เรื่อง อายุขัยของมนุษย์ ⏳ โดย ถ้าตั้งใจก็ทำได้ 🌷

อายุขัยของมนุษย์ ⏳

  • การเติบโต
1170

มนุษย์เราชอบคิดว่าเรายังมีเวลาอีกเยอะในการทำสิ่งต่างๆ ทั้งที่เราก็ไม่รู้ว่าจุดสิ้นสุดของชีวิตตัวเองจะมาถึงเมื่อไหร่ ช่างน่าแปลกใจยิ่งนักที่มนุษย์อย่างพวกเรายังคงหลงระเริงอยู่กับวันเวลาที่มีเพียงน้อยนิดและคาดคะเนไม่ได้ว่าจุดจบของเวลาจะมาถึงเมื่อไหร่ น่าเศร้าที่เวลาไม่เคยหวนกลับมาแต่เรากลับไม่ได้ใช้เวลาที่มีอยู่อย่างรู้คุณค่าเท่าที่ควร . . . ฉันเองก็เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่ง หลายครั้งก็ถวิลหาช่วงเวลาในอดีต บ้างก็มัวแต่วิตกกังวลกับเรื่องราวที่ยังมาไม่ถึงจนลืมไปว่าเรามีแค่เพียงเวลาในปัจจุบันเท่านั้นที่เราควบคุมมันได้ การคิดถึงเรื่องราวในอดีตหรืออนาคตมากเกินไปทำให้ฉันไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันอย่างที่ควรเป็น กลายเป็นว่าฉันใช้ชีวิตอย่างเลื่อนลอยจนไม่ได้ให้เวลากับสิ่งสำคัญที่อยู่ตรงหน้าจริงๆ . . . ว่ากันตามตรงหากมนุษย์เรามีอายุขัยอยู่ที่ 80 ปีพอดีแบบไม่ขาดไม่เกิน เราจะมีเวลาอยู่ที่ประมาณ 29,220 วันและหลายคนก็มีอายุไม่ถึงตอนนั้นด้วยซ้ำ เราประมาทกับการใช้ชีวิต เราผัดวันประกันพรุ่งกับสิ่งที่อยากจะทำเพื่อเปลี่ยนชีวิตตัวเอง เราคิดว่าวันพรุ่งนี้จะมาถึงเสมอทั้งที่เราก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าโอกาสนั้นอาจจะไม่มาถึงก็ได้ เราผัดผ่อนกับการใช้เวลาอยู่กับคนที่เรารักเพียงเพราะว่าเรากำลังยุ่งอยู่กับการทำงานหาเงินเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เราเลือกที่จะเก็บความรู้สึกไว้กับตัวเองแทนที่จะพูดความในใจของตัวเองออกไป เราลังเลกับการที่จะใช้ชีวิตเพื่อตัวเองเพียงเพราะกลัวว่าคนอื่นจะไม่พึงพอใจในสิ่งที่เราเป็น ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเราไม่สามารถทำให้ทุกคนบนโลกพอใจในสิ่งที่เราเป็นได้ . . . เราลังเลกับการใช้ชีวิตเพื่อตัวเองทั้งที่เราก็รู้ดีว่าทุกนาทีผ่านไปไม่อาจหวนกลับมาได้ ความสดใสและวัยเยาว์ของเรากำลังจางหายไปทีละนิด เมฆหมอกที่คอยบดบังดวงอาทิตย์กลับจางหายไป แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาผ่านทางหน้าต่างก่อนจะเคลื่อนตัวไปอีกทางและลับตาจางหายไปตามช่วงเวลา วันแล้ววันเล่าเอาแต่รอคอยช่วงเวลาในการเหมาะสมในการทำอะไรสักอย่างทั้งที่วันนั้นไม่เคยมีอยู่จริง . . . หยุดรอเวลาได้แล้ว เวลามันไม่เคยหยุดรอใครนะ เริ่มทำอะไรสักอย่างเพื่อตัวเองได้แล้ว โฟกัสกับสิ่งสำคัญที่อยู่ตรงหน้า ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน เลิกคิดถึงเรื่องในอดีตที่ผ่านมา เลิกกังวลกับเรื่องในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง เริ่มหาเป้าหมายในชีวิตให้ตัวเองได้แล้ว อยากทำอะไรทำเลย จะดีหรือแย่ ยังไงค่อยไปปรับเอาทีหลัง ลงมือทำไปก่อน จะได้รู้ว่าตัวเองมีศักยภาพมากแค่ไหน ทำอะไรได้บ้าง ชอบหรือไม่ชอบอะไร เรียนรู้ผ่านประสบการณ์และการลงมือทำด้วยตัวเอง . . . เวลาที่เหมาะสำหรับการลงมือทำอะไรสักอย่างก็คือตอนนี้ ไม่ใช่เมื่อวานหรือวันพรุ่งนี้ ทำอะไรได้ทำไปก่อนทำเท่าที่พอทำไหว ถ้าไม่เริ่มทำอะไรสักอย่างเพื่อตัวเองตอนนี้พรุ่งนี้ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอายุขัยของเราไม่รู้จะมาถึงเมื่อไหร่เพราะฉะนั้นกอบโกยช่วงเวลาที่มีอยู่ให้เต็มที่นะ อยากทำอะไรเพื่อตัวเอง อยากทำดีกับใครรีบทำ ทำในตอนที่มันยังมีเวลาอยู่ :)

ถ้าตั้งใจก็ทำได้ 🌷

เป็นตัวเองในแบบที่ดีขึ้นและอยากเป็นกำลังใจให้กับผู้คนที่พบเจอ 🌱 พื้นที่สำหรับสร้างแรงบันดาลใจ ตกผลึกและทบทวนตัวเอง 🪞


0 ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

เรื่องราวที่คุณอาจสนใจ

เลี้ยงเด็กในห้องกรรมฐาน

สำหรับคนไม่มีลูกอย่างฉัน แทบไม่รู้เลยว่าจะเปรียบเทียบระดับความดื้อรั้นของเด็กสมัยนี้กับเมื่อก่อนสักสามสิบปีที่ผ่านมาได้อย่างไรบ้าง และไม่แน่ใจด้วยว่าเด็กสมัยไหนจะร้ายกาจมากกว่ากัน ...

1 ปีที่แล้ว

ความรู้สึก…สื่อสายตา

ดังที่เขาว่ากันว่า สายตาคือประตูสู่หัวใจ สายตาไม่อาจซ่อนความรู้สึกได้ และสายตา…ไม่อาจโกหก หรือปิดบังความรู้สึกนั้นได้เลยใครจะรู้… ความรู้สึกที่ท่วมท้นอยู่ภายในจะสื่อสารออกมาทางสายตา จนคนอื่นสามารถร...

9 เดือนที่ผ่านมา

หลังประชุมลับ

ไฟในห้องดับลงก่อนเสียงเก้าอี้จะหยุดเสียดพื้น ทุกคนเหมือนหายใจพร้อมกันเฮือกหนึ่ง—ลึกและยาวกว่าตอนไหน ๆ ประตูบานเหล็กเปิดอ้า กลิ่นฝนใหม่หลุดเข้ามาปะทะผงชอล์กบนไวท์บอร์ด แสงโคมสีเหลืองไหลออกมาสู่อากาศ...

1 ปีที่แล้ว

เรื่องราวที่คุณอาจสนใจ