เผาป่า = ทำลายป่า... จริงหรือ?
เรามักได้ยินข่าวว่าไฟป่าคือหายนะ แต่หากลองมองลึกกว่านั้น จะพบว่าไม่ใช่การเผาทุกกรณีที่เป็นภัยต่อธรรมชาติ ชาวปกากญอมีวิถีชีวิตที่อยู่ร่วมกับป่ามาช้านาน พวกเขาไม่ได้เผาเพื่อทำลาย แต่เผาเพื่อทำกิน พวกเขาทำการเกษตรแบบ “ไร่หมุนเวียน” ที่เป็นทั้งภูมิปัญญาและความเคารพต่อผืนป่าอย่างลึกซึ้ง
ไร่หมุนเวียนไม่ใช่ไร่เลื่อนลอย เพราะชาวบ้านไม่ได้โยกย้ายถางป่าเรื่อยไปอย่างไร้จุดหมาย
เมื่อถึงเวลาเริ่มเพาะปลูก วิถีของชาวปกากญอคือการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเคารพ หากในพื้นที่ที่เลือกทำกินปรากฏสัตว์ป่าที่ถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือเป็นสัญญาณบางอย่างจากธรรมชาติ พวกเขาจะไม่ใช้พื้นที่นั้นทันที เพราะเชื่อว่าสัตว์ออกมาเพื่อบอกว่าที่นี่ไม่ใช่ของเรา
พวกเขาจะทำแนวกั้นไฟ และเผาหน้าดินอย่างระมัดระวังในช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่กี่นาที เพื่อเตรียมพื้นที่และเติมแร่ธาตุลงสู่ดิน ปุ๋ยธรรมชาตินี้จะช่วยให้ผืนดินอุดมสมบูรณ์โดยไม่ต้องพึ่งสารเคมี ไม่เหมือนกับการทำเกษตรเชิงเดี่ยวที่เน้นพืชอุตสาหกรรมเพียงชนิดเดียว ซึ่งต้องใช้สารเคมีอย่างต่อเนื่อง
ป่าไม้ที่ถูกปล่อยให้เติบโตนานกว่า 8-10 ปี จะเริ่มแก่ตัวและดูดซับคาร์บอนได้น้อยลง การเผาหน้าดินจึงเป็นเหมือนการรีเซ็ตระบบนิเวศ ให้ต้นไม้รุ่นใหม่ได้เติบโตขึ้นมาทำหน้าที่แทน การเผาเพื่อทำไร่หมุนเวียนของพี่น้องชาวปกากญอนั้น ไม่ใช่จุดจบของป่า หากแต่เป็นวงจรของการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน
...อีกหนึ่งเสียงจากคนในเมืองที่ได้มาสัมผัสวิถีชีวิตกับทริป
ปล่อยจอยของพวกเรา ขอบคุณคุณโย๋มากที่เปิดใจมาสัมผัสด้วยกันในปล่อยจอยทริปกับชุนนี่

0 ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น