ห่างไปไกลถึงไต้หวัน
ในเช้าวันหนึ่งที่อากาศเย็นลงมากกว่าปกติ ทำให้ฉันหวนนึกถึงบรรยากาศที่เคยได้สัมผัสในตอนที่ได้ไปเยือนที่ต่างประเทศเป็นครั้งแรก ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมา ก่อนจะกดเข้าไปที่อัลบั้มในแกลลอรี่ที่มีชื่อว่า “ไต้หวัน”
ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ไม่รู้ว่าจะเรียนอะไรต่อไปดีในระดับมหาวิทยาลัย พอมองเกรดแต่ละวิชาที่ตัวเองทำได้ ก็เห็นทีจะมีแค่ภาษาจีนนี่แหละที่ฉันทำได้ดีที่สุด จึงตัดสินใจยื่นใบสมัครไปที่มหาวิทยาลัยที่มีการสอนภาษาจีน โดยพิจารณาจากค่าเทอม และระยะทางเป็นหลัก ทว่าด้วยความสะเพร่าของตัวเองที่ไม่ตรวจทานอะไรให้ดีก่อน อันที่จริงฉันแค่อยากเรียนภาษาจีนเพื่อเป็นล่ามหรือไกด์ ทว่าใบสมัครที่ฉันยื่นไปกลับเป็นภาษาจีนเพื่อการสอน หรือก็คือครูภาษาจีนนั่นเอง เป็นความสะเพร่าที่เป็นสาเหตุให้ในปัจจุบันชีวิตฉันบัดซบเสียยิ่งกว่าอะไรดี
ทางมหาวิทยาลัยที่ฉันศึกษาอยู่ มีนโยบายให้นักศึกษาสาขาภาษาจีนทุกคน จะต้องได้ไปเรียนที่ประเทศจีนเป็นระยะเวลาหนึ่งปีการศึกษา ว่ากันตามตรงฉันค่อนข้างที่จะหวาดกลัวการใช้ชีวิตในต่างประเทศเพราะเป็นคนติดบ้านมาก อีกอย่างคือไม่มั่นใจในการใช้ภาษาจีนเพื่อการสื่อสารของตัวเอง ฉันเป็นประเภทเก่งภาคทฤษฎีมากกว่าภาคปฏิบัติ ดังนั้นการต้องไปเรียนต่อที่ประเทศจีนจึงทำให้ฉันวิตกกังวลเป็นอย่างมาก
ทว่าในช่วงเวลานั้นเอง ก็ประจวบเหมาะกับเหตุการณ์ที่ทำให้ทุกคนบนโลกต้องประสบพบเจอกับเชื้อโรคที่แพร่กระจายมาจากประเทศจีน ณ เมืองอู๋ฮั่น ซึ่งนั่นก็คือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า ทำให้โครงการของทางสาขาที่จะต้องพานักศึกษาไปเรียนต่อที่ประเทศจีนถูกยกเลิก กลายเป็นว่าจากที่ต้องไปเรียนที่ประเทศจีน ต้องมานั่งเรียนออนไลน์หน้าคอมพิวเตอร์กับอาจารย์เจ้าของภาษาแทน แม้ว่าจะดูเหมือนพวกเราเสียโอกาสที่ไม่ได้ไปใช้ภาษากับสถานที่จริง แต่ฉันกลับมองว่ามันคือเรื่องดี เพราะอย่างน้อยๆ ฉันก็ไม่ต้องห่างจากบ้านไปไกล
ทว่าในระยะเวลาไม่กี่เดือนถัดมาก็มีประกาศจากทางคณะครูอาจารย์ของทางมหาวิทยาลัย ที่ประชุมกันและลงมติว่าจะมีการส่งตัวนักศึกษาในเอกภาษาจีนทุกคน ไปเรียนระยะสั้นที่ประเทศไต้หวันแทน ตอนที่ฉันได้ยินครั้งแรกบอกตามตรงก็ค่อนข้างเป็นกังวล เพราะช่วงนั้นอยู่ในระหว่างฝึกสอน และกำลังงุนงงกับตัวเองอยู่ว่าจะเอาอย่างไรกับชีวิตต่อไปดี ว่ากันตามสัตย์จริงฉันไม่อยากไปเรียนที่ไต้หวันเลย อย่างที่บอกไปว่าฉันไม่อยากห่างจากบ้าน อีกทั้งนี่ยังเป็นครั้งแรกที่ฉันจะต้องเดินทางไปต่างประเทศโดยเครื่องบินอีก ฉันกังวลไปหมด ไหนจะเรื่องค่าใช้จ่ายที่นั่นอีก ฉันเลยวางแผนเอาไว้ว่าจะไม่ไป ทว่าพี่สาวของฉันกลับสนับสนุนให้ฉันไปเพื่อเอาประสบการณ์ โดยเธอจะช่วยออกค่าใช้จ่ายอีกแรง สุดท้ายเพราะได้พี่สาวคอยช่วยเหลือฉันก็เลยตัดสินใจไป
ฉันมักประหม่ากับอะไรก็ตามที่เพิ่งทำเป็นครั้งแรกเสมอ ในครั้งนี้ก็เช่นกัน ทั้งการมาที่สนามบินเป็นครั้งแรก การพบเจอดาราหรือไอดอลมากมายที่เดินผ่านไปผ่านมาในสนามบินเป็นว่าเล่น แต่สิ่งที่น่ากังวลที่สุดสำหรับฉันคืออาการเมาเครื่องบิน ฉันเตรียมตัวมาอย่างดี ไม่ว่าจะพกหมากฝรั่งมาเผื่อเอาไว้ตอนเครื่องบินขึ้นแล้วหูจะอื้อ ยาแก้ปวดไว้ใช้ในยามที่ตัวเองรู้สึกว่าตัวเองจะไม่ไหว ทว่าเรื่องเหล่านั้นกลับไม่เกิดขึ้น ราวกับว่าสิ่งที่ฉันกำลังโดยสารอยู่นั้นไม่ใช่เครื่องบิน ฉันไม่รู้สึกเมาเครื่องบินหรืออะไรเลย เหมือนนั่งอยู่บนรถที่กำลังขับไปด้านหน้า มีแค่ช่วงที่เครื่องจะบินขึ้นกลับลงจอดเท่านั้นที่รู้สึกมวนท้องขึ้นมาเล็กๆ แต่นอกเหนือจากนั้นก็ไม่ได้มีอะไรที่น่ากลัวเลยสักนิด สำหรับการนั่งเครื่องบินครั้งแรกฉันว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ดีมากเลยทีเดียว
ทันทีที่เท้าเหยียบที่ต่างแดน สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือสภาพอากาศ ความแตกต่างอย่างชัดเจนทำให้ฉันเผลอจามออกมาโดยไม่รู้ตัว ในขณะที่ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงที่ร้อนระอุราวกับพระอาทิตย์ส่องแสงมาอยู่ประเทศเดียวนั้น ประเทศไต้หวันกลับมีอากาศที่ร่มรื่นกำลังดี มีลมพัดโชยอ่อนๆ ไม่ได้หนาว ไม่ได้เย็นเหมือนอย่างที่ฉันคิดเอาไว้ก่อนหน้านี้
ที่สนามบินไถจงมีน้อง ๆ นักศึกษาชาวไต้หวันจำนวนหนึ่งมายืนรอรับที่นั่นอยู่ก่อนแล้ว พวกเขาจะรับหน้าที่เป็นทั้งบัดดี้และไกด์ให้กับเราตลอดระยะเวลาที่เราอยู่ที่นี่ ฉันที่เหนื่อยอ่อนกับการเดินทางพอฟังพวกเขาแนะนำตัวเสร็จ ก็ทิ้งตัวงีบหลับบนรถบัสที่กำลังเดินทางไปที่มหาวิทยาลัยของพวกเขาทันที แทบไม่ได้ดูบรรยากาศด้านนอกเลยด้วยซ้ำว่ามันงดงามมากมายเพียงใด มีเพียงคลิปและภาพวิวทิวทัศน์จำนวนหนึ่งจากเพื่อนสนิทของฉันที่โพสต์เป็นสตอรี่เอาไว้ให้คิดถึงเท่านั้น
หลังจากที่เดินทางมาถึงที่มหาวิทยาลัยพวกเราก็แยกย้ายเข้าหอพัก ที่ได้ทำการตกลงกันเอาไว้ว่าจะเป็นที่พำนักชั่วคราวของนักศึกษาชาวไทย ฉันลงชื่อเป็นรูมเมทกับเพื่อนสนิทของตัวเอง พวกเราเข้าไปในห้องและจัดแจงสิ่งของต่าง ๆ มากมายให้เข้าที่เข้าทาง แวะพูดคุยเรื่องต่าง ๆ ร่วมกัน ก่อนจะเข้านอนเพื่อเฝ้าตารอกิจกรรมในวันถัดไป
ก่อนหน้านี้ฉันแอบมีความคิดว่าไม่อยากมาเรียนต่อที่ไต้หวัน หนึ่งเพราะฉันไม่อยากเดินทางห่างจากบ้าน สองคือฉันเหนื่อยกับการเรียนมามากเกินพอแล้ว หลังจากที่ฝึกสอนเสร็จก็อยากจะพักผ่อน ตอนแรกที่ได้ยินว่าจะมีการพานักศึกษาในสาขาภาษาจีนไปประเทศไต้หวัน ฉันแอบดีใจเล็ก ๆ เพราะคิดว่ามันอาจจะเป็นทริปสั้น ๆ ของเอกเราที่จะได้เที่ยวกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตา ทว่าพอประกาศว่าเป็นการเรียนระยะสั้นฉันเลยไม่ค่อยชอบใจสักเท่าไหร่นัก
ถึงกระนั้นกลายเป็นว่ามันสนุกมากกว่าที่คิด ฉันได้พัฒนาทักษะทางด้านภาษาและรู้สึกว่าตัวเองกล้าสื่อสารภาษาที่สามมากกว่าตอนอยู่ที่ประเทศไทย เหตุเพราะถ้าหากว่าเราเอาแต่เงียบ ไม่ยอมพูดหรือสื่อสาร แม้แต่ข้าวก็อาจจะไม่ได้กิน แค่เข้าร้านสะดวกซื้อก็ต้องสื่อสารกับพนักงานเป็นภาษาจีนแล้ว แม้ว่าจะเป็นคำศัพท์ง่าย ๆ ก็ตาม
วันถัดมาพวกเราเข้าเรียนในคลาสวัฒนธรรม มีกิจกรรมมากมายให้เราได้ทำร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการพูดแนะนำตัวเป็นภาษาจีน การตอบปัญหาเกี่ยวกับความรู้รอบตัวของประเทศจีน ได้รับรู้ถึงความแตกต่างระหว่างประเทศจีนและประเทศไต้หวัน
หลังจากที่เลิกเรียน ทุกคนก็แยกย้ายไปใช้ชีวิตของตัวเอง บ้างก็ไปเที่ยวเล่นที่เมืองข้าง ๆ บ้างก็ไปพูดคุยกับเพื่อนชาวไต้หวันเพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน ส่วนฉันกับเพื่อนสนิทตัดสินใจว่าจะแค่แวะร้านสะดวกซื้อ แล้วใช้ชีวิตที่เหลือในห้องพักแคบ ๆ นั่นยิงยาวจนถึงเช้าของอีกวัน
ชีวิตประจำวันของฉันในทริปนี้ค่อนข้างน่าเบื่อ มันวนลูปซ้ำ ๆ ไม่ได้มีอะไรหวือหวาหรือน่าตื่นเต้นอะไรสักเท่าไหร่นัก ตื่นเช้ามากินข้าว เดินทางไปที่มหาวิทยาลัย เรียนหนังสือ กินข้าวกลางวัน เรียนคลาสบาย เลิกเรียนก็ไปร้านสะดวกซื้อหาข้าวกิน หลังจากนั้นก็กลับไปพักผ่อนที่ห้องของตัวเอง มีบางวันที่เพื่อนสนิทชวนฉันไปเที่ยวกับเพื่อนกลุ่มอื่น ๆ ทว่าฉันกลับเหนื่อยล้ามากจนไม่อยากไปไหน เลยปฏิเสธไปและขอนอนหลับอยู่ที่ห้องแทน ฉันเอาแต่ขดตัวอยู่ในผ้าห่มราวกับโลกภายนอกมันโหดร้ายเหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงมันตรงกันข้ามเลยเสียด้วยซ้ำ
ฉันเฝ้ารอเวลาทุก ๆ เย็น เพราะพี่สาวและพ่อของฉันจะโทรมาหา ถามสารทุกข์สุกดิบกันว่าเร็ว ๆ นี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง ฉันมีความสุขมากเพราะรู้สึกว่าพวกเราได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น เพราะโดยปกติแล้วพวกเขาแทบจะไม่สนใจฉันเลยด้วยซ้ำ ว่าฉันกำลังอะไรอยู่บ้าง หรือกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาอะไร อาจเป็นเพราะต้องมาใช้ชีวิตที่ต่างประเทศเป็นครั้งแรกละมั้ง พวกเขาถึงได้ดูเป็นห่วงเป็นใยฉันมากกว่าปกติ
ฉันไม่กล้าใช้เงินที่พี่สาวให้มา ทุกครั้งที่จะต้องใช้เงินฉันจะคำนึงถึงความจำเป็นมาเป็นอันดับแรกเสมอ เรียกได้ว่าเป็นการไปเที่ยวต่างประเทศที่ค่อนข้างเครียดเลยทีเดียว มีแค่วันสุดท้ายก่อนกลับบ้านเท่านั้นที่ฉันได้ใช้เงินอย่างเต็มที่ เพราะจะซื้อของฝากไปให้กับพวกเขาที่ตั้งตารออยู่ที่ประเทศไทย
ในขณะที่เพื่อน ๆ ทุกคนได้สนิทชิดเชื้อกับเพื่อนชาวไต้หวันมากขึ้น ฉันกลับมีผลลัพธ์ที่แตกต่างออกไป ฉันแทบไม่ได้คุยกับเพื่อนชาวไต้หวันเลย อาจเพราะเรื่องของภาษาและความกล้าในการเข้าหาคนอื่นของฉันด้วย สุดท้ายก่อนที่จะจากกันไปฉันตัดสินใจวาดรูปเป็นที่ระลึกให้กับพวกเขา พวกเขาดีใจมากที่ฉันวาดรูปให้ พวกเขารีบเอารูปที่ฉันวาดไปตั้งเป็นโปรไฟล์แชทกันด้วยความภาคภูมิใจ และยังส่งข้อความมาขอบคุณอย่างไม่ขาดสาย ทำให้ฉันมีความสุขมาก
เวลาที่ทุกคนไปเที่ยวที่ต่างประเทศมักจะมีเมนูหรืออาหารที่ชื่นชอบกันใช่มั้ย สำหรับฉันและเพื่อนเองก็เช่นกัน แต่เพื่อนของฉันอาจจะยากหน่อยเพราะเป็นคนที่ติดกินเผ็ด แต่ที่ประเทศไต้หวันมีแต่อาหารที่มีรสชาติจืด ร้านแฟมิลี่มาร์ทที่ตั้งอยู่หลังหอพักของพวกเรา จึงเป็นทางออกสำหรับวันที่เธออยากจะกินอะไรที่มีรสชาติเผ็ด ๆ เพื่อนสนิทของฉันชอบกินคั่วกลิ้งหมูในร้านแฟมิลี่มาร์ทมาก แต่ราคาค่อนข้างแพงเพราะเป็นของนำเข้า ส่วนฉันเป็นพวกลิ้นจระเข้ เลยไม่ได้มีปัญหาเรื่องการกินสักเท่าไหร่นัก ตอนอยู่ที่ประเทศไทยก็มักจะฝากท้องกับข้าวกล่องร้านสะดวกซื้ออยู่บ่อย ๆ ด้วย แต่ถ้าหากให้พูดถึงสิ่งที่ฉันไม่ถูกใจสักเท่าไหร่นักในประเทศไต้หวัน คงมีแค่เรื่องของราคาสินค้าเท่านั้น ถ้าให้เทียบกัน ณ เวลานั้นราคาข้าวกล่องแต่ละมื้อที่ไต้หวันตกอยู่ที่ประมาณหนึ่งร้อยบาทไทย ซึ่งแพงมาก ถ้าจะกินให้ได้ราคาถูกกว่านี้ก็ต้องกินขนมปังแทน ในขณะที่ประเทศจีนข้าวที่มหาวิทยาลัยจะตกอยู่ที่มื้อละห้าสิบบาทเท่านั้น นี่คือความแตกต่างของค่าเงินที่ทำให้ฉันเป็นกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายในแต่ละครั้ง
พูดถึงเรื่องอาหาร ฉันมักจะแวะร้านอาหารที่ตั้งอยู่หน้ามหาวิทยาลัย เพื่อซื้อแซนด์วิชอุ่นร้อนกับแฮมเบอร์เกอร์ เสิร์ฟคู่ชาหอม ๆ ที่มีความหวานเป็นศูนย์กินทุกเช้า เป็นรสชาติที่อร่อยมากจนนึกถึงทีไรก็อยากจะกลับไปกินอีกครั้งให้ได้ แม้แซนด์วิชอุ่นร้อนจะเหมือนหาได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป ทว่าแฮมเบอร์เกอร์ของที่นี่ไม่เหมือนที่ไหนแน่นอน ส่วนประกอบหลัก ๆ คือไก่ทอด มีให้เลือกว่าจะเอาเป็นรสเผ็ดหรือรสดั้งเดิม ฉันกับเพื่อนมักจะสั่งรสเผ็ดเพราะเบื่ออาหารรสจืดของที่นี่เต็มทีแล้ว และจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของแฮมเบอร์เกอร์ชิ้นนี้คือซอส ทางร้านใส่เนยถั่วลงไปผสมกับซอสสูตรพิเศษ ตอนที่ได้ยินครั้งแรกฉันก็แอบประหลาดใจ ว่ามันจะเข้ากันได้จริงหรือ ทว่าพอกินเข้าไปแล้วกลับอร่อยมากจนอธิบายออกมาเป็นคำพูดแทบไม่ได้ หลังจากวันนั้นทุกเช้า แม้ว่าฉันจะไม่ได้มีเรียนก็ตาม ฉันก็มักจะตื่นขึ้นมาพร้อมกับความสดใส และเดินไปซื้อแฮมเบอร์เกอร์สูตรพิเศษนี้ที่ร้านหน้ามหาวิทยาลัยเป็นประจำจนกระทั่งวันสุดท้ายของการอยู่ที่นี่
ก่อนเดินทางกลับเพื่อน ๆ ชาวไต้หวันเอาของขวัญและมอบจดหมายให้กับนักศึกษาชาวไทยทุกคน พวกเขาเข้ามากอดเพื่อบอกลา และหวังว่าพวกเราจะได้เจอกันอีกครั้งไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม ฉันโบกมือลาพวกเขาก่อนจะเดินขึ้นรถบัสที่จะพาเราไปส่งที่สนามบิน พวกเขาไม่ได้เดินทางไปด้วยเพราะว่ามีเรียนต่อ เลยทำได้แค่เดินมาส่งที่รถบัสเท่านั้น น้ำตาของพวกเราเอ่อล้นในวินาทีที่รถบัสค่อย ๆ เคลื่อนออกจากมหาวิทยาลัยไป มันรู้สึกใจหวิว ๆ ราวกับมีบางอย่างขาดหายไป ฉันถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองหน้าเพื่อนสนิท แล้วก็ได้แต่ส่งยิ้มเศร้า ๆ ให้กัน ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าฉันได้รับจดหมายมา ฉันหยิบมันขึ้นมาอ่านด้วยความรู้สึกที่แตกต่างออกไป
ภายในจดหมายนั้นมีเพียงข้อความสั้น ๆ ทว่ากลับสร้างความประทับใจอันแสนยิ่งใหญ่ให้กับฉัน หนึ่งในนั้นกล่าวว่า ‘ถึงแม้ว่าดูภายนอกเธอจะดูเป็นคนเย็นชา แต่ถ้าหากได้รู้จักกันแล้วจะรู้ว่าเธอคือคนที่อบอุ่นที่สุด เธอคอยดูแลทุกคนอยู่ห่าง ๆ เสมอ ฉันเฝ้าดูอยู่ตลอด และฉันหวังว่าพวกเราจะสามารถสนิทกันได้มากขึ้นในอนาคต’ ฉันแทบกลั้นน้ำตาของตัวเองเอาไว้ไม่อยู่หลังจากที่อ่านมันจบ ฉันคิดว่าตัวเองถูกเกลียดมาโดยตลอดเพราะพฤติกรรมที่ไม่ค่อยสุงสิงกับใครของตัวเอง ทว่าพอได้อ่านจดหมายฉบับนี้ก็ทำให้ฉันยิ้มออกมาได้อีกครั้ง และฉันหวังว่าในอนาคตฉันจะได้มีโอกาสกลับมาที่นี่และได้เจอกับพวกเขาอีกครั้ง
ขาบินกลับไม่รู้ว่าเพราะพระเจ้าเวทนาหรือว่าอะไร ฉันได้นั่งชั้นธุรกิจกับอาจารย์ชาวไทยท่านหนึ่งที่ตามไปดูแลพวกเราถึงที่ประเทศไต้หวัน แม้ว่าที่นั่งจะสะดวกสบายทว่าตลอดการเดินทางฉันแทบไม่ได้พักผ่อนเลยเพราะต้องตื่นมาคุยกับท่านตลอดเวลา ไหนจะบริการจากแอร์โฮสเตสสาวที่มักจะเข้ามาสอบถามเรื่องอาหารการกินจนฉันแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน แต่นั่นไม่ใช่ความผิดของพวกเขา คนที่ผิดคือฉันที่ขี้งกและอยากจะใช้สวัสดิการของตัวเองให้คุ้มค่าจนไม่ยอมพักผ่อนเองต่างหาก และด้วยเหตุนั้นพอลงมาจากเครื่องฉันเลยรู้สึกปวดหัวนิดหน่อยเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ โชคดีที่ได้พักหายใจหายคอบนรถบัสของมหาวิทยาลัย อาการของฉันถึงได้ดีขึ้น
พอรถบัสเดินทางมาถึงที่มหาวิทยาลัย พวกเราเดินลงมาจากรถเพื่อรอรับกระเป๋าเดินทางของตัวเอง ในระหว่างที่กำลังรอให้คนที่บ้านมารับ ฉันกับเพื่อนสนิทก็ไปนั่งคุยเรื่องสัพเพเหระด้วยกัน เพราะนี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกเราจะได้เจอกัน ก่อนที่พวกเราจะแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตของตัวเอง รถที่บ้านของเพื่อนฉันมาถึงก่อน ฉันเดินเข้าไปบอกลาเพื่อนสนิทของตัวเอง แล้วยืนมองรถของเธอค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากมหาวิทยาลัยไกลไปทีละนิด ๆ
ไม่นานรถที่บ้านของฉันก็มารับ พี่สาวของฉันขับรถมารับฉันถึงที่มหาวิทยาลัยด้วยท่าทางง่วงงุนเพราะตอนนี้เป็นเวลาตีสองกว่า ๆ ได้ ฉันเอ่ยปากทักทายพวกเขาก่อนจะเดินไปเก็บกระเป๋าที่หลังรถ เข้ามานั่งด้านในโดยระหว่างนั้นก็เล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นที่ประเทศไต้หวันให้พวกเขาฟัง แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบรับอะไรมากมายก็ตาม แต่ฉันก็รู้สึกดีที่ได้เล่าอะไรออกไปบ้าง พวกเราไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากมายจนกระทั่งเดินทางมาถึงที่หมาย
หลังจากที่มาถึงบ้าน ฉันคืนเงินในส่วนที่ไม่ได้ใช้กับพี่สาวไป มอบของฝากให้ครอบครัวตัวเองและญาติ ๆ กลับมาอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงที่ต้องเผชิญของเด็กจบใหม่ทุกคน นั่นคือการเข้าสู่วัยทำงานอย่างเต็มรูปแบบ ต่อจากนี้ฉันจะมัวแต่เอ้อระเหยเหมือนดังเช่นก่อนหน้านี้ไม่ได้แล้วเพราะต้องรีบหางาน หาเงินมาจุนเจือครอบครัว ความเครียดและเรื่องราวน่าปวดหัวมากมายกำลังต่อแถวรอเข้ามาปะทะฉันทุกวินาที การพักผ่อนสุดท้ายในฐานะของนักศึกษาอันแสนหอมหวานที่ประเทศไต้หวันนั้นได้จบลงอย่างสมบูรณ์แล้ว ต่อจากนี้ชีวิตจะต้องดำเนินเช่นไรต่อไป แม้กระทั่งตัวฉันเองก็มิอาจตอบคำถามนั้นได้เลย
ปัจจุบันนี้ฉันก็ยังคิดถึงบรรยากาศตอนไปเรียนที่ไต้หวันอยู่ทุกวัน ยิ่งวันไหนที่อากาศดี ๆ ไม่หนาวไม่ร้อนจนเกินไป ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่นั่นก็จะปรากฏขึ้นมาในหัวทุกครั้ง ฉันหวังว่าสักวันหนึ่งฉันจะได้กลับไปเยี่ยมเยียนเพื่อนเก่าที่นั่นได้อีกสักครั้ง หวังว่าพวกเขาจะยังไม่ลืมกัน ถึงแม้ว่าในตอนนั้นทุกคนจะเติบโตจากวันแรกที่พวกเราได้เจอกันมากแล้วก็ตาม
และนี่คือเรื่องราวของฉันในตอนที่ได้ก้าวข้ามกำแพงในใจของตัวเองไปยังต่างประเทศเป็นครั้งแรก แม้ว่ามันจะเป็นระยะเวลาสั้น ๆ แต่กลับได้มอบประสบการณ์ต่าง ๆ มากมายให้กับฉัน สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ แล้วไว้เจอกันใหม่ครั้งหน้า สวัสดีค่ะ

0 ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น