คน(ไม่)เก่ง
ความรู้สึกที่ไม่ควรจะเกิดเลยกับคืนวันศุกร์ คือ เหนื่อย และผิดหวัง
เพราะความรู้สึกนี้จะทำให้เสาร์-อาทิตย์ของเราพังอย่างไม่เป็นท่า อยากนอนทั้งวันจนไม่อยากทำอะไร แพลนที่ว่าจะอ่านหนังสือหรือออกกำลังกายให้ได้สัก300แคลลอรี่ก็ต้องพับลงด้วยความเหนื่อยล้าในจิตใจ
ชีวิตมนุษย์เงินเดือนที่วนลูปไปเรื่อยๆ จันทร์-ศุกร์ ทำงาน เสาร์-อาทิตย์พักผ่อน ดูเป็นอะไรที่น่าอึดอัดเบื่อและอึดอัดพอควร เราไม่สามารถรู้สึกเศร้าได้มากนักตอนทำงาน หรือจะเศร้าแค่ไหนก็ต้องฝืนยิ้มให้กับสิ่งตรงหน้า รับฺดชอบหน้าที่การงานที่ทำ
ยิ่งเราโตขึ้นเท่าไร เรายิ่งรับภาระมากขึ้น แต่จริงๆ อายุไม่ได้เป็นตัววัดความโตขึ้นในตัวเราเท่าไร จะบอกว่าเราโตเพียงอายุแต่อ่อนหัดประสบการณ์(ทำงาน)ก็ใช่ ทุกครั้งที่เราทำงานพลาด เรามักจะมีความคิดเสมอว่า นี่เราอายุจะ30แล้ว ทำเรื่องแบบนี้ยังคิดไม่ได้และไม่เข้าใจ ความรู้ที่ได้มาไปอยู่ไหนหมด ทำไมถึงทำไม่ได้
เราไม่เคยเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ล้มหรือผิดพลาดเลย เพราะเมื่อใดที่ล้มลงไป เรามักจะเกลียดในความโง่ไม่รอบคอบของตัวเองเสมอ
การกร่นด่าตัวเองไม่ใช่สิ่งที่ดี แต่ฉันหยุดทำมันไม่ได้ รู้ว่าบางครั้งงานบางงานเป็นครั้งแรกของเรา เราทำผิด ก็ถูกแล้วที่มันจะผิด แต่ความคิดกลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อมีอะไรเกินควบคุม เราลงโทษตัวเองด้วยความคิดตัวเอง ด่าตัวเอง มองตัวเองเป็นไอ้โง่ ไม่มีความสามารถ ทั้งๆที่ยังไม่มีใครพูดหรือว่าอะไรเลยสักนิด
ความรู้สึกไม่เก่งนี้ ใครๆก็เรียกมันว่า “imposter syndrome “ เรารู้ตัวว่าเราเป็นสิ่งนี้มาตลอด และไม่ชินสักที เราไม่ชอบ มันทำให้เราเกลียดตัวเอง ทุกครั้งที่มีอะไรเหนือการควบคุมก็จะโทษตัวเอง และเก็บความรู้สึกผิดหวังในตัวเองอยุ่ในก้นบึ้งของหัวใจ ปิดมันเอาไว้ และไม่เคยจะได้ปลดล็อคมันเสียที กลายเป็นปมในชีวิต เมื่อมีเหตุการณ์มากระทบจิตใจ อารมณ์ sadnessใน inside out ก็จะโผล่มาไม่หายไปไหน นี่แหละตัวฉัน
ความที่คิดว่าตัวเองไม่เคยเก่งอะไรเลย และไม่รู้จะรักตัวเองได้ยังไง แต่ต้องแอ็คท่าทำเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ ขายตัวเองเข้าไว้เพื่อให้เราอยู่รอดในยุคทุนนิยม แต่ในใจกลับห่อเหี่ยวยิ่งกว่าอะไร

0 ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น