อาหารจานโปรด ตอน วันนี้ไม่มีหมูกรอบ

อาหารจานโปรด ตอน วันนี้ไม่มีหมูกรอบ

“วันนี้หมูกรอบหมดนะลูก เอาเป็นอย่างอื่นแทนได้มั้ย?” ใจจริงอยากจะตอบว่า ไม่ครับป้า วันนี้ผมอุตส่าห์แบกสังขารของตัวเองมาถึงหน้าร้านเพราะว่าอยากกินกะเพราหมูกรอบ แต่ป้ากลับบอกว่ามันหมดทั้ง ๆ ที่ตอนนี้มันเพิ่งจะเก้าโมงเช้าเองน่ะเหรอครับ!!? “ถ้าอย่างนั้นเอาเป็นกะเพราหมูชิ้นแทนก็ได้ครับ ขอเผ็ด ๆ นะครับป้า” ตอบกลับไปด้วยท่าทางห่อเหี่ยว ก่อนจะเดินไปหาโต๊ะนั่งอย่างหมดเรี่ยวแรง ใครชอบกินหมูกรอบเหมือนผมบ้าง? อันที่จริงตอนเด็ก ๆ ผมก็ไม่ได้ชื่นชอบการกินหมูกรอบอะไรขนาดนั้นหรอกนะครับ มองว่ามันทั้งแข็งแล้วก็มันเยอะจนเลี่ยนไปเสียด้วยซ้ำ ทว่าพอยิ่งอายุมากขึ้นร่างกายกลับอยากปะทะกับพวกไขมันขึ้นมาเสียเฉย ๆ จากที่ไม่เคยชอบของมัน ๆ ทอด ๆ กลับกลายเป็นว่าพอได้ลองชิมคำหนึ่งก็ห้ามใจที่จะไม่กินต่อไม่ได้เลย สำหรับผมถ้าเป็นหมูกรอบจะเอาไปทำอะไรก็อร่อยด้วยกันหมดทั้งนั้น กะเพราหมูกรอบ คะน้าหมูกรอบ หมูกรอบคั่วพริกเกลือ หมูกรอบผัดพริกเผา ทุกอย่างเป็นเมนูที่ผมชอบกินตอนไปร้านอาหารตามสั่งทั้งนั้นเลยครับ แต่คนที่ชอบหมูกรอบจะทราบกันดี เรื่องที่ไม่ว่าคุณจะไปที่ร้านอาหารตามสั่งแถวบ้านเช้ามากขนาดไหน ก็มีโอกาสที่ป้าหรือลุงเจ้าของร้านจะตอบกลับมาว่า “วันนี้หมูกรอบหมด” ด้วยกันทั้งนั้น จนความสงสัยของผมมันกลายเป็นความฟุ้งซ่าน เลยลองกดค้นหาในอินเทอร์เน็ตเพื่อคลายความสงสัย จนได้ฟังความคิดเห็นของชาวเน็ตหลาย ๆ คน บางส่วนก็บอกว่าที่ป้าหรือลุงเขาตอบแบบนั้นเพราะเขาขี้เกียจทำ หมูกรอบกว่าจะได้มากิน มันต้องผ่านหลายขั้นตอน ในใจผมก็คิดนะ ไม่ใช่ว่าหมูกรอบมันต้องทำเอาไว้ก่อนถึงค่อยเปิดร้านหรอกเหรอ? บางคนก็บอกว่าอาจมีคนมาโทรสั่งเหมาหมูกรอบเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวานก่อน แต่ความคิดเห็นส่วนใหญ่เอนเอียงไปที่เหตุผลที่ว่า วันนั้นคุณโชคไม่ดี การจะได้กินหมูกรอบสักจานหนึ่งตามร้านอาหารตามสั่งมันต้องใช้ดวงลุ้นขนาดนั้นเลยเหรอ? ผมไม่เคยคิดสงสัยประโยคนี้มาก่อนจนกระทั่งประสบพบเจอกับตัวเองเข้า เช้าที่แสนสดใสทว่าทันทีที่ก้าวออกมาจากห้องก็โดนทักทายด้วยเสียงของจิ้งจก รู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดีสักเท่าไหร่นัก แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร สาวเท้าไปโดยมีเป้าหมายว่าวันนี้จะต้องกินหมูกรอบผัดพริกเผาให้จงได้ เพราะว่าเมื่อคืนเลื่อนฟีดไปแล้วเจอคลิปกินโชว์ที่เขากินหมูกรอบผัดพริกเผาแล้วรู้สึกอยากจะกินขึ้นมาบ้าง ทว่าพอไปถึงหน้าร้านก็ต้องได้รับคำตอบที่ทำให้หัวใจของชายหนุ่มต้องเจ็บช้ำเสียยิ่งกว่าตอนโดนสาวหักอก “หมดจ้า” เข่าแทบทรุดลงไปกระแทกกับพื้นโลก ทำไมในวันที่อยากกินหมูกรอบมากที่สุดมันจะต้องหมดด้วยวะ ได้แต่สบถกับตัวเองในใจก่อนที่จะเปลี่ยนไปสั่งเมนูอื่นแทน ผมคิดว่ามันคงเป็นแค่เรื่องบังเอิญแหละ เดี๋ยวอีกวันก็คงได้กินหมูกรอบแล้ว ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องโชคหรือว่าอะไรหรอก... “ไม่มีหมูกรอบขายทุกวันจันทร์จ้า ป้าไม่ได้ทำเตรียมเอาไว้” “หมูกรอบหมดเมื่อกี๊พอดีเลยจ้า” “...” ผมได้แต่นั่งหมดอาลัยตายอยาก ผิดหวังกับชีวิตขั้นรุนแรง ใครมันจะซวยได้มากขนาดนี้กันวะ มาร้านเดิมสิบวัน สั่งหมูกรอบทั้งสิบวัน แต่ไม่ได้กินสักวันเพราะว่าหมด แต่ที่น่าเจ็บใจที่สุดก็คือคนที่สั่งอาหารก่อนหน้าได้หมูกรอบจานสุดท้ายไปเนี่ยแหละ ทั้งโกรธทั้งโมโหจนจะเป็นบ้า แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากสั่งเมนูอื่นมากินแทนเพื่อประทังความหิวของตัวเอง “พ่อว่าจะทำหมูกรอบ มาช่วยกันทำหน่อยสิ” เป็นประโยคที่ทำให้บนใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มทันใด กลับบ้านมาทีไรก็มักจะได้กินกับข้าวเดิม ๆ แกงถุงตามตลาดนัดบ้าง ไข่เจียวบ้าง แต่ไม่รู้ทำไมวันนี้พ่อเขานึกคึกอะไรถึงได้อยากทำหมูกรอบขึ้นมา หรือว่าวันนี้โชคจะเข้าข้างเรากันนะ ผมคิดแบบนั้นก่อนที่ความหายนะจะเริ่มต้นขึ้น “มึงเป็นคนทอดนะ” พ่อพูดกับผมก่อนจะยื่นตะหลิวมาให้ ผมคิดในใจทันใด ‘พ่อจะกลัวอะไร? กับอีแค่น้ำมันกระเด็นแค่นี้ทำอะไรผมไม่ได้หรอก’ ตู้ม! “อ๊าก!!” ผมร้องลั่นออกมาทันใด เพราะว่ามั่นหน้ามากเกินไปเลยไม่ทันระวัง โยนหมูสามชั้นที่ยังชุ่มไปด้วยน้ำส้มสายชูลงไปในกระทะโดยตรง สรุปคือน้ำมันทั้งกระฉอกและกระเด็น กลายเป็นแผลเป็นมาจนถึงปัจจุบัน พ่อบอกว่าก่อนจะเอาลงไปทอดต้องซับให้น้ำส้มสายชู ที่ทาบริเวณหนังเอาไว้ให้แห้งเสียก่อน ไม่เช่นนั้นน้ำมันจะกระเด็น แล้วก็ห้ามโยนเนื้อหมูลงไปตรง ๆ ไม่อย่างนั้นน้ำมันเดือด ๆ จะกระฉอก แต่คำถามที่เกิดขึ้นในใจของผมตอนนั้นคือ ‘ถ้าพ่อรู้อยู่แล้วจะปล่อยให้ผมทำเพื่ออะไรครับ?’ แต่ก็ไม่ได้ถามออกไปเพราะกลัวโดนศอกเข้าที่เบ้าตา ช่วงนั้นเลยขยาดการกินหมูกรอบทำเองไปเลยเพราะกลัวว่าจะโดนน้ำมันร้อน ๆ สาดใส่ตัวอีก แต่ถ้าไปร้านตามสั่งก็ยังชอบเมนูหมูกรอบอยู่เหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง ว่ากันด้วยเรื่องเมนูของหมูกรอบที่ชอบที่สุด ถ้าเอาเรื่องรสชาติก็ต้องยกให้ผัดกะเพรา ความเค็ม ความเผ็ด ที่เคลือบตัวหนังพอง ๆ ของหมูกรอบเอาไว้ นึกถึงทีไรก็รู้สึกว่าน้ำลายมันจะไหลออกมาทุกที แต่ข้อเสียของกะเพราหมูกรอบคือถ้าทิ้งไปนาน ๆ มันก็จะยม ความกรอบจะหายไปเพราะว่าถูกซอสที่เครือบมาดึงเอาความกรอบออกไปหมด ดังนั้นเมนูถัดมาจึงเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ผมมักจะสั่งกินอยู่บ่อย ๆ ซึ่งนั่นก็คือ หมูกรอบผัดพริกเผา เคยได้ยินรายการอาหารเขาบอกว่าถ้าอยากกินเมนูหมูกรอบที่ไม่ยม ก็ต้องพริกเผาหมูกรอบ เพราะพริกเผาจะยังคงรักษาความกรอบของหมูกรอบเอาไว้ได้ ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสาเหตุมันมาจากอะไร แต่ที่สังเกตได้คือทุกครั้งที่สั่งหมูกรอบผัดพริกเผากลับมากินที่บ้าน หมูกรอบมันจะยังคงความกรอบเอาไว้อยู่จริง ๆ เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว เมนูที่อยากแนะนำเพราะได้ไปลองร้านหนึ่งมาแล้วถูกใจเป็นอย่างยิ่งก็คือเมนู หมูกรอบคั่วพริกเกลือ ความเค็ม ความเผ็ด มันนัวกำลังดี ยิ่งถ้าสั่งเป็นกับข้าวนะ ผมต้องตักข้าวเพิ่มสักสามสี่จาน เรียกได้ว่าเป็นเมนูข้าวหมดหม้อเลยก็ว่าได้ อีกทั้งมันยังคงไว้ซึ่งความกรอบได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว สั่งกลับมากินที่บ้านก็ยังกรอบอยู่ ไม่ยมเหมือนเมนูผัดน้ำชุ่ม ๆ แบบอื่น ๆ แต่ถึงอย่างนั้น การจะได้กินหมูกรอบอร่อย ๆ มันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะใช่ว่าทุกร้านจะทำหมูกรอบได้ดีเสมอไป บางร้านหนังแข็งเหมือนเอาไปตากแดดสามวันก่อนทอด บางร้านเนื้อข้างในเละจนเหมือนหมูตุ๋น บางร้านทอดจนดำคล้ำจากหมูกรอบกลายเป็นหมูไหม้ ผมเลยเริ่มรู้สึกว่าการจะได้เจอหมูกรอบที่สมบูรณ์แบบสักจาน มันเหมือนการเจอรักแท้อย่างไรอย่างนั้น เพราะว่าหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ แต่พอเจอแล้วก็อยากเก็บมันเอาไว้ไม่ให้ใครแย่งไปได้ทั้งนั้น...ว่าซั่น แต่มันจะมีอยู่ร้านหนึ่ง เป็นร้านที่ผมจำได้ไม่ลืมคือร้านอาหารตามสั่งตรงปากทางเข้าหมู่บ้านเก่าที่ผมเคยอยู่ ป้าคนขายชื่อ ‘ป้าสี’ หมูกรอบของป้าสีหมดทุกวัน หมดตั้งแต่ยังไม่เช้าดีเลยด้วยซ้ำ เพราะมีคนโทรจองหมูกรอบของแกตั้งแต่เช้ามืด บุญเลยไม่เคยได้ตกมาถึงคนที่นอนตื่นสายแบบผมสักที จนกระทั่งวันหนึ่งที่ผมบังเอิญต้องออกไปส่งน้องสาวขึ้นรถทัศนศึกษากับทางโรงเรียนแต่เช้ามืด เลยสวนกับแกตอนแกกำลังเปิดร้านอยู่พอดี ประโยคแรกที่ผมทักแกไปคือ “วันนี้หมูกรอบหมดอีกหรือเปล่าครับเนี่ย?” แกมองหน้าผมก่อนจะยกยิ้ม “วันนี้เอ็งโชคดีหมูกรอบยังไม่หมด จะสั่งอะไรก็ว่ามาเลยไอ้หนุ่ม” ผมแทบกรีดร้องออกมาด้วยความดีใจหลังจากได้ยินคำตอบของแก แต่ผมก็ต้องอดกลั้นการกระทำนั้นเอาไว้ มิเช่นนั้นคงจะถูกมองว่าเป็นคนบ้าเอาได้ และแล้วเวลาที่รอคอยก็มาถึง กะเพราหมูกรอบฝีมือป้าสีที่ผมไม่ได้กินมาแสนนมนาน จนลืมรสชาติไปแล้วด้วยซ้ำว่าความอร่อยเลิศล้ำนั้นเป็นเช่นไร ผมสูดดมกลิ่นหอมตลบอบอวลนั่นก่อนที่จะตักมันเข้าปาก ต้องบอกเลยว่าหมูกรอบของป้าสี หนังมันจะบาง ๆ กรอบ ๆ เนื้อข้างในนุ่ม ไม่มันจนเลี่ยน เวลากัดจะมีเสียง “กร๊อบ!” ตามด้วยกลิ่นหอมของน้ำมันหมูที่ทอดมาใหม่ ๆ ผัดกับกะเพราแล้วใส่พริกกระเทียมตำสด ๆ ลงไป กลิ่นหอมลอยฟุ้งจนคนที่เดินผ่านไปผ่านมาแถวนั้นต้องหยุดชะงักฝีเท้าของตัวเองเอาไว้ แล้วเดินปรี่เข้ามาสั่งอาหารกันเสียยกใหญ่ เพราะทนกลิ่นหอม ๆ นั่นไม่ไหว ความรู้สึกตอนนั้นมันเหมือนโลกหยุดหมุน เหมือนผมกำลังกินอาหารที่พระเจ้าปรุงให้ด้วยมือของตัวเองเลยก็ว่าได้ ผมเลยตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าจะตื่นเวลานี้เพื่อมากินหมูกรอบที่ร้านป้าสีทุกวัน ทว่า... ‘ปิดร้านถาวร’ “อ้าว?” ผมยืนอ่านป้ายประกาศสีขาวกับตัวหนังสือสีแดงนั่นอย่างเคว้งคว้าง แล้วจึงได้มาทราบภายหลังว่าลูกชายป้าสีที่ไปได้ดิบได้ดีที่ต่างประเทศมารับแกไปอยู่ด้วย แกเลยปิดร้านแบบถาวร อันที่จริงป้าสีแกเป็นคนรวยคนหนึ่งเลยล่ะ แต่ที่แกมาเปิดร้านอาหารตามสั่งก็เพื่อเป็นงานอดิเรกยามว่างเฉย ๆ และแล้วหมูกรอบเจ้าที่อร่อยถูกใจที่สุดของผมก็มลายหายไป “วันนี้ทำหมูกรอบกินกัน” พ่อเอ่ยปากชวนผมอีกครั้ง ผมหันไปมองหน้าพ่อก่อนจะโชว์แผลเป็นที่เกิดจากการทำหมูกรอบครั้งนั้นให้เขาดู เขาจิ๊ปากก่อนจะเอ่ยอย่างมั่นอกมั่นใจ “เดี๋ยวนี้เขามีนวัตกรรมที่เรียกว่าหม้ออบไร้น้ำมันแล้วเว้ย เอ็งไม่ต้องกลัวว่าจะโดนน้ำมันกระเด็นใส่เหมือนเมื่อตอนนั้นแล้ว ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์” กล่าวพลางยกกล่องเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กำลังเป็นที่นิยมกันในโลกอินเทอร์เน็ต อันที่จริงผมก็เคยเห็นคนมาบอกสูตรเกี่ยวกับการทำหมูกรอบในหม้ออบไร้น้ำมันมาอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่คิดว่าพ่อที่เป็นคนขี้เหนียวขนาดนั้นจะลงทุนซื้อมาเพื่อทำเมนูนี้โดยเฉพาะ ผมนั่งงมอ่านวิธีการใช้เจ้าเครื่องนี้อยู่เนิ่นนาน ก่อนจะเริ่มเปิดสูตรทำหมูกรอบแบบง่าย ๆ ทำตามคลิปที่สอนทุกอย่างทีละขั้นตอนไม่มีขาดตกบกพร่อง จนในที่สุดก็ถึงเวลาเอาเข้าหม้ออบไร้น้ำมัน แล้วก็รอเวลา ทว่า... “ทำไมไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยวะ?” พ่อพูดขึ้นมาด้วยความสงสัย ผมเองก็คิดแบบเดียวกัน ปกติไอ้เครื่องแบบนี้มันจะต้องมีเสียงสัญญาณเตือนอะไรบางอย่างออกมาไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมตั้งแต่เอาหมูเข้าไปวางก็เงียบไปเลยแบบนี้วะ? “มึงลองเปิดออกมาดูก่อนสิ” ผมทำตามที่พ่อบอกก่อนจะพบว่าหมูยังมีเนื้อสีแดงอยู่เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเหมือนจะเริ่มเขียว ๆ ขึ้นมาหน่อย ๆ (คิดไปเอง) ผมหันไปมองหน้าพ่อทันทีด้วยความตื่นตระหนกตกใจ “ทำไมมันยังไม่ร้อนเลยอ่ะ หมูไม่เห็นสุกสักนิดเลยนี่พ่อ” พ่อเริ่มร้อนรนเพราะคิดว่าหม้ออบไร้น้ำมันที่เพิ่งซื้อมา จะพังตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มใช้งานมันเลยด้วยซ้ำ “รอแป๊บ โทรไปถามร้านที่ซื้อมาก่อน ยังไม่ทันใช้เลยพังเสียละ อะไรวะ?” ว่าพลางเดินออกไปนอกตัวบ้าน ระหว่างรอผมก็เลยดูนู่นดูนี่ไปเรื่อยเปื่อย จนพบสาเหตุที่ทำให้หมูยังไม่สุก และเครื่องยังไม่ร้อน นั่นก็คือ... “พ่อกดวางสายเลย!” “ทำไมวะ ยังโทรไม่ติดเลย!!” “มันไม่ได้พัง มันแค่ยังไม่ได้เสียบปลั๊ก!!” สิ้นประโยคพ่อก็กดวางสายทันทีก่อนจะเดินมาเขกกะโหลกผมไปหนึ่งทีแบบเน้น ๆ เล่นเอาสมองแทบเคลื่อน หลังจากนั้นผมก็เอื้อมมือไปเสียบปลั๊ก เครื่องมันก็เลยส่งเสียงและเริ่มทำงาน พ่อถอนหายใจอย่างโล่งอกทันใด ไม่วายฟาดเข้าทีกลางหลังของผมอย่างแรง “เกือบต้องขายหน้าเขาแล้วมั้ยล่ะ?” “โทษผมคนเดียวได้ที่ไหน พ่อก็ไม่เห็นจะทักท้วงอะไรเลย” เพราะว่าพูดจาต่อล้อต่อเถียงก็เลยเกือบโดนพ่อฟาดไปอีกที โชคดีที่มีคนแวะมาหาที่บ้านเสียก่อน พ่อเลยออกไปทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดี ปล่อยให้งานครัวเป็นของผมต่อไป และไม่น่าเชื่อ หมูกรอบในหม้ออบไร้น้ำมันก็เสร็จสิ้นกระบวนการ ควันร้อน ๆ กลับกลิ่นหอม ๆ พวยพุ่งออกมาทันทีที่ผมเปิดฝามันออก ผมสูดดมกลิ่นหอมนั้นจนน้ำลายสอ ก่อนจะเอาส้อมจิ้มลงไปบริเวณหนังกรอบ ๆ นั่น “กร๊อบ!!” เสียงอันแสนไพเราะนั่นช่างเสนาะหูเสียจริง ผมอมยิ้มอย่างภาคภูมิใจ หมูกรอบที่สีสวยและแสนเพอร์เฟ็คชิ้นนี้เป็นฝีมือของผมเอง ผมยืนภูมิใจกับตัวเองอยู่สักพักก่อนจะใช้ที่คีบหยิบมันขึ้นมาวางเอาไว้บนเขียง อดไม่ได้ที่จะใช้มีดมาเคาะส่วนหนังให้เสียงกรอบ ๆ ดังขึ้นอีกครั้ง หลังจากนั้นจึงค่อย ๆ ลงน้ำหนักมีดลงไป แล้วหั่นมันให้มีขนาดพอดีคำ แม้ว่าหนังจะกรอบสะท้านโลกันตร์ ทว่าส่วนมันกลับชุ่มฉ่ำ ผมกลืนน้ำลายที่สออยู่ในปากลงคอ ก่อนจะอดใจไม่ไหว คว้าหนึ่งชิ้นในนั้นมากินอย่างหิวโหย ความกรอบกับความชุ่มฉ่ำผสมผสานกันอย่างลงตัว ยิ่งเคี้ยวยิ่งอร่อย ไม่ทันไรก็กินหมดไปอย่างไม่รู้ตัว ครั้นจะกินอีกชิ้นก็สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตของใครบางคนจากทางด้านหลัง “ไม่รอกูเลยนะ” พ่อยืนจ้องมองมาที่ผมด้วยสายตาดุดัน ก่อนที่แกจะเดินเข้ามาชิมหมูกรอบฝีมือของลูกชายแล้วพยักหน้าชอบใจ เราสองคนพ่อลูกเผลอชิมหมูกรอบกันไปจนเกือบหมด โชคดีที่ยั้งปากของตัวเองเอาไว้ได้ทัน ไม่รอช้ารีบเตรียมพริกกับกระเทียมมาตำเอาไว้ทันที ตั้งกระทะใส่น้ำมันรอเดือด พอน้ำมันเริ่มเดือดก็ใส่พริกกระเทียมลงไปผัดจนมีกลิ่นหอมฟุ้ง แล้วใส่หมูกรอบที่หั่นเอาไว้เป็นชิ้นพอดีคำไปคลุกเคล้ากับพริกกระเทียม ต่อจากนั้นก็ปรุงรสตามใจชอบ ปิดท้ายด้วยใบกะเพราที่ปลูกเองเป็นอันเสร็จสิ้น มื้อเย็นของผมและครอบครัวในวันนี้จึงเป็นผัดกะเพราหมูกรอบแสนอร่อย ที่เกือบไม่ได้กินเพราะความฉลาดน้อยของตัวเอง พวกเราเริ่มกินข้าวกันไปไม่ถึงสิบนาที กะเพราหมูกรอบที่มีรสชาติอันแสนโอชะก็หมดไปเสียแล้ว แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยววันหน้าผมค่อยลองทำใหม่ก็ยังได้ งวดนี้เป็นผัดกะเพรา ครั้งหน้าจะเป็นเมนูอะไรอีกสงสัยต้องไปนอนคิดกันสักหน่อยแล้ว สำหรับเรื่องราวชวนหิวในวันนี้ก็จบลงเพียงเท่านี้ ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่อ่านกันมาจนถึงตรงนี้ด้วยนะครับ ไว้เจอกันใหม่ครั้งหน้า โชคดีขอให้มีความสุขครับ

Author Avatar
silverho
ชีวิตคนเรามีทั้งสุขและเศร้า อยู่ที่เราจะโฟกัสที่จุดไหน

0 ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

เรื่องราวที่คุณอาจสนใจ