำถามที่ว่า “ชอบหนังผู้ใหญ่ของญี่ปุ่นหรือฝรั่งมากกว่ากัน?” คำตอบของผมก็คือญี่ปุ่น เหตุผลแรกเพราะมีชาติพันธุ์ที่คล้ายกัน เหตุผลที่สองเพราะถ้าว่ากันด้วยเรื่องความคิดสร้างสรรค์ต้องยกให้พวกเขาจริงๆ หนังญี่ปุ่นมันมีพล็อต ซึ่งตามหลักการมันก็เป็นพื้นฐานของการเล่าเรื่องเช่นเดียวกับหนังประเภทอื่น แบบบ่นนิดหนึ่งว่าช่วงหลังๆ เขาเริ่มเน้นไปที่บารมีดาราแล้ว คือใช้พล็อตเรื่องแบบเดิมๆ แต่เปลี่ยนดารา ซึ่งทางผู้ผลิตคงตั้งใจให้ผู้ชมเลือกดาราไม่ใช่เลือกพล็อต ทำให้ผมเบื่อมากที่พล็อตใหม่ๆ มันผุดขึ้นมาน้อยมาก แต่ถ้ามองในมุมแฟนคลับของนักแสดงสักคนก็ถือว่าเป็นการแฟนเซอร์วิสที่ดี ที่เราได้เห็นนักแสดงที่เราชอบในบทที่หลากหลาย ผมเองก็มีขวัญใจอยู่สองสามคน แต่ขอไม่เอ่ยนาม เพราะไม่ได้มาแจกวาร์ป ซึ่งถ้าเอาหนังผู้ใหญ่ในยุคปัจจุบันไปเทียบกับสมัยก่อน ก็ต้องยอมรับว่าชอบสมัยก่อนมากกว่า เมื่อ 20-30 ปีก่อน มันจะมีผู้กำกับคนหนึ่ง (ขอไม่เอ่ยชื่อ) ที่ทำหนังผู้ใหญ่แบบ Realistic คือมีความสมจริงในแง่ของบรรยากาศ การแอ็กติ้งของนักแสดงที่แสดงอารมณ์ได้อย่างซับซ้อน และเล่าเรื่องแบบมีชั้นเชิง ไม่ได้จบแบบดื้อๆ แบบในยุคปัจจุบัน ผมจึงจำกัดความให้ว่า “งานศิลป์คาวโลกี” เขาสามารถเขียนบทให้แรงปรารถนาผลักดันให้ตัวละครทำบางสิ่งมากอย่างได้มากกว่าแค่โซเดมาคอมกัน กลับมาที่วิวัฒนาการของคอนเทนท์กัน ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีอาชีพ Sex Creator อยู่บนโลกจนกระทั่งได้ไปเจอคลิปของสาวออสเตรเลียคนหนึ่ง นางตั้งชื่อคลิปว่า “รีแอ็คชั่น..(ชื่อหนังผู้ใหญ่)” ผมก็เลยมึนๆ งงๆ เราจะดูหนังผู้ใหญ่ ทำไมต้องมานั่งดูนางที่นั่งดูหนังผู้ใหญ่อีกทีด้วย และด้วยความสงสัยผมก็เปิดเข้าไปดู ทำให้รู้ว่ามันโคตรดีเลย คือมันได้อีกอารมณ์หนึ่งอ่ะ รูปแบบของคอนเทนต์คือนางจะเปิดคลิปขึ้นมาแล้วก็ชวนผู้ชมมาจัดการตัวเองไปพร้อมกับนาง บวกกับการวิจารณ์องค์ประกอบโดยรวมของคลิป เช่น มุมกล้อง น้ำเสียงหรือภาษากายของนักแสดง บลาๆๆ ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งใหม่ที่พึ่งเกิด คอนเทนต์แบบนี้มันมีมาตั้งนานแล้ว และเกิดมาพร้อมๆ กับ Sex Creator นั่นแหละ ความรู้สึกที่ได้คือมันปลอดภัยอ่ะ อารมณ์แบบมีเพื่อนต่างเพศที่สามารถคุยเรื่องอย่างว่าได้อย่างไม่รู้สึกผิด ได้รู้ว่าผู้หญิงเขามองหนังผู้ใหญ่ด้วยมุมมองแบบไหน อาจจะไม่ครอบคลุมทั้งหมด แต่ก็พอเข้าใจภาพรวม เพื่อนำไปปรับใช้กับคนรักอนาคต เพราะผมเชื่อว่ารสนิยมเรื่องเพศมันมีผลต่อควาทสัมพันธ์พอสมควร ซึ่งถ้าเป็นบทสนทนาทั่วไปเราไม่สามารถทำแบบนั้นได้ เพราะยังไงตามความคิดเรามันก็ดูไม่เหมาะไม่ควรอยู่แล้ว จู่ๆ ไปถามเพื่อนผู้หญิงว่าชอบแบบไหน อาจจะโดนรองเท้าปาใส่หน้าได้ และในมุมของผมแบบส่วนตัวสุดๆ บางวันก็ไม่อยากดูคนโซเดมาคอมกัน เพราะมันทำให้น้อยเนื้อต่ำใจ ฟีลแบบคนไม่มีใครที่กำลังดูชาวบ้านเขารักกัน แต่คอนเทนต์นี้สามารถดูได้แบบปลอดโปร่งเลย คือมันเปิดโลกมาก และหลังจากนั้นผมก็เริ่มตามหาคอนเทนต์ประเภทอื่นๆ อีกมากมาย ต่อมาก็ได้พบกับคลิปที่เรียกกันว่า Virtual Sex มันจะคล้ายๆ หนังผู้ใหญ่แบบ POV (Point of View) หรือมุมกล้องแบบบุคคลที่หนึ่ง ที่นักแสดงจะปฏิสัมพันธ์กับกล้องราวกับว่ากำลังปฏิสัมพันธ์กับผู้ชม ซึ่งปัจจุบันถูกพัฒนาให้ใช้ร่วมกับแว่น VR เป็นหลัก ความแตกต่างของทั้งสองอยู่ที่.. นักแสดง POV จะแสร้งว่ากำลังโซเดมาคอมกับผู้ชม แต่จุดอ่อสคื มันไม่มีการสัมผัสร่างกายกันจริงๆ ซึ่งก็เป็นจุดอ่อนใหญ่ที่ทำลายความสมจริงดูไม่สมจริงไปเลย เว้นแต่จะมีอุปกรณ์เสริมอื่นนอกเหนือจาก VR สำหรับ Virtual Sex มันสมจริงตรงที่มีการสร้างความตระหนักรู้ว่าไม่มีการสัมผัสร่างกายเกิดขึ้น สิ่งที่นักแสดงกำลังทำกับเราคือช่วยให้เราจัดการตัวเองได้เสร็จสิ้นภารกิจ โดยหลักๆ จะเป็น Roleplay สร้างสถานการณ์ขึ้นมาเพื่อให้ผู้ชมต้องจัดการตัวเองเหมือนเป็นภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ยกตัวอย่างเช่น แฟนที่คิดถึงเรามาก เลยวิดีโอคอลมาให้เราโชว์ของลับให้ดู คุณป้าข้างบ้านที่มาสอนเราจัดการตัวเอง รวมถึงสายอาชีพต่างๆ เท่าที่จะจินตนาการได้ ที่แปลกสุดเท่าที่ผมเจอคือภารกิจรีดน้ำเชื้อเพื่อนำไปผลิตอาวุธชีวภาพ วิธีการคือจะใช้คำพูดยั่วยวนเป็นหลัก อาจจะมีโชว์สัดส่วนบ้าง ซึ่งก็แล้วแต่คน ส่วนใหญ่จะโชว์นะ แต่คนที่ไม่โชว์ก็คือพวกที่ทำคลิปแอบแฝงไปกับคอนเทนต์ ASMR ในแอพแดงที่ใครๆ ก็รู้จัก ซึ่งเขาจะใช้เทคนิคเลี่ยงคำ ให้มันดูไม่หยาบเกินไปแต่พอเข้าใจได้แทนที่จะพูดมาตรงๆ เหมือนผมที่กำลังทำอยู่ตอนนี้ เช่นคำว่า “C..m For Me” ก็อาจจะเปลี่ยนเป็น “Comfort Me” สัดส่วนบางอย่างที่โชว์แล้วคลิปจะโดนแบนเขาก็ไม่โชว์ แต่เลี่ยงมาใช้ภาษากายแทน ซึ่งผมต้องขอชื่นชมเลยว่าโคตรสร้างสรรค์ ผมถือว่ามันเป็นทักษะพิเศษเลยนะ คือเขาสามารถเค้นความมีสเน่ห์ออกมาได้โดยไม่ต้องโชว์ร่างกายมากเกินความจำเป็น เช่นการเอาเส้นผมมาทัดหู การกัดริมฝีปาก หรือแค่หายใจแรงๆ ถี่ๆ คนดูก็หัวใจจะวายแล้ว ซึ่งบางทีผมก็คิดว่าความเซ็กซี่มันคือทักษะไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ ขอขยายส่วน ASMR นิดหนึ่ง เดิมทีมันคือคอนเทนท์ที่กล่อมให้เรานอนหลับปุ๋ย แต่เหล่า Sex Creator ก็ได้นำมาดัดแปลงเป็นคอนเทนต์ในแบบของตัวเองเช่นกัน อาจเป็นเพราะต้องการเกาะกระแสหรือไม่ก็เชื่อว่าการจัดการตัวเองก็ช่วยให้ผ่อนคลายและหลับสบายได้เช่นกัน ไม่ว่าเหตุผลจริงๆ คืออะไร แต่ผมว่าผมเห็นด้วยกับเหตุผลที่สองนะ ผมพบว่ามันช่วยได้จริง ในวันที่เครียดมากๆ เพราะเขาจะพูดกับเราโดยตรง ประมาณว่า “วันนี้เหนื่อยมากใช่ไหม? จัดการตัวเองสิ มันช่วยให้หายเครียดได้นะ ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนเอง” โดยรวมมันจะเป็นคำปลอบประโลมบวกกับคำยั่วยวน พอเสร็จกิจอารมณ์ก็ดีขึ้นได้จริง แต่มันมีน้อยมาก นานๆ จะเจอทีหนึ่ง เพราะการทำแบบนี้มันต้องใช้ทักษะสูงกว่า Virtual Sex แบบทั่วไป ในประเภทต่อไปคือคอนเทนต์แนว Challenge เป็นมินิเกมน่ารักๆ สำหรับคนที่กำลังช่วยตัวเอง ที่มีประเภทแยกย้อยออกไปได้หลายแบบ แต่ถ้าเอาที่ผมชอบ อย่างแรกคือ คอนเทนต์แนว Try Not To C..m อย่าเสร็จกิจก่อนเวลากำหนด วิธีการเล่นคือ นักแสดงจะตั้งนางชายปลอมไว้ตรงหน้าเพื่อจำลองว่าสิ่งนั้นเป็นของผู้ชม แล้วเขาก็จะบางอย่างกับน้องชายปลอมเพื่อเป็นการกำหนดจังหวะการจัดการตัวเอง ผู้ชมก็ต้องทำถามจังหวะแต่ห้ามเสร็จก่อนที่เขาจะบอกว่าเกมจบแล้ว ในเกมจะมีหลายเลเวล เพิ่มความเร็วและเพิ่มความ…เอิ่ม.. เรียกว่าความเซ็กซี่แล้วกัน ในแต่ละเลเวล บอกอย่างไม่อายเลยว่าโคตรสนุก แต่ไม่แน่ใจว่าคนอื่นจะสนุกด้วยรึเปล่านะ เกมต่อมาคือ Red Light/Green Light ชื่อก็ตรงตัวเลย ไฟแดงแปลว่าหยุดไฟเขียวแปลว่าไปต่อได้ คอนเทนต์ทำนองนี้นักแสดงจะไม่ค่อยเปลืองตัวเท่าไหร่ แค่ใช้ภาษากายที่เขาชำนาญอยู่แล้ว กับคำพูดยั่วยวนต่างๆ นาๆ จุดจบของ Challenge นี้คือ White Light ไฟขาวที่แปลว่าผู้ชมต้องจัดการตัวเองให้เสร็จสิ้นได้แล้ว เป็นอันจบความท้าทาย ซึ่งผมเห็นว่ามีแฝงอยู่ในแอพ ตต. ด้วยนะ อย่างสุดท้ายที่จะพูดถึงคือ Starring Contest หรือแข่งจ้องหน้า นักแสดงจะจ้องที่กล้องแบบไม่ละสายตา ส่วนผู้ชมก็ต้องจ้องนักแสดง อันนี้แล้วแต่ว่าเขาจะกำหนดเวลาเท่าไหร่ ซึ่งผมเคยดูไม่กี่ครั้งเพราะมันดูหลอนแปลกๆ แต่เชื่อว่าน่าจะมีคนบางส่วนที่ชอบ เพราะถึงจะมีน้อยแต่ก็มีโผล่มาเรื่อยๆ ซึ่งทุกเกมที่กล่าวมามันแตกแขนงมาจากเกม C…m Countdown นับถอยหลังสู่เวลาเสร็จกิจ และยังมีอีกมากมายที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของผม รู้สึกว่าคนยุคนี้รสนิยมของคนมันหลากหลายมากขึ้น และพวกเขาก็เคอะเขินในการแสดงน้อยลงจากเมื่อก่อน เช่น คอนเทนต์โชว์ฝ่าเท้า หรือคอนเทนต์ปากจัดที่นักแสดงมาด่านั่งด่าคนดู “แกมันกระจอก ไม่มีแฟนล่ะสิเลยมาดูฉัน” คอนเทนต์ที่ใช้เพลงมากำหนดจังหวะ ซึ่งผมไม่มีวันเข้าใจว่าดูแล้วมันช่วยกระตุ้นตรงไหน ส่วนคอนเทนต์ที่ผมไม่ชอบเลยคือการที่มีอีกฝ่ายไม่สมยอม การขัดขืนเล็กๆ น้อยๆ มันโอเคอยู่นะ มันสื่อประมาณคนนี้กำลังฟินนะแต่ปากไม่ตรงกับใจ หรือกำลังอายที่ต้องแสดงอารมณ์ออกมาตรงๆ แต่ถ้ามาในรูปแบบที่มาแบบขู่เข็ญบังคับ หรือใช้ความรุนแรงจนเกินเหตุ มีบทสนทนาที่ด้อยค่าความเป็นมนุษย์ ผมขอบาย ฝั่งอเมริกาเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีแล้ว แต่ญี่ปุ่นยังมีอยู่ ที่กล่าวมาคือคอนเทนต์ที่เกิดขึ้นจากการแสดงนะ ผมว่าคนที่ดูน่าจะแยกแยะได้ แต่ส่วนตัวไม่อยากให้มีแล้ว ไม่อยากส่งเสริมความรุนแรงไม่ว่าจะในรูปแบบไหน หลังจากที่เจาะลึกเท่าที่มารยาทจะเอื้ออำนวย ผมจะลองชวนทุกคนถอยมามองในมุมกว้างๆ กันมาก ตามความคิดของผมหนังผู้ใหญ่มันมีหน้าที่เติมเต็ม Sexual Fantasy ให้ผู้ชม มันรองรับรสนิยมที่หลากหลายของผู้คน มันช่วยทำในสิ่งที่ผู้คนไม่สามารถทำได้ในชีวิตจริง มันไม่ได้ทำให้ผู้คนหมกมุ่น มันแค่เกิดขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการ ไม่ได้เกิดมาเพื่อชักจูงใครทั้งนั้น แต่สำหรับบางคนมันคือบ่อนทำลายสังคมที่เป็นแรงจูงใจให้เกิดอาชญากรรมทางเพศ บางคนก็มองว่ามันเป็นมอมเมาวัยรุ่นให้ชิงสุกก่อนห่าม ซึ่งผู้คนเหล่านั้นก็ไม่ผิดที่จะคิดแบบนั้น แต่ผมเห็นด้วยแค่ 10% เท่านั้น ผมไม่เชื่อว่าแค่หนังหนึ่งเรื่องจะทำให้ใครสักคนกลายเป็นคนเลวได้ หรือถ้าเป็นหนังหลายเรื่อง มันก็ต้องเป็นแนวเดิมๆ ซ้ำๆ และอาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะหล่อหลอมให้คนเปลี่ยนพฤติกรรมไปได้อย่างสิ้นเชิง เหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นผมว่ามันขึ้นอยู่กับทัศนคติหรือตรรกะที่บิดเบียวของคนร้ายเป็นทุนเดิม สิ่งที่พอจะโทษหนังผู้ใหญ่ได้คงเป็นการกระตุ้นอารมณ์ตามคุณสมบัติของมัน ซึ่งอาจมีทำให้พวกที่ไร้วุฒิภาวะจัดการอารมณ์ตัวเองแบบพวกสันดานเสีย ส่วนที่คนมองว่าวัยรุ่นถูกมอมเมาผมว่าไม่เกี่ยวโดยสิ้นเชิง คนรุ่นเดี๋ยวนี้โตไว เรียนรู้โลกได้เร็ว เขามีความตระหนักรู้ได้เร็วกว่าผู้ใหญ่บางคนเพราะเติบโตมากับโลกที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างง่ายดาย พวกเขามีตราชั่งบาปบุญของตัวเอง แล้วก็คือค่านิยมที่สอดคล้องกับยุคสมัย ซึ่งผมเชื่อว่าการมอมเมามันเป็นไปได้ยาก เพราะพวกเขาไม่ใช่เจนที่ปักใจเชื่ออะไรง่ายๆ และหนังผู้ใหญ่ไม่ได้มีอิทธิพลกับพวกเขาขนาดนั้น ถึงจะรู้อย่างนั้น ผมก็แอบเป็นห่วงอยู่นะ ด้วยความที่มั่นใจในตัวเองเกินไปมันอาจทำให้พวกเขาไม่คิดจะขอคำปรึกษาคนรอบข้าง และอาจนำมาสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดได้ จะว่าไปผมก็เจนซีเหมือนกันนี่หนา แต่เกิดในยุคคาบเกี่ยวกับเจนวายซึ่งปัจจุบันบางคนกลายเป็นพ่อแม่ของเจนอัลฟ่าไปแล้ว หัวกระดาษที่ผมเปิดเรื่องไว้เป็นประโยคคำถามนะครับ อยากถามคำถามปลายเปิดให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นแบบมีวุฒิภาวะ ไม่ต้องตอบแค่ว่า “ดีงาม” หรือ “ต่ำทราม” ก็ได้นะ คิดเห็นยังไงก็ว่ามาได้เลย ส่วนตัวผมจะขอตอบตัวเองว่า “มันเป็นดีงามที่เคลือบด้วยความต่ำทราม” ภายนอกมันฉาบฉวยดูอันตราย แต่แก่นแท้ของมันคือการสร้างความสุข ตามบริบทของบ้านมันยังอยู่ในพื้นที่สีเทาเกือบดำ และอาจจะเป็นแบบนั้นตลอด สุดท้ายยังไงก็ต้องยอมรับว่ามันไม่มีก็ไม่ได้

Author Avatar
ชลลี่
เป็นพวก Over-Thinking คิดเยอะคิดวน แต่ไม่เคยคิดร้ายกับใคร

0 ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

เรื่องราวที่คุณอาจสนใจ