หน่วยความจำที่ไม่ลืม

หน่วยความจำที่ไม่ลืม

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นในตอนเช้าบ่งบอกว่าเป็นเวลาของการเริ่มต้นใหม่ในเช้าวันนี้ ร่างสูงโปร่งรีบดีดตัวเองลุกขึ้นจากเตียงนอนทันที เขารู้สึกดีขึ้นกว่าเมื่อวานเล็กน้อย แม้ว่าในใจยังคงรู้สึกเสียใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ความรู้สึกนั้นจำเป็นต้องถูกเก็บเอาไว้ภายใต้ความรู้สึก เพื่อดำเนินชีวิตต่อไปราวกับความเจ็บปวดนั้นไม่เคยอยู่ในความทรงจำ หลังจากที่เขาใช้เวลาหลังจากตื่นนอนเพื่อทำธุระส่วนตัวให้เสร็จเรียบร้อย และกำลังจัดเตรียมเอกสารบางอย่างใส่กระเป๋า ทันใดนั้นก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น สายตาจึงเบนไปมองที่หน้าจอ ซึ่งบ่งบอกรายชื่อของผู้ที่กำลังโทรเข้ามา และชื่อที่ปรากฏก็คือชื่อที่เขาคุ้นเคยดี "ครับแม่ ติณตื่นแล้วคับ กำลังจะออกไปทำงาน" ปลายสายได้ฟังน้ำเสียงที่ดีขึ้นเล็กน้อย จึงรู้สึกสบายใจมากขึ้น และไม่ต้องการที่จะนึกถึงเหตุการณ์นั้นอีกต่อไป จึงปรับโทนเสียงเพื่อให้บทสนทนาราบรื่นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "ดีแล้วลูก แม่แค่โทรมาถาม งั้นแม่ไม่รบกวนแล้วนะ ติณจะได้รีบไปทำงาน" "ครับแม่ ตอนเย็นเจอกันครับ" "โอเคจ้า ตั้งใจทำงานนะลูก" "ครับแม่" เมื่อบทสนทนาระหว่างแม่กับลูกได้สิ้นสุดลงไป ติณจึงเดินไปที่โต๊ะตัวเล็กซึ่งวางอยู่ตรงมุมของห้อง เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงต้องเดินกลับไปที่ตรงนั้นอีกครั้ง และสายตาก็ต้องกลับไปโฟกัสยังกล่องสี่เหลี่ยมสีทองใบเล็ก ซึ่งถูกวางเอาไว้เพียงชิ้นเดียว เขาใช้เวลาสักพักเพื่อมองกล่องใบนั้นก่อนจะตัดสินใจเดินออกจากห้องไปโดยไม่คิดที่จะหยิบกล่องใบนั้นขึ้นมาดู หลังจากที่ติณออกมาจากห้อง และมุ่งหน้าไปที่ทำงาน ในระหว่างทางเขาก็ยังคงคิดถึงเหตุการณ์ในเมื่อวานอีกครั้ง สมองยังคงประมวลผลเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น และภาพเหล่านั้นก็ถูกฉายเข้ามาในความทรงจำ พร้อมกับเสียงร้องไห้ของเด็กหญิงคนหนึ่ง "ทำไมล่ะฟ้า ทำไมถึงเป็นแบบนี้" "พอแล้วติณ ยอมรับความจริงได้แล้ว เด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกของติณ" ทุกคำพูดที่หลุดออกจากปากของหญิงสาวซึ่งมีใบหน้าที่สวยงามนั้นราวกับเธอไม่มีความรู้สึกผิดใดๆ เธอไม่แม้แต่จะแสดงออกซึ่งความเสียใจใดๆเลยเช่นเดียวกัน ไม่เพียงแค่นิ่งเฉย แต่การกระทำของเธอก็ดูเย็นชาต่อสิ่งที่เกิดขึ้น เธอไม่รอช้าที่จะยื่นกระดาษในมือส่งให้กับติณดูความจริง เพราะเธอคิดทบทวนเรื่องนี้มาเป็นอย่างดี ติณหยิบกระดาษที่อยู่ตรงหน้ามาดูด้วยมืออันสั่นเทา เขาแทบมองไม่เห็นรายละเอียดของข้อความที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า แต่ภายในสมองกลับประมวลผลทุกอย่างได้อย่างรวดเร็ว และเขาไม่อยากจะเชื่อว่าทุกอย่างเป็นความจริง เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยมีความสงสัยในตัวของฝ่ายหญิงเลย แต่ความจริงในวันนี้กลับทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนโง่และดูไร้ค่าในสายตาคนอื่นเป็นอย่างมาก แม้ว่าในใจจะรับรู้ดีว่าเป็นอย่างไร แต่ก็ยังอยากได้ยินคำตอบที่ชัดเจนจากหญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาของเขา "ตั้งแต่เมื่อไหร่ฟ้า ฟ้ามีคนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่" น้ำเสียงอันสั่นเครือไม่ได้ทำให้หญิงสาวรู้สึกเสียใจแต่อย่างใด เพราะเธอยังคงพูดความจริงด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉย "ก่อนที่เราจะคบและแต่งงานกัน" สิ้นคำพูดของหญิงสาวราวกับฟ้าผ่าลงกลางใจ สมองไม่สามารถประมวลผลได้ไปชั่วขณะ เขาได้แต่มองไปที่ใบหน้าของหญิงสาวและเด็กน้อยที่กำลังส่งเสียงร้องไห้อย่างต่อเนื่อง ความคิดบางอย่างได้ผุดขึ้นมาในหัวเขาทันที ใบหน้าของเด็กน้อยคนนี้ไม่มีเค้าโครงหรือส่วนไหนที่เหมือนเขาเลย ซึ่งอาจจะมีบางส่วนที่เหมือนกับหญิงสาว แต่สำหรับเขาไม่มีเลย ไม่มีส่วนไหนที่บ่งบอกว่า เด็กคนนี้คือลูกของเขา และวันนี้คำตอบนั้นก็ชัดเจนแล้วว่า เขาถูกสวมเขามาโดยตลอด ครืด ครืด ครืด เสียงสั่นของโทรศัพท์ช่วยดึงสติให้ติณกลับมาโฟกัสที่ปัจจุบันอีกครั้ง เขาพยายามลืมสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวาน แต่สุดท้ายก็ยังคงนึกถึงอยู่ร่ำไป และสิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจจนแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองอีกครั้ง นั่นก็คือ ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ เป็นชื่อของฟ้า เขามองที่หน้าจอนั้นอยู่เนิ่นนานจนตัดสินใจกดรับสาย "ว่าไงฟ้า" "วันนี้เจอกันได้ไหม ฟ้ามีเรื่องอยากคุยด้วย นี่คือคำขอสุดท้ายจากฟ้า" ติณค่อนข้างแปลกใจกับน้ำเสียงที่ดูแปลกไป อีกทั้งยังรู้สึกว่าต้องมีบางอย่างที่เขาจำเป็นต้องรับรู้ เขาจึงไม่ลังเลใจที่จะตอบตกลง เพราะวันนี้มีงานที่ต้องจัดการไม่เยอะ และเขาก็เพิ่งได้รับสายจากแม่อีกครั้งว่า วันนี้แม่ต้องเดินทางไปต่างจังหวัดด่วน จึงทำให้นัดทานข้าวมื้อเย็นต้องถูกยกเลิกไป ดังนั้นวันนี้เขาจึงไม่ติดธุระอะไรอีก "ได้สิฟ้า ขอติณทำงานให้เสร็จ แล้วค่อยเจอกัน" "ขอบคุณนะติณ งั้นฟ้าไม่รบกวนแล้ว" กล่าวจบหญิงสาวก็ตัดสายไปทันที พร้อมกับทิ้งคำถามเอาไว้มากมายให้กับติณ ซึ่งยังคงเดาทางไม่ถูกว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง หลังจากที่ติณจัดการงานทุกอย่างจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็รีบไปยังร้านอาหาร ซึ่งถูกจองเอาไว้สำหรับทานข้าวกับฟ้าในวันนี้ เขามาถึงก่อนเวลาประมาณ 10 นาที และยังคงใช้เวลาเพื่อซึมซับกับบรรยากาศช่วงเย็นให้มากที่สุด เพราะร้านนี้เป็นร้านประจำที่เขาและฟ้ามักจะมาด้วยกันเป็นประจำ และวันนี้ก็คงจะเป็นวันสุดท้ายที่ทั้งสองคนจะได้ใช้เวลาอยู่ที่นี่ร่วมกันอีกครั้ง ในขณะที่เขากำลังนึกถึงความหลังระหว่างพวกเขาทั้งสองคน หญิงสาวที่้เขาเฝ้ารอคอยก็ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า วันนี้เธอสวมชุดที่ดูสบาย แต่ยังคงดูดีในสายตาของเขาเสมอ ด้วยใบหน้าที่สวยธรรมชาติ ผิวขาว ตาโต จมูกโด่งรับกับใบหน้าเป็นอย่างดี และเธอก็กล่าวทักทายเขาเหมือนเช่นเคย "รอนานไหมติณ" "ไม่เลย ติณมาถึงก่อนเวลานัดเสียอีก ฟ้าหิวหรือยัง สั่งอาหารก่อนไหม" "ตามใจติณเลย เอาเหมือนเดิมก็ได้" ทั้งสองคนยังคงจดจำเมนูที่มักจะสั่งมาทานเป็นประจำได้เสมอ วันนี้ก็เช่นกัน หลังจากสั่งอาหารไปเป็นจำนวนมาก ทั้งสองคนก็ลงมือทานอาหารกันอย่างเงียบๆ ต่างคนต่างโฟกัสแค่อาหารที่มีอยู่ในจานของตัวเอง จนกระทั่งทั้งสองคนทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว และทำการชำระค่าอาหาร ฟ้าจึงชวนติณออกไปเดินรับลมข้างนอกร้าน ซึ่งบริเวณดังกล่าวอยู่ติดกับแม่น้ำ และเป็นสถานที่ที่ทั้งสองคนได้เจอกันเป็นครั้งแรก ฟ้าเดินนำหน้าไปโดยไม่พูดอะไร มีเพียงเสียงลมและจังหวะฝีเท้าของทั้งสองคนเท่านั้น ติณเองก็ไม่ได้เอ่ยปากพูดสิ่งใด เขาเพียงแค่มองตามหลังหญิงสาว จดจำทุกอย่างที่เคยเป็นความสุขในชีวิต และตอนนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น แต่เขาสัญญากับตัวเองเช่นกันว่า ทุกอย่างจะดีขึ้น แม้ว่าตอนนี้ทุกอย่างจะไม่มีทางกลับไปเหมือนเดิมเลยก็ตาม ในขณะที่เขากำลังนึกถึงความหลัง ฝีเท้าที่กำลังเดินก็หยุดชะงัก พร้อมกับน้ำเสียงที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี "ฟ้าขอโทษและก็ขอบคุณติณอีกครั้งนะสำหรับทุกอย่าง" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พร้อมกับหันหน้ามามองที่ติณอีกครั้ง เธอจ้องไปยังใบหน้าของชายหนุ่มที่เคยเป็นสามีของเธอมาก่อน และกล่าวในสิ่งที่เธอตัดสินใจมาเป็นอย่างดี "ขอโทษที่ต้องแต่งงานทั้งที่ท้องอยู่แล้ว ฟ้าเห็นแก่ตัวเอง แม่ฟ้ากับแม่ติณเป็นเพื่อนรักกัน และแม่อยากให้ฟ้าแต่งงานกับติณตั้งแต่ฟ้ายังไม่รู้จักกับติณ และฟ้าก็ท้องก่อนที่เราจะแต่งงานกัน ฟ้าไม่รู้ว่าตัวเองท้อง และฟ้าต้องแต่งงานเพราะแม่เป็นหนี้จนเกือบจะต้องเสียชีวิต" ติณตกใจกับสิ่งที่เขารับรู้ แต่ยังคงมีคำถามอีกมากมายที่อยากรู้จากปากหญิงสาวอีกครั้ง "แล้วพ่อของเด็กล่ะ" ใบหน้าของหญิงสาวแดงก่ำพร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ตายไปแล้ว ตายไปก็ดี" "ฟ้าหมายความว่าไง" ติณยังคงสงสัยกับคำตอบที่เพิ่งได้รับฟัง "ฟ้าถูกข่มขืนจากคนที่แม่ต้องการให้แต่งงานด้วยก่อนที่จะมาเจอกับติณ และเขาก็เกิดอุบัติเหตุหลังจากเหตุการณ์วันนั้นแค่ไม่กี่วัน" ติณรู้สึกชาไปทั้งตัว ราวกับสิ่งที่ได้รับรู้ในวันนี้กำลังบดขยี้หัวใจของเขาให้แหลกสลายอีกครั้ง ความจริงที่แสนจะเจ็บปวดทำให้เขามองหญิงสาวตรงหน้าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หากเป็นเรื่องจริง หญิงสาวจะเจ็บปวดแค่ไหนที่ต้องทนเก็บความรู้สึกนี้มาโดยตลอด ชีวิตเธอไม่มีทางเลือกและไร้ที่พึ่ง และเธอก็ตัดสินใจที่จะพูดความจริงทั้งที่เธอสามารถเก็บความลับนี้เอาไว้ "ฟ้าขอโทษที่ฟ้าแต่งงานทั้งที่ไม่เคยรักติณเลย แต่ติณรู้ไหมว่าติณทำให้ฟ้าได้รู้จักคำว่ารักนั้นเป็นยังไง และฟ้าก็ไม่คู่ควรที่จะได้รับสิ่งนั้น เพราะติณไม่จำเป็นต้องมารับผิดชอบในสิ่งที่ติณไม่ได้ทำ" "ติณไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลยฟ้า" "แต่ฟ้าก็ระอายใจที่จะอยู่แบบนี้ ติณเข้าใจในสิ่งที่ฟ้าพูดใช่ไหม" "ติณไม่เคยรังเกียจลูก ติณรักเด็กคนนั้นเหมือนลูกของติณ" "เพราะว่าติณไม่รู้ไง ติณเลยรัก แต่ตอนนี้ไม่ใช่ และฟ้าก็ไม่อยากให้ติณมารู้สึกแย่ๆกับเรื่องแบบนี้" "ติณไม่เคยรังเกียจฟ้าเลยนะ" "ฟ้าเข้าใจ แต่ฟ้าไม่อยากอยู่แบบรู้สึกผิดแบบนี้อีกแล้ว ฟ้าขอโทษที่ทุกอย่างเป็นแบบนี้" "แล้วฟ้าจะเอายังไงต่อ" "ฟ้าจะกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด เลยอยากมาลาติณอีกครั้ง และอยากจะมาขอโทษสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง" "เรากลับมาคบกันได้ไหมฟ้า" ติณรักและอยากดูแลฟ้าเหมือนที่เขาเคยทำมาโดยตลอด อีกทั้งเขายังเห็นใจและอยากดูแลทั้งฟ้าและลูกของเธอเช่นเดิม เขาไม่ได้รู้สึกรังเกียจ แต่กลับเห็นใจและอยากทำหน้าที่ของสามีและพ่อเลี้ยงให้กับเด็กน้อยที่กำลังเติบโต ฟ้ามองใบหน้าติณอีกครั้งก่อนจะกล่าวในสิ่งที่เธอเลือก และยังคงชัดเจนต่อเส้นทางที่จะเดินต่อไปหลังจากนี้ "อย่าเลยติณ พอได้แล้ว อย่าทำให้ฟ้ารู้สึกผิดไปมากกว่านี้ ยิ่งติณไม่โกรธ ฟ้าก็ยิ่งเจ็บปวด" ติณเข้าใจและยอมรับในสิ่งที่ฟ้ายืนยันกับเขา เพราะเขารู้ดีว่าหญิงสาวไม่มีทางเปลี่ยนใจอย่างแน่นอน เขาจึงรู้สึกเจ็บปวดกับสิ่งที่ได้รับรู้ทั้งหมด แต่ก็ต้องยอมรับความจริงเช่นกันว่า เขาเองก็ต้องเคารพการตัดสินใจของหญิงสาว และกลับมาให้โอกาสตัวเองได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง "ถ้าฟ้าตัดสินใจแล้ว ติณก็คงทำอะไรไม่ได้ แต่ติณขออะไรสักอย่างได้ไหม" "ได้สิติณ" "ฟ้าจะต้องรักตัวเองให้มากนะรู้ไหม ที่ผ่านมาฟ้ารักคนอื่นมามากพอแล้ว" "ฟ้ารู้แล้ว ฟ้าจะรักตัวเอง และดูแลลูกให้ดีที่สุด" "ติณขอกอดฟ้าอีกสักครั้งได้ไหม" ฟ้ามองหน้าติณด้วยคำถามมากมายที่อยู่ในหัว เธอไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร ความรู้สึกที่เคยมียังคงอยู่ และความรู้สึกละอายต่อใจก็ยังมีอยู่มากเช่นเดียวกัน แต่เสียงข้างในกลับบอกให้เธอตัดสินใจโดยไม่ต้องสนใจว่าถูกหรือผิด เพราะครั้งนี้จะเป็นโอกาสสุดท้ายที่เธอจะได้กอดคนที่เธอรัก เธอยอมรับว่า ตัวเองตกหลุมรักติณ ซึ่งไม่รู้หมือนกันว่าความรักนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ และเป็นเพียงความรักเดียวที่เธอสัมผัสได้ว่าไม่มีข้อแลกเปลี่ยนหรือสิ่งตอบแทนใดๆ แต่กลับเป็นความรักอันบริสุทธิ์ที่เธอได้รับโอกาสนี้ แม้จะเป็นเพียงแค่ครั้งเดียวในชีวิตก็ตาม เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ฟ้าจึงก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมกับสวมกอดติณให้แน่นที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ อ้อมกอดที่แสนอบอุ่นยังคงเป็นที่พึ่งพิงได้ดีสำหรับเธอเสมอ ภาพของความทรงจำทุกอย่างตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ เธอยังคงจดจำมันได้ดี ทุกความรู้สึกที่เธอได้รับยังคงเป็นความสวยงาม ซึ่งเรื่องราวดีๆเหล่านี้กำลังทำให้เธอร้องไห้กับการจากลาที่กำลังจะมาถึง เธอไม่กล้าแม้แต่จะกล่าวสิ่งใดออกไป จึงทำได้เพียงแค่สวมกอดคนตรงหน้าให้นานที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ ทันทีที่ติณได้รับอ้อมกอดที่คุ้นเคยนี้ เขาก็โอบกอดกลับด้วยความรักและทะนุถนอมเหมือนที่เคยทำมาโดยตลอด เขารับรู้ว่าฟ้ากำลังร้องไห้ และเขาก็ร้องไห้เช่นเดียวกัน ทั้งสองคนใช้เวลาเนิ่นนานกับการซึมซับอ้อมกอดที่เคยเป็นของกันและกัน แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะปล่อยมือเพื่อกลับไปใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองเลือก ติณผละฟ้าออกจากอ้อมกอดเพียงเล็กน้อยเพื่อมองใบหน้าหญิงสาวให้ชัดเจนอีกครั้ง เขาจึงใช้ปลายนิ้วมือเช็ดคราบน้ำตาที่กำลังไหลอาบแก้มด้วยความเจ็บปวด และเขากำลังพยายามฝืนที่จะไม่ทำอะไรไปมากกว่านี้ ในขณะที่ต่างฝ่ายต่างเงียบงัน มีเพียงการกระทำที่แสดงออกถึงความรักที่มีต่อกันเท่านั้น ฟ้าจึงเป็นฝ่ายเริ่มต้นบทสนทนาอีกครั้ง เพราะเธอไม่อยากยื้อเวลาให้ทุกอย่างต้องแย่ลงไปมากกว่าเดิม "นี่ก็ดึกมากแล้ว ฟ้าว่าเรามากล่าวคำลากันดีไหม อย่างน้อยเราจะได้ไม่มีอะไรที่ต้องเสียดาย" ติณพยายามสูดลมหายใจเพื่อควบคุมความรู้สึกของตัวเองให้มากขึ้น ก่อนจะปล่อยมือจากใบหน้าของหญิงสาว พร้อมกับกล่าวบทสนทนาด้วยความลำบากใจ "ได้สิ ฟ้าจะได้กลับไปดูแลลูกด้วย" "ฟ้าขอโทษจริงๆนะ แล้วก็ขอบคุณติณสำหรับทุกอย่าง ฟ้าไม่ขออะไรนอกจากขอให้ติณโชคดี พบเจอคนที่ดี และใช้ชีวิตให้มีความสุข" ติณพยายามฝืนยิ้มและกล่าวตอบไปเช่นเดียวกัน "ติณก็ขอให้ฟ้ามีความสุขกับสิ่งที่ฟ้าเลือก ขอให้ไม่เจ็บปวดกับสิ่งใด ขอให้เรื่องราวดีๆเกิดขึ้นกับฟ้า" "และขอให้ ติณ ลืมฟ้า" "และขอให้ ฟ้า ลืมติณ" เป็นคำกล่าวสุดท้ายที่ทั้งสองคนต่างกล่าวออกมาพร้อมกัน และจากกันไปเพื่อกลับไปใช้ชีวิตในแบบที่แต่ละคนเป็นคนเลือก ผ่านไป 1 ปี ตั้งแต่ฟ้าและติณแยกจากกันในวันนั้น ทั้งสองคนก็กลับไปใช้ชีวิตของตัวเอง ไม่มีการติดต่อสื่อสาร หรือรับรู้เรื่องราวใดๆของกันและกันอีกต่อไป แม้ว่าในใจลึกๆจะยังคงรู้สึก แต่ทั้งสองคนกลับเลือกที่จะไม่สนใจ และปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปในแบบที่มันควรจะเป็น ซึ่งติณยังคงใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพ และอาจจะมีการเดินทางไปต่างจังหวัดบ้าง หากต้องมีไปพบเจอกับลูกค้ารายย่อย และวันนี้ก็นับว่าเป็นความโชคดีที่เขาได้รับมอบหมายงานให้ออกเดินทางไปต่างจังหวัด เพราะมีงานที่ต้องไปพูดคุยกับลูกค้า ซึ่งเป็นงานที่ค่อนข้างด่วนมาก จึงทำให้เขาต้องรีบจัดการงานบางส่วนให้เสร็จและรีบขับรถไปยังสนามบินเพื่อเดินทางไปยังจังหวัดเชียงใหม่ตามที่ได้รับมอบหมายงานให้ ทันทีที่มาถึงสนามบิน เขาก็รีบไปเช็คอินตามเวลาที่กำหนดและนั่งรอขึ้นเครื่องตามเวลาเรียกจากพนักงาน แต่วันนี้เขากลับรู้สึกแปลกๆราวกับกำลังจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับเขา ซึ่งเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ แต่ก็บอกไม่ได้เช่นกันว่ามีความสุขหรือความทุกข์ ในขณะที่กำลังหาคำตอบกับความรู้สึกนี้ ทันใดนั้นก็มีกระดาษแผ่นหนึ่งปลิวลงมาตรงหน้า เขาจึงก้มลงไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นพร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงมากยิ่งใหญ่ เพราะในกระดาษแผ่นนั้นมีรูปภาพของหญิงสาวและชื่อที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี แต่ยังไม่ทันได้อ่านข้อมูลเพิ่มเติมในกระดาษแผ่นนั้นก็มีเสียงเรียกจากผู้ชายคนหนึ่งเพื่อขอกระดาษแผ่นนั้นคืน "ขอโทษนะครับ พอดีผมกำลังเก็บเอกสารอยู่ น่าจะโดนลมจากแอร์ กระดาษก็เลยปลิวมาหาคุณ" ติณได้แต่เก็บความสงสัยนั้นเอาไว้ แต่ก็ยื่นกระดาษแผ่นดังกล่าวส่งคืนให้กับเจ้าของ และฝืนใจที่จะไม่พยายามหาคำตอบในสิ่งที่เขาสงสัย จากนั้นจึงตัดสินใจเดินไปขึ้นเครื่องเมื่อมีการประกาศเรียกจากเจ้าหน้าที่ การเดินทางจากกรุงเทพไปเชียงใหม่ใ้ช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที และเขาก็มาถึงที่เชียงใหม่อย่างปลอดภัย เมื่อมาถึงสนามบินเขาจึงใช้บริการรถยนต์ที่เช่าเอาไว้พื่อขับไปยังโรงแรมที่จองเอาไว้ และวันนี้เขาก็ตั้งใจที่จะนอนพัก เพราะกว่าจะเดินทางมาถึงเชียงใหม่ก็เกือบจะสี่โมงเย็นแล้ว กิจกรรมวันนี้จึงไม่มีอะไรมาก การนอนพักที่โรงแรมจึงเป็นเรื่องที่ดี เพราะพรุ่งนี้มีนัดกับลูกค้าเพื่อคุยเรื่องงานในตอนบ่าย เมื่อเช็คอินเสร็จเรียบร้อย เขาจึงออกไปทานข้าวในบริเวณใกล้ๆกับโรงแรมเพื่อสะดวกต่อการเดินทาง หลังจากทานเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาจึงไปเดินเล่นบริเวณรอบๆก่อนกลับโรงแรม แต่สุดท้ายสายตากลับไปสะดุดตากับภาพหญิงที่สวยงาม ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แต่ภายในแววตากลับเต็มไปด้วยความเศร้า และภาพหญิงสาวคนนี้ทำให้เขาตัดสินใจเดินเข้าไปยังมูลนิธิดังกล่าวด้วยหัวใจอันหนักอึ้ง สายตายังคงมองไปรอบๆ ซึ่งยังคงไร้ผู้คน เนื่องจากเป็นช่วงเย็น และเขาก็คาดการณ์ว่ามูลนิธิอาจจะปิดแล้ว จึงตัดสินใจเดินกลับไปยังบริเวณหน้าประตูทางเข้าที่เขาเดินเข้ามา จังหวะที่เดินกลับไปนั้นกลับมีเสียงเรียกจากหญิงชราคนหนึ่ง ซึ่งทำให้เขาหันกลับไปมอง "มาหาใครหรือพ่อหนุ่ม" "ผมแค่แวะเข้ามาดูครับ เห็นไม่มีคนอยู่ นึกว่ามูลนิธิน่าจะปิดแล้ว" สายตาที่เริ่มมองไม่เห็นของหญิงชรายังคงมองมาที่เขาอย่างไม่คลาดสายตา อีกทั้งยังมีท่าทางแปลกๆ จนเขาเริ่มรู้สึกไม่ดี เพราะหญิงชราพยายามมองหน้าเขาและใช้ความคิดอย่างครุ่นคิดก่อนจะกล่าวบางอย่างออกมา "ชื่อติณใช่ไหม" "ครับ ยายรู้จักผมหรอคับ" กล่าวด้วยท่าทางงุนงง "มีคนฝากของไว้ให้ รอยายสักครู่นะ" กล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มก่อนจะรีบเดินเข้าไปในห้องขนาดเล็ก ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแยกกับตัวอาคารหลังอื่น ผ่านไปประมาณ 5 นาที หญิงชราจึงเดินออกมาพร้อมกับกล่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก และกล่าวด้วยความรู้สึกดีราวกับหน้าที่ของเธอได้จบลงแล้ว "เจ้าของมูลนิธิฝากไว้ให้ ยายไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือฟ้าลิขิตนะ แต่อย่างน้อยหนูฟ้าก็ตายตาหลับแล้ว" "ยายหมายความว่าไงครับ" "หนูฟ้า หรือ ฟ้า เป็นคนมอบกล่องใบนี้ฝากไว้ให้ยาย ฝากให้ยายส่งให้คนชื่อติณ ยายจำหน้าพ่อหนุ่มได้เพราะหนูฟ้าฝากรูปถ่ายใบนี้ไว้ให้ยาย" กล่าวพร้อมกับยื่นรูปถ่ายให้กับเขา และกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน "กลับไปอ่านที่ต่อที่บ้านนะ ในกล่องนั้นมีคำตอบให้ทุกอย่าง" เมื่อกล่าวจบหญิงชราจึงเดินจากไปโดยไม่มีแม้แต่คำกล่าวลาใดๆ และยังคงทิ้งคำถามเอาไว้มากมายจนเขาต้องรีบกลับไปที่โรงแรม และเปิดกล่องใบนั้นออกมาเพื่อรับรู้ความจริง ณ โรงแรม กล่องใบเล็กถูกเปิดออกอย่างเบามือ แต่หัวใจของติณกลับเต้นแรงผิดจังหวะ ในกล่องมีเพียงจดหมายหนึ่งฉบับ ซึ่งถูกเขียนขึ้นมาจากลายมือที่เขาจดจำมันได้ดี ทุกถ้อยคำบ่งบอกถึงความสุขและความเจ็บปวดของผู้เป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี "ถึงติณ" ถ้าติณได้อ่านจดหมายฉบับนี้ ฟ้าคงไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้ว และฟ้าเขียนจดหมายฉบับนี้ในขณะที่ฟ้ายังมีสติสัมปชัญญะครบทุกอย่าง ซึ่งฟ้าไม่รู้ว่าติณจะได้มีโอกาสอ่านไหม ถ้าหากว่าจดหมายฉบับนี้ถึงมือติณ ฟ้าขอบคุณที่สวรรค์ยังเมตตา ขอเข้าเรื่องเลยแล้วกัน ฟ้าเขียนจดหมายฉบับนี้หลังจากที่ฟ้าย้ายมาอยู่ที่เชียงใหม่ ชีวิตฟ้าผ่านอะไรมามากจนบางครั้งฟ้าก็รู้สึกเหนื่อยเกินกว่าจะแบกรับ แต่ฟ้ายังมีลูกและแม่ที่ต้องดูแล แม้ว่าบางครั้งสิ่งที่แม่ทำอาจจะดูเหมือนเห็นแก่ตัว ฟ้าก็เลือกที่จะปล่อยให้มันเป็นแบบนั้น และสุดท้ายทุกคนต่างก็ต้องได้รับผลกรรมจากสิ่งที่ตัวเองได้ทำเอาไว้ ติณคงสงสัยว่าทำไมฟ้าถึงย้ายมาอยู่ที่นี่ ความจริงที่แสนจะเจ็บปวดได้เกิดขึ้น หลังจากที่ฟ้าได้ย้ายกลับไปอยู่ที่บ้าน แม่และลูกของฟ้าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นฟ้าได้รับการช่วยเหลือจนรอดชีวิตมาได้ ราวกับทุกอย่างจบสิ้น ฟ้าไม่รู้จะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร จนสุดท้ายฟ้าเลือกที่จะออกบวชและใช้เวลาอยู่กับพระพุทธศาสนา และได้พบกับแสงสว่างนำทาง ซึ่งตรงกับสิ่งที่ฟ้าต้องการมาโดยตลอด ฟ้าตัดสินใจใช้เงินที่มีอยู่ทั้งหมดก่อตั้งมูลนิธิสำหรับผู้ด้อยโอกาสขึ้นมา เพราะหวังว่าสิ่งที่ฟ้าทิ้งเอาไว้จะมีคนมาสานต่อ และได้ส่งมอบโอกาสดีๆให้กับผู้คนอีกมากมายบนโลกใบนี้ ฟ้าใช้เวลาทั้งหมดที่มีค่อยๆก่อตั้งและทำมันด้วยความรักจนทุกอย่างเริ่มลงตัว และมีคนเข้ามาช่วยเหลือเพื่อให้ทุกอย่างดำเนินการต่อไปได้ดวยดี พอมาถึงจุดนี้ฟ้ามองย้อนกลับไปตามเส้นทางที่เลือกเดิน ฟ้าไม่เคยเสียใจเลย และฟ้าก็เหนื่อยเกินไปที่จะเดินต่อไปข้างหน้า เพราะฟ้าทำทุกอย่างได้เสร็จสมบูรณ์แบบแล้ว ไม่มีอะไรต้องห่วงอีกต่อไป ฟ้าจึงวางมือจากมูลนิธิเพื่อเดินทางไปอย่างสงบโดยที่ฟ้าไม่รู้เลยว่า เส้นทางแห่งความตายที่กำลังจะมาเยือนนั้นจะสงบจริงหรือไม่ แต่อย่างน้อยฟ้าก็ได้มอบความสุขให้กับตัวเองในวาระสุดท้ายของชีวิต และสุดท้ายนี้ฟ้าขอโทษนะที่ไม่เคยบอกติณว่าฟ้าป่วยเป็นมะเร็ง และมันรุนแรงมากขึ้นจนฟ้ายังคิดว่า ถ้าโลกนี้ใจดีกับฟ้ามากกว่านี้ ฟ้าอาจจะมีโอกาสได้บอกกับติณว่า ฟ้ารักติณมากนะ ขอบคุณที่เข้ามาเป็นความรักที่ไร้เงื่อนไข ขอบคุณที่มอบชีวิตดีๆให้กับฟ้า แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆแค่ไม่กี่ปีที่เราอยู่ร่วมกัน แต่ช่วงเวลาเหล่านั้นมันยาวนานและมีคุณค่ามากกว่าช่วงเวลาอื่นๆที่ฟ้าพบเจอเสียอีก หากติณได้อ่านจดหมายฉบับนี้แล้ว ฟ้าขอให้ติณลืมฟ้า และกลับไปใช้ชีวิตของตัวเองให้ดีที่สุด มองเห็นแค่ความสุขที่เราเคยมีร่วมกัน และอย่ากักขังหรือกล่าวโทษตัวเองเพราะรู้สึกผิดต่อสิ่งใด เพราะสุดท้ายชีวิตคนเรามันสั้นกว่าที่คิด การจากลาของเรามันคือจุดเริ่มต้นอีกครั้ง และฟ้าก็ได้ทำมันเสร็จสมบูรณ์แล้ว จากนี้ไปฟ้าขอให้ติณได้เริ่มต้นชีวิตด้วยการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เหมือนช่วงเวลาที่เราไม่เคยพบเจอกันเพื่อลืมความเจ็บปวด และเริ่มต้นใหม่ด้วยหัวใจที่ว่างเปล่า "จาก ฟ้า" ทุกตัวอักษรที่เขาได้รับรู้กำลังทำให้หัวใจเขาเจ็บปวดและร้องไห้ออกมาราวกับเสียงสะอื้นนั้นจะไม่มีวันหายไป เขารับรู้และเข้าใจในสิ่งที่อ่านทั้งหมด และนี่คงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่าทำไมเขาถึงไม่ลืมผู้หญิงที่ชื่อ ฟ้า เพราะหัวใจเธอบริสุทธิ์และโอบกอดผู้คนมานับครั้งไม่ถ้วน แต่กลับไม่เคยโอบกอดตัวเองเลยสักครั้ง แม้กระทั่งวินาทีสุดท้ายของชีวิต และเขาก็หวังว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นการปลดปล่อยและคืนอิสรภาพที่เธอสมควรได้รับ แต่สิ่งที่เธอสร้างเอาไว้กลับยังคงตราตรึงใจต่อผู้คนที่ได้สัมผัสต่อหัวใจดวงนี้ และเขาก็เป็นหนึ่งในจำนวนผู้คนเหล่านั้นที่ไม่เคยลืม ฟ้า ที่ไม่ใช่แค่คำนิยามถึงความสวยงาม แต่กลับเป็นความกว้างใหญ่ที่เกินจะเอื้อมถึง จนทำให้เธอต้องเดินทางกลับไปยังที่ที่ผู้คนไม่มีทางหาเธอได้เจออีก

Author Avatar
Meen
ว่าด้วยเรื่องของงานเขียนที่ทำให้หัวใจพองโต เป็นตัวแทนของความรู้สึกที่อยากส่งต่อ เพื่อมอบกำลังใจผ่านทุกตัวอักษรให้กับผู้อ่านทุกคน

0 ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

เรื่องราวที่คุณอาจสนใจ