ชายผู้ฆ่าพระเจ้า

ชายผู้ฆ่าพระเจ้า

"พระเจ้าตายแล้ว พระองค์ยังคงสิ้นพระชนม์ และข้า เป็นคนสังหารพระองค์...!" ฟรีดริช วิลด์เฮล์ม นิตซ์เช เหวี่ยงค้อนฟาดลงที่ใบหน้าของพระเจ้า เนื้อ และ เลือด ของพระเจ้ากระจุยกระจายอย่างไม่เป็นชิ้นดี "ดูเถิด! จากนี้พวกเจ้าหาต้องเป็นทาสของอ้ายทรราชย์นี่ไม่! พวกเจ้าเป็นอิสระแล้ว!" นิตซ์เช คำรามประกาศกร้าวเหมือนราชสีห์ เขารอคอยวันนี้มานานแสนนาน... วันที่เขาลงมือสังหารเด็กเลี้ยงแกะ และปล่อยให้ฝูงแกะเป็นอิสระ เหล่าชาวเมืองต่างก็กรีดร้องออกมา บ้างโห่ร้องยินดี บ้างร่ำไห้ครวญคราง แต่เขา ก็ได้ทำมันลงไปแล้ว... "ดูเถิด! เพื่อนของข้าเอ๋ย! จงก้าวข้ามอ้ายทรราชย์นี่กันเถิด ก้าวข้ามศีลธรรมจอมปลอมที่อ้ายนี่ได้สร้างเพื่อคุมพวกเจ้าเฉกเช่นปศุสัตว์ จงยินดีปรีดา! พวกเราได้เป็นอิสระเช่นนั้นดีแล้ว!" และ นิตซ์เช ก็เดินออกไป กลับไปสู่ทิวเขาที่เขาเคยอาศัยอยู่ บ้านของเขาเป็นกระท่อมดูอบอุ่น เขาเดินเข้าไป เขาแขวนค้อน และเปลี่ยนเป็นชุดนอน ก่อนที่จะขึ้นเตียง และหลับไป เป็นเวลากว่าสามสิบปีที่ นิตซ์เช หลับไหล และเขาก็ตื่นขึ้น เดินลงมาจากภูเขา เขาเจอกับชายชราคนหนึ่ง ที่กำลังกราบไหว้ก้อนหินรูปร่างแปลกๆอยู่ นิตซ์เช มองเขาด้วยความสงสัยว่า ทำไมเขายังกราบไหว้ของพรรค์นี้อีก ทั้งที่เขาฆ่าพระเจ้าไปแล้ว เมื่อนิตซ์เช มาที่เมืองแห่งหนึ่ง เขากลับพบแต่โครงกระดูกที่เดินไปมา หาใช่ผู้คนไม่... เขาคิดว่าคงจะเป็นการป่วยการที่จะเข้าไปคุยกับพวกมัน แต่เขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมพวกโครงกระดูกถึงเดินไปมาเหมือนมันมีชีวิต มีกระดูกร่างหนึ่งยืนอยู่บนแท่นสูง ทำท่าทีเหมือนกำลังป่าวประกาศบางสิ่ง และโครงกระดูกที่เหลือก็เดินมามุง และโน้มลงกราบไหว้ปิติ นั่น ทำให้ นิตซ์เช ฉุนเฉียว เดินเข้าไปชกโครงกระดูกที่อยู่บนแท่น "อ้ายโง่! ข้าลงมือสังหารพระเจ้าไปแล้ว! เพื่อให้พวกเจ้าเป็นอิสระ! ไม่ใช้มาสร้างพระเจ้ากันใหม่แบบนี้!" โครงกระดูกที่อยู่บนแท่นแตกสลายลง และ โครงกระดูกนับร้อยต่างก็ก้มตัวลงกราบไหว้ นิตซ์เช "ไม่! ข้าไม่ใช่พระเจ้าของพวกเจ้า! อ้ายปัญญานิ่ม! ไม่มีแล้วพระเจ้าที่คอยกดขี่! มีแต่อิสรภาพทั้งนั้น!" และกระดูกก็หยุดชะงักลง ก่อนที่พวกมันจะแตกสลายหายเป็นผุยผง ด้วยความหัวเสีย นิตซ์เช จึงกระทืบเท้าเดินออกไปทันที เขามาถึงเมืองที่สอง เมืองที่ไร้ซึ่งผู้คนอีกเช่นเคย แต่เต็มไปด้วยสุสาน และ หลุมศพ เขารู้สึกหัวใจตกไปที่ตาตุ่ม เขาอยากรู้เหลือเกิน ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา แต่แล้ว เขาก็เดินไปเจอกับป้านหลุมศพหิน ที่เขียนว่า "พระเจ้าได้ตายไปแล้ว... พระเจ้าได้ถูกสังหาร และโลกที่เหลืออยู่ เกิดจากซากศพที่แห้งกรังของพระองค์! พวกเราเอ๋ย! พวกเราต้องการการไถ่บาป! ในความดับสูญ พวกเราจึงได้รับการไถ่!" เมื่อเห็นดังกล่าว นิตซ์เช จึงตะโกนลั่นว่า "อ้ายพวกโง่! ข้าฆ่าพระเจ้าเพราะอยากให้พวกเจ้าได้สร้างความหมายให้แก่ชีวิตตัวเอง! ไม่ใช่ไปตายตามพระองค์!" และนิตซ์เชก็กระทืบท้าวก้าวเดินออกไป เขามาถึงเมืองที่สาม มันต่างจากสองเมืองที่แล้วมาก เป็นเมืองที่ใหญ่มโหฬาร บ้านแต่ละหลังมีขนาดเท่ากับชุมชนเล็กๆ เป็นเมืองที่ไร้ซึ่งพระเจ้าอย่างสมบูรณ์... แต่ละบ้านมีรูปปั้นของเจ้าบ้านขนาดยักษ์ตั้งอยู่ ผู้คนต่างบูชาตัวเอง มากขึ้น ก้าวเหนือขีดจำกัดของตนมากขึ้นอีก ผู้คนบูชาตัวเอง เหมือนที่เคยบูชาพระเจ้า... นิตซ์เช ยิ้ม เขามาถึงแล้ว เมืองแห่งการก้าวข้าม พวกเขายกตัวสูงขึ้น ร่างกายใหญ่โตขึ้น จนบดบังแสงอาทิตย์ ใหญ่โตขึ้น ใหญ่โตขึ้น ใหญ่โตขึ้น ใหญ่โตขึ้น ใหญ่โตขึ้น... ใหญ่โตจนสูงทัดเทียบเสียดฟ้า... แต่พวกเขาก็ยังคงขยายกายไปเรื่อยๆ และจากมนุษย์ ก็กลายเป็น อภิมนุษย์... แต่กระนั้น ร่างกายของพวกเขาก็เริ่มร้าว... "เกิดอะไรขึ้น!" นิตซ์เช คำราม ร่างของพวกเขาขยายจนเกินขีดจำกัดของมนุษย์ แต่แทนที่พวกเขาจะหยุดพอ พวกเขากลับรองประสานเสียงกันว่า "ก้าวข้าม! ก้าวข้าม! ก้าวข้าม! ก้าวข้าม! ก้าวข้าม! ก้าวข้าม! เราต้องก้าวข้ามความอ่อนแอที่ พระเจ้ามอบให้เรา เราต้องก้าวข้ามความอ่อนแอ! ก้าวข้าม! ก้าวข้าม! ก้าวข้าม! ก้าวข้าม! ก้าวข้าม! ก้าวข้าม!" เสียงประสานดังก้องเหมือนบทเพลงสดุดีความว่างเปล่า และร่างกายของพวกเขา ก็สลายกลายเป็นฝุ่นผง... นิตซ์เช อยากจะตะโกนว่า อ้ายพวกโง่! แต่นี่... ไม่ใช่คนโง่... นี่คือ ผลผลิตของตัวเขา... น้ำตาไหลพรากออกมาจากเบ้าตาของชายผู้ฆ่าพระเจ้า "พวกเราเป็นดั่งทาส...ที่สังหารนายของตัวเอง... ข้าคิดว่าเราจะสามารถออกคำสั่งกับตัวเองได้ แต่ไม่... เรา ไม่มีทางที่จะเป็นนายทาสได้เลย...ไม่มีทางเลย" เขาสะอื้น ไม่ใช่ด้วยความรู้สึกผิด แต่เพราะความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ที่แม้แต่เขาสังหารพระเจ้าไปแล้ว... เขา ก็ยังเป็นได้แค่ ทาส เท่านั้น... นิตซ์เชเดินกลับไปที่กระท่อมของตนอย่างหมดแรง นั่งลงบนเก้าอี้โยก ดวงตาจ้องมองไปในความว่างเปล่าแห่งห้วงเหวลึก... "เราเป็นดั่งทาส... ที่สังหารนายของตัวเอง... แต่ทาส ก็คือทาส..." นิตซ์เช พูดวนไปวนมา เหมือนกับเครื่องบันทึกเสีย เมื่อค่ำคืนมือผ่านไป แสงยามเช้าก็แตะหน้าเขา และหูของเขาก็ได้ยินเสียงแว่วว่า "ผิดแล้ว... เจ้าไม่เคยเป็นทาส... แต่เป็นบุตรผู้เป็นที่รักของเรา..."

Author Avatar
GAIUS PICTOR
Mihi nomen est Gaius! สวัสดีครับ กายอุส ครับ

0 ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

เรื่องราวที่คุณอาจสนใจ