เพราะอยากจะสวย ตอน โลชั่นทาผิว

เพราะอยากจะสวย ตอน โลชั่นทาผิว

ว่าด้วยเรื่องของโลชั่นทาผิวต่าง ๆ ใด ๆ เชื่อว่าผู้หญิงหลายคนเคยใช้สิ่งที่เรียกว่าโลชั่นมาด้วยกันทั้งนั้น จะแตกต่างก็ตรงจุดประสงค์ของแต่ละบุคคล เช่น เตยอยากผิวขาว ตองอยากผิวนุ่ม ต้นอยากเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว ดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงประสบการณ์การใช้โลชั่นทาผิวของฉัน ที่ค่อนข้างจะโชกโชนอยู่พอสมควรเลยล่ะค่ะ ต้องเกริ่นก่อนว่าฉันเป็นคนผิวเหลืองแต่กำเนิด แต่เพราะว่ามีเพื่อนวัยเดียวกัน (ลูกพี่ลูกน้อง) เป็นผู้ชาย ก็เลยไม่ค่อยได้ใส่ใจเกี่ยวกับเรื่องสวย ๆ งาม ๆ สักเท่าไหร่ (ในตอนนั้น) เรียกได้ว่าเพื่อนชวนไปเล่นกลางแดดไม่เคยหวั่น ครีมกันแดดงั้นเหรอ? ไม่ทาหรอก มันเหนียว ผลสรุปหลังจากนั้นคือผิวฉันคล้ำลงไปหลายเฉดเลยทีเดียว จนโดนเพื่อนที่โรงเรียนล้อว่าอีดำตับเป็ด แต่ถามว่าฉันแคร์มั้ย? ตอบเลยว่าไม่ มาพูดจาดูถูกคนอื่นแบบนี้ ไม่ใช่สมบัติของผู้ดี ฉันจะเสียเวลาลงไปเกลือกกลั้วกับคนประเภทนี้ทำไมให้แปดเปื้อน นั่นก็ถือเป็นข้อดีของฉันในตอนเด็กที่ไม่สน ไม่แคร์ว่าคนอื่นจะมองตัวเองแบบไหน เพราะฉันรักการเป็นตัวของตัวเอง ทว่าพอย่างเข้าวัยที่เริ่มจะใช้คำว่านางสาวนำหน้าชื่อ-นามสกุลแทนเด็กหญิง เคยมั้ยที่ลองหยิบรูปถ่ายสักใบขึ้นมาดูแล้วได้แต่ตกใจ ว่าทำไมสภาพผิวของตัวเองมันถึงได้ย่ำแย่ขนาดนั้น? ยิ่งพอเทียบกับคนอื่น ๆ ในรูปแล้วด้วยนั้นทำให้ฉันคิดขึ้นมาได้ ว่าฉันอยากจะขาวขึ้น เป้าหมายคือผิวขาวดุจดั่งไอดอลเกาหลี! ฉันเริ่มต้นดูแลตัวเองตอนกำลังจะขึ้นม.ปลาย ช่วงปิดเทอมใหญ่ ด้วยความที่เป็นคนประหยัดมัธยัสถ์อยู่พอสมควร เลยทำให้มีเงินเก็บมากพอที่จะซื้อเครื่องประทินผิวต่าง ๆ ฉันเริ่มจากการอ่านรีวิวในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับโลชั่นทาผิวที่ช่วยทำให้ผิวขาวได้เร็วและไวที่สุด ช่วงนั้นมีแบรนด์หนึ่งดังมากเกี่ยวกับสรรพคุณที่ทำให้ผิวขาวผ่องใส ทว่ามันต้องสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น ร้านค้าแถวบ้านไม่มีขาย ฉันในตอนนั้นต้องบอกว่าไม่ได้มีเงินมากพอที่จะสมัครเน็ตรายเดือนเหมือนปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะสมัครเน็ตรายวันราคาสิบเก้าบาทแล้วก็เลื่อนไถฟีดเซฟคลิป เซฟรูปภาพเก็บไว้ดูยามที่ไม่มีอินเทอร์เน็ต ดังนั้นฉันเลยยังไม่ได้มีโอกาสใช้มัน แต่นั่นกลับเป็นเรื่องดี เพราะปัจจุบันแบรนด์โลชั่นผิวขาวที่ว่า...เหมือนจะโดนฟ้องคดีจนต้องเลิกผลิตขายไปแล้ว ดังนั้นโลชั่นที่มีสรรพคุณทำให้ผิวขาวทว่าต้องสั่งซื้อออนไลน์เท่านั้นจะถูกฉันปัดตกทิ้งทันที แล้วไปมองหาโลชั่นดี ๆ บนเคาน์เตอร์แบรนด์แทน เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยรุ่นแม่ ตัวโลชั่นจะมีทั้งหมดสามสี สีเขียว สีฟ้า และสีชมพู ใครเคยใช้จะรู้ได้ทันที จำได้ว่าฉันเลือกเป็นสูตรสีฟ้าเพราะไปอ่านในรีวิวมา ส่วนใหญ่บอกว่าถ้าอยากขาวก็ต้องสูตรสีนี้เท่านั้น ฉันก็เลยลองดู ผลสรุปจากการใช้งานจนหมดขวด พบว่านอกจากผิวจะดูขาวขึ้นแล้ว ขนยังยาวขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นขนแขนหรือขนหน้าแข้งก็ตาม ช่วงนั้นฉันเหมือนลิงเผือกเลยทีเดียว และเพราะข้อเสียนี้ฉันเลยอยากลองเปลี่ยนไปใช้สูตรอื่นบ้าง ทว่าก็ไม่ได้สรรพคุณเท่าสูตรเดิมอยู่ดี ต่อมาหลังจากเก็บเงินได้ประมาณหนึ่งก็วางแผนเอาไว้ว่าจะซื้อโลชั่นที่มีราคาขึ้นมาหน่อย เผื่อมันจะทำให้ผิวของฉันขาวได้ดีมากยิ่งขึ้น แบรนด์ที่สองที่ฉันได้ทดลองใช้มา เป็นแบรนด์ที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงทั้งในไทยและต่างประเทศ แบรนด์นี้ขึ้นชื่อว่าเป็นโลชั่นที่ทาแล้วไม่กี่สัปดาห์ผิวก็จะกระจ่างใสขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด สูตรเด็ดของเขาคือขวดหัวปั๊มสีชมพู ฉันมองราคาแล้วน้ำตาแทบตกใน แค่ขวดเดียวก็ล่อไปร้อยกว่าบาทแล้ว ถ้าต้องซื้อทุกเดือน ต้องหยอดเงินเข้ากระปุกออมสินวันละกี่บาทกันละเนี่ย? ฉันคิดแบบนั้นก่อนจะตัดสินใจซื้อมันมาใช้ และผลลัพธ์ที่ได้ก็ดีมากกว่าที่คิด นอกจากผิวจะใสดูผ่องขึ้นแล้ว ผิวยังลื่นขึ้นอีกด้วย ฉันถูกใจมันมากและใช้ติดต่อกันมาหลายเดือน จนเหมือนผิวมันเบื่ออาหาร ผิวฉันไม่ได้ขาวขึ้นจากก่อนหน้านี้สักเท่าไหร่นัก เหมือนได้แค่ความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้นมาเฉย ๆ ไหนจะราคาที่ค่อนข้างแพงสำหรับนักเรียนแบบฉันอีก สุดท้ายเลยต้องเปลี่ยนไปใช้แบรนด์อื่นแทน (อีกแล้ว) คราวนี้เป็นแบรนด์คนไทย จุดเด่นคือกลิ่นมะนาวที่แค่ได้กลิ่นก็รู้สึกเข็ดฟัน สรรพคุณของเขาคือบอกไว้เลยว่าผิวจะขาวขึ้นแน่นอนหลังจากใช้เพียงไม่กี่วัน พร้อมให้ชาร์ตตารางเทียบสีผิวมาด้วย อีกทั้งยังจัดโปรโมชั่นซื้อหนึ่งแถมหนึ่งบ่อยมาก ฉันเลยหยิบมันขึ้นมาใส่ตะกร้าแบบไม่คิด ฉันใช้ไปได้สักพักก็รู้สึกว่าผิวขาวขึ้นจริง ๆ แต่ที่ไม่ค่อยถูกใจเลยคือหนึ่ง เรื่องกลิ่น สำหรับฉันกลิ่นมะนาวมันฉุนไปหน่อย ตอนที่ชโลมโลชั่นลงบนผิวทีไรมีอันต้องจามออกมาทุกที สองคือฉันใช้แล้วประสบปัญหาผิวแห้ง ไม่ได้ชุ่มชื้นเหมือนโลชั่นที่เคยใช้มาก่อนหน้านี้ อาจเพราะมันมีกรดจากมะนาวเยอะเลยทำให้ผิวแห้ง (หรือเปล่า?) แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจเพราะเห็นว่ามันทำให้ผิวขาวขึ้นจริง ๆ ก็เลยแก้ทางผิวแห้งโดยการทาเบบี้ออยล์ก่อนลงโลชั่นตัวนี้ก่อนทุกครั้ง เรียกได้ว่ามือไม้เลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปหมด แต่เพื่อความสวยฉันทนได้ ฉันใช้โลชั่นแบรนด์นี้ค่อนข้างนานเลยจนกระทั่งเขาเปลี่ยนสูตรใหม่ และราคาก็ปรับเพิ่มมากขึ้นด้วย ฉันเลยถือโอกาสนั้นหาลองแบรนด์อื่น ๆ ต่อ แบรนด์ต่อมาเป็นแบรนด์ที่เห็นบนชั้นวางสินค้าบ่อยมากแล้วฉันก็ชอบจำสลับกับอีกแบรนด์หนึ่งเพราะฟอนต์ตัวหนังสือมันคล้าย ๆ กัน และอีกตามเคยฉันเห็นรีวิวในอินเทอร์เน็ตมาอีกแล้ว บอกว่าแบรนด์นี้ก็เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่ไม่ได้ดังแค่เรื่องโรลออน โลชั่นทาผิวเขาก็ดีเหมือนกัน แถมยังราคาถูกอีกด้วย ฉันก็เลยออกมาตามล่าตามที่พี่สาวชาวเน็ตเขากล่าวเอาไว้ สุดท้ายฉันได้ลองซื้อโลชั่นของแบรนด์นี้แบบหลอดบีบ ซึ่งฉันตื่นเต้นมากเพราะเพิ่งจะเคยใช้โลชั่นที่เป็นหลอดบีบครั้งแรก ที่ผ่านมามักจะซื้อเป็นขวดบีบ ไม่ก็ขวดปั๊มมาโดยตลอด ใช้ไปได้สักพักก็รู้สึกว่าผิวมันผ่องขึ้น แต่ก็ไม่ได้ขาวแบบเห็นได้ชัดเหมือนแบรนด์มะนาวที่เคยใช้มา แต่ข้อดีของแบรนด์นี้คือเป็นโลชั่นที่มีสรรพคุณกันแดดได้ด้วย เหมาะกับคนขี้เกียจทากันแดดแบบฉันมาก (พอจะทราบสาเหตุแล้วล่ะ ว่าทำไมผิวถึงไม่ค่อยขาว ก็เพราะไม่ชอบทากันแดดแบบนี้นี่ไง!) ฉันก็ใช้มันมาได้เรื่อย ๆ นะ จนกระทั่งวันหนึ่งที่ฉันไม่อยากแตะสกินแคร์ตัวไหนอีกเลย เป็นช่วงที่กำลังประสบปัญหาชีวิตเจอมรสุมลูกใหญ่ ก็เลยไม่ค่อยดูแลตัวเอง ครีมทาหน้าก็ไม่ทา โลชั่นยิ่งไม่ต้องพูดถึง คือตัดขาดไปจากชีวิตช่วงนั้นไปเลย และผลข้างเคียงที่ตามมาก็คือพอเข้าสู่ฤดูหนาว ฉันเหมือนจะกลายร่างเป็นอีคำแก้ว แค่เอานิ้วกรีดลงบนผิว มันก็แตกระแหงเหมือนพื้นดินที่ไม่ได้สัมผัสกับน้ำมาเนิ่นนาน ฉันเห็นปัญหาผิวพรรณของตัวเองก็เริ่มคิดกลับมาดูแลตัวเองอีกครั้ง แม้ว่าจะยังมีเรื่องให้ทุกข์ใจอยู่มากก็ตาม แบรนด์ถัดมาเกิดจากความบังเอิญ พี่สาวของฉันซื้อโลชั่นทาผิวมาผิดเพราะสับสนเรื่องแพ็กเกจจิ้ง ฉันก็เลยได้โลชั่นทาผิวจากเธอมาฟรี ๆ จำได้ว่าช่วงนั้นฉันไม่ได้มีความสนใจเกี่ยวกับเรื่องผิวขาวแล้ว แค่อยากผิวนุ่มชุ่มชื้น ไม่แตกระแหงเหมือนที่เคยเป็นก็โอเคแล้ว โลชั่นตัวนี้ที่ฉันใช้เป็นแบบหลอดบีบ ความพิเศษของมันคือเนื้อโลชั่นเป็นเจลใส ๆ และที่สำคัญคือกลิ่นหอมมาก มากถึงมากที่สุด ฉันจำได้ว่ามันเป็นสูตรช่วยบำรุงให้ผิวเนียนนุ่มและกระจ่างใส กลิ่นพีช ซึ่งเป็นกลิ่นพีชที่หอมที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลย หลังจากนั้นฉันกลายเป็นพวกคลั่งพีช เครื่องประทินผิวที่มีกลิ่นพีชต่าง ๆ ฉันจะซื้อเก็บเอาไว้หมด รวมไปถึงพวกของกินด้วย จนนานวันเข้าจมูกน่าจะเริ่มรับกลิ่นนี้ไม่ไหวแล้ว หรืออาจจะเพราะเบื่อด้วยส่วนหนึ่ง สุดท้ายก็เลยลองเปลี่ยนไปใช้สูตรอื่นบ้าง ฉันใช้สูตรที่เป็นเนื้อเจลทุกสูตรเลย ส่วนตัวมองว่าหลังจากที่ทาลงผิวไปแล้วมันซึมเข้าไปในผิวเลย ไม่เหนอะหนะ แต่ก็ไม่แห้งกร้าน อีกทั้งยังมีกลิ่นหอม (แต่กลิ่นหอมอยู่ไม่นานคงทนเท่าเนื้อโลชั่นธรรมดา) อีกต่างหาก ต่อมาก็เลยอยากลองโลชั่นของแบรนด์นี้แบบอื่นบ้าง ก็เลยลองซื้อแบบหัวปั๊มมาใช้ สูตรแป้งทานาคา เพราะเห็นในรีวิว (อีกแล้ว) บอกว่าผิวจะขาวขึ้นทันทีหนึ่งระดับหลังจากทาครั้งแรก ฉันอ่านสรรพคุณแล้วก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจ ซื้อมาใช้ทันที ปรากฏว่าผลลัพธ์ก็เป็นแบบที่เขาบอกเอาไว้ หลังจากทาบนผิวครั้งแรกจะขาวขึ้นหนึ่งระดับทันที จะไม่ขาวได้อย่างไรในเมื่อเนื้อสัมผัสของโลชั่นมันเหมือนแป้งดินสอพองผสมน้ำ! มันเป็นความขาวแบบเดียวกับการใช้ครีมพอกผิว แต่เนื้อมันบางกว่าครีมพอกผิวมาก กลิ่นทานาคาค่อนข้างแรง ถ้าคนชอบก็ชอบเลย ถ้าคนไม่ชอบก็จะมองว่ามันฉุนเหมือนฉันที่ฉุนโลชั่นกลิ่นมะนาว สุดท้ายเลยใช้สูตรนี้แค่ครั้งเดียว แล้วเปลี่ยนไปใช้สูตรธรรมดาอื่น ๆ แทน ผิวก็ผ่องใสขึ้นตามลำดับ อีกหนึ่งไอเทมลับที่ฉันสมัยมัธยมใช้เพราะอยากให้ผิวตัวเองขาวขึ้น คือการใช้สิ่งที่เรียกว่าหัวเชื้อแวมไพร์ เด็กผู้หญิงในโรงเรียนหลายคนพูดถึงเจ้าสิ่งนี้ บอกว่าแค่เทมันลงไปผสมกับโลชั่นทาผิวที่ใช้อยู่เป็นประจำ ผิวก็จะขาวเหมือนแวมไพร์เพียงไม่กี่วัน ฉันที่ค่อนข้างหูเบาก็เลยซื้อมาใช้ ผลสรุปก็คือไม่มีความเปลี่ยนแปลงใด ๆ ซ้ำร้ายหัวเชื้อแวมไพร์ที่มีเนื้อเป็นน้ำเหลว ๆ ยังทำให้เนื้อโลชั่นมันตกตะกอนเป็นก้อนอีกต่างหาก ซื้อได้ครั้งเดียวก็เข็ดหลาบ ไม่เสียเงินกับเจ้าสิ่งนี้อีกเลย พอย่างเข้าสู่วัยทำงานก็เริ่มมีเงินเดือนเป็นของตัวเอง ก็เลยอยากจะลองซื้อโลชั่นดี ๆ ราคาแพง ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ดูบ้าง ใช้เวลาศึกษาค้นหาข้อมูลอยู่เนิ่นนานก่อนจะเลือกซื้อโลชั่นของแบรนด์ในอินเทอร์เน็ตแบรนด์หนึ่ง เป็นแบบกระปุก เห็นในรีวิวเขียนเน้นย้ำเหลือเกินว่าช่วยให้ผิวขาวภายในหนึ่งกระปุกแรกที่ใช้ ฉันก็ตัดสินใจซื้อมาเลย ตอนที่ของมาส่งบอกตามตรงฉันค่อนข้างตกใจเพราะขนาดมันไม่เท่ากับในรูป หรืออาจเป็นเพราะนางแบบเขามือเล็ก กระปุกมันก็เลยดูใหญ่ฉันก็ไม่อาจทราบได้ ฉันเริ่มใช้มันทีละน้อย ๆ เพราะกลัวว่ามันจะหมดเร็ว สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือกลิ่นหอม ทาแค่ครั้งเดียวตัวหอมเลยทั้งวัน จุดนี้ฉันชอบมาก แต่ข้อเสียเลยก็คือมันไม่ได้ช่วยเรื่องสีผิวของฉันสักเท่าไหร่นัก สีผิวของฉันยังเป็นเฉดสีเดิมอยู่ เพิ่มเติมคือเรียบเนียนขึ้น พอหมดกระปุกแล้วไม่เห็นว่าจะผิวขาวขึ้นแต่อย่างใด ก็เลยขอเปลี่ยนใจไปใช้แบรนด์อื่นที่ราคาไม่แรงเท่านี้แทนดีกว่า สุดท้ายแต่ยังไม่ท้ายที่สุด ฉันเหมือนเริ่มมานั่งตระหนักกับตัวเองได้ว่า โลชั่นบางตัวที่ใช้ก็เป็นของแบรนด์ดัง ๆ ที่เขารับประกันเรื่องผลลัพธ์ว่าผิวจะขาวขึ้นอย่างนั้น ผ่องใสขึ้นอย่างนี้ แต่สุดท้ายพอฉันซื้อมาใช้จริง ๆ ก็ไม่ได้ผลลัพธ์แบบที่พวกเขาโฆษณาเอาไว้เลยสักนิด ฉันเลยลองซื้อโลชั่นราคาถูกมาใช้แทน เพื่ออยากรู้ว่าผลลัพธ์มันจะแตกต่างจากของที่มีราคาแพงมากขนาดไหน ตัวที่ฉันซื้อมาล่าสุดสั่งตรงมาจากจีน มีทั้งหมดสองสูตรคือสีฟ้าที่เป็นสูตรดั้งเดิม กับสีชมพูสูตรคอลลาเจน ฉันเลือกสูตรสีชมพูเพราะมันกำลังอยู่ในช่วงจัดโปรโมชั่น สิ่งที่ประทับใจเลยคือหนึ่งเรื่องของราคา เป็นโลชั่นทาผิวที่ให้ปริมาณเยอะแล้วก็ราคาถูก ใช้ได้นานอยู่นะถ้าไม่ได้ทาเหมือนอาบแบบฉัน ข้อเสียก็คงเป็นที่ตัวโลชั่นไม่ได้ทำให้ผิวขาวหรือผ่องขึ้นตามที่มันระบุเอาไว้ สิ่งที่ฉันได้จากโลชั่นตัวนี้เห็นจะมีแค่ความชุ่มชื้นกับกลิ่นหอม ที่ก็ไม่ได้อยู่ติดตัวไปทั้งวันเหมือนอันก่อนหน้า ก็เลยลองเปลี่ยนสูตรดู บอกเลยว่าผิดหวังอย่างรุนแรง สูตรสีฟ้าที่เป็นสูตรดั้งเดิมคือทำให้ฉันเสียดายเงินมาก แม้ว่ามันจะราคาถูกมากก็ตาม สูตรนี้เป็นเนื้อโลชั่นสีขาวธรรมดาทั่วไป ไม่มีน้ำหอม แต่มีกลิ่นสังเคราะห์ เนื้อโลชั่นเหนอะหนะต้องใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงกว่ามันจะแห้งซึมเข้าไปในผิว ณ ปัจจุบันฉันยังวางมันทิ้งเอาไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งอยู่เลย ไม่ได้หยิบมาใช้นานมาก จะกลับมาใช้ก็ต่อเมื่อผิวเริ่มแตกระแหงแล้วเท่านั้น และนี่คือ (เกือบ) ทั้งหมดของประสบการณ์การใช้โลชั่นตั้งแต่เด็กจนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ของฉัน สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้เลยว่าเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนคือเรื่องของราคา โลชั่นบางตัวในปัจจุบันราคาสูงกว่าแต่ก่อนมาก จนฉันก็คิดนะ ว่าถ้าเป็นราคาขนาดนี้ฉันตอนเรียนมัธยมต้องอดข้าวอีกกี่มื้อถึงจะมีเงินเก็บมาซื้อพวกมันได้ แต่นอกเหนือจากเรื่องของโลชั่น สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับสาวไทยทุกคนคือครีมกันแดด ฉันบอกตรงนี้เลยว่าสมัยก่อนฉันไม่เคยคิดจะทามันเลยเพราะเนื้อมันทั้งเหนียว ทั้งเกลี่ยยาก ซักผ้าทีไรก็จะเจอคราบเหลืองตามเสื้อผ้าตลอด ทว่าพอมาพิจารณาแสงแดดในประเทศไทยแล้วก็ทาดีกว่า เพราะในปัจจุบันมีครีมกันแดดผิวหลายแบรนด์ที่ทำมาเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ สะดวกสบายไม่ลำบากต่อการใช้ชีวิต เคยได้ยินคำนี้มั้ย ถ้าอยากขาวต้องเริ่มที่ทากันแดดให้ได้ก่อน ฉันเป็นอีกหนึ่งคนที่เห็นด้วยกับข้อความนี้ เพราะกันแดดมีส่วนช่วยเยอะมาก ทั้งช่วยป้องกันแสงแดดไม่ให้ผิวเราคล้ำลง แล้วยังช่วยบำรุงผิวของเราอีกด้วย โลชั่นอาจทำให้ผิวเราขาวขึ้น แต่ครีมกันแดดจะล็อกให้ผิวเราขาวแบบนั้นเอาไว้ ไม่ให้แดดมาทำให้มันคล้ำลง ก่อนจะจากกันไปอยากทิ้งท้ายเกี่ยวกับการเลือกใช้โลชั่นฉบับคนใช้ไปเรื่อยไปเปื่อยแบบฉันเอง สภาพผิวโดยรวมของฉันเป็นคนผิวแห้ง ดังนั้นฉันจะเลือกใช้โลชั่นที่มีส่วนผสมของไฮยาลูรอนิกแอซิด หรือ เชียบัตเตอร์ เป็นหลัก หรือถ้าในโลชั่นที่ใช้อยู่เป็นประจำไม่มีส่วนผสมพวกนี้อยู่ ก็ให้ทำแบบที่ฉันได้บอกเอาไว้ ทาออยล์ลงบนผิวเพื่อให้มันกักเก็บความชุ่มชื้น แล้วตามด้วยโลชั่นทับอีกที แค่นี้ผิวก็จะนุ่มลื่นไม่แตกระแหงเป็นเจ้าแม่นาคีแล้ว สำหรับวันนี้ก็ต้องขอตัวลาไปทาโลชั่นให้ตัวหอม ๆ ก่อนนอน ไว้เจอกันใหม่ครั้งหน้า จะมีสกินแคร์ตัวไหนมาเล่าประสบการณ์ให้ได้อ่านกันอีก โปรดติดตามตอนต่อไป...สวัสดี ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

Author Avatar
silverho
ชีวิตคนเรามีทั้งสุขและเศร้า อยู่ที่เราจะโฟกัสที่จุดไหน

0 ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

เรื่องราวที่คุณอาจสนใจ