คิดมากกว่าเพื่อน [BL]

คิดมากกว่าเพื่อน [BL]

“กูหล่อน้อยกว่ามันตรงไหนวะ? ทำไมแพรวต้องเลือกมันด้วย ทำไมไม่เลือกกู ทำไมวะ?” ‘นัด’ เอ่ยด้วยจิตใจที่ปวดร้าว ก่อนจะเข้าไปทำลายข้าวของภายในห้องของตัวเอง จน ‘ริว’ ต้องเข้ามาห้ามเพื่อนสนิทของตัวเองเอาไว้ ก่อนที่อีกฝ่ายจะได้รับบาดเจ็บ “พอแล้วไอ้นัด ข้าวของเสียหายหมดแล้วเนี่ยมึงเห็นมั้ย?” เอ่ยพลางรั้งร่างของนัดเอาไว้ ทว่านัดก็เอาแต่ดิ้นเร่า ๆ ไปมา จนเขาเกือบจะเอาอีกฝ่ายเอาไว้ไม่อยู่ ริวพยายามพูดเตือนสติเพื่อนตัวเองหลายครั้งแล้ว แต่อีกฝ่ายก็ไม่มีทีท่าว่าจะรับฟังเขาเลย “ทำไมวะแพรว ทำไมเธอต้องเลือกมันด้วย” ว่าพลางทรุดลงไปนั่งกับพื้นแล้วเอาแต่ร้องไห้ฟูมฟาย ริวทอดสายตามองสภาพของเพื่อนตัวเองแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา ก่อนจะเดินไปหยิบทิชชูเปียกของตัวเองมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้อีกฝ่าย ตอนนี้อุณหภูมิร่างกายของนัดเพิ่มขึ้นสูงด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ กลิ่นฉุนของสุราคลุ้งทั่วตัวไปหมด ริวผู้ซึ่งไม่แตะสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดรู้สึกคัดจมูกเล็กน้อย แต่ก็พยายามกลั้นหายใจแล้วเข้าไปพยุงร่างของอีกฝ่ายขึ้นมา หวังจะพาไปนอนพักผ่อนที่เตียง “...ทำไมวะริว ทำไมแพรวไม่เลือกกู...ทำไมวะ?” นัดเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาไหลอาบสองแก้ม จากผู้ชายอกสามศอก ทว่าในตอนนี้กลับตกอยู่ในสภาพที่ไม่ได้ต่างจากเด็กชายตัวน้อย ที่กำลังประสบพบเจอกับความผิดหวัง ริวมองใบหน้าของเพื่อนที่เปื้อนไปด้วยน้ำตา ก่อนจะขบเม้มริมฝีปากของตัวเองแน่น เอ่ยตอบไปด้วยเสียงเบาหวิว “กูก็อยากถามคำถามนั้นกับมึงเหมือนกัน” ว่าจบก็แบกร่างของเพื่อนสนิทไปที่เตียง จัดการเช็ดตัวพร้อมเปลี่ยนชุดให้ จัดท่าทางการนอนให้เรียบร้อย เฝ้ามองผู้ชายร่างใหญ่ที่ในยามนี้ทำตัวเหมือนเด็กน้อยขี้เอาแต่ใจ นอนขดอยู่ในผ้าห่มผืนหนา ริวนั่งอยู่ขอบเตียง มองใบหน้าของนัดที่กำลังหลับตาพริ้ม ผ่านไปไม่นานก็หายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ เป็นสัญญาณว่าอีกฝ่ายได้หลับสนิทไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ริวเอื้อมมือไปลูบที่ใบหน้าของนัดอย่างเบามือ เช็ดหยดน้ำตาที่ไหลออกมาจากหางตาของอีกฝ่าย ริวกับนัดเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม ไม่ว่านัดจะทำอะไรที่ไหน ก็มักจะมีริวติดสอยห้อยตามไปด้วยเสมอ แม้กระทั่งเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยแล้ว ริวกับนัดก็ยังมาเรียนต่อที่เดียวกัน พักที่หอพักเดียวกัน จนนานวันเข้าก็ย้ายเข้ามาอยู่ในห้องเดียวกันเสียเลย จะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายไปด้วยในตัว โดยที่นัดไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าริวแอบชอบอีกฝ่ายมาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้รู้จัก ริวแอบมีใจให้นัดมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว แต่ก็เก็บงำความรู้สึกนั้นเอาไว้ตลอด เพราะกลัวเหลือเกินว่าถ้าสารภาพรักออกไป ทุกอย่างที่เขาทั้งสองร่วมสร้างกันมา มันจะพังทลายลง และด้วยเหตุนั้นริวจึงต้องอดกลั้นความรู้สึกพวกนั้นเอาไว้ให้ลึกสุดใจ ต้องทำเป็นไม่รู้สึกอะไรไม่ว่านัดจะไปเที่ยวคั่วกับสาวที่ไหน หรือแม้กระทั่งต้องทำเป็นเฉยชา ในยามที่อีกฝ่ายพาแฟนของตัวเองมาบรรเลงเพลงรักกันถึงในห้องพัก บางครั้งริวก็โดนไล่ตะเพิดให้ออกไปพักที่อื่นก่อน เพราะนัดจะใช้ห้องพักร่วมกับแฟนสาว ริวที่แอบรักข้างเดียวมาตลอดก็ทำได้แค่แสร้งเป็นเมินเฉย ทั้ง ๆ ที่ภายในใจมันแตกสลายไปแล้วแทบไม่เหลือชิ้นดี จนกระทั่งในวันนี้ที่นัดกลับมาพร้อมกับดวงใจที่ปวดร้าว นัดเล่าให้ริวฟังก่อนที่ตัวเองจะเมาจนเละเป็นหมาแบบนี้ว่า เขาจับได้ว่าแพรวแฟนสาวของเขา แอบมีคนอื่นในระหว่างที่คบกับตัวเองอยู่ นัดโกรธมากเลยเข้าไปต่อยชู้รักของแพรว ทว่าแพรวกลับเข้ามาปกป้องชายคนนั้น แล้วบอกเลิกนัดตรงนั้นเลย นัดพยายามพูดง้ออีกฝ่ายแล้ว แต่แพรวก็ยื่นคำขาดว่าตัวเองไม่ได้รักนัดแล้ว และจะขอคบกับชายชู้คนนั้นอย่างเป็นทางการ นัดเลยกลับมาด้วยสภาพที่เมาเละเทะแบบนี้ ริวถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะผละตัวออกมา หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กมาชุบน้ำแล้วบิดให้หมาด ๆ แล้วไล่เช็ดตามเนื้อตามตัวของนัด ดูแลอีกฝ่ายราวกับตัวเองเป็นแม่อีกคนก็ไม่ปาน ระหว่างที่กำลังขะมักเขม้นเช็ดคราบสกปรกออกจากตัวเพื่อนตัวเองอยู่นั้น นัดก็ละเมอเพ้อพูดอะไรบางอย่างออกมา “เรารักแพรวนะ แพรวอย่าทิ้งเราไปเลยนะ” ริวได้ยินแบบนั้นก็แอบรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ แต่ก็ทำเป็นไม่ใส่ใจ ตั้งหน้าตั้งตาเช็ดตัวของนัดต่อไป ทว่านัดกลับไม่ได้แค่ละเมอพูดเพียงแค่อย่างเดียว เขาเอื้อมมือออกมาก่อนจะกระชากแขนของริวเข้าหาตัว ร่างของริวปลิวไปตามแรงกระชากดังกล่าว จนหน้าไปชนเข้ากับแผงอกของอีกฝ่ายเข้าอย่างจัง แม้จะทราบดีว่านี่มันไม่ใช่เวลา ทว่าหากริวเหลือบมองนัดจากมุมนี้ จากระยะใกล้แบบที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนก็แอบใจเต้นเป็นระส่ำอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะรู้สึกตัวว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้สติดี จะมาทำตัวฉวยโอกาสแบบนี้ไม่ได้ เลยพยายามดันตัวเองออกมาจากอีกฝ่าย ทว่านัดกลับไม่ปล่อยให้เป็นแบบนั้น นัดกอดรัดร่างของริวเอาไว้แน่น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเบา ๆ ที่มันกลับทำให้หัวใจของริวแทบแตกเป็นเสี่ยง ๆ “แพรวครับ เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมกันเถอะนะ” ว่าจบก็กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น แม้ว่าจะถูกกอดโดยคนที่แอบชอบอยู่ก็ตาม ทว่าริวกลับไม่รู้สึกเขินอายหรือใจเต้นกับการกระทำนี้เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามการที่นัดทำแบบนี้เหมือนยิ่งเป็นเครื่องหมายตอกย้ำให้เขาสำเหนียกตัวเอง ว่าต่อให้เขาจะอยู่ใกล้กับนัดมากขนาดไหน นัดก็ไม่มีวันหันมามองที่เขาอยู่ดี ผ่านไปไม่นานนัดก็ค่อย ๆ คลายอ้อมกอดนั่นออกเพราะผล็อยหลับไป ริวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะแบกร่างเพื่อนที่ไร้สติของตัวเอง จัดแจงท่านอนเขาเสียให้เรียบร้อย ก่อนจะห่มผ้าห่มผ่อนให้ พร้อมหันไปเปิดแอร์เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายตื่นมาจะต้องบ่นว่าร้อนเป็นแน่ เขาค่อย ๆ เดินออกมาจากในห้องนอนของนัด ก่อนจะออกไปก็ไม่วายหันมามองอีกฝ่ายด้วยดวงตาละห้อย วาดหวังว่าในสักวันนัดจะเห็นเขาในสายตาบ้าง วันเวลาผันเปลี่ยนไปหลายเดือน นัด ผู้ชายอกสามศอกที่เคยนั่งคอตกเพราะอกหักจากแฟนสาวหน้าตาน่ารัก บัดนี้กลับกลายเป็นคาสโนวาตัวพ่อ ที่เปลี่ยนผู้หญิงร่วมหลับนอนด้วยทุกวันแบบไม่ซ้ำหน้า คงเพราะรักในอดีตทำให้เขาเจ็บช้ำ ส่งผลให้ ณ ปัจจุบันเขาทำตัวเหลวแหลกเช่นนี้ ในขณะที่นัดกำลังนั่งร่ำสุราเคล้านารีอยู่นั่นเอง ร่างสูงโปร่งของใครคนหนึ่งก็เดินปรี่เข้ามาหาเขา ตอนแรกนัดคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นอริสักคนที่กำลังจะเข้ามาหาเรื่อง ทว่าพอสังเกตดูดี ๆ แล้ว กลับพบว่าอีกฝ่ายเป็นคนใกล้ตัวของเขาเอง “ไอ้นัด มึงมาทำอะไรอยู่ที่นี่ ทำไมถึงไม่ไปเข้าเรียน” ริวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยโทสะ อันที่จริงก็โกรธเรื่องที่นัดไม่ยอมไปเรียนด้วย แต่ที่ทำให้ความเดือดดาลภายในใจมันกำลังจะปะทุ คือพฤติกรรมของนัดในตอนนี้เสียมากกว่า คั่วผู้หญิงไม่เลือกหน้าแบบนี้ ยังคิดว่าตัวเองเป็นนักศึกษาอยู่หรือเปล่า? นี่มาเรียนหรือมาเพื่อหาผู้หญิงไปสนองความต้องการของตัวเองกันแน่ “เรื่องของกู มึงไม่ต้องมายุ่ง” ว่าจบก็หันไปลูบไล้ร่างกายของหญิงสาวที่เขาเพิ่งจะคุยกันได้ไม่นานมานี้ ก่อนจะบรรจงจุมพิตลงบนริมฝีปากของอีกฝ่ายอย่างดูดดื่ม ริวเห็นแบบนั้นก็คิ้วกระตุกทันใดก่อนจะเผลอพูดอะไรบางอย่างที่มันไปกระทบจิตใจของนัดเข้าพอดี “กับอีแค่ผู้หญิงคนเดียวมันทำให้มึงเป็นได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอวะนัด?” ประโยคนั้นของริวเปรียบเสมือนน้ำมัน ที่สาดเข้าไปกระตุ้นให้กองไฟแห่งโทสะของนัดลุกโชติช่วง เขาลุกพรวดขึ้นมาจากเก้าอี้บาร์ทันใด แล้วปรี่เข้าไปกระชากคอเสื้อของอีกฝ่าย พร้อมตะคอกใส่อย่างเดือดดาล “คนอย่างมึงจะไปเข้าใจอะไร คนที่ไม่มีใครเอาอย่างมึงจะไปเข้าใจอะไร!!?” ว่าพลางหมายจะใช้กำปั้นบดขยี้ใบหน้าของอีกฝ่ายให้เละกันไปข้าง ทว่าสายตาที่ส่งกลับมาของริว กลับทำให้นัดต้องชะงักฝ่ามือของตัวเองเอาไว้ก่อน “ถ้ามีแฟนแล้วต้องตกอยู่ในสภาพเหมือนหมาขี้เรื้อนแบบมึง กูอยู่แบบไม่มีใครเอาแบบนี้ไปจนตายยังจะดีเสียกว่า” นัดได้ยินแบบนั้นก็โมโหขึ้นมาทันใด เข้าไปต่อยหน้าของริวไม่ยั้ง ไม่สนว่าอีกฝ่ายจะเป็นเพื่อนสนิทของตัวเองหรือไม่ ตอนนั้นความโกรธมันบดบังความสัมพันธ์ทั้งหมดลงไปหมดแล้ว คนแถวนั้นเห็นคนทะเลาะกันก็เข้ามามุงดู มีพลเมืองดีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เขามาจับทั้งสองคนแยกออกจากกัน ถึงกระนั้นแล้วนัดก็ยังเอาแต่ตะโกนด่าริวไม่เลิก “เลิกมายุ่งกับกูสักที มึงเป็นแม่กูหรือไง เลิกตามกูต้อย ๆ เป็นขี้ติดตูดได้แล้ว มึงรู้มั้ยว่ามันน่ารำคาญ!!” “กูก็ไม่ได้อยากรับบทเป็นพี่เลี้ยงเด็กคอยเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้คนอย่างมึงหรอก ถ้ากูไม่เห็นว่าเราเป็นเพื่อนกันกูทิ้งมึงไปนานแล้ว!!” “ก็ไปดิ มึงจะไปไหนก็ไป!!” “เออ กูไปแน่!!” สิ้นประโยคริวก็สะบัดตัวหนี ก่อนจะรีบเดินฝ่าฝูงชนไปยังประตูทางออกนั่นทันที ทว่าไม่ทันที่ริวจะได้ก้าวเท้าพ้นประตู ก็ได้ยินคำพูดบางอย่าง ที่เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่ามันจะออกมาจากปากของนัด คนที่เขารักสุดหัวใจคนนี้ได้ “มึงจะไสหัวไปไหนก็ไปเลย ‘ไอ้ตุ๊ด’ !!” ริวชะงักฝีเท้าทันใดก่อนจะหันไปถามนัดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว “เมื่อกี๊มึงว่าอะไรนะ?” “มึงไงไอ้ตุ๊ด กูรู้มาโดยตลอดนั่นแหละว่ามึงแอบชอบกู” ทุกสายตาหันไปจ้องที่ริวเป็นตาเดียว ริวยืนแข็งทื่ออยู่ตรงนั้นด้วยความสับสน เกิดคำถามมากมายภายในหัว รู้มาโดยตลอด? ตั้งแต่เมื่อไหร่? แล้วถ้ารู้ ทำไมถึงทำเป็นนิ่งเฉย? ทำไมยังทำพฤติกรรมแบบนั้นต่อหน้าเขาอีก? “แสดงว่ามึงรู้มาโดยตลอด?” น้ำเสียงและท่าทางที่แปรเปลี่ยนไปของริวทำให้นัดชะงักไปเล็กน้อย เขามองสีหน้าท่าทางของเพื่อนสนิทตัวเองแล้วก็รู้สึกผิดขึ้นมา แต่ก็ทระนงในศักดิ์ศรีของตัวเองเลยไม่พูดคำขอโทษออกไป “รู้มาโดยตลอดแต่ก็ทำเป็นไม่รู้ เพราะเห็นว่ามันสนุกดีงั้นสิ?” ริวกำหมัดพร้อมพูดออกมาทั้งน้ำตา นัดเห็นแบบนั้นก็พยายามจะพูดแก้ตัว “ไอ้ริว มันไม่ใช่-” “สนุกมากมั้ยที่เห็นกูต้องมานั่งร้องไห้เสียใจ ตอนที่มึงพาผู้หญิงมานอนกกที่ห้อง มึงสนุกมากเลยใช่มั้ย? ไม่เคยคิดว่ากูจะเจ็บปวดเป็นกับเขาเลยใช่มั้ย?” ริวตะโกนจนเสียงแหบเสียงแห้ง ใบหน้าก็เปื้อนไปด้วยน้ำตาจนน่าสงสาร นัดหมดสิ้นซึ่งแรงโทสะ เขาพยายามจะเข้าไปพูดคุยกับริวแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ริวเช็ดน้ำตาของตัวเองอย่างลวก ๆ ก่อนจะโยนอะไรบางอย่างใส่นัดแล้ววิ่งออกจากร้านไปเลย “ไอ้ริว ริว!!!” นัดตะโกนเรียกทว่าริวกลับไม่เหลียวมามองเขาเลยแม้แต่นิด นัดยกมือขึ้นมากุมขมับ รู้สึกผิดอย่างเหลือล้นกับคำพูดและการกระทำของตัวเองต่ออีกฝ่าย ก่อนจะก้มลงไปเก็บของที่ริวโยนมา แต่ไม่ทันที่เขาจะได้สังเกตดูดี ๆ ด้วยซ้ำว่าของชิ้นนั้นคืออะไร นัดก็โดนการ์ดไล่ออกนอกร้านโทษฐานสร้างความวุ่นวายภายในร้าน ผู้หญิงที่เขากำลังควงอยู่ในตอนแรก ตอนนี้ก็เดินหนีหายไปไหนแล้วก็ไม่อาจทราบได้ นัดนั่งถอนหายใจอยู่หน้าร้านนั่งดื่ม ก่อนจะหยิบของที่ริวโยนใส่เขามาดู มันเป็นกล่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กสีดำ เขาเปิดมันออกมาก่อนจะต้องเบิกตากว้าง มันคือนาฬิกาข้อมือแบบที่เขาเคยบ่นว่าอยากได้กับริวบ่อย ๆ เขามองมันแบบอึ้ง ๆ ก่อนจะหยิบกระดาษที่ถูกพับเอาไว้ด้านในออกมาอ่าน ‘สุขสันต์วันเกิดนะนัด หวังว่านาฬิกาเรือนนี้จะทำให้มึงร่าเริงขึ้นมาได้บ้างนะ’ นัดนิ่งไปสักพักก่อนจะรีบวิ่งไปที่รถของตัวเองเพื่อเดินทางกลับไปยังหอพัก ตอนนี้เขารู้สึกผิดต่อการกระทำและคำพูดของตัวเองที่พ่นออกไปใส่ริวอย่างเหลือล้น เขาอยากขอโทษอีกฝ่ายจากใจจริง อยากขอโทษที่ไม่ได้บอกความจริงเรื่องที่เขารับรู้มาโดยตลอดว่าริวชอบผู้ชาย และมีใจให้กับตัวเขาเอง อยากขอโทษที่ต่อว่าริวด้วยถ้อยคำรุนแรง ทั้ง ๆ ที่ริวก็แค่หวังดี อยากให้เขากลับมาตั้งใจเรียนเหมือนเดิม กลับมาเป็นไอ้นัดคนเดิมได้ไว ๆ แท้ ๆ นัดรู้สึกว่าวันนี้การจราจรมันติดขัดมากกว่าปกติ รู้สึกราวกับว่าการที่รถติดไฟแดงในตอนนี้ จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เขาต้องสูญเสียใครบางคนไปตลอดกาล เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพยายามโทรหาริว แต่ริวไม่รับสาย ทักแชตไปอีกฝ่ายก็ไม่ตอบ เขารู้สึกกระวนกระวายใจเป็นอย่างมาก อยากจะเปิดประตูรถออกไป แล้วเดินตรงทางเท้า วิ่งตรงไปยังห้องของตัวเองให้รู้แล้วรู้รอดแต่ก็ทำไม่ได้ ผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ การจราจรบนถนนก็ราบรื่นมากกว่าก่อนหน้านี้อยู่พอสมควร นัดรีบเหยียบคันเร่ง มุ่งตรงไปยังที่พักของตัวเองทันที เลี้ยวเข้าที่ลานจอดรถด้วยความเร่งรีบ ก่อนจะมุ่งตรงไปยังห้องของตัวเองด้วยความร้อนรน มือไม้สั่นไปหมดตอนที่นิ้วกดลงไปที่ปุ่มลิฟต์ หัวใจมันเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ รู้สึกมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีสักเท่าไหร่นัก จนในที่สุดนัดก็เดินทางมาถึงที่ห้องของตัวเองจนได้ เขายืนหอบหายใจถี่ระรัวที่ด้านหน้าประตู เพราะวิ่งมาทันทีหลังจากที่ประตูลิฟต์ถูกเปิดออก ก่อนจะตัดสินใจบิดประตูเข้าไป พลางตะโกนเรียกชื่อของเพื่อนสนิทของตัวเอง “ไอ้ริว ริว มึงอยู่ไหน?” ตะโกนไปพลางมองหาร่างของเพื่อนสนิทไปพลาง ก่อนจะพบว่าที่ห้องนอนของริวถูกเปิดทิ้งไว้ พอผลักประตูเข้าไปก็พบเพียงความว่างเปล่า ภายในห้องนั้นไม่มีสิ่งของชิ้นใดของริวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงรูปถ่ายใบหนึ่งวางเอาไว้ บนตู้ลิ้นชักข้างหัวเตียงเท่านั้น นัดรีบวิ่งออกมาตรงระเบียงทันใด มองหาว่าตอนนี้ริวไปอยู่ที่ไหน ทว่ากลับไม่เห็นแม้แต่เงา ติดต่อก็ไม่ได้เพราะอีกฝ่ายไม่รับสาย นัดต่อยหน้าตัวเองไปหลายครั้งพร้อมกล่าวโทษตัวเอง ก่อนจะเดินไปที่ห้องนอนที่เคยมีริวเป็นเจ้าของ เดินไปหยิบรูปใบนั้นที่ริวทิ้งเอาไว้มาดู เป็นรูปสมัยมัธยมที่เขาสองคนถ่ายเอาไว้เก็บเป็นความทรงจำ นัดถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะเหลือบไปเห็นว่าที่ด้านหลังของรูปใบนี้ มีข้อความเขียนเอาไว้ เขาจึงอ่านมันในใจ ‘กูจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนของกูกับเจ้าของหอเรียบร้อยแล้ว มึงไม่ต้องห่วง’ “แค่นี้เองเหรอ?” นัดพึมพำออกมาทันใดหลังจากที่อ่านข้อความนั้นจบ เขาคิดว่าริวจะเขียนอะไรถึงเขามากกว่านี้ด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายกลับไม่ใช่แบบนั้น นัดจ้องมองข้อความนั้นอยู่สักพักก่อนจะพูดกับตัวเองอีกครั้ง “สุดท้ายมันก็ต้องมาเรียนที่ม.อยู่ดี เดี๋ยวก็คงได้เจอกันในคลาสนั่นแหละ” ว่าพลางเดินเอารูปใบนั้นมาเก็บเอาไว้ในกระเป๋าสตางค์ของตัวเอง ทว่าสิ่งที่นัดคาดไม่ถึงกลับเกิดขึ้นในเช้าวันจันทร์ ที่กำลังจะเดินทางมาถึงในไม่ช้า “มึงหมายความว่ายังไง? ไอ้ริวมันลาออกไปแล้วงั้นเหรอ?” นัดเอ่ยถามเพื่อนในห้องของตัวเองด้วยใบหน้าตื่นตระหนกปนตกใจ เขาไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองด้วยซ้ำ ตอนที่ได้ยินข่าวลือนี้เป็นครั้งแรก “ก็เออดิ เหมือนจะมายื่นเอกสารลาออกเมื่อเช้านี้สด ๆ ร้อน ๆ เลยมั้ง มึงเป็นเพื่อนสนิทมันไม่ใช่เหรอ? ไม่รู้มาก่อนเลยเหรอวะ?” นัดทำสีหน้าเคร่งเครียดทันใด จากที่คิดว่าอย่างไรเสีย ถ้าหากตนกลับมาเรียนก็จะได้เจอหน้าริวอยู่วันยังค่ำ กลับกลายเป็นว่าตอนนี้เหมือนริวค่อย ๆ ทิ้งห่างเขาไปยังที่ไกลแสนไกลเรื่อย ๆ “แล้วรู้มั้ยว่ามันลาออกไปทำอะไร แล้วไปอยู่ที่ไหน?” เพื่อนส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยอย่างไม่มั่นใจ “ไม่แน่ใจ เห็นเขาลือกันว่ามันน่าจะกลับไปสานต่อธุรกิจร้านขายหนังสือที่บ้านเกิดมันมั้ง” สิ้นประโยคนัดก็ไม่รอช้า รีบวิ่งออกมาจากในห้องเรียนทันที จุดหมายในวันนี้คือบ้านเกิดที่เขากับริวเคยเติบโตด้วยกันมา ทว่า... “นั่นนักศึกษาจะไปไหนงั้นเหรอคะ?” อาจารย์ประจำวิชาที่ได้ชื่อว่าดุและให้เกรดยากที่สุดกลับปรากฏตัวต่อหน้าเขา พร้อมส่งสายตาที่แทบจะกินเลือดกินเนื้อกันเสียให้ได้ นัดกลืนน้ำลายก้อนเหนียว ๆ ลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเบาหวิว “พอดี...มีธุระต้องออกไปข้างนอกครับอาจารย์” “ด่วนกว่าวิชาของอาจารย์อีกงั้นเหรอคะ?” คำถามนั้นทำให้นัดสะอึกเล็กน้อย เขาส่ายหน้าไปมาพลางเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เพราะไม่กล้าสบตากับอาจารย์ท่านนี้ “คุณหายหน้าหายตาไปจากชั้นเรียนตั้งหลายเดือน ทราบใช่มั้ยคะว่าคุณมีโอกาสสูงมากที่จะเรียนไม่จบมากกว่าเพื่อนคนอื่น ๆ ในคลาส” กลายเป็นว่าจากที่จะได้ออกไปตามหาริวที่เพิ่งจะลาออกไป ต้องมายืนสำนึกผิดที่ไม่เข้าเรียน และไม่ส่งงานกับอาจารย์แทน สุดท้ายวันนั้นนัดก็ไม่ได้กลับบ้านเกิด เพราะต้องมานั่งเรียนและนั่งทำงานส่งอาจารย์ที่เขาเคยโดดเรียนไปทั้งหมดให้ครบ กว่าจะกลับมาถึงหอก็ล่อไปเกือบเที่ยงคืน นัดเดินเข้าห้องมาด้วยสภาพที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนกับเตียง รู้สึกร่างกายมันปวดร้าวไปหมด โดยเฉพาะช่วงไหล่ที่ปวดเมื่อยเป็นพิเศษ “ริวนวดให้หน่อย-” นัดเผลอพูดออกมาด้วยความเคยชิน ก่อนที่เจ้าตัวจะผุดลุกขึ้นมานั่งแทน เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอีกครั้ง คาดหวังว่าอย่างน้อย ๆ ก็ขอให้ริวอ่านข้อความที่เขาพิมพ์ส่งไปบ้าง ทว่ากลับไร้ซึ่งการตอบรับใด ๆ นัดถอนหายใจอย่างท้อใจ ก่อนจะนอนแผ่หลา มองเพดานห้องของตัวเองที่มันดูกว้างมากกว่าที่เคย กว้างมากเกินไปจนรู้สึกโหวงเหวงในใจอย่างไรบอกไม่ถูก ก่อนที่เขาจะผล็อยหลับไป หลังจากนั้นนัดก็พยายามหาโอกาสที่จะกลับบ้านเกิดของตัวเองอยู่หลายครั้ง ทว่าในขณะเดียวกัน แพรว แฟนเก่าของเขาก็กลับมาวนเวียนในชีวิตของเขาอีกครั้ง “นัด” ชายหนุ่มกำลังนั่งกินข้าวอยู่ในโรงอาหารเพื่อเตรียมตัวเรียนสำหรับคาบบ่ายชะงักทันใด น้ำเสียงที่แสนคุ้นเคยนี้เคยหลอนประสาทเขามาสักพักใหญ่ ๆ เลยทีเดียว ไม่อยากจะเชื่อว่าในชั่วชีวิตนี้เขาจะได้ยินมันอีกครั้ง นัดเหลียวไปมองตามต้นเสียง พบเข้ากับร่างเพรียวบางของหญิงสาว ใบหน้าสะสวยที่ตอนนี้ทำสีหน้าไม่สู้ดีสักเท่าไหร่นัก “นัด เราขอคุยด้วยหน่อยได้มั้ย?” ว่าพลางเดินมานั่งที่เก้าอี้ว่างด้านหน้าของนัดทันที โดยไม่รอให้เขาอนุญาตก่อน นัดทำเป็นไม่สนใจอีกฝ่าย นั่งตักข้าวเข้าปากกินอย่างตะกละตะกลาม แล้วก็ลุกพรวดขึ้นมา กำลังจะเดินเอาจานเปล่าไปเก็บ แล้วก็จะถือโอกาสเดินขึ้นชั้นเรียนของตัวเองไปเลยดื้อ ๆ ทว่าแฟนเก่าของเขาไม่ปล่อยให้เป็นแบบนั้น “นัดฟังเราก่อนนะ เราผิดเองที่ทำให้นัดต้องเสียใจ ตอนนี้เราพร้อมที่จะแก้ไขตัวเองแล้ว นัดให้โอกาสเราได้มั้ย?” นัดเลือกที่จะไม่ฟังสิ่งที่หญิงสาวคนนั้นพูด เขาทำเป็นหูทวนลม แล้วรีบสับเท้าเดินไปข้างหน้าอย่างคล่องแคล่วว่องไว จนหญิงสาวเกือบตามเขาแทบไม่ทัน ฝ่ายแพรวพอเห็นว่าอีกฝ่ายเมินก็แสร้งบีบน้ำตา ล้มลงไปนั่งกับพื้นแล้วพูดออกมาด้วยท่าทางน่าสงสาร “เราขอโทษ เราผิดไปแล้ว นัดยกโทษให้เราเถอะนะ เรารักเธอ เราขาดเธอไปไม่ได้จริง ๆ ” ทุกสายตาจับจ้องมาที่ทั้งสองคน นัดถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเข้าไปพยุงร่างของแพรวให้ลุกขึ้นยืน แพรวแอบยิ้มในใจเพราะคิดว่าแผนการของตัวเองสำเร็จเสร็จสิ้น ทว่าเธอกลับคิดผิด “พอเหอะ เราอายแทน” ว่าจบก็เดินจากไป ปล่อยให้แพรวยืนตะลึงงันอยู่ตรงนั้นด้วยความอับอายขายขี้หน้า ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้นัดเป็นผู้ชายที่ว่านอนสอนง่ายขนาดนั้นแท้ ๆ เป็นคนที่คอยเอาใจใส่และตามใจเธอทุกเรื่อง ถ้าเธออยากได้อะไร อยากไปที่ไหน นัดก็จะบันดาลให้หมดทุกอย่าง แล้วทำไมวันนี้นัดถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้ เป็นเพราะก่อนหน้านี้เธอไปเลือกคนอื่นแทนงั้นเหรอ? แพรวได้แต่ตั้งคำถามในหัวของตัวเองเอาไว้มากมายก่อนที่จะตัดสินใจ ว่าจะทวงคืนนัดคนเดิมกลับมาให้ได้ สาเหตุที่แพรวต้องคลานเข่ากลับมาหานัดก็เพราะว่าแฟนใหม่ที่เธอเลือกแทนนัดนั้น ปฏิบัติกับเธอได้ไม่ดีเท่าครึ่งหนึ่งของนัดเลยด้วยซ้ำ ไหนจะเรื่องเวลาที่เธออยากได้อะไร ถ้าหากเป็นนัดเธอก็จะได้ตามที่ขอ ทว่ากลับแฟนใหม่กลายเป็นเธอเองที่ต้องเป็นฝ่ายซื้อให้เสียแทน จนเงินแทบหมดตัว ทว่านั่นกลับไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้แพรวกลับมาหานัด สาเหตุหลักก็คือเธอจับได้คาหนังคาเขาว่าแฟนใหม่ของเธอแอบคบกับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ที่เป็นอริกับเธอ เธอรับไม่ได้และขอบอกเลิกอีกฝ่ายทันที ทำให้เธอสำนึกว่าแท้ที่จริงแล้วคนที่รักและหวังดีกับเธอมากที่สุด ก็คือนัด ไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหนเลย วันหยุดที่กำลังจะถึงนี้นัดตัดสินใจแล้วว่าจะเดินทางกลับบ้านเกิดของตัวเอง เป้าหมายของเขาคือการได้พบกับเพื่อนรักของเขาอย่างริวอีกครั้ง และได้เคลียร์ใจซึ่งกันและกัน เขาอยากกลับไปสนิทกับริวได้เหมือนเดิม การหายไปของริวทุกวันนี้ทำให้นัดรู้ตัวว่าเขาขาดริวไม่ได้ ทุกครั้งที่เหนื่อยหรือเหงาก็มักจะเผลอพูดประโยคที่เคยพูดกันตอนที่ริวยังอยู่เสมอ เขาอยากกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมอีกครั้ง ชีวิตที่ยังมีริวเป็นเพื่อนอยู่เคียงข้างกัน ถึงมันจะยากไปสักหน่อยก็ตาม นัดเดินทางมาถึงที่บ้านเกิดที่ตัวเองเติบโตมา โดยรถยนต์ส่วนตัวของเขาเอง เพื่อนบ้านแถวนั้นพากันตื่นตาตื่นใจเพราะไม่เคยเห็นนัดกลับมาเยี่ยมที่บ้านนานมากแล้ว ก็เลยแห่กันไปทักทาย เล่นเอานัดเสียเวลาทักทายคนอื่น ๆ ไปร่วมครึ่งชั่วโมง นัดเข้าบ้านไปสวัสดีพ่อแม่ของตัวเอง แล้วก็เจาะประเด็นถามถึงริวทันที แล้วก็ได้ทราบว่าตอนนี้ริวทำงานอยู่ที่ร้านหนังสือของที่บ้านอยู่จริง ๆ นัดไม่รอช้ารีบเดินทางไปที่ร้านหนังสือที่ถัดออกจากซอยเข้าบ้านของเขาไปได้ไม่ไกล เตรียมคำพูดไว้มากมายเพื่อจะคุยกับริว ทว่าพอมาถึงที่หน้าร้านกลับมีป้ายแขวนไว้ว่า “ร้านปิด” นัดส่องเข้าไปด้านในผ่านประตูกระจกบานใสแต่ก็ไม่เห็นใคร สุดท้ายเลยเดินคอตกกลับมาที่บ้าน แล้วก็ได้แต่คิดว่าทำไมการอยากเจอใครสักคนหนึ่ง มันถึงได้ยากขนาดนี้ “เจอริวไหมลูก?” ทันทีที่นัดเดินกลับเข้ามาในบ้าน แม่ของเขาก็เอ่ยถามขึ้นมาทันที นัดส่ายหน้าไปมาอย่างท้อแท้ ก่อนจะลงไปนั่งกับโซฟา “สงสัยจะไปเล่นกับพวกเด็ก ๆ ที่ลานกิจกรรมล่ะมั้ง เด็ก ๆ ในหมู่บ้านชอบมาให้ริวสอนหนังสือ สอนการบ้านให้เป็นประจำเลย ลูกก็ลองไปหาดูสิ” นัดเลิกคิ้วเล็กน้อยเพราะไม่ค่อยเชื่อเรื่องที่ริวเป็นที่รักของเด็ก ๆ เขานึกภาพริวกับเด็ก ๆ ไม่ออกเลย คนหน้าตาย หน้าดุ แบบนั้นน่ะเหรอที่เด็ก ๆ จะชอบ ไม่มีทาง นัดที่กำลังจะออกไปที่ลานกิจกรรมสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่างจากกระเป๋ากางเกงของตัวเอง เขาเลยหยิบมันขึ้นมาดูและพบว่าเป็นแพรวที่โทรมาหาเขา เขากดตัดสาย ทว่าไม่นานหลังจากนั้นแพรวก็แชทมาหาเขาต่อ เขามองหน้าจอมือถือด้วยความรู้สึกที่แตกต่างออกไป ก่อนจะกดปิดหน้าจอแล้วเก็บโทรศัพท์ดังกล่าวลงกระเป๋า ระหว่างทางก็สังเกตบรรยากาศรอบข้างไปด้วย ที่บ้านเกิดเหมือนจะเปลี่ยนแปลงไปมากอยู่พอสมควร ทั้ง ๆ ที่เขาก็คิดว่าตัวเองไม่ได้กลับบ้านมาแค่แป๊บเดียวเองแท้ ๆ แต่บ้านเมืองกลับเปลี่ยนไปมากตั้งมากขนาดนี้ นัดเดินทางมาถึงที่ลานกิจกรรมแล้วก็ต้องตกตะลึง ริวอยู่ที่นี่จริง ๆ ทว่ากลับถูกรายล้อมไปด้วยเด็กน้อยมากมาย ในมือของเด็กน้อยเหล่านั้นถือหนังสือกันเอาไว้คนละสองสามเล่ม จ้องมองไปที่ริวราวกับรอให้ริวอ่านหนังสือเล่มนั้นให้ฟัง ไม่ก็รอให้ริวตรวจการบ้านให้อะไรแบบนั้น นัดค่อนข้างประหลาดใจกับภาพที่เห็น เลยยืนอึ้งอยู่ตรงนั้นสักพัก ไม่ได้เดินไปหาอีกฝ่ายโดยทันที จนกระทั่งสายตาของคนทั้งสองประสานกันเข้าพอดี นัดเลยถือโอกาสนี้เพื่อที่จะทักทาย ทว่าริวกลับหลบสายตาไปเสียก่อน แล้วทำเป็นไม่หันมามองหน้าเขาอีกเลย เมินกันไปเสียเฉย ๆ “เอาล่ะเด็ก ๆ ไปเข้าแถวกันเร็วเข้า เดี๋ยวพี่ริวเขาจะได้ตรวจการบ้านให้ทีละคนนะ” เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นที่ด้านหลังของนัด นัดหันไปมองก่อนจะพบเข้ากับผู้ชายร่างกำยำคนหนึ่งที่มีรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า ผิวออกแทนเล็กน้อย ชายคนนั้นเดินตรงเข้าไปยังริวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ลายหินอ่อน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ครูพี่ริวเหนื่อยมั้ยครับ? จะพักก่อนมั้ยเอ่ย? หรืออยากดื่มอะไรแก้กระหายหน่อยมั้ยเดี๋ยวพี่ไปซื้อให้” นัดคิ้วกระตุกทันใด หลังจากเห็นท่าทางกะลิ้มกะเหลี่ยของชายปริศนาคนนี้ ที่ทำกับริวเพื่อนสนิทของเขา เขาถลกแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อยราวกับนักเลงหัวไม้ก็ไม่ปาน “ผมโอเคดีครับพี่ติ๊ก เดี๋ยวหลังจากตรวจการบ้านเด็ก ๆ เสร็จแล้ว ผมก็กะว่าจะกลับไปที่ร้านต่อเลย พอดีพ่อเขาสั่งหนังสือเอาไว้ แล้วของจะมาส่งวันนี้น่ะครับ” ว่าพลางลุกขึ้นมาจากที่นั่ง แต่เหมือนจะนั่งนานไปหน่อยเลยเป็นเหน็บชา ยืนทรงตัวยังไม่ค่อยได้ ติ๊กเห็นแบบนั้นก็เลยพุ่งตัวเข้าไปช่วยทันที มือหนาโอบเอวเพรียวของริวไว้แน่น ทั้งสองประจันหน้ากันจนริมฝีปากจะสัมผัสกันอยู่แล้ว นัดเห็นแบบนั้นขามันก็พุ่งออกไปโดยไม่รู้ตัว เขารีบเข้าไปคั่นกลางระหว่างคนทั้งสองทันที ก่อนจะเอ่ยทักทายเสียงดัง “ว่าไงริวเพื่อนรัก ไม่เจอกันนานเลยนะมึง คนนี้ใครอ่ะ? แนะนำให้กูรู้จักหน่อยดิ!” ว่าพลางดึงร่างของริวให้ถอยห่างออกมาจากติ๊กอย่างเบามือ ริวมองนัดอย่างประหลาดใจก่อนจะกระซิบถามเบา ๆ “มึงจะอยากรู้จักพี่เขาไปทำไม-” “บอกมาเหอะน่า” ริวถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะแนะนำตัวติ๊กให้นัดรู้จัก “พี่คนนี้ชื่อพี่ติ๊ก เป็นครูพิเศษประจำศูนย์พัฒนาการเด็กเล็กของหมู่บ้านเรา พี่ติ๊กไอ้นี่ชื่อนัด เพื่อนริวเองครับ” ว่าพลางเดินถอยห่างจากนัดมาเล็กน้อย ติ๊กหันมามองหน้าของนัดก่อนจะส่งยิ้มกว้าง “อ๋อ อย่างนี้นี่เอง สวัสดีครับน้องนัด ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” “ฮ่า ๆ เช่นกันครับ” นัดตอบกลับพลางเหลือบมองไปทางริวไม่พัก ทว่าริวกลับไม่ได้หันมาสนใจเขาเลยแม้แต่น้อย เพราะตัวเองกำลังตรวจการบ้านให้กับเด็กน้อยมากมายที่รายล้อมเขาอยู่ “แล้วนี่กำลังทำอะไร-” “พอดีช่วงนี้เด็ก ๆ ในหมู่บ้านเพิ่มจำนวนเยอะมากขึ้น พี่แค่คนเดียวดูแลไม่ไหว ก็เลยเปิดรับสมัครพี่เลี้ยงเด็กพาร์ทไทม์ แล้วริวเขาก็มาสมัครพอดี ก็เลยเป็นอย่างที่เห็นนี่แหละครับ” ว่าจบก็เดินไปทางริว แล้วหันไปคุยกับเด็ก ๆ ที่อยู่แถวนั้น “เอาล่ะเด็ก ๆ แบ่งแถวมาทางครูด้วยครับ เราจะได้ตรวจการบ้านกันให้เสร็จไว ๆ เนอะ ตรวจการบ้านเสร็จแล้วจะได้ไปนอนหลับปุ๋ย ๆ กันไงครับ” ว่าพลางทำท่าทางนอนหลับกับเด็กน้อยทั้งหลาย นัดมองภาพตรงหน้าก็มีแต่คำถามพรั่งพรูในหัวเต็มไปหมด ทว่าก็ไม่ได้พูดออกมา นัดตัดสินใจไปนั่งรอริวทำงานจนเสร็จที่ศาลาที่ตั้งอยู่ไม่ไกลแทน “ได้เวลาแล้ว ถ้าอย่างนั้นริวขอตัวก่อนแล้วกันนะครับพี่ติ๊ก ไว้เจอกันพรุ่งนี้ครับ” ว่าจบริวก็กระโดดขึ้นไปบนจักรยานคันเก่งของเขาทันที ทว่ายังไม่ทันจะได้ออกแรงปั่นก็สัมผัสได้ถึงน้ำหนักบางอย่างที่ด้านหลัง พอหันไปก็พบเข้ากับนัดที่มานั่งซ้อนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ “ลงไป” “ขอไปด้วยคนดิวะ กูเดินตามหามึงทั้งหมู่บ้านจนเมื่อยขาไปหมดแล้วเนี่ย” ว่าพลางแสร้งนวดขาของตัวเองไปพลาง ริวจ้องมองใบหน้าแสนทะเล้นนั่นก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา แล้วปั่นจักรยานไปยังร้านขายหนังสือของที่บ้านทันที ระหว่างนั้นก็มีนัดที่คอยชวนคุยตลอดทาง “แล้ว...มึงมีแผนที่จะกลับไปเรียนเหมือนเดิมบ้างมั้ย?” “...” ทว่านัดกลับไม่ได้รับการตอบรับใด ๆ กลับมา จึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนาอื่นแทน “เออ เดี๋ยวนี้แถวบ้านเรามันเปลี่ยนไปเยอะเลยเนอะ ก่อนหน้านี้กูเดินผ่านร้านลุงเก่งที่เราชอบซื้อขนมมากินกันบ่อย ๆ แต่ตอนนี้ร้านแกกลับปิดไปซะละ” ตอนแรกนัดคิดว่าตัวเองช่างฉลาดปราดเปรื่องอะไรเช่นนี้ ที่ขุดหัวข้อนี้ขึ้นมาเป็นบทสนทนาได้ ทว่า... “ลุงเก่งแกเสียไปเมื่อปีก่อน ลูกหลานก็ไม่ได���กลับมาสานต่อกิจการร้านก็เลยปิดตัวลง” คำตอบนั้นมันกลับทำให้บรรยากาศกลับยิ่งมืดหม่นมากกว่าเดิม นัดเลยไม่ได้พูดอะไรต่อหลังจากนั้น กลัวว่าจะโดนช็อตฟีลเหมือนหัวข้อร้านของลุงเก่งอีก พอขับมาถึงที่ร้าน ก็มีรถขนส่งขนาดใหญ่มาจอดรออยู่ก่อนแล้ว ริวรีบวิ่งลงจากจักรยานเพื่อไปรับพัสดุที่เป็นหนังสือที่พ่อเป็นคนสั่งมาทันที โดยลืมไปแล้วว่ามีนัดนั่งซ้อนท้ายมาด้วย จักรยานที่ไร้ซึ่งคนขับเลยพุ่งเข้าพุ่มไม้ เจ้าคนที่ซ่อนท้ายอยู่ก็หาได้รอดไม่ ทั้งพนักงานขนส่งและริวหันไปมองเสียงโครมครามนั่นพร้อมกัน ก่อนจะเป็นริวที่วิ่งเข้าไปตรวจเช็กอาการของอดีตเพื่อนสนิทของตัวเอง “ไอ้นัด เป็นอะไรมากมั้ย?” ว่าพลางมองสภาพร่างกายของอีกฝ่ายไปด้วย นัดไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก แค่มีแผลถลอกบริเวณแขน กับความรู้สึกเจ็บแปลบที่บั้นท้ายเท่านั้นเอง หลังจากที่ริวทำการช่วยเหลือนัด และเซ็นรับพัสดุเสร็จสิ้น ก็เลยถือโอกาสพานัดเข้ามาทำแผลในร้านเสียเลย “เดี๋ยวมึงรอกูตรงนี้แป๊บนึงนะ ไปเอากล่องปฐมพยาบาลก่อน” เอ่ยจบก็เดินลิ่วหายไปที่หลังร้าน นัดมองริวที่เดินจากไปจนสุดสายตาก่อนจะแอบอมยิ้มเล็กน้อย แม้ว่าเขาจะต้องเจ็บตัวไปสักหน่อย ทว่าผลลัพธ์กลับเหนือความคาดหมาย ในที่สุดริวก็ยอมคุยกับเขาดี ๆ แล้ว ริวเดินกลับมาพร้อมกับกล่องปฐมพยาบาลในมือ ก่อนหน้านี้เขาล้างมือให้สะอาดมาแล้วเรียบร้อย จึงทำแผลให้นัดได้อย่างกระชับฉับไว นัดจ้องมองท่าทางที่แสนจริงจังของอีกฝ่ายก็นึกเอ็นดู จนเผลอใช้มืออีกข้างหนึ่งหยิกแก้มของอีกฝ่ายไปเบา ๆ โดยไม่ทันได้รู้ตัว “อะไรของมึง?” ริวเงยหน้าขึ้นมาพลางถามด้วยความฉงน วันนี้เพื่อนเขาผีเข้าหรือว่าอย่างไร ทำไมท่าทีเปลี่ยนไปขนาดนี้ อันที่จริงริวประหลาดใจตั้งแต่เห็นนัดกลับมาที่บ้านแล้วด้วยซ้ำ ผู้ชายเจ้าชู้ที่หลงในแสงสีของเมืองใหญ่ ที่ไม่ว่าเขาจะอ้อนวอนให้กลับมาเที่ยวเล่นที่บ้านด้วยกันให้ตายอย่างไร ก็ไม่ยอมมาคนนั้น กลับมายืนจ้องหน้าตอนเขากำลังสอนหนังสือพวกเด็กน้อย แล้วตอนนี้อะไรอีก มาหยิกแก้มด้วยท่าทางแบบนั้นหมายความว่าอะไร ไม่ใช่ว่ารู้อยู่แก่ใจว่าริวชอบตัวเองหรอกเหรอ? แล้วทำไมถึงยังกล้าทำแบบนี้อีก? “โทษทีว่ะ มือมันไปเอง” ว่าพลางผละมือออกมาจากแก้มของอีกฝ่าย ทว่าสายตาก็ยังไม่ลดละไปจากริวเสียทีเดียว นัดอธิบายความรู้สึกของตัวเองตอนนี้ไม่ถูก อันที่จริงที่เขากลับมาที่นี่ก็เพื่อมาหาริว เขาอยากขอโทษริวที่พูดจาไม่ดีใส่ และอยากขอบคุณที่ริวซื้อของขวัญเป็นนาฬิกาที่เขาอยากได้มานานนั่นด้วยตัวเอง แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเหมือนจะมีความรู้สึกอื่นนอกเหนือจากนั้นเข้ามาแทรกด้วย “กูทำแผลให้เสร็จแล้ว มึงกลับไปได้ละ กูต้องอยู่เช็กสต๊อกหนังสือใหม่ที่นี่ต่อ” กล่าวจบก็เดินไปบริเวณที่มีลังพัสดุขนาดใหญ่วางเอาไว้ จัดการกรีดเอาเทปที่ปิดผนึกมันออกด้วยคัตเตอร์ประจำกาย นัดยังคงมองไปที่ริวอย่างไม่ลดละ จนริวรู้สึกขนลุกแปลก ๆ เลยเหลียวมามองตามสัญชาตญาณ “มึงไม่กลับบ้านหรือไง?” “กลับไปก็ไม่มีอะไรทำอยู่ดี สู้อยู่กับมึงดีกว่า สนุกดี” ริวได้แต่คิดในใจว่าการมานั่งจ้องเขาเช็กหนังสือใหม่เข้าร้านมันน่าสนุกตรงไหน แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามออกไปเพราะกลัวว่าจะยิ่งทำให้ตัวเองหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม ระหว่างที่ริวกำลังตรวจลิสต์หนังสืออยู่นั่นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของนัดก็ดังขึ้น “ใครวะ?” นัดสบถออกมาเล็กน้อยก่อนจะมองไปที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือ มันโชว์ชื่อของแพรว แฟนเก่าของเขาขึ้นมา นัดกลอกตาไปมาก่อนจะกดตัดสาย ทว่าผ่านไปเพียงไม่กี่นาทีต่อมาแพรวก็โทรมาอีก เขาเลยตัดสินใจบล็อกเบอร์โทรของเธอแบบถาวร เขาไม่มีอะไรต้องคุยกับผู้หญิงมักมากคนนี้อีกต่อไปแล้ว ในเมื่อวันนั้นเธอเลือกไอ้ชู้รักคนนั้น ก็ได้โปรดกลับไปพลอดรักกันเสียให้พอ อย่าใช้เขาเป็นแค่ตัวคั่นเวลาของใครอีกเลย “เฮ้อ...กว่าจะเสร็จ” ริวเอ่ยด้วยน้ำเสียงดีใจ ตอนนี้เขาเช็กหนังสือล็อตใหม่ครบเสร็จเรียบร้อยแล้ว และยังจัดเรียงมันตามหมวดหมู่ตามชั้นหนังสือเรียบร้อยแล้วอีกด้วย เขายืนมองผลงานของตัวเองสักพักก่อนที่บริเวณแก้มจะรู้สึกเย็นวาบ เขาตกใจจนเผลอส่งเสียงประหลาดก่อนจะเหลียวไปมอง พบว่าเป็นนัดที่เอากระป๋องโคล่าที่มีอุณหภูมิเย็นจัดมาแตะที่แก้มของเขา “เหนื่อยหน่อยนะ” ว่าจบก็ยื่นโคล่ากระป๋องนั้นให้กับริว ริวมองอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้วางใจสักเท่าไหร่ จนนัดต้องพูดออกมา “กูไม่ใส่ยาพิษลงไปหรอก กิน ๆ ไปเหอะ ถือเสียว่าเป็นคำขอบคุณสำหรับของขวัญวันเกิด” ริวนิ่งไปสักพักก่อนจะเหลือบมองมาบริเวณข้อมือของนัด ที่สวมใส่นาฬิกาที่เขาเป็นคนซื้อให้ แล้วเปิดฝาดื่มโคล่านั่นจนเกือบหมดกระป๋อง “ฮ่า...สดชื่น” ว่าพลางหย่อนตัวลงไปนั่งกับเก้าอี้ที่อยู่ด้านหลัง นัดพอเห็นท่าทางที่ดูจะอารมณ์ดีขึ้นของริวก็ยิ้มอ่อน ๆ ออกมา ก่อนจะเขยิบตัวไปนั่งใกล้ ๆ กับริว และเริ่มบทสนาหัวข้อสำคัญขึ้น “กูขอโทษ” ริวชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามกลับโดยไม่แม้แต่จะหันไปมองอีกฝ่ายด้วยซ้ำ “เรื่องอะไร?” “เรื่องที่กูพูดจาไม่ดีใส่มึงที่ร้านวันนั้น รวมถึงเรื่องที่กูไม่ยอมบอกความจริงกับมึง ว่ากูรู้มาโดยตลอดว่ามึงชอบกู” นัดพูดไปด้วยหัวใจที่เต้นถี่และแรงขึ้นมากกว่าปกติ พลางหันไปสังเกตการณ์ท่าทางของริวอยู่ด้วยเป็นระยะ “...” ริวนิ่งไปไม่ได้ตอบอะไรกลับมาในทันที เขาผุดลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ก่อนที่จะพูดคำหนึ่งออกมาที่มันทำให้หัวใจของนัดรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้ “ไม่เป็นไร ตอนนี้กูไม่ได้ชอบมึงเหมือนเมื่อก่อนแล้ว” เอ่ยจบก็เดินหนีไปทันที นัดนิ่งอึ้งอยู่อย่างนั้นสักพักก่อนที่จะเดินตามหลังริวไป “มึงหมายความว่ายังไง?” “กูจะกลับบ้านแล้ว มึงจะซ้อนท้ายรถจักรยานกูไปลงที่บ้านมึงด้วยเลยมั้ย?” เอ่ยไปพลางล็อกประตูทางเข้าร้านด้วยความรวดเร็ว นัดยืนมองอีกฝ่ายอย่างคาดคั้น เขาอยากได้คำตอบจากปากของริว เขาอยากรู้ว่าที่ริวบอกว่าไม่ได้รักเขาเหมือนเมื่อก่อนแล้วมันหมายความว่าอะไร? ความรู้สึกคนเรามันเปลี่ยนได้ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ? ไม่ใช่ว่าริวแอบชอบเขามาเป็นสิบ ๆ ปีหรอกเหรอ? ชอบมาตั้งนานขนาดนั้นแล้ว ทำไมจู่ ๆ ถึงบอกว่าไม่ได้ชอบแล้วล่ะ? “ริวตอบคำถามกูก่อน” “อะไร?” “ที่มึงบอกว่าไม่ชอบกูแล้วมันหมายความว่ายังไง?” เอ่ยพลางเดินเข้าไปใกล้ริวเรื่อย ๆ ริวที่กำลังนั่งคร่อมจักรยานอยู่นั้นถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะกล่าว “ก็ตรงตามที่กูพูดไปนั่นแหละ กูไม่ได้รู้สึกกับมึงเหมือนเมื่อก่อนนี้แล้ว-” “มึงอย่ามาโกหก คนเรามันจะเลิกชอบกันด้วยระยะเวลาสั้น ๆ แค่นี้ได้ยังไง มึงชอบกูมาเป็นสิบปีเลยนะเว้ย มันเป็นไปไม่ได้หรอก” นัดเอ่ยด้วยดวงตาที่สั่นไหว ริวมองท่าทีที่แปลกไปของนัดก็รู้สึกประหลาดใจ ก่อนจะเอ่ยตอบกลับไป “ก็เพราะว่ากูเลิกโง่แล้วไง กูเลยเลิกชอบมึงได้สักที” นัดอึ้งกับคำตอบนั้น เขายืนมองอีกฝ่ายนิ่งก่อนที่น้ำสีใสจากดวงตาจะไหลอาบใบหน้า ริวค่อนข้างตกใจที่เห็นเพื่อนของตัวเองร้องไห้ด้วยสีหน้าแบบนั้น นัดค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ริวเรื่อย ๆ ริวคิดว่าตัวเองน่าจะโดนนัดต่อยเหมือนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในร้านนั่งดื่มนั่นเป็นแน่ เลยจะรีบปั่นจักรยานหนีไป ทว่ากลับโดนนัดคว้าแขนเอาไว้ได้เสียก่อน นัดรั้งร่างของริวให้ลงมาจากจักรยาน ริวคิดว่าวันนี้ตัวเองคงไม่รอดแน่ เขาต้องโดนอีกฝ่ายต่อยจนเละเหมือนในอดีต ทว่าเขากลับคิดผิด “อย่าเลิกชอบกูเลยนะ” นัดเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนจะลงไปนั่งชันเข่า แล้วใช้มือทั้งสองข้างรวบเอวของริวเอาไว้ ร้องไห้ฟูมฟายเหมือนกับวันที่เพิ่งจะอกหักจากแพรวใหม่ ๆ ก็ไม่ปาน ริวค่อนข้างตกใจกับท่าทางของอีกฝ่าย เลยพยายามเรียกสติของนัดให้กลับคืนมา ทว่าสิ่งที่นัดตอบกลับมาเป็นเพียงประโยคที่ว่า “กูไม่อยากเสียมึงไปอีกแล้ว” ริวถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือไปลูบหัวของนัดอย่างเบามือ นัดเองก็ใช้หัวของตัวเองถูไถฝ่ามือนั้น เชิงอ้อนราวกับลูกหมาตัวน้อยก็ไม่ปาน “กลับบ้านได้แล้ว ป่านนี้พ่อแม่มึงเป็นห่วงแย่แล้ว” ว่าพลางเชยคางของคนตัวใหญ่กว่าให้เงยมามองหน้าของตัวเอง ริวมองใบหน้าของอีกฝ่ายก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ หน้าก็เลอะเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ดวงตาก็บวมปูด หมดสิ้นซึ่งความร้ายกาจของชายผู้มากรัก ริวค่อย ๆ เลื่อนนิ้วมือของตัวเองไปเช็ดคราบน้ำตาที่ติดอยู่บนใบหน้าของนัดออก พร้อมช่วยพยุงให้อีกฝ่ายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “ร้องไห้ขี้มูกโป่งเป็นเด็กโข่งเลยนะมึง” เอ่ยจบก็เผยรอยยิ้มแสนหวานออกมาบนใบหน้า นัดจ้องมองรอยยิ้มหายากนั้นของริว ก่อนจะโผเข้ากอดอีกฝ่ายอีกครั้งอย่างโหยหา ริวชะงักไปเล็กน้อยแล้วกำลังจะดันร่างหนานั่นออก ทว่ากลับได้ยินประโยคขอร้องจากปากของผู้ชายปากแข็งคนนี้ขึ้นมาเสียก่อน “ขออยู่แบบนี้สักพักนะ” ริวถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะโอบกอดร่างของอีกฝ่ายกลับ ทั้งสองยืนกอดกันอยู่อย่างนั้นร่วมยี่สิบนาทีได้ จนยุงเริ่มกัด ริวเลยเสนอให้นัดกลับบ้านแล้วไว้ค่อยเจอกันใหม่เช้าของอีกวัน แต่นัดก็ไม่ยอม บอกว่าคืนนี้อยากนอนค้างที่บ้านของริวเหมือนที่เคยทำกันตอนเด็กๆ ตอนแรกริวจะปฏิเสธ แต่พอมองท่าทางของอีกฝ่ายแล้วก็เลยใจอ่อน ยอมให้นัดมาค้างที่บ้านของตัวเองได้แค่เฉพาะคืนนี้เท่านั้น หลังจากวันนั้นนัดก็มาหาริวทั้งที่บ้านและที่ร้านหนังสือทุกวันตลอดช่วงปิดเทอม คอยช่วยงานที่ร้านหนังสือเปรียบเสมือนพนักงานของร้านคนหนึ่ง รับบทเป็นเงาตามติด ไม่ว่าริวจะไปที่ไหนจะมีนัดตามไปด้วยตลอด ยิ่งตอนที่ริวไปทำงานพาร์ทไทม์ที่ศูนย์เด็กเล็ก นัดก็จะตามไปด้วยพร้อมกับเอาของเล่นที่ตัวเองลงทุนซื้อมาเอาไปให้เด็ก ๆ เล่นกันอย่างสนุกสนาน และไม่คิดที่จะเว้นช่องว่างให้ติ๊กเข้ามาแทรกกลางระหว่างเขากับริวเลยแม้แต่น้อย ระหว่างนั้นแพรวก็ขาดการติดต่อไปเสียเฉย ๆ มีเพื่อน ๆ ส่งข่าวมาบอกว่าแพรวลาออกไปแล้วเพราะจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ซึ่งนั่นนัดก็ไม่อาจทราบได้ว่ามันเป็นข่าวจริงมากน้อยเพียงใด ทว่าเขากลับไม่สนใจ ตอนนี้จุดโฟกัสเดียวของเขาคือริวเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ถึงกระนั้นริวก็ไม่ยอมกลับไปเรียนแล้วแม้ว่าจะคืนดีกับนัดแล้วก็ตาม นัดแอบเสียดายอยู่เหมือนกัน แต่จะให้ทำอย่างไรในเมื่อริวเลือกที่จะทำแบบนี้ด้วยตัวเอง นัดเคยถามว่าที่ริวลาออกเป็นเพราะนัดด้วยหรือเปล่า แต่ริวกลับบอกว่าเหตุผลใหญ่ ๆ ที่ริวลาออกเพราะอยากกลับมาสานต่อธุรกิจที่บ้าน แม้ว่าจะมีเรื่องการทะเลาะกันครั้งนั้นระหว่างนัดกับริวเป็นชนวนก็ตาม ริวกับนัดยังคงอยู่ในสถานะของเพื่อนสนิท ไม่ได้เลื่อนขั้นไปมากกว่านั้น เพราะริวยังไม่มั่นใจว่าสิ่งที่นัดกำลังรู้สึกกับตัวเขาเองอยู่นั้นเรียกว่ารักหรือเปล่า หรือเป็นเพียงแค่อารมณ์คนเหงาที่ยังไม่มีใครกันแน่ ทว่านัดก็ไม่หวั่น เขาพร้อมที่จะพิสูจน์ตัวเองทุกอย่างเพื่อให้ริวกลับมาชอบเขาเหมือนเดิมให้ได้ นัดไม่รู้ว่าในอนาคตข้างหน้าความสัมพันธ์ของเขากับริวจะพัฒนาไปมากน้อยขนาดไหน เขาหวังเพียงว่าที่ข้างกายของเขา จะยังคงมีริวคอยเคียงข้างตลอดไปก็พอ และแล้วเรื่องราวความรักของเพื่อนสนิททั้งสองก็จบลงด้วยประการฉะนี้

Author Avatar
silverho
ชีวิตคนเรามีทั้งสุขและเศร้า อยู่ที่เราจะโฟกัสที่จุดไหน

0 ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

เรื่องราวที่คุณอาจสนใจ