ปี 2019 มันแย่มากจริงๆ
ปี 2019 ผมคิดว่าตัวเองจะตายเสียแล้ว
เรื่องก็คือว่าช่วงปลายปีเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจหลายเหตุการณ์จนผมตั้งรับไม่ทัน ทั้งโดนโกงค่าบัตรคอนเสิร์ต ทั้งแฟนเก่าบอกว่าจะไปเรียนต่อที่ประเทศจีน ทั้งความรักตลอด 7 ปีที่พังลง รวมไปถึงเรื่องที่ผมโดนเพื่อนสนิททิ้งให้อยู่คนเดียวตอนไปดูคอนเสิร์ต
ทุกเรื่องที่ผมยกตัวอย่างคร่าวๆ นี้เกิดต่อเนื่องกันจนไม่มีเวลาให้เตรียมใจปรับตัว
เชื่อไหม ผมยังจำความรู้สึกตอนนั้นได้แม่นอยู่เลย ในห้วงแห่งโทสะและความเศร้าเสียใจอันขมุกขมัวของผมต่อโลกอันโหดร้ายที่ต้องประสบไปจนถึงช่วงสิ้นปี มันช่างหดหู่จนผมไม่รู้จะไปต่อยังไงดี
ผมดิ่งจนสูญเสียความมั่นใจไปเกือบหมด การโดนคนที่คบหามานานบอกเลิกกะทันหันมันทำโลกเคว้งคว้างไปหมด และเป็นเรื่องเดียวที่ทำลายตัวผมจนเหมือนโดนลบไปจากโลก
จนผมถามตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่าหรือเราจะลบตัวตนไปเลยดี
จากนั้นผมก็มานั่งพักหายใจแล้วลองมองปัญหาที่เกิดขึ้นให้ดี ฟังเพลง ดูยูทูป หาอะไรทำเพื่อไม่ให้ฟุ้งซ่านกระทั่งไปเจอ MV เพลง I’m a mess ของ Bebe Rexha แล้วเกิดประทับจิตประทับใจขึ้นมา ทั้งดนตรี ทั้งทำนอง ทั้งเนื้อเพลง ทั้งเสียงร้อง ทั้งสตอรี่ของ MV ที่เหมือนตบหน้าผมให้ได้สติขึ้นมา
‘Oh, he don't love me, he don't love me
He don't love me, he don't love me
But that's okay’
ท่อนตรงนี้ทำผมชะงักในใจละ จนได้ฟังท่อนต่อไป
‘Cause I love me, yeah, I love me
Yeah, I love me
Yeah, I love myself anyway’
จากนั้นผมก็ไปลองหาเนื้อเพลงแล้วอ่านขณะฟังไปด้วย จิตใจที่เคยเศร้าหมองก็ยังไม่ได้ดีขึ้นทันทีเลยหรอก มันบอบช้ำรุนแรงเกินกว่าจะแค่ฟังเพลง ดู MV อ่านเนื้อร้องแล้วเบ่งบานในฉับพลัน
ทว่ามันกลับโอบรับน้ำชะโลมใจหยดนี้ลงไปทีละเล็กทีละน้อย
แล้วผมก็เริ่มหาเพลงฟังพร้อมคำแปลในยูทูป จนไปเจอเพลง Loser ของ Bigbang ที่ไม่ต้องดูคำแปลยังรู้เลยว่าทั้งเพลงมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร
ตอนฟังครั้งแรกน้ำตามันไหลออกมาเอง แต่เพลงนี้ช่างตรงกับชีวิตผมในตอนนั้นเหลือเกิน แล้วพอได้ระบายความรู้สึกออกมามันกลับช่วยให้ผมดีขึ้นอย่างน่าประหลาด และเริ่มยอมรับว่าตัวเองก็แค่มนุษย์คนหนึ่งที่แพ้เป็น ไม่ต้องอยากเอาชนะอะไรขนาดนั้น เพราะเรื่องบางเรื่องเราไม่สามารถไปฝืนมันได้
ความรักที่ตายลงไปกำลังสอนผมให้เรียนรู้ที่จะอยู่กับความเป็นจริงมากขึ้น แน่นอน มันเจ็บแหละ แต่ถ้าเราไม่ยอมรับมันแล้วพยายามหนีต่อไป ความโศกเศร้านั้นไม่เพียงจะไม่จางหาย ดีไม่ดีมันจะสะสมรอวันระเบิดออกมาแล้วทำลายตัวเรากว่านี้ก็ได้
จากนั้นผมก็ไปฟังเพลงบทสวดเจ้าแม่กวนอิม
ใช่ครับ มันช่วยให้ผมได้อยู่กับตัวเอง ได้พบกับความสงบ แล้วค่อยๆ มองเห็นโลกอีกด้านที่ตัวเองไม่เคยได้เห็นมาก่อน ผมเรียกมันว่า ‘โลกที่ฉันได้เติบโตขึ้น’
จากนั้นรอยยิ้มก็เริ่มกลับคืนสู่ใบหน้าของผม จดจำความรักตลอด 7 ปีในฐานะความทรงจำที่มีทั้งขมและหวาน เรียนรู้จากมันเพื่อก้าวต่อไปข้างหน้า ยังไงมนุษย์ก็มีสัญชาตญาณในการเรียนรู้ รับมือ และจัดการกับปัญหาอยู่แล้ว ฉะนั้นหัดใช้มันแล้วคิดให้น้อยลงบ้างก็ช่วยให้เข้าใจตัวเองได้มากขึ้น
ผมหมายถึง ฉันชอบสิ่งนี้ ฉันมีตัวตนแบบนี้ ฉันไม่จำเป็นต้องแคร์ใคร อะไรคือสิ่งที่ไม่ดีก็หัดตัดออกไปซะบ้าง ยังไงคนที่อยู่กับตัวเองก็มีแค่ตัวฉันเท่านั้น
ครับ... ผมว่าความตายมันไม่จำเป็นต้องมาในรูปแบบของการเสียชีวิตอย่างเดียว หากอีกนัยมันคือจุดจบเพื่อนำไปสู่การเริ่มต้นใหม่ ผมว่าคนเราก็ตายและเกิดทุกวัน เมื่อเวลาเดินไป เราแค่เดินตาม ช้าบ้าง เร็วบ้าง แวะพักบ้างจะได้มองเห็นในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยเห็น
จากนั้นตัวผมที่เอาแต่ก้มมองปลายเท้าตัวเองก็เริ่มแหงนหน้ามองฟ้า ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยว่ามันสวยเอามากๆ เลย
ปัจจุบันผมมองโลกสดใสขึ้นเยอะเลยทีเดียว

0 ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น