เกิดใหม่เป็นภริยารองของคุณชายจอมเสเพล [BL] บทที่ 4

เกิดใหม่เป็นภริยารองของคุณชายจอมเสเพล [BL] บทที่ 4

"เมื่อวานนี้เจ้าก่อเรื่องอะไรไว้กันแน่เพ่ยอิง เหตุใดวันนี้ท่านพี่ไม่โผล่หน้ามาให้เห็นเลย” เพ่ยซานตั้งขบวนข้ารับใช้ล้อมรอบตัวของเพ่ยอิงเอาไว้ ฝ่ายชายหนุ่มได้แต่ทำใบหน้างุนงงก่อนจะเหลือบมองเหล่าสาวใช้ทั้งหลาย ที่ใช้สายตามองมาที่เขาอย่างเหยียดหยาม “ข้าจะไปรู้กับท่านได้อย่างไร วันนี้ข้าก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาเขาเลยเหมือนกัน” ว่าพลางพยายามฝ่าฝูงสตรีออกไป ทว่าพวกนางกลับทำตัวแข็งขืนไม่ยอมให้เพ่ยอิงออกไปได้โดยง่าย “เถียงคำไม่ตกฟาก คนอย่างเจ้ามันต้องโดนสักทีแล้วกระมัง” ว่าจบก็ง้างมือเตรียมที่จะใช้ฝ่ามือฟาดเข้าไปที่ใบหน้าของคนอายุน้อยกว่า ทว่าเพ่ยอิงในตอนนี้ไม่ได้อ่อนแอเหมือนแต่ก่อนแล้ว อีกทั้งเขายังได้ร่ำเรียนวิชาป้องกันตัวมาจากหลี่ไป๋จนชำนาญแล้วอีกต่างหาก “เจ้าเป็นคนรนหาที่เองนะ” ว่าจบก็จับแขนอีกข้างหนึ่งของเพ่ยซานไว้แน่น ก่อนจะจับยกขึ้นกลางอากาศ ฟาดเข้ากับพื้นอย่างแรง ข้ารับใช้ที่พากันจับกลุ่มรายล้อมร่างของเพ่ยอิงเอาไว้ พากันถอยหลังกรูดไปไกล ไม่คิดจะเข้ามาช่วยนายหญิงของตนเลยแม้แต่น้อย “โอ๊ย! เพ่ยอิง นี่เจ้าบ้าไปแล้วงั้นรึ?” “เพิ่งทราบหรือ ข้าบ้ามาตั้งนานแล้วนะขอรับ” ว่าจบก็ใช้ฝ่ามือของตัวเองกระแทกเข้าใต้คางของพี่สาวสุดที่รัก ไม่ทันที่เพ่ยซานจะได้ส่งเสียงร้องออกมานางก็สลบไสลไปเสียแล้ว เพ่ยอิงบิดขี้เกียจไปมาก่อนจะเหลือบไปมองเหล่าสาวรับใช้ ที่พากันยืนตัวสั่นเป็นลูกนก “อ้าว ไม่รุมเหมือนเมื่อครู่แล้วหรือจ๊ะ?” เพียงเท่านั้นพวกนางก็พากันส่ายหน้าไปมา แล้ววิ่งหนีกันให้จ้าละหวั่น ก่อนที่ข่าวลือจะแพร่สะพัดไปทั่ว ว่าหลิน เพ่ยอิง ทำร้ายพี่สาวของตัวเองเพราะอยากครอบครองตำแหน่งชายาเอกเพียงแค่คนเดียว ข่าวลือที่ว่าดังกระฉ่อนจนไปถึงหูของบิดาของทั้งสองเข้า คนเป็นพ่อรู้สึกร้อนรุ่มในอกทันใด ลูกสาวผู้เป็นดังแก้วตาดวงใจกลับโดนพี่น้องท้องเดียวกันปองร้ายเพราะเรื่องผู้ชาย เขาไม่รอช้าเตรียมรถม้าเพื่อเดินทางไปยังจวนสกุลซ่งทันที “ฮูหยินน้อย! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!!” สาวรับใช้ประจำกายของเพ่ยอิงตะโกนลั่นก่อนจะรีบวิ่งมาหาผู้เป็นนายด้วยความร้อนรน “หูข้าจะแตกอยู่แล้วเหม่ยฮวา” “นายท่านเดินทางมาถึงที่จวนนี้แล้วเจ้าค่ะ!!” เพ่ยอิงที่กำลังนั่งมองเหล่าสมบัติล้ำค่าของตัวเอง เลิกคิ้วทันใดด้วยสีหน้าฉงน “นายท่าน? นายท่านไหน?” เหม่ยฮวาผู้เป็นสาวรับใช้อยากเอาเท้ามาก่ายหน้าผาก นางข่มอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ก่อนจะตอบกลับไป “ท่านพ่อของคุณชายอย่างไรเล่าเจ้าคะ!” ทว่าเพ่ยอิงกลับไม่ได้มีท่าทีเดือดร้อนอะไร ยังเดินเอ้อระเหยเก็บกำไลหยกลงในกล่องเครื่องประดับอยู่อย่างสบายใจเฉิบ จนกระทั่งได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมที่ด้านหน้าห้องของตัวเอง “เพ่ยอิง! ออกมาคุยกับพ่อเรื่องที่เจ้าทำร้ายพี่สาวของตนเองให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้!” เพ่ยอิงกลอกตาไปมาอย่างนึกรำคาญ ก่อนจะเดินมาเปิดประตู พบเข้ากับร่างสูงใหญ่ของผู้เป็นบิดายืนตระหง่านอยู่ด้านหน้า โดยมีเพ่ยซานยืนทำเป็นสำออยอยู่ที่ด้านหลังของเขา ผู้เป็นพ่อเห็นเพ่ยอิงก็บันดาลโทสะ ฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าสวยนั่นทันที เพ่ยอิงไม่ทันได้ตั้งตัว เพราะไม่คิดว่าจะโดนอีกฝ่ายตบต่อหน้าธารกำนัลนับสิบเช่นนี้ “เจ้ากล้าดีอย่างไรไปทำร้ายพี่สาวของตัวเองเยี่ยงนั้น หากนางได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถให้กำเนิดทายาทขึ้นมาจะทำอย่างไร เจ้าทำแทนนางได้งั้นหรือ?” เพ่ยอิงจับใบหน้าข้างที่โดนตบเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองค้อนใส่ชายตรงหน้า ชายวัยชราสะดุ้งตัวเล็กน้อยหลังจากได้เห็นสายตาพิฆาตนั่นจากบุตรชาย “กำเริบเสิบสานยิ่งนัก ข้าจะลงโทษเจ้าเสียให้เข็ด!” ว่าพลางง้างมือเตรียมจะตบใบหน้าของเพ่ยอิงอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เพ่ยอิงกลับไม่รีรอ เข้าไปใช้วิชาที่ร่ำเรียนมากับหลี่ไป๋ สะกดจุดให้อีกฝ่ายขยับไม่ได้กลายเป็นอัมพาตชั่วคราวทันที “นี่เจ้า-” “อยู่อย่างนี้ไปจนกว่าจะรุ่งสางของอีกวันแล้วกันนะขอรับ ท่านพ่อ” ว่าพลางโยนผ้าขี้ริ้ววางลงบนใบหน้าของชายผู้นั้น ก่อนจะเหลือบมองไปทางหลิน เพ่ยซาน ที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเซียวไปหมด “ไม่ต้องห่วงนะท่านพี่ สามีคนนี้ข้ายกให้” ว่าจบก็เหยียดยิ้มก่อนจะเดินมุ่งตรงไปยังห้องของซ่ง เมิ่งหาน พร้อมประกาศกร้าวเสียงดัง “ท่านพี่ เราสองคนมาหย่าร้างกันเถอะขอรับ!!” เมิ่งหานที่กำลังจิบน้ำชาอยู่นั้นถึงกับสำลัก ผู้ติดตามกับข้ารับใช้มากมายต่างตื่นตระหนกกับสิ่งที่ได้ยิน “เจ้า...รู้ตัวหรือไม่ว่าพูดเรื่องบ้าอะไรอยู่?” เมิ่งหานเช็ดคราบน้ำชาที่เลอะรอบริมฝีปากอย่างลวก ๆ ก่อนจะเดินมาหาเพ่ยอิงที่ยืนอยู่ด้านล่าง ด้วยสีหน้าจริงจังกว่าครั้งไหน ๆ “รู้สิขอรับ อันที่จริงข้าตั้งใจมานานแล้วด้วย” ว่าพลางจ้องหน้าของอีกฝ่ายไปด้วย ตอนนี้สมบัติที่เก็บรักษาเอาไว้ก็มากพอที่จะเอาไปตั้งตัวได้แล้ว ข้าจะอยู่ที่นี่ต่อไปทำไมกันเล่า เพ่ยอิงคิดในใจ “เหตุผลล่ะ?” เมิ่งหานเอ่ยถามด้วยท่าทางวิตกกังวล เขาไม่เคยคิดเคยฝันมาก่อนเลยว่าคนอย่างหลิน เพ่ยอิงจะเป็นฝ่ายขอหย่าเขาก่อนแบบนี้ “ข้าแค่ไม่อยากเป็นภรรยารองของใคร เหตุผลของข้ามีเพียงเท่านั้นขอรับ” “เช่นนั้นให้ข้าหย่ากับเพ่ยซานดีหรือไม่? เจ้าจะได้เป็นชายาเอกเพียงแค่คนเดียว” ประโยคนี้ที่เมิ่งหานกล่าวออกมา ช่างประจวบเหมาะกับตอนที่สองพ่อลูกพากันวิ่งหน้าตั้งมาที่นี่อย่างพอดิบพอดี ฝั่งชายชราเมื่อได้ยินบุตรเขยกล่าวเช่นนั้นก็รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก แล้วกำลังจะกล่าวแย้งทว่าพอหันมามองที่ลูกสาวกลับทำให้หัวใจของเขาแทบแตกสลาย เพ่ยซานยืนมองสามีของตนด้วยแววตาเศร้าสร้อย น้ำสีใสไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง นางเข่าทรุดลงไปนั่งกับพื้นทันที ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ท่านพี่...ทำไม...ถึงพูดประโยคนั้นออกมาได้ง่าย ๆ เช่นนั้น?” เพ่ยอิงถอนหายใจเล็กน้อยหลังจากเห็นฉากละครแสนโศก ก่อนจะเดินไปหาที่นั่งเพราะรู้สึกได้ว่าเรื่องนี้ต้องคุยกันอีกยาวเป็นแน่แท้ “คุณชายซ่งพูดคำนั้นออกมาได้อย่างไร บุตรสาวของข้ามาก่อน ตำแหน่งชายาเอกต้องเป็นของนางก็ถูกต้องแล้ว!” ผู้เป็นพ่อพูดออกโรงแทนลูกสาวสุดที่รักของตัวเองทันใด ทว่ากลับมีเสียงซุบซิบนินทาจากเหล่าข้ารับใช้ที่อยู่บริเวณนั้นเอ่ยขึ้นมาเป็นเสียงเดียวกัน “มิใช่ว่าก็เข้ามาพร้อมกันมิใช่หรือ ที่ฮูหยินใหญ่ได้ตำแหน่งนั้นไปก็เพราะตอนนั้นยังเป็นที่โปรดปรานของนายท่าน ทว่าตอนนี้...” เพ่ยซานพอได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งรู้สึกโกรธเคืองเพ่ยอิงมากกว่าเก่า นางลุกขึ้นยืนก่อนจะวิ่งปรี่เข้ามาหาเพ่ยอิง หวังจะทำร้ายหน้าสวย ๆ นั่นให้เละคามือ ทว่าหลี่ไป๋กลับเข้ามาห้ามเอาไว้ได้ทัน “ฮูหยินใหญ่ได้โปรดใจเย็นลงก่อนด้วยขอรับ!” “หลบไป! วันนี้มันต้องตายด้วยน้ำมือข้า!!” เพ่ยซานตะโกนลั่นเยี่ยงคนเสียสติ เมิ่งหานมองไปที่ชายาเอกของตัวเองก็ได้แต่ตกตะลึง เพราะไม่คิดว่านางจะบ้าดีเดือดได้ถึงขนาดนี้ ครั้งแรกที่พบกันเขายังจำได้ดี ว่าเพ่ยซานเป็นเพียงสาวน้อยท่าทางอ่อนหวานคนหนึ่งเท่านั้น เขาจึงได้ถูกอกถูกใจอีกฝ่ายหนึ่งมากกว่าตัวน้องชายอย่างเพ่ยอิงที่เป็นคนเฉยชา จึงแต่งตั้งนางเป็นชายาลำดับที่หนึ่ง และมอบตำแหน่งรองลงมาให้กับเพ่ยอิง ทว่าหลังจากที่เพ่ยอิงมีท่าทางที่ผิดแปลกไป เขาก็รู้สึกสนใจในตัวของชายผู้นี้มากยิ่งขึ้น ยิ่งเข้าใกล้ก็ยิ่งชื่นชอบในตัวของอีกฝ่าย พอเพ่ยอิงไปอยู่กับชายใดแค่เพียงสองคน จึงรู้สึกเดือดดาลมากกว่าที่เคย ตอนนี้เขาไม่สนแล้วว่าเพ่ยซานจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร เขาต้องการเพียงเพ่ยอิงเท่านั้น ขอแค่เพ่ยอิงยังอยู่เคียงข้างเขาตลอดไปเท่านั้น จะต้องสูญเสียอะไรไปบ้างเขาก็ยอม “สงบสติลงหน่อยหลิน เพ่ยซาน!!” เมิ่งหานตะโกนขึ้นมาเสียงดังลั่น เพ่ยซานชะงักไปทันใดก่อนจะหันไปมองที่สามีตนเอง นางรีบคลานเข่าเข้าไปหาแล้วพูดจาอ้อนวอนอย่างน่าเวทนา “ท่านพี่เจ้าคะ หากข้าทำอะไรผิดไปได้โปรดให้อภัยข้าด้วย แต่อย่าได้ปลดตำแหน่งชายาเอกของข้าเลยนะเจ้าคะ มันเป็นของขวัญชิ้นแรกที่ท่านมอบให้กับข้าตั้งแต่วันแรกที่เราได้พบกัน ท่านจำได้หรือไม่ เช่นนั้นได้โปรดอย่าพรากมันไปจากข้าเลย” “เพ่ยซานลูกพ่อ...” ผู้เป็นบิดารู้สึกสงสารบุตรสาวของตัวเองจับใจ ก่อนจะหันไปมองทางเพ่ยอิงด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว หากไม่มีเจ้าอยู่สักคน ลูกสาวของข้าก็ไม่ต้องมาเจ็บปวดเช่นนี้ เขาคิดในใจก่อนจะพุ่งตัวออกไปหวังจะใช้อาวุธที่พกติดตัวปลิดชีวิตบุตรชายของตัวเอง หลี่ไป๋เห็นท่าไม่ดีก็รีบบังร่างของเพ่ยอิงเอาไว้ เมิ่งหานที่สังเกตการณ์อยู่ห่าง ๆ จึงออกคำสั่งทันใด “ยิง!!” ธนูนับสิบดอกปักเข้าร่างของชายชราจนเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส เพ่ยซานกรีดร้องออกมาจนสุดเสียง เพ่ยอิงเองก็ตะลึงกับภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าเช่นกัน แม้ว่าชายชราผู้นี้จะไม่เคยรักเพ่ยอิงเลยก็ตาม แต่อย่างไรเสียเขาก็ยังมีศักดิ์เป็นบิดาของเขาอยู่ดี “คุณชายซ่ง หยุดก่อน-” “ยิง!!” คำสั่งครั้งสุดท้ายของคุณชายซ่ง ทำให้ร่างของชายชราถูกลูกธนูยิงโดนจุดสำคัญจนเขาสิ้นใจในที่สุด เพ่ยซานวิ่งเข้ามาโอบกอดร่างของผู้เป็นบิดาเอาไว้แน่น ร้องไห้เยี่ยงคนกำลังจะขาดใจตาย ปากก็กู่ร้องเรียกพ่อของตัวเองอย่างน่าสงสาร “ท่านพ่อ!!!” “ทำไมสถานการณ์มันถึงได้ย่ำแย่ขนาดนี้ได้” เพ่ยอิงพูดพึมพำออกมาก่อนที่จะโดนแบกขึ้นบ่าของใครคนหนึ่ง พอลองสังเกตดี ๆ ก็พบว่าเป็นหลี่ไป๋นั่นเอง “หลี่ไป๋?” “ขออภัยด้วยขอรับฮูหยินน้อย คาดว่าตอนนี้ท่านจะกำลังตกอยู่ในอันตราย พวกเราต้องรีบหนีกันออกไปจากที่นี่โดยเร็ว” ว่าพลางใช้วิชาเหนือเมฆาของตน พาเพ่ยอิงหนีออกมาจากเหตุการณ์วุ่นวายเหล่านั้นทันที ทว่าก่อนที่จะได้ไปไหนไกล เพ่ยอิงก็เอ่ยขึ้นมาก่อนว่า “ถ้าเช่นนั้นช่วยแวะที่ห้องของข้าครู่หนึ่งได้หรือไม่?” หลี่ไป๋ทำใบหน้างุนงงเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าเป็นอันตกลง “เรียบร้อยแล้ว เราไปกันเถอะ” เพ่ยอิงหอบสมบัติของตัวเองใส่ในห่อผ้า แล้วผูกมันพาดหลังเอาไว้อย่างแน่นหนา หลี่ไป๋มองอีกฝ่ายอย่างอึ้ง ๆ เพราะไม่คิดว่าเพ่ยอิงจะเตรียมสัมภาระหนีออกจากที่นี่เอาไว้ “แล้วเราจะไปไหนกันงั้นรึ?” เพ่ยอิงกระโดดขึ้นหลังของหลี่ไป๋พลางเอ่ยถาม “ท่านมีที่ที่อยากไปหรือไม่ขอรับ?” เพ่ยอิงคิดอยู่ครู่ใหญ่ ๆ เขาเองก็ไม่ใช่คนของโลกฝั่งนี้เสียด้วย ไม่มีความรู้เรื่องภูมิศาสตร์อะไรพวกนี้เลย เขาเพียงแค่อยากได้สถานที่ที่จะเป็นบ้านหลังใหม่ของเขาเท่านั้นเอง “ท่านว่าที่ไหนเหมาะกับข้า ท่านก็พาข้าไปที่นั่นแล้วกัน” เป็นโจทย์ที่ทำให้หลี่ไป๋ถึงกับต้องเอามือปาดเหงื่อ ที่ที่เหมาะกับหลิน เพ่ยอิงงั้นหรือ? เขาคิดในใจ ก่อนที่จะได้ยินเสียงอึกทึกคึกโครมที่ห่างจากพวกเขาไปได้ไม่ไกล “ตามหาตัวฮูหยินน้อยให้พบ!!” กลุ่มชายฉกรรจ์มากมายกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน หลี่ไป๋ลอบสังเกตการณ์คนเหล่านั้นก่อนจะค่อย ๆ ใช้ฝีเท้าที่ได้รับการฝึกมาอย่างดีของเขา วิ่งเหนือแสงไปยังประตูหน้าจวน โดยไม่ลืมที่จะหันมาดูผู้โดยสายบนหลังของตนเองเป็นระยะด้วยความเป็นห่วง “ถ้าเช่นนั้นไปหลบที่บ้านเกิดของข้าน้อยก่อนแล้วกันนะขอรับ ไว้สถานการณ์ดีขึ้นเมื่อใดค่อยว่ากัน” “รับทราบขอรับท่านอาจารย์” เพ่ยอิงกล่าวก่อนจะใช้มือกอดรัดร่างของอีกฝ่ายให้แน่นขึ้นเพราะกลัวตก โดยไม่ทราบเลยว่าการกระทำนั้น มันทำให้หัวใจของหลี่ไป๋เต้นระส่ำขนาดไหน ตัดมาทางฝั่งของซ่ง เมิ่งหาน ที่โดนท่านอาจับไปกักบริเวณที่คุกชั้นใต้ดินจวนสกุลซ่งชั่วคราว ข้อหาตั้งใจฆ่าพ่อตาของตัวเอง ส่วนเพ่ยซานก็เหมือนจะกลายเป็นคนเสียสติไปโดยปริยาย นางเอาแต่นั่งกอดร่างที่สิ้นลมหายใจของคนเป็นพ่อ แล้วกู่ร้องออกมาเสียงดังลั่น จน ณ ปัจจุบันเสียงนางแหบแห้งไปหมดนางก็ยังไม่หยุด สภาพอันน่าเวทนานั่นทำให้พ่อแม่ของซ่ง เมิ่งหานรับไม่ได้ ต้องลงมาสืบสวนบุตรชายด้วยตัวของพวกเขาเอง “เจ้าทำอะไรลงไปเจ้ารู้ตัวหรือไม่เมิ่งหาน?” เป็นมารดาของเขาที่ตะคอกใส่อย่างไร้ซึ่งความปรานี ความสัมพันธ์อันดีทั้งหมดระหว่างสองตระกูลถูกสะบั้นลง เพราะความใจร้อนของทายาทเพียงแค่คนเดียวของตระกูล มันสมควรแล้วหรือ? นางคิดแล้วก็ได้แต่กำหมัดของตัวเองเอาไว้เพื่อระงับโทสะ “แต่เขาตั้งใจจะทำร้ายเพ่ยอิง ข้าทนไม่ได้” เมิ่งหานตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ท่านอาของเขาที่ยืนฟังอยู่ด้านนอกเหลือบมองอีกฝ่ายเล็กน้อย ก่อนจะหันไปสอบถามผู้ติดตามของตน “เจอตัวฮูหยินเล็กหรือยัง?” “ยังไม่มีรายงานเข้ามาเลยขอรับนายท่าน คาดว่าเขาน่าจะหนีออกจากจวนไปได้สำเร็จแล้วขอรับ” ชางเหอพยักหน้ารับเพียงเล็กน้อย ก่อนจะกลับมามองหลานชายตัวเองที่สภาพในตอนนี้ไม่ได้ต่างอะไรจากคนบ้าเสียสติ ที่น่าขันยิ่งกว่านั้นคือเขาเสียสติเพราะความรักอีกด้วย “แล้วทีนี้เจ้าจะรับผิดชอบต่อความผิดของตัวเองอย่างไร ทำพันธมิตรของตระกูลตาย บุตรสาวเขาก็กลายเป็นบ้า ไหนจะภรรยารองของเจ้าที่หายตัวไปแล้วอีก นี่มันเรื่องบัดซบอะไรกัน!” ผู้เป็นพ่อเอ่ยออกมาอย่างเหลืออด ก่อนจะเดินไปทำลายข้าวของภายในห้องขังเพื่อระบายความโกรธ “ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ทำไมไม่ทำให้เรื่องนี้มันจบง่ายขึ้นกว่าเดิมกันเล่าท่านพี่” ชางเหอเอ่ยขึ้นมาก่อนจะเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของเมิ่งหาน ส่งยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเอนตัวไปกระซิบที่ข้างใบหูของพี่ชาย พ่อของเมิ่งหานมีท่าทีตกใจเล็กน้อย ทว่าฝ่ายน้องชายกลับตอบเพียงว่า “แล้วท่านมีแผนการที่ดีกว่านี้งั้นรึ?” พ่อของเมิ่งหานส่ายหน้าไปมาอย่างหมดสิ้นหนทาง ชางเหอยกยิ้มขึ้นมาทันใดก่อนจะเดินออกไปจากห้องขัง พร้อมสั่งให้เหล่าผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของตนทุกคนด้วยน้ำเสียงดังกังวาน “จับตายตระกูลหลิน!” สิ้นคำผู้ติดตามทั้งหลายรวมไปถึงตัวของชางเหอเองก็หายไปในพริบตา เมิ่งหานที่ได้ยินแบบนั้นก็กรีดร้องออกมา เพราะไม่เห็นด้วยกับแผนการที่ว่า ทว่าพ่อกับแม่ของเขากลับไม่ได้สนใจ มองมาที่เขาด้วยสายตาผิดหวังก่อนจะรีบเดินออกจากห้องขังไป ทิ้งให้เขาต้องนั่งอยู่ในห้องเหม็นอับนั้นอย่างเดียวดาย

Author Avatar
silverho
ชีวิตคนเรามีทั้งสุขและเศร้า อยู่ที่เราจะโฟกัสที่จุดไหน

0 ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

เรื่องราวที่คุณอาจสนใจ