ระดับบทลงโทษพวกอมนุษย์ชาวจาตุมหาราชิกา

ระดับบทลงโทษพวกอมนุษย์ชาวจาตุมหาราชิกา

บรรดาอมนุษย์ชาวจาตุมหาราชิกาที่มี
พฤติกรรมดุร้าย หยาบช้า กล้าแข็ง ไม่เชื่อถือถ้อยคำของท้าวมหาราช ไม่เชื่อถือถ้อยคำของราชบุรุษผู้ใหญ่แห่งท้าวมหาราช ไม่เชื่อถือถ้อยคำของราชบุรุษที่เป็นชั้นรองๆ แห่งท้าวมหาราช มีอยู่ทั้งสิ้น ๗ ระดับ ไล่จากเบาไปหาหนัก ดังนี้

๑-๓ ตัดสิทธิ์ทางสังคม (โทษเบา)

คือ การลงโทษโดยริบสิทธิ์ขั้นพื้นฐานในสังคมอมนุษย์ ไม่ให้มีทั้งที่อยู่อาศัยและเครื่องบริโภค

๑ ไม่พึงได้สักการะหรือเคารพ ในหมู่บ้าน หรือในนิคม

- อมนุษย์ตนนั้นจะถูกห้ามไม่ให้เข้าไปในบ้านและชุมชนที่อยู่อาศัยของมนุษย์ เพื่อรับเคารพสักการะ และของเซ่นไหว้บัตรพลีต่างๆ จากมนุษย์

๒ ไม่พึงได้เหย้าเรือนหรือที่อยู่ ในราชธานีซึ่งมีนามว่าอาฬกมันทา

- อมนุษย์ตนนั้นจะถูกตัดสิทธิ์ความเป็นพลเมืองของ "อาฬกมันทา" ซึ่งเป็นราชธานีอันมั่งคั่งและยิ่งใหญ่ของท้าวเวสสวัณ (และน่าจะรวมถึงอากาศนครของท้าวเวสสวัณหมดทุกแห่ง)

๓ ไม่พึงได้เข้าสู่ที่ประชุมของพวกยักษ์

- อมนุษย์ตนนั้นจะถูกห้ามไม่ให้เข้าสู่ที่ประชุม หรือร่วมสมาคมพบปะสังสรรค์กับพวกยักษ์และอมนุษย์ตนอื่นๆ


๔ -๕ ตัดสัมพันธ์และประณาม (โทษปานกลาง)

คือ การคว่ำบาตรทางสังคมเพื่อให้อมนุษย์ตนนั้นกลายเป็นรังเกียจและโดดเดี่ยว

๔ อมนุษย์ทั้งหลายไม่พึงทำอาวาหะวิวาหะกับมัน

- เหล่าอมนุษย์ทั้งหลายจะถูกสั่งห้ามอย่างเด็ดขาด ไม่ให้ทำพิธีอาวาหมงคลหรือวิวาหมงคล (ไม่ให้มีการสู่ขอหรือแต่งงาน) กับอมนุษย์ที่กระทำความผิดตนนั้น

๕ อมนุษย์ทั้งหลายพึงบริภาษมัน ด้วยคำบริภาษ อย่างเหยียดหยามเต็มที่

- อมนุษย์ตนนั้นจะถูกอมนุษย์ด้วยกันประณาม ก่นด่า บริภาษ และเหยียดหยามด้วยคำด่าแบบตรงตัว เต็มปากเต็มคำ เพื่อให้ได้รับความอับอายอย่างที่สุด

๖ - ๗ การลงทัณฑ์ทางกายภาพ (โทษสูงสุด)

คือ การลงโทษเมื่อยังดื้อดึงไม่ยอมฟังและยังคงทำร้ายผู้ทรงศีล (ตั้งแต่ศีล ๕ ขึ้นไป) เป็นวิธีจัดการขั้นเด็ดขาดด้วยพละกำลัง

๖ พึงคว่ำบาตรเปล่าบนศีรษะมัน

- การเอาบาตรเปล่ามาคว่ำครอบไว้บนศีรษะ นอกจากจะทำให้ได้รับความอึดอัดทุกข์ทรมานยิ่งกว่าการถูกขังเดี่ยวในคุกมืดแล้ว อมนุษย์ที่ถูกบาตรครอบศีรษะก็ยังกินอะไรก็ไม่ได้อีกด้วย ซึ่งข้อนี้อันตรายมาก เพราะถ้าไม่ได้กินอาหารทิพย์ร่างกายชาวจาตุมหาราชิกาก็น่าจะเหี่ยวเฉาลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็ต้องจุติ แต่อาหารทิพย์เป็นของที่ต้องกินทุกวันห้ามขาด ดังนั้น โทษนี้รับเต็มที่ก็คงแค่ ๑ วันจาตุมหาราชิกา (๕๐ ปีมนุษย์) เท่านั้น โทษขั้นนี้จึงใกล้เคียงโทษตายมากที่สุด

หากชาวจาตุมหาราชิกาตนใดยอมสำนึกผิดและปฏิญาณตนว่าจะไม่ก่อเหตุซ้ำอีกก่อนครบกำหนด ๑ วัน ก็จะถอดบาตรออกให้ แต่ถ้าทำเป็นหยิ่งใจแข็ง ไม่ยอมสำนึกผิด ก็ปล่อยให้หัวติดอยู่ในบาตรต่อไปเรื่อยๆ จนแห้งตายคาบาตรนั้นไปเลย

๗ พึงทุบศีรษะของมันให้แตกออก ๗ เสี่ยง

- เป็นโทษประหาร โดยอมนุษย์ตนนั้นจะถูกลงทัณฑ์ด้วยการทุบศีรษะให้แตกออกเป็น ๗ เสี่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้ไปก่อเหตุทำร้ายผู้ทรงศีล (ตั้งแต่ศีล ๕ ขึ้นไป) ได้อีก เป็นการจบปัญหาทั้งหมด

ในส่วนของรูปแบบการลงโทษนั้น คาดว่าเป็นการไล่จากเบาไปหาหนักเช่นกัน คือ

ถ้าทำผิดครั้งแรกก็รับโทษระดับที่ ๑ ถ้ารู้ตัวสำนึกผิดและปฏิญาณว่าจะไม่ทำผิดอีกก็จะให้โอกาสยอมยกโทษให้ แต่หากปฏิญาณตนแล้วยังทำผิดซ้ำเป็นครั้งที่ ๒ ก็เพิ่มโทษเป็นขั้นที่ ๒ (คือรับโทษทั้งระดับ ๑ และ ๒)

ถ้าได้รับการยกโทษแล้วยังทำผิดซ้ำๆ อีก ก็จะไล่ระดับโทษบวกทบเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ จนจบที่ระดับที่ ๗ คือ ตีศีรษะให้แตกเป็น ๗ เสี่ยงตายๆ ไปซะ

รึก็คือ สามารถทำผิดแล้วถูกจับได้ ๗ ครั้งนั่นเอง


Author Avatar
นาคเฝ้าคัมภีร์ ไตรศิระ

0 ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

เรื่องราวที่คุณอาจสนใจ