บทเรียนชีวิต

บทเรียนชีวิต

เพราะแค่มีชีวิตนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่การใช้ีวิตอย่างไรให้มีความสุขต่างหากกลับกลายเป็นเรื่องยาก เพราะโลกของความเป็นจริง ไม่มีใครสอนวิธีการใช้ชีวิตได้ดีเท่ากับตัวของบุคคลนั้นเอง ไม่มีใครเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งจนกว่าจะเจอกับทุกบททดสอบในชีวิต และจะเข้าใจมากขึ้นเมื่อเรียนรู้กับทุกบททดสอบด้วยการก้าวข้ามด้วยตัวเอง เพราะชีวิตจริงไม่มีปุ่มกดข้าม ไม่มีการจำลองเหตุการณ์ใดๆ แต่ทุกอย่างคือการลงมือทำจริง เรียนรู้จริง เจ็บปวดจริง เสียใจจริง และมีความสุขจริง ทุกอย่างเกิดจากการใช้ชีวิตในทุกๆวัน และเกิดผลลัพธ์ในรูปแบบของความพึงพอใจและไม่พึงพอใจ ซึ่งจะนำไปสู่การเรียนรู้ ยอมรับ และก้าวข้ามในทุกๆเรื่องราวจนกลายเป็นบทเรียนของชีวิต คุณอาจจะเคยตั้งคำถามกับตัวเองอยู่บ่อยครั้งว่า ทำไมบางเรื่องถึงเกิดขึ้นกับคุณอยู่บ่อยครั้ง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่า คุณยังไม่เรียนรู้ที่จะอยู่กับเรื่องราวเหล่านั้นได้อย่างแท้จริง คุณยังไม่ก้าวข้ามในสิ่งที่เกิดขึ้น คุณยังไม่เติบโตมากพอที่จะผ่านบทเรียนเดิมๆที่คุณเจอครั้งแล้วครั้งเล่า ดังนั้นไม่ว่าคุณจะกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาอะไรอยู่ก็ตาม ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาใหญ่ และสร้างความเจ็บปวดให้กับคุณอยู่เสมอ จงยอมรับว่า นั่นคือบททดสอบของชีวิต ซึ่งไม่ใช่แค่บททดสอบที่เข้ามาเพื่อทำร้ายคุณเพียงอย่างเดียว แต่ทุกบททดสอบกำลังสอนบางอย่างให้กับคุณ กำลังบอกว่า ถึงเวลาของการเปลี่ยนแปลง และถึงเวลาที่คุณต้องยอมรับความจริงว่า บางอย่างไม่เหมาะสมที่จะอยู่ในชีวิตคุณอีกต่อไป เพราะมีบางอย่างที่คู่ควรและเป็นของคุณอย่างแท้จริงกำลังรอคุณอยู่ เพียงแค่คุณมองทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตอย่างเข้าใจ และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิต ซึ่งบางอย่างอาจจะต้องใช้เวลานานกว่าจะก้าวข้ามในสิ่งที่ไม่ถูกใจ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณกล้ายอมรับ และมองด้วยความเข้าใจที่มากขึ้น คุณจะมองเห็นอะไรที่แตกต่างไปจากเดิม คุณจะมองเห็นสิ่งที่เคยมองข้าม คุณจะเข้าใจว่า ทำไมทุกเหตุการณ์จึงเกิดขึ้นมาเพื่อคุณ เพราะบางครั้งคุณอาจจะมองข้ามในสิ่งที่ตัวเองจำเป็นต้องให้ความสนใจมากกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตจากทุกบททดสอบที่เข้ามาผลักดันให้ชีวิตก้าวไปข้างหน้า หากวันนี้คุณยังคงรู้สึกว่า ทุกอย่างยังคงเป็นเรื่องยาก ยังไม่มีความกล้ามากพอที่จะยอมรับ แต่อย่างน้อยคุณก็ต้องกล้าที่จะให้อภัยตัวเองมากพอกับทุกความผิดพลาด เพราะจุดเริ่มต้นที่จะพาคุณก้าวข้ามความกลัวได้คือ การให้อภัยตัวเอง จากนั้นการยอมรับจะตามมา คุณจะเข้าใจตัวเองมากขึ้น เพราะทุกคนมีโอกาสผิดพลาด มีโอกาสที่จะเรียนรู้ครั้งแล้วครั้งเล่าจนกว่าจะก้าวผ่านทุกเหตุการณ์ในชีวิต ซึ่งคุณก็เป็นเช่นนั้น แม้จะรู้สึกว่า การยอมรับยังคงเป็นสิ่งที่ขัดแย้งอยู่บ้าง แต่จงเชื่อมั่นว่า ต่อให้คุณเคยผิดพลาด หรือเคยได้รับความสำเร็จในแบบที่คาดหวังมาแล้วก็ตาม คุณก็ยังคงต้องก้าวข้ามทุกช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงเสมอ เพราะทุกเหตุการณ์จะผ่านไป ซึ่งอาจจะช้าบ้างหรือเร็วบ้าง แต่ทุกอย่างจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันอยู่แบบนี้ การยอมรับว่า ทุกอย่างผ่านเข้ามาแค่ชั่วคราว จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้ก้าวข้ามทุกบททดสอบของชีวิตได้เร็วมากขึ้น เพราะคุณไม่ต้องกลับไปเล่นบทเดิมซ้ำๆ แต่คุณจะเรียนรู้มากขึ้น เมื่อเจอกับเหตุการณ์คล้ายๆแบบเดิม คุณก็จะมีวิธีการที่รับมือได้ดีมากขึ้น จัดการได้ดีขึ้น และกล้าที่จะเผชิญหน้ากับบททดสอบใหม่ๆที่จะเข้ามาในชีวิตอยู่เสมอ เพราะทุกการรับมือ การจัดการที่เกิดขึ้นจากตัวคุณเองจะกลายเป็นบทเรียนที่ดีที่สุด ซึ่งอาจจะไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในแบบที่คุณคาดหวัง แต่อย่างน้อยทุกการลงมือทำ ทุกการยอมรับจะช่วยให้คุณมองเห็นความเป็นจริงมากขึ้น ความเป็นจริงที่ว่า ไม่มีบทเรียนในชีวิตแบบไหนที่จะสอนคุณได้ดีและเข้าใจมากที่สุดเท่ากับบทเรียนที่คุณต้องเป็นผู้เล่นเอง เจ็บปวดเอง รับมือเอง และกล้าที่จะก้าวข้ามเองด้วยการยอมรับว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนเป็นส่วนหนึ่งมาจากการกระทำของคุณเสมอ แม้ว่าบางครั้งคุณอาจจะไม่ได้สนใจและหลงลืมไปว่า คุณเคยมีส่วนร่วมอย่างไร ดังนั้นทุกบทเรียนจึงมาจากการ กระทำของตัวคุณเอง และการจัดการ การรับมือ ก็ล้วนต้องมีคุณเป็นคนจัดการและค่อยๆเรียนรู้เพื่อก้าวข้ามไปให้ได้ แม้ว่าตอนนี้บทเรียนที่คุณเคยคิดว่าง่าย แต่พอเจอกับสถานการณ์จริงๆ คุณกลับรู้สึกว่า ทุกอย่างมันดูยากเกินไป ทุกอย่างดูไม่มีทางออก หากคุณรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องยาก ขอให้คุณตั้งสติและเชื่อใจตัวเองอีกครั้งว่า ครั้งนี้มันยาก เพราะคุณก้าวข้ามบทเรียนที่ง่ายมาแล้ว ซึ่งกำลังผลักดันให้คุณไปเจอกับบทเรียนที่ยากและท้าทายมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า สิ่งที่คิดว่ายากกำลังทำร้ายคุณ หรือทำให้คุณต้องใช้ชีวิตเพื่อต่อสู้ แต่สิ่งเหล่านี้กำลังสอนคุณว่า ทุกการเติบโตเพื่อก้าวไปข้างหน้าล้วนมีความยากในแบบที่เรียกว่า อุปสรรค แต่ความเป็นจริงกลับเป็นสิ่งที่กำลังขัดเกลาเพื่อให้คุณได้เติบโตมากขึ้น และอยู่ในเส้นที่ใช่และเหมาะสมกับคุณมากกว่าเดิม เพราะทุกอย่างจำเป็นต้องใช้เวลา การเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่คุ้นเคยก็เช่นกัน คุณอาจจะรู้สึกหวาดกลัวกับปัญหาหรืออุปสรรคที่กำลังเผชิญหน้า แต่ในขณะเดียวกัน ปัญหาเหล่านี้กำลังช่วยให้คุณมองเห็นศักยภาพที่มีอยู่ในตัวเอง กำลังบอกว่าคุณมีความสามารถและทำอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด เพราะถ้าทุกอย่างมันง่ายและสะดวกสบายมากเกินไป การเรียนรู้และการเติบโตก็จะไม่เกิดขึ้น ดังนั้นไม่ต้องจมปลักอยู่กับความเจ็บปวดที่มาจากปัญหาที่คุณคิดว่ามันยาก แต่จงใช้เวลาอยู่กับมันให้มากขึ้น เรียนรู้จนเข้าใจมากขึ้นว่า สิ่งเหล่านี้กำลังมอบอะไรให้กับคุณ ไม่ใช่มองแค่เพียงว่า คุณเจ็บปวดมากแค่ไหน ทุกอย่างเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตของคุณเพียงแค่ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเท่านั้น ไม่มีความเจ็บปวด เสียใจ หรือผิดหวังใดๆที่จะอยู่กับคุณไปตลอด อาจจะมีบ้างที่ยาวนานเกินกว่าที่คุณคาดคิดเอาไว้ นั่นเป็นเพราะว่า คุณยังไม่เรียนรู้กับบาดแผลที่เกิดขึ้น บาดแผลที่มีอยู่จึงไม่ได้รับการเยียวยาในแบบที่ควรจะเป็น แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเริ่มมองบาดแผลนั้นด้วยความเข้าใจ คุณจะมองหาวิธีการรักษาในแบบที่ดีต่อตัวเองเสมอ อาจจะช้าบ้าง เร็วบ้าง แต่ทุกกระบวนการไม่เคยสูญเปล่า เพียงแค่ทุกอย่างกำลังรอให้คุณมองเห็นว่าต้องแก้ไขหรือเยียวยาที่จุดไหนก่อน จากนั้นส่วนอื่นๆจะตามมาเอง และทุกอย่างที่ได้รับการเยียวยาก็จะกลายเป็นภูมิคุ้มกันที่คุณกำลังมอบให้กับตัวเอง นั่นหมายความว่า ต่อให้เจออะไรที่เจ็บปวดมากกว่านี้ คุณก็จะยังคงยืนหยัดได้เช่นเดิม อาจจะยังมีความหวาดกลัว หรือความเจ็บปวดอยู่บ้าง แต่คุณจะจัดการกับความรู้สึกนี้ได้ดีกว่าเดิม เมื่อจัดการกับความรู้สึกได้ดีมากขึ้น กระบวนการของการลงมือทำก็จะดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งจะทำให้คุณมองเห็นภาพขนาดใหญ่ของบทเรียนในชีวิตที่กำลังเผชิญหน้าได้แบบชัดเจนมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้คุณวางแผนและเริ่มจัดการได้อย่างตรงจุด หากบางครั้งคุณยังรู้สึกว่า ชีวิตที่เป็นอยู่ยังไปไม่ถึงไหน ทั้งที่คุณก็พยายามทำมันเต็มที่แล้ว แต่สุดท้ายกลับยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ซึ่งความเป็นจริงบางอย่างได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว เพียงแค่คุณคาดหวังที่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้เพียงอย่างเดียว แต่ความจริงที่เปลี่ยนแปลงไปคือ ความพยายามที่คุณทำมากกว่าที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากตัวคุณเอง ความคิดที่เปลี่ยนไป ซึ่งอาจจะเป็นเพียงแค่ส่วนที่เล็กน้อย แต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกำลังผลักดันให้คุณก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว ซึ่งเป็นไปในรูปแบบที่คุณลงมือทำในขณะที่กลัว แม้ว่าจะยังไม่เห็นผลลัพธ์ในแบบที่คุณคาดหวังอยากจะให้เป็น แต่สิ่งที่คุณได้รับกลับมาคือการเติบโตไปทีละก้าว ซึ่งเป็นก้าวที่พร้อมจะเรียนรู้ ไม่ใช้ก้าวที่เดินถอยหลังในแบบที่คุณเคยรู้สึก ดังนั้นอย่าเอาความคาดหวังที่มีอยู่มากดดันตัวเองมากเกินไปจนคุณมองไม่เห็นถึงความพยายามที่ตัวเองมี และการเปลี่ยนแปลงที่กำลังพาคุณก้าวไปข้างหน้าในรูปแบบที่คุณยังมองไม่เห็น เพราะบางครั้งการใช้ชีวิตก็เปรียบเสมือนเกมในระยะยาว ซึ่งไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า ระยะยาวที่หมายถึงนั้นจะเป็นเมื่อไหร่ แต่จะมาถึงแน่นอน ทุกอย่างที่คุณกำลังเผชิญหน้าจึงเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ช่วงเวลาหนึ่งของเกมระยะยาวเท่านั้น การกลับมาตั้งใจโฟกัสเกมที่คุณกำลังเล่นอยู่ในตอนนี้ต่างหากคือการทำให้เกมระยะยาวที่เป็นของคุณเข้าใกล้ความเป็นจริงได้ง่ายขึ้น เพราะคุณไม่ต้องรอด้วยความคาดหวังว่า สิ่งที่อยากได้จะมาถึงเมื่อไหร่ แต่คุณกำลังใช้ชีวิตเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ต้องการได้ดีมากขึ้น เมื่อทุกอย่างดี ผลลัพธ์ก็ย่อมดีขึ้นตามลำดับ เห็นหรือไม่ว่า บางครั้งผลลัพธ์ก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดเสมอไป แต่การไปให้ถึงจุดนั้นต่างหากคือสิ่งที่กำลังมอบรูปแบบการใช้ชีวิตให้กับคุณอย่างแท้จริง แค่ค่อยๆเรียนรู้ แล้วยอมรับ ลองปรับเปลี่ยน ลองให้โอกาสตัวเองดูบ้าง ลองไม่คาดหวังดูบ้าง เพราะการใช้ชีวิตในโลกของความเป็นจริงไม่มีใครที่จะสมหวังไปทุกเรื่อง การพาตัวเองก้าวออกมาจากความคาดหวัง ความไม่ต้องการที่เคยอยากได้ คือส่วนหนึ่งที่ทำให้คุณก้าวข้ามบางช่วงเวลาได้อย่างง่ายดาย เพราะการไม่คาดหวังไม่สามารถฉุดรั้งหรือทำให้คุณจมปลักอยู่กับการใช้ชีวิตแค่เรื่องใดเรื่องหนึ่งมากเกินไป แต่คุณกำลังปล่อยให้ชีวิตได้เป็นอิสระมากขึ้น มีทางเลือกมากขึ้น เพราะการเปิดโอกาสเพื่อยอมรับในสิ่งที่ไม่ได้คาดหวัง จนกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คุณอยู่กับบทเรียนที่ผ่านเข้ามาได้อย่างมีสติและมีความสุขมากขึ้น การไม่กดดันตัวเองมากจนเกินไปก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้คุณเรียนรู้กับบทเรียนชีวิตได้ดีขึ้น ซึ่งไม่ได้หมายความว่า ให้คุณใช้ชีวิตอย่างไร้เป้าหมาย แต่หมายถึงการใช้ชีวิตตามเป้าหมายที่วางแผนเอาไว้ แต่เป็นเป้าหมายที่ยืดหยุ่นได้ เพราะทุกความยืดหยุ่นที่คุณกำลังมอบให้กับตัวเองคือส่วนหนึ่งของการเปิดรับโอกาส และในขณะเดียวกันคุณก็ยังสามารถที่จะมีวินัยกับตัวเองมากขึ้นในการเรียนรู้กับสิ่งที่คุณเลือก แม้ว่าบางครั้งคุณอาจจะต้องพบเจอกับความล้มเหลว อาจจะต้องเจ็บปวดเพราะผิดพลาดไปบ้าง แต่หากคุณมีความยืดหยุ่นให้กับตัวเองเสมอ ระหว่างทางของเป้าหมายที่วางแผนเอาไว้จะกลายเป็นการเดินทางที่มอบการเติบโตให้กับคุณมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันที่คุณกดดันตัวเองมากเกินไป พยายามมากเกินไปโดยที่ไม่สนใจว่า ความรู้สึกที่คุณมีนั้นเป็นอย่างไร สุดท้ายความคาดหวังที่คุณแบกรับไม่ไหวจะย้อนกลับมาทำลายความเชื่อมั่นที่คุณมีให้กับตัวเอง ดังนั้นการมีความยืดหยุ่นให้กับเป้าหมายตัวเองไม่ใช่เรื่องผิด ไม่ใช่ข้อแก้ตัวเพื่อทำผิดพลาด แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ตัวคุณเองได้ลองผิด ลองถูก ได้ทำผิดพลาดในสิ่งที่ต้องเรียนรู้ ได้ลองล้มเหลวก่อนที่จะพบกับเส้นทางที่นำไปสู่ความสำเร็จ ทุกความยืดหยุ่นที่คุณมอบให้กับตัวเองจะกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คุณกล้าที่จะยอมรับว่า ความผิดพลาดหรือความล้มเหลวไม่ใช่เรื่องผิดหรือน่าอายแต่อย่างใด แต่ในทางตรงกันข้าม สิ่งเหล่านี้คือเพื่อนร่วมเดินทางที่ช่วยให้คุณอยู่กับทุกบทเรียนในชีวิตได้อย่างเข้าใจและมีความสุขมากขึ้น เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณมองเห็นบทเรียนในชีวิตเป็นเรื่องที่เรียนรู้ได้ ปรับเปลี่ยนได้ เมื่อนั้นคุณจะใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น ไม่มีสูตรไหนที่ถูกหรือผิด แต่เป็นสูตรที่คุณสามารถปรับเปลี่ยน และเลือกได้อยู่เสมอ เพียงแค่การเลือกในบางครั้งอาจจะถูกใจบ้างหรืออาจจะไม่ถูกใจไปเลย ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่กลับเป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ค่อยๆเรียนรู้ ซึ่งอาจจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่ที่อาจจะนำพาไปสู่เส้นทางของการใช้ชีวิตที่คุณชื่นชอบ แม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งก็ตาม เพราะสุดท้ายชีวิตจะเปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ ทั้งรูปแบบการใช้ชีวิต การเลือก หรือแม้แต่การไม่เลือกอะไรเลยก็คือส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตที่จะมาในรูปแบบของบทเรียนชีวิตที่ยากและง่ายแตกต่างกันไปตามช่วงเวลาและโอกาสที่คุณจะได้รับ สุดท้ายนี้อยากให้คุณลองปรับการใช้ชีวิตให้ง่ายขึ้นด้วยการไม่กดดัน หรือพยายามมากเกินไป หากคุณยังคงรู้สึกว่า สิ่งที่พยายามนั้นไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป แต่จงใช้ชีวิตด้วยความเข้าใจมากยิ่งขึ้นในสิ่งที่คุณกำลังพยายามทำ ไม่ใช่ว่าไม่จำเป็นต้องพยายามต่อไป แต่เป็นการพยายามทำด้วยความสุขที่ได้มีโอกาสได้ทำ และปล่อยให้ผลลัพธ์เป็นบทเรียนที่จะมอบอะไรบางอย่างให้กับคุณโดยไม่ต้องคาดหวัง เพราะคุณจะตัดสินใจและเลือกได้ดีขึ้น เนื่องจากการไม่คาดหวังจะช่วยให้คุณมองเห็นทุกความเป็นไปได้ที่เกิดขึ้น คุณจะมองเห็นโอกาสที่ไม่เคยคิดว่าจะมี มองเห็นความเป็นไปได้ในแบบที่ไม่คาดหวัง และจัดการได้ดีเมื่อคุณไม่ปล่อยให้ความกดดันกลายเป็นสิ่งที่ตีกรอบให้กับรูปแบบการใช้ชีวิตมากเกินไป เพราะสุดท้ายแล้วต่อให้คุณจะวางแผนได้ดีมากแค่ไหน บางครั้งก็มักจะมีสิ่งที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้น หรือต่อให้คุณไม่ได้เตรียมการอะไรเลย แต่สุดท้ายทุกอย่างกลับกลายเป็นเรื่องง่าย เพราะทุกอย่างคือบทเรียนของชีวิตที่มีทั้งยากและง่าย ซึ่งจะเกิดขึ้นตามช่วงเวลาที่เหมาะสมและเป็นของคุณอย่างแท้จริง หน้าที่ของคุณจึงเป็นการใช้ชีวิตในทุกๆวันด้วยสติ และเรียนรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้น ค่อยๆปรับเปลี่ยน ค่อยๆยอมรับ การเผชิญหน้ากับบทเรียนในชีวิตก็จะกลายเป็นสิ่งที่คุณไม่หวาดกลัวหรือกังวลมากเกินไป แต่คุณจะอยู่กับมันได้อย่างมีสติ และใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่างมีความหมายมากยิ่งขึ้น มีความสุขมากขึ้น เพราะทุกวันที่คุณกำลังเผชิญหน้าอยู่ต่างเป็นบทเรียนบทหนึ่งที่บางครั้งคุณก็มองข้ามและไม่ให้ความสนใจเหมือนกับบทเรียนที่คุณคิดว่ามันยาก แต่สุดท้ายคุณจะเข้าใจมากขึ้นว่า ไม่ว่าบทเรียนนั้นจะยากหรือง่าย คุณจะก้าวข้ามมันไปได้เสมอ และคุณจะเติบโตจากทุกบทเรียนที่ได้รับเช่นเดียวกัน

Author Avatar
Meen
ว่าด้วยเรื่องของงานเขียนที่ทำให้หัวใจพองโต เป็นตัวแทนของความรู้สึกที่อยากส่งต่อ เพื่อมอบกำลังใจผ่านทุกตัวอักษรให้กับผู้อ่านทุกคน

0 ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

เรื่องราวที่คุณอาจสนใจ