ทะลุมิติมาเป็นน้องคนสุดท้องของเผ่ามาร [BL] บทที่ 10
“เป็นอย่างไรบ้าง?” แม่ทัพแห่งสวรรค์คนหนึ่งเอ่ยถามผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของตนด้วยท่าทางน่าเกรงขาม ก่อนที่ทหารชั้นผู้น้อยจะกล่าวคำรายงาน
“พวกมันยังไม่ยอมโผล่หน้าออกมาจากที่กบดานเลยขอรับ เราจะทำเช่นไรกันต่อไปดีขอรับ?” นายทหารผู้มียศด้อยกว่ากล่าว ฝั่งแม่ทัพจ้องเขม็งไปที่รังลับของเหล่าพี่น้องเผ่ามารทันใดก่อนจะกำหมัดของตัวเองแน่น
“หากทำลายกำแพงเวทนี้เข้าไปได้ วิธีที่จะจัดการกับพวกมันต่อไปก็ไม่น่าจะยากเย็นอะไร ทุ่มพลังทั้งหมดทำลายกำแพงเวทให้ได้!” กล่าวด้วยน้ำเสียงดุดันก่อนจะเดินไปหาองค์เหนือหัวของตัวเอง ที่ ณ เวลานี้หมดสิ้นซึ่งสภาพขององค์จักรพรรดิ เหล่าบริวารทั้งหลายกำลังหาทางรักษาแผลเป็นที่ติดอยู่ตามตัวของเขาอย่างขะมักเขม้น ทว่าตุ่มหนองเหล่านั้นก็ยังคงไม่หายไป แม้ว่าจะเป็นถึงองค์เหนือหัว ทว่าในสภาพเช่นนี้คนเป็นบ่าวก็อดที่จะรังเกียจตุ่มพองเหล่านั้นไม่ได้
“พวกมารมันช่างเหิมเกริมยิ่งนัก กล้าทำเยี่ยงนี้กับองค์จักรพรรดิได้อย่างไร?” ว่าพลางนำยาที่ได้มาจากหมอหลวงมาทาบริเวณตุ่มหนองเพื่อบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนให้ผู้เป็นนาย ฝ่ายอวี้จวินขบเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะเหลือบมองไปยังแหล่งกบดานของพี่น้องมารทั้งห้า เขารู้สึกเจ็บใจยิ่งนักในฐานะของเผ่าสวรรค์กลับต้องมาตกอยู่ในสภาพน่าสังเวชเช่นนี้ เพียงเพราะโดนเจ้าหนอนแมลงตระกูลโม่เข้าจู่โจม ทั้ง ๆ ที่พลังของพวกมันยังเทียบไม่ได้สักครึ่งหนึ่งของผู้เป็นบิดาเช่น โม่ กู้หมิง เลยด้วยซ้ำ!
“จวินเย่า...” อวี้จวินพึมพำชื่อของบุคคลที่ทำให้หัวใจของเขาต้องเจ็บช้ำ เขาตกหลุมรักจวินเย่าตั้งแต่เห็นเขาในภาพสะท้อนครานั้นเลยด้วยซ้ำ พอได้ลงมาเจอตัวจริง ความงามของใบหน้าอีกทั้งยังจิตใจที่ใสซื่อ ยิ่งมัดใจเขาได้อย่างอยู่หมัด เทียน อวี้จวิน ไม่อาจรักใครอื่นได้อีกนอกจากองค์ชายเล็กของเผ่ามารผู้นี้ คอยช่วยเหลืออีกฝ่ายเงียบ ๆ มาโดยตลอดในยามที่จวินเย่าต้องการความช่วยเหลือ มอบของขวัญ ของกำนัลมากมายเพราะความรู้สึกเสน่หา ทว่าคิดไม่ถึงเลยว่าบุรุษผู้งดงามคนนี้จะตอบปฏิเสธคำขออภิเษกสมรสของเขา เขาเป็นถึงองค์จักรพรรดิแห่งสวรรค์ มีแต่คนยกย่องสรรเสริญ เป็นที่ต้องการของเหล่าปวงประชาไม่ว่าจะเป็นสตรีหรือบุรุษ ทว่ากลับโดนจวินเย่าปฏิเสธ... ส่วนหนึ่งก็รู้สึกโกรธอีกฝ่ายยิ่งนักที่หักหน้ากันต่อหน้าพี่น้องคนอื่น ๆ กลางโต๊ะอาหาร แต่ก็ไม่เท่าความต้องการที่เขาอยากจะมีจวินเย่าอยู่ในชีวิต อย่างไรเสียศึกครั้งนี้ไม่ว่าใครจะต้องหลั่งเลือด หรือจะต้องเสียใครไปก็ช่างหัวมัน สิ่งสำคัญคือจวินเย่าจะต้องกลับไปที่เผ่าสวรรค์กับเขา และเข้าสู่พิธีอภิเษกสมรสให้จงได้
“ทำลายกำแพงเวทได้แล้วขอรับ!!” ทหารนายหนึ่งตะโกนขึ้นมาหลังจากใช้พลังทำลายกำแพงเวทนั่นมาหลายชั่วยาม ในที่สุดมันก็พังทลายลงสักที
“บุกเข้าไปเลย!” แม่ทัพแห่งสวรรค์เอ่ยพลางมุ่งตรงไปข้างหน้า ทว่ากลับเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น
“ท่านแม่ทัพ มีกำแพงเวทสีทองปรากฏขึ้นมาแทนขอรับ!!” สิ้นประโยค อวี้จวินก็รีบหันไปมองทันใด ก่อนจะลุกขึ้นยืนจ้องมองมัน แล้วได้แต่กุมขมับของตัวเอง
“ไอ้ลูกไม่รักดี” เขาก่นด่าทันใด สีของกำแพงเวทนี้ไม่ใช่ฝีมือของใครนอกเสียจากบุตรชายของเขา สิ่งที่น่าชื่นชมอย่างหนึ่งคือแม้ว่าเสี่ยวเฟิงจะอายุยังน้อย ทว่ากลับมีพลังเวทในระดับมหาศาล ก็อยากจะชื่นชมให้มากกว่านี้อยู่หรอก ถ้าไม่ติดว่าเอาพลังที่ว่าไปช่วยทางฝ่ายศัตรู อวี้จวินคิดพลางมองด้วยสีหน้าคับแค้นใจ
“กำแพงเวทสีทอง...ของเผ่าสวรรค์มิใช่รึ? หากจำไม่ผิดภายในแหล่งกบดานของศัตรูก็มีเพียงองค์ชายน้อยมิใช่หรือที่เป็นเผ่าสวรรค์เพียงแค่คนเดียว แล้วเพราะเหตุใด...ท่านถึงได้สร้างกำแพงเวทเพื่อปกป้องพวกเผ่ามารพวกนั้นกัน?” แม่ทัพแห่งสวรรค์พูดพึมพำออกมาทันใด เพราะไม่เข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทันใดนั้นเขาก็เห็นร่างสูงใหญ่ของอวี้จวินเดินผ่านไป จึงรีบเอ่ยทักในทันที
“ฝ่าบาท นั่นท่านจะ-”
“แม้จะเป็นกำแพงเวทของชาวสวรรค์ ทว่าคนที่ร่ายเวทนี้ไม่ได้มีความชำนาญเหมือนพวกเรา โจมตีด้วยอาวุธเวทต่อไปเรื่อย ๆ กำแพงก็จะทลายลงมาเอง” ว่าพลางอัญเชิญอาวุธประจำกายของตนโจมตีใส่กำแพงเวทสีทองนั่นอย่างไม่ปรานี แม่ทัพแห่งสวรรค์น้อมรับคำสั่งแล้วกำลังจะตะโกนบอกเหล่าทหารชั้นผู้น้อยทุกคน ทว่ากลับได้ยินอะไรบางอย่างออกมาจากปากขององค์เหนือหัว ที่ทำให้เขาถึงกับต้องนิ่งเงียบไป
“ใครจะตายก็ช่าง ขอแค่จวินเย่าของข้ามีชีวิตอยู่ก็พอ” นายทหารสวรรค์ผู้มียศสูงสุดได้ฟังแล้วก็รู้สึกตงิดใจกับคำพูดนั้นอยู่ไม่น้อย อีกทั้งชื่อที่ฝ่าบาทของเขาสบถออกมากลับไม่ใช่ชื่อของบุตรชายตัวเองด้วยซ้ำ จวินเย่า...จวินเย่างั้นหรือ? เหตุใดเขาถึงได้คุ้นเคยชื่อนี้ เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน?
“กำแพงเวทเกิดรอยแตกแล้วขอรับ!!” ทหารชั้นผู้น้อยกล่าวพลางพุ่งเข้าโจมตีไม่หยุด พวกเขาทุ่มแรงกายแรงใจทั้งหมดเพราะอยากช่วยเหลือองค์ชายน้อยออกมาให้ได้โดยเร็วที่สุด ในขณะที่ผู้เป็นบิดาห่วงแค่คนที่ตัวเองรักเท่านั้น ไม่ได้มีความคิดเกี่ยวกับบุตรชายของตัวเองอยู่ในสมองเลย
“บุกทะลวงเข้าไป!!” ทหารทั้งหลายพากันกู่ร้องตะโกนเป็นการปลุกใจ ก่อนที่การโจมตีครั้งสุดท้ายจะทำให้กำแพงเวทของเสี่ยวเฟิงแตกสลายออกทันใด ไพร่พลชาวสวรรค์มุ่งตรงไปยังทางเข้าของสถานที่แห่งนี้ทันที และพร้อมที่จะโจมตีเผ่ามารทุกคนที่กล้ามาลักพาตัวแก้วตาดวงใจของพวกเขาไป ทว่า...
“นั่นมัน...องค์ชายน้อย!!” ทหารนายหนึ่งตะโกนออกมาก่อนที่ทั้งกองทัพจะหยุดชะงักไป ร่างน้อย ๆ ขององค์ชายเผ่าสวรรค์กำลังหลับตาพริ้มอยู่บนอ้อมกอดของหลิงหลิง มารแห่งพิษ ภาพตรงหน้าทำให้เหล่าทหารเผ่าสวรรค์งุนงงเป็นอย่างมาก เพราะสิ่งที่พวกเขาคิดเอาไว้คือภาพที่องค์ชายน้อยกำลังถูกทรมาน ไม่ก็ถูกพันธนาการเอาไว้ ทว่านี่มันอะไร เหตุใดใบหน้าขององค์ชายน้อยถึงได้สบายใจมากขนาดนั้น? พวกเขาได้แต่นึกฉงนในใจ
แม่ทัพแห่งสวรรค์จ้องมองคนตรงหน้า พอเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้คิดโจมตีแต่อย่างใดก็เลยเลือกที่จะใช้วิธีแบบสันติแทน เขาก้าวเดินไปข้างหน้าพลางเอ่ยขึ้นมาเสียงดัง
“ส่งตัวองค์ชายน้อยมา โทษหนักจะได้เป็นเบา-”
“เอาตัวจวินเย่ามาให้ข้าเดี๋ยวนี้!!” ทว่าแม่ทัพเผ่าสวรรค์พูดไม่ทันจบ อวี้จวินก็พุ่งเข้าไปหาร่างของหลิงหลิงพร้อมดาบประจำกายทันที หลิงหลิงกระโดดหลบทันใดโดยไม่ลืมที่จะประคองเจ้าตัวเล็กเอาไว้เพราะกลัวเขาตก อวี้จวินรู้สึกโมโหโกรธายิ่งกว่าเดิม พุ่งเข้าโจมตีอีกฝ่ายไม่ยั้ง ปากก็เอาแต่ออกคำสั่งกับคนยศต่ำกว่า
“มัวยืนทำอะไรกันอยู่ รุมฆ่ามันเสีย!!” ว่าพลางสะบัดดาบในมืออย่างบ้าคลั่ง เหล่าทหารชาวสวรรค์นิ่งไปเพียงชั่วครู่แล้วกำลังจะทำตามคำสั่งของผู้เป็นนาย ทว่าฝ่ายแม่ทัพกลับยกมือขึ้นมาห้ามพวกเขาเอาไว้ ทหารนายหนึ่งจึงถามขึ้นมาโดยทันใด
“ท่านแม่ทัพ เหตุใดถึงไม่ทำตามรับสั่ง-”
“ทั้ง ๆ ที่องค์ชายน้อยยังอยู่ในอ้อมกอดของเผ่ามารนั่นอยู่เลย เหตุใดฝ่าบาทถึงยังกล้าที่จะใช้ดาบอาคมของตัวเองโจมตีตรง ๆ ใส่อีกฝ่ายอีก มิกลัวว่ามันจะพลาดโดนบุตรชายของตัวเองเลยรึ?” เขาเอ่ยขึ้นมาพลางมองท่าทางของอวี้จวินที่ดูจะไม่ได้สนใจองค์ชายน้อยที่นอนหลับอยู่เลย ตอนนี้เขาเห็นเพียงโทสะจากดวงตาคู่นั้นเท่านั้น
“แต่ว่า-”
“แล้วอีกเรื่องหนึ่ง พวกเจ้าก็น่าจะทราบดีว่าองค์ชายน้อยไม่ได้ยอมให้ใครถูกเนื้อต้องตัวได้โดยง่าย แต่เจ้าดูนั่นสิ หากเขาไม่ได้สบายใจที่จะอยู่ในอ้อมกอดของคนคนนั้น เจ้าคิดว่าเขาจะหลับด้วยใบหน้าเช่นนั้นได้อย่างนั้นหรือ?” เอ่ยพลางให้เหล่าทหารชั้นผู้น้อยมองตามสิ่งที่ตนพูด ทหารนายหนึ่งจึงโพล่งถามขึ้นมา
“มันเป็นเผ่ามารนี่ขอรับ มันอาจจะใช้มนต์เสน่ห์เพื่อล่อลวงองค์ชายน้อยก็ได้-”
“องค์ชายน้อยมีพรคุ้มครองจากเทพธิดาจากมนต์ร้ายทั้งปวง เจ้าตัดข้อสันนิษฐานนั้นทิ้งไปได้เลย” พวกเหล่าทหารเริ่มสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า แต่ก็ไม่กล้าถามไปโดยตรง หัวหน้ากองทหารทราบสิ่งที่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาตนคิด จึงพูดขึ้นมาประโยคหนึ่งให้ได้กระจ่างโดยทั่วกัน
“ฝ่าบาทโป้ปด องค์ชายน้อยไม่ได้โดนลักพาตัวไปแต่ถูกช่วยเอาไว้ต่างหาก อีกอย่างที่ข้าเพิ่งจะสังเกตได้ก็คือ...เป้าหมายของฝ่าบาทคือการนำตัวของใครคนหนึ่งที่หลบซ่อนอยู่ด้านใน ที่มีนามว่าจวินเย่ากลับไปกับพระองค์” ประโยคนั้นทำให้เหล่าทหารทั้งหลายพากันมองหน้ากันเลิ่กลั่กก่อนจะเกิดเสียงซุบซิบนินทามากมาย
“ที่พูดมามิใช่ว่าเป็นการหมิ่นประมาทราชวงศ์หรอกหรือ?”
“แล้วฝ่าบาทจะทำเช่นนั้นเพื่อจุดประสงค์อะไรกัน?”
“จวินเย่า? ใช่จวินเย่าที่เป็นองค์ชายคนสุดท้องของตระกูลเผ่ามารโม่หรือเปล่า?”
แม่ทัพแห่งสวรรค์ยกมือขึ้นมาเป็นสัญญาณให้เหล่าผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของตนเงียบทันใด เขาเฝ้ามองสังเกตการณ์ตรงหน้าโดยไม่กระทำการสิ่งใด เพราะกำลังดูท่าทีขององค์จักรพรรดิว่าจะทำเช่นไรต่อไป
“พวกเจ้ามัวยืนทำบ้าอะไรกันอยู่ ฆ่ามันเสีย!!!” อวี้จวินเหลือบมามองที่เหล่ากองทัพเผ่าสวรรค์ ทว่ากลับไม่มีผู้ใดเข้ามาจัดการหลิงหลิงเลยสักคน เอาแต่ยืนดูเขาเข้าโจมตีอีกฝ่ายเพียงอย่างเดียว
“ตายจริง โดนจวินเย่าปฏิเสธคำขอแต่งงานไม่พอ ยังโดนพวกไพร่พลของตัวเองเมินเฉยอีกงั้นหรือ? ช่างน่าสมเพชจริง ๆ ” หลิงหลิงกล่าวยั่วยุด้วยท่าทียียวนกวนประสาท อวี้จวินขบกรามของตัวเองแน่นก่อนจะใช้ดาบของตัวเองเข้าโจมตีเหล่าทหารของตัวเองหนึ่งนาย ทั้งยังประกาศเสียงดังด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด
“ข้าเป็นถึงองค์จักรพรรดิแห่งสวรรค์ เจ้ากล้าดีอย่างไรไม่ทำตามคำสั่งของข้า!!” ว่าพลางใช้ดาบแทงทะลุร่างของทหารนายนั้น เหล่าทหารชั้นผู้น้อยพากันถอยหลังด้วยความตื่นตระหนกตกใจ ฝ่ายแม่ทัพแห่งสวรรค์จดจ้องไปที่องค์เหนือหัวของตัวเองอย่างไม่ยำเกรง อวี้จวินจึงตวาดขึ้นมาอีกครั้ง
“ฆ่ามันเสีย ทำตามรับสั่งของข้า!!”
“กระหม่อมขอประทานอภัย แต่กระหม่อมมิอาจรับใช้คนเขลาเช่นท่านในตอนนี้ได้พ่ะย่ะค่ะ” เอ่ยจบก็หันไปส่งสัญญาณบางอย่างให้กับทหารคนสนิท แล้วเอ่ยกระซิบเสียงเบา
“ตามพระพันปีหลวงมา” ทหารนายนั้นรีบพยักหน้าทันใดก่อนจะรีบแยกตัวออกไปจากกองทัพทันที อวี้จวินเห็นท่าทีต่อต้านของเหล่าทหารใต้อาณัติของตนก็ไม่พอใจเป็นอย่างมาก เขาเริ่มอาละวาดด้วยการอัญเชิญอาวุธนับพันชิ้นโจมตีใส่เหล่าทหารของตัวเอง และยังโจมตีใส่หลิงหลิงในเวลาเดียวกัน ทหารหลายนายได้รับบาดเจ็บสาหัสจนถึงขั้นเสียชีวิต หลิงหลิงยกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นมา
“ไหนเจ้าบอกว่าตัวเองเป็นถึงองค์จักรพรรดิเผ่าสวรรค์มิใช่หรือ แต่ทำไมตอนนี้ข้าเห็นเจ้าเป็นเพียงแค่ไอ้หมาหัวเน่าตัวหนึ่งเท่านั้นเอง?” อวี้จวินไม่รอช้ารีบพุ่งเข้าใส่หลิงหลิงทันที ฝีเท้าที่ปราดเปรียวของหลิงหลิงทำให้เขารอดจากเงื้อมมือนั้นมาได้ แต่แล้วในตอนนั้นเองเด็กน้อยในอ้อมกอดของเขาก็ตื่นขึ้นมาจากนิทรา
เสี่ยวเฟิงขยี้ตาของตัวเองก่อนจะเบ้ปากทันใดเมื่อเห็นบิดาของตัวเองด้วยท่าทางน่ากลัวเช่นนั้น เขารีบซุกหน้าเข้ากับแผงอกของหลิงหลิงด้วยความหวาดกลัว อวี้จวินเห็นแล้วก็ไม่สบอารมณ์ยิ่งนักก็เลยโพล่งออกมา
“ไอ้ลูกทรพี เจ้ากล้าดีอย่างไรทรยศหักหลังพ่อของตัวเอง เจ้าไปช่วยพวกมันทำไม?! มิใช่ว่าเจ้าเองก็ชื่นชอบในตัวของจวินเย่าเลยอยากได้เขาเป็นแม่ของเจ้าหรอกหรือ? แล้วเจ้าไปช่วยไอ้มารพวกนี้พาจวินเย่าหนีไปทำไม!?” ว่าพลางพุ่งตัวมาหวังจะใช้ดาบฟันร่างของบุตรชาย หลิงหลิงเห็นเช่นนั้นก็รีบเอาตัวมาบังเจ้าเด็กน้อยเอาไว้ ทว่า...
“อึ่ก!!”
“ท่านแม่ทัพ!!” แม่ทัพแห่งสวรรค์เห็นว่าองค์ชายน้อยกำลังตกอยู่ในอันตรายก็รีบวิ่งเข้าไปบังร่างของทั้งสองเอาไว้ทันที ดาบแหลมคมแทงทะลุร่างของเขาทันใด ทว่าเขากลับไม่ได้สิ้นใจในทันที หัวหน้ากองทหารผู้นี้จับดาบเล่มนั้นเอาไว้แล้วใช้เลือดของตัวเองเขียนวงเวทบนดาบเล่มนั้น พลันดาบก็แตกสลายไปต่อหน้าต่อตา เขาลงไปนอนกองกับพื้นทันทีหลังจากนั้น
“คนที่กล้าขัดคำสั่งของข้า ล้วนแล้วแต่ต้องจบชีวิตอย่างน่าอนาถแบบนี้ด้วยกันทั้งนั้น” ว่าจบก็หันไปมองที่หลิงหลิงอีกครั้ง ก่อนจะเหลือบมองไปที่ร่างของบุตรชายที่เกาะหลิงหลิงเอาไว้แน่น ร่างกายสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว อวี้จวินมองเสี่ยวเฟิงอยู่เพียงครู่ก่อนจะแสยะยิ้มออกมาเยี่ยงคนวิกลจริต
“จวินเย่ารักเจ้ามาก หากข้าใช้เจ้าเป็นตัวประกัน...จวินเย่าต้องออกมาพบหน้าข้าแน่” หลิงหลิงรู้สึกขนลุกทันใดหลังจากได้ยินและได้เห็นพฤติกรรมของชายตรงหน้า เขาเตรียมที่จะวิ่งหนีเข้าไปในป่าเพื่อถ่วงเวลาให้จวินเย่าสำเร็จวิชามารของตนทว่ากลับไม่ทัน อวี้จวินใช้ฝีเท้าที่เร็วเหนือแสงของตัวเองพุ่งเข้ามากระชากขาข้างหนึ่งของหลิงหลิงเอาไว้ จนทำให้หลิงหลิงล้มหน้าคว่ำลงไปกับพื้น แล้วเผลอปล่อยมือออกจากเสี่ยวเฟิงเพียงชั่วขณะ อวี้จวินเห็นโอกาสรีบคว้าแขนของบุตรชายแล้วกระชากมาอยู่กับตัวเองทันที
“โอ๊ย!ท่านพ่อ...ข้าเจ็บ...” เสี่ยวเฟิงกล่าวพลางเบ้ปากก่อนที่น้ำสีใสจะไหลออกมาอาบแก้มทั้งสองข้าง อวี้จวินหัวเราะออกมาทันใดก่อนจะกล่าวพลางมองเข้าไปในแหล่งกบดานของพวกจวินเย่าไปด้วย
“ร้องอีกสิ ร้องอีก จวินเย่าจะได้รีบออกมาหาข้า ร้องอีก!!” เสี่ยวเฟิงแผดเสียงร้องออกมาทันใด เขาหวาดกลัวบิดาของตัวเองในตอนนี้มากเหลือเกิน เขาไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว ท่านแม่ได้โปรดช่วยเขาด้วย เสี่ยวเฟิงคิดพลางดีดดิ้นไปมา ทันใดนั้นเอง...
ตู้ม!!
ควันสีขาวตลบอบอวลไปหมด บดบังทัศนียภาพตรงหน้าโดยสมบูรณ์ อวี้จวินหรี่ตามองเข้าไปในหมอกควันนั้นทันใดโดยไม่กล้าแม้แต่จะเอื้อมมือไปสัมผัสมันเลยด้วยซ้ำ เหตุเพราะก่อนหน้านี้เขาเคยโดนระเบิดควันพิษของหลิงหลิงมาจนต้องตกอยู่ในสภาพอัปลักษณ์เช่นนี้ พอเขาเห็นหมอกควันดังกล่าวก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นฝีมือของมารแห่งพิษเช่นหลิงหลิงเหมือนเดิม
“ไอ้มารพิษ เจ้าทำ-”
พลั่ก!!
พูดยังไม่ทันจบประโยคก็รู้สึกราวกับโดนบางสิ่งกระแทกเข้าที่หน้าอย่างจัง อวี้จวินหงายหลังลงไปนอนกับพื้นทันใด มือก็เลยเผลอปล่อยร่างของเสี่ยวเฟิงให้เป็นอิสระ เขายกมือขึ้นมาลูบใบหน้าของตัวเองก่อนจะพบว่ามีเลือดไหลออกมาทางจมูก อวี้จวินสบถออกมาทันใดอย่างไม่พอใจ
“เจ้ากล้าดีอย่างไรทำกับคนสูงศักดิ์เยี่ยงนี้ วันนี้ข้าจะต้องเอาเลือดหัวเจ้าออกมาให้จงได้!!” ว่าพลางพุ่งเข้าไปโจมตีคนที่ยืนอยู่ในหมอกควัน ทว่าพอวิ่งเข้าไปในหมอกนั่นแล้วเขากลับพบเพียงความว่างเปล่า ร่างปริศนานั่นหายไปอย่างไร้ร่องรอย อวี้จวินมองไปรอบ ๆ พยายามมองหาว่าคนที่โจมตีใส่เขาก่อนหน้านี้ตอนนี้ไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ทว่ากลับไม่ทันการณ์ ร่างของเขากระเด็นกระดอนไปไกลอีกครั้งเพราะโดนแรงกระแทกเข้าที่ชายโครง อวี้จวินร้องโอดครวญออกมาทันใดด้วยความเจ็บปวด
“อ๊าก!!”
พลันหมอกควันสีขาวก็มลายหายไปทันใด ก่อนที่จะปรากฏร่างของจวินเย่าที่ตอนนี้ดวงตาที่สามกลับมาเปิดอีกครั้ง ที่ด้านหลังก็มีหางจิ้งจอกงอกอยู่ ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองไปยังร่างเล็กของเสี่ยวเฟิงที่อยู่ในอ้อมอก เด็กน้อยยังคงร้องไห้ฟูมฟายไม่หยุด เพราะหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ไม่เป็นไรแล้วนะตัวเล็ก พี่อยู่นี่แล้ว” จวินเย่าเอ่ยพลางเอาหน้าผากชนกัน เสี่ยวเฟิงจึงหยุดร้องไห้และสงบนิ่งลง จวินเย่าเดินไปหาหลิงหลิงพลางจ้องมองบาดแผลบนตัวพี่ชายของตัวเอง ก่อนจะสะบัดข้อมือเพียงนิดเดียว บาดแผลทั้งหมดของหลิงหลิงก็มลายหายไป หลิงหลิงมองอีกฝ่ายอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา ทว่าก็ไม่ได้สอบถามอะไรเพิ่มเติมต่อจากนั้นเพราะสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย จวินเย่าส่งมอบเสี่ยวเฟิงไว้ในการดูแลของหลิงหลิงเพราะเขาต้องไปจัดการกับอวี้จวิน เพื่อจบความโกลาหลนี้โดยเร็วที่สุด
“อยู่กับพี่เขาไปก่อนนะตัวเล็ก เดี๋ยวพี่กลับมา”
อวี้จวินพยุงร่างของตัวเองให้ลุกขึ้นมาก่อนจะจ้องมองไปยังร่างของจวินเย่าที่แปรเปลี่ยนไป แม้ว่าจะไม่เหมือนกับจวินเย่าคนเก่าที่เขาตกหลุมรัก ทว่าใบหน้าแสนงดงามนั่นก็ยังคงมัดใจของเขาเอาไว้ได้อยู่ดี อวี้จวินเดินเข้าไปหาจวินเย่าพลางพูดไปด้วย
“จวินเย่าคนงาม กลับไปที่พระราชวังเผ่าสวรรค์กับข้าเถอะ ไปจัดพิธีอภิเษกสมรส แล้วใช้ชีวิตอยู่บนนั้นด้วยกัน” ว่าพลางอ้าแขนออก เขาอยากสวมกอดร่างเพรียวนั่นใจจะขาด อยากจะครอบครองคนคนนี้เป็นของตัวเองเพียงแค่คนเดียว จวินเย่าไม่ได้แสดงอาการอะไรแต่อย่างใด เพียงทำสีหน้าเรียบเฉยก่อนจะเอ่ยตอบกลับมา
“ท่านลืมไปแล้วหรือว่าก่อนหน้านี้ข้าตอบท่านกลับไปว่าอย่างไร? แม้ว่าจะถามใหม่อีกสักกี่รอบข้าก็ยังคงตอบแบบเดิม ข้าขอปฏิเสธ ข้าจะไม่แต่งงานกับท่านเด็ดขาด”
ราวกับโลกทั้งใบสลายลงตรงหน้า อวี้จวินก้มหน้าลงพลันน้ำสีใสไหลริน เขารู้สึกเศร้าโศกเสียใจยิ่งนักที่โดนปฏิเสธจากคนที่ตัวเองรักถึงสองครั้งสองครา ทว่าก็เสียใจได้ไม่นาน จากที่กำลังนั่งร้องไห้จู่ ๆ ก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วจ้องมองมาที่จวินเย่าด้วยสายตาอาฆาตแค้น
“เช่นนั้นก็ตายไปด้วยกันให้หมดนี่แหละ!!” ว่าจบก็บินขึ้นลอยเหนือฟ้า สร้างวงเวทอัญเชิญสัตว์เทพของตัวเองออกมาอีกครั้ง อีกทั้งยังใช้ชีวิตของเหล่าทหารมาเป็นเครื่องสังเวยเพื่ออัญเชิญสัตว์เทพอีกตนหนึ่งออกมาด้วยอีกต่างหาก
“ไอ้เจ้านั่นมันบ้าไปแล้ว เป็นถึงองค์จักรพรรดิแต่กลับใช้วิชาต้องห้าม อีกทั้งยังเอาชีวิตของประชาชนตัวเองไปสังเวยอีกต่างหาก” หลิงหลิงเอ่ยพลางจ้องมองไปบนท้องฟ้า จวินเย่าถอนหายใจเล็กน้อยก่อนที่ร่างของใครอีกคนจะเดินออกมาจากด้านใน แล้วมาหยุดยืนเคียงข้างกายของจวินเย่า
“ท่านอาจารย์ จะจัดการกับเขาเช่นไรดี?” จวินเย่าเอ่ยถามไป๋เสวียน ฝ่ายเทพจิ้งจอกสวรรค์มองญาติผู้ใหญ่ของตัวเองด้วยสายตาเอือมระอาพลางส่ายหน้าไปมา
“แค่ยื้อเอาไว้จนกว่าพระพันปีหลวงจะเสด็จมาถึงก็พอ หากเราด่วนจัดการเขาไป อาจถูกพระองค์เข้าใจผิดได้” ว่าจบก็จับมือของจวินเย่าเอาไว้พลางส่งยิ้มกว้าง
“ไปกันเถอะ ได้เวลาเฉิดฉายของท่านแล้ว” จวินเย่าพยักหน้าให้เล็กน้อยก่อนจะพุ่งทะยานขึ้นไปบนฟ้า อวี้จวินเห็นเช่นนั้นก็สั่งให้สัตว์เทพ พยัคฆ์อัสนีของตนใช้สายฟ้าเข้าโจมตีอีกฝ่ายทันที ทว่าทางจวินเย่ากลับหลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว อวี้จวินเห็นแล้วก็มีน้ำโหยิ่งนัก สั่งสัตว์เทพอีกตนที่เกิดจากการสังเวยหลายชีวิต หงส์เพลิง เข้าจัดการจวินเย่าจากทางด้านหลังต่อทันที
ทว่าไป๋เสวียนกลับไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้น เขารีบพุ่งเข้าไปใช้เกราะป้องกันเพลิงที่สัตว์เทพตนนี้ปล่อยออกมาทันที อวี้จวินเห็นไป๋เสวียนก็เบิกตากว้างก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอย่างประหลาดใจ
“เทียนหูไป๋เสวียน เจ้า...มาทำอะไรที่นี่?” ไป๋เสวียนยกยิ้มมุมปากทันใดก่อนจะทำท่าโค้งคำนับเป็นการทักกทายผู้ที่อาวุโสกว่า
“เหลนขอทำความเคารพท่านทวด ท่านถามว่าข้ามาทำอะไรที่นี่งั้นรึ? ก็มาจัดการกับผู้ยิ่งใหญ่เช่นท่านอย่างไรเล่า” ว่าพลางเข้าโจมตีอีกฝ่ายทันที ฝ่ายอวี้จวินตั้งรับเอาไว้ได้ทันก่อนจะตะคอกใส่ผู้ที่มีอายุน้อยกว่า
“เจ้าคนทรยศ เจ้าหันหลังให้เผ่าสวรรค์เพื่อมาช่วยเหลือเผ่ามารอย่างนั้นรึ? ไอ้เด็กหน้าไม่อาย!!” ว่าพลางปล่อยพลังออกมาจากฝ่ามือ ไป๋เสวียนหลบพลังนั้นอย่างว่องไวก่อนจะเข้าไปกระซิบที่ข้าง ๆ ใบหูของอีกฝ่ายเป็นการยั่วยุโทสะ
“คนที่สังเวยชีวิตนับร้อยของพลทหารตัวเองเช่นท่านมีสิทธิพูดคำนั้นออกมาด้วยงั้นหรือ?” อวี้จวินปัดแกว่งดาบออกไปด้วยความโมโหโกรธา เจ้าเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนนี้ได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะมาตั้งแต่เยาว์วัย อีกทั้งยังเป็นที่เอ็นดูของพระพันปีหลวงอีกด้วย และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้อวี้จวินไม่ค่อยถูกโฉลกกับเจ้าเด็กนี่สักเท่าไหร่นัก เขาคิดพลางขบกรามของตัวเองแน่น
“พวกมันเป็นข้ารับใช้ของข้า ข้าจะทำกับมันอย่างไรก็ได้!!”
“เหมือนกับเสี่ยวเฟิงบุตรชายของท่านน่ะหรือ? ที่ท่านเคยกล่าวเอาไว้ว่าบุตรชายของท่าน ท่านจะให้เขาอยู่หรือตายก็ได้?” อวี้จวินชะงักไปก่อนจะกำหมัดของตัวเองแน่น
“เจ้าไปได้ยินมาจากไหน?!”
“ข้าเป็นเทพจิ้งจอกสวรรค์นะขอรับท่านทวด ต่อให้ท่านจะอยู่ไกลเป็นหมื่นลี้ข้าก็ยังคงได้ยินเสียงท่านพูดอยู่ดี” ว่าพลางใช้ฝ่ามือเข้าโจมตีอีกฝ่ายด้วยใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม สร้างความหงุดหงิดใจให้กับอวี้จวินเหลือจะทน เขาไม่รอช้ารีบงัดทุกกระบวนท่าออกมาใช้เพื่อทำลายเจ้าเหลนเนรคุณคนนี้ให้มลายหายไปจากโลกใบนี้
ทว่าในขณะที่พวกเขากำลังฮ่ำหั่นกันอย่างดุเดือดเลือดพล่านอยู่นั่นเอง บนท้องฟ้าก็เกิดแสงสว่างส่องไปทั่วดินแดนปีศาจ ก่อนที่จะมีร่างของใครบางคนปรากฏอยู่เหนือน่านฟ้า ไป๋เสวียนรีบคุกเข่าลงทันใดพลางหันไปบอกให้จวินเย่าทำเฉกเช่นเดียวกัน แม้ว่าจวินเย่าจะยังงุนงงกับสถานการณ์ตรงหน้าทว่าก็ไม่ได้ขัดคำร้องของไป๋เสวียนแต่อย่างใด อวี้จวินเล็งเห็นโอกาสจึงจะเข้าทำร้ายทั้งสองคนทีเผลอ ทว่า...
“ตายเสียเถอะ!!!”
“เทียน อวี้จวิน!!” เสียงนั้นก้องกังวานไปทั่วดินแดนปีศาจ ขาของอวี้จวินอ่อนระทวยลงทันใดก่อนที่เขาจะลงไปนั่งกองกับพื้น สายตาเหลือบมองไปยังต้นเสียงก่อนจะต้องเบิกตาโพลง พบร่างของสตรีมีอายุ เส้นผมดำสลับขาว สวมใส่ชุดผ้าไหมราคาแพง นางจ้องมองมาที่อวี้จวินด้วยสายตาดุดัน
“พระ...พระพันปีหลวง”
“เจ้าคิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่กันแน่เทียน อวี้จวิน!” พระนางตะโกนจนเส้นเลือดบริเวณคอปูดโปน อวี้จวินรีบก้มหัวจรดกับพื้นทันใดด้วยความหวาดหวั่น ร่างกายก็สั่นระริกราวกับลูกนก
“พระพันปีหลวง ข้า...ข้าไม่ได้ทำอะไรเลยนะขอรับ เป็นเจ้านั่น! เป็นเทียนหูไป๋เสวียนที่เป็นคนสร้างความโกลาหลนี้ทั้งหมดขอรับ!!” ว่าพลางชี้นิ้วมาทางไป๋เสวียน จวินเย่าได้ยินดังนั้นก็จะพูดแย้งขึ้นมา ทว่ากลับโดนไป๋เสวียนปรามเอาไว้
“นั่นมันไม่ใช่เรื่องจริง-”
“อยู่นิ่ง ๆ เอาไว้”
“แต่ว่าถ้าหากเราไม่พูดอธิบาย พระนางอาจจะ-”
“พระพันปีหลวงทราบดีว่าเรื่องไหนเป็นเรื่องจริง เรื่องไหนเป็นเรื่องโป้ปด พระนางสอดส่องการต่อสู้ของพวกเรามาได้สักระยะหนึ่งแล้ว” เขากล่าวพลางเหลือบมองท่าทีของพระพันปีหลวง นางถอดถอนลมหายใจก่อนจะเดินเข้ามาใกล้อวี้จวิน จ้องมองอีกฝ่ายอยู่สักพัก อวี้จวินร้อนรนทันใดกลัวว่าพระพันปีหลวงจะสงสัยในตัวเองจึงรีบพูดจาโป้ปดออกมา
“ข้าเห็นด้วยสองตาของข้า ไป๋เสวียนหักหลังชาวสวรรค์ไปอยู่ข้างเดียวกับเผ่ามาร ซ้ำร้ายยังวางแผนลักพาตัวองค์ชายน้อย-”
“ข้าอุตส่าห์รอ เพื่อให้โอกาสเจ้าได้พูดความจริงอีกครั้ง มิคิดเลยว่าจะยังกล้าพูดโป้ปดใส่ข้าอีก!” ว่าจบก็ฟาดฝ่ามือลงไปที่ใบหน้าของอวี้จวินจนอีกฝ่ายหงายหลังไปทันที อวี้จวินจับใบหน้าของตัวเองก่อนจะหันมามองที่พระพันปีหลวงด้วยดวงตาเบิกกว้าง
“พระพันปีหลวง...”
“ข้าเห็นทุกการกระทำของเจ้าหมดแล้วเทียน อวี้จวิน เจ้าเป็นถึงจักรพรรดิแห่งสวรรค์ทว่ากลับสังเวยชีวิตของไพร่พลเพื่อประโยชน์ของตัวเอง ช่างน่าสมเพชยิ่งนัก!!” ว่าพลางใช้ฝ่ามือตบเข้าไปที่ใบหน้าอีกข้างหนึ่งของอวี้จวินอีกครั้ง
“ตอนนี้เจ้าไม่มีคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งองค์จักรพรรดิแล้วเทียน อวี้จวิน ตำแหน่งที่เจ้าจะได้รับต่อจากนี้ไป...คือนักโทษทัณฑ์ประหารเท่านั้น” สิ้นประโยคพระนางก็สั่งให้ข้ารับใช้จับตัวของอวี้จวินไปทันที ถึงกระนั้นอวี้จวินก็ยังจะขัดขืนคำสั่ง พระนางเลยจำเป็นต้องผนึกพลังเวทของอีกฝ่ายเอาไว้ มิเช่นนั้นอาจเกิดเรื่องเลวร้ายเช่นวันนี้อีกก็เป็นได้...

0 ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น