ในกระจาดมีสงคราม
เริ่มจากเทินสินค้าบนกระจาด คุณสะสมเบี้ยไพวันละสิบซาวจนสามารถจับจองทำเลในตลาด แม้นเป็นเพียงแผงขายเล็ก ๆ อาณาพื้นที่สะระตะกว้างยาวกว่าแมวดิ้นตายมิเท่าไร แต่ก็ทำคุณมิต้องตรำตรากลากสังขาร เตร่ตามตรอกเข้าซอกออกซอยตะพึด ปากก็คอยร้องแรกแหกกระเชอเสียงแหบคอแห้ง
นับจากสำเร็จปริญญา คุณหว่านใบสมัครงานไปยังบริษัทห้างร้านให้ว่อน แต่คำตอบรับกลับล่องลอยเลือนราง คุณไม่เคยได้รับแม้แต่โอกาสสัมภาษณ์งาน การเป็นลูกหลานปู่สังกะสาย่าสังกะสีทำคุณไร้เส้นสายที่ทอดทอไปยังถนนรนแคมซึ่งปูโปรยกลีบกุหลาบ
คุณกักขังความรวดร้าวในร่างกายที่นับวันรังแต่ผุพังผ่ายผอมด้วยการอดมื้อกินมื้อ ขณะเดียวกันในคุกกระดูกซี่โครงแห่งนี้ หัวใจคุณเพาะบ่มความขึ้งเคียดเกลียดชังต่อความอยุติธรรมอันมนุษย์กระทำชำเราปวงมนุษย์ด้วยกัน (คุณสำเหนียกดีถึงการเป็นห่วงโซ่ลำดับท้าย ๆ ของวงจรอาหาร) วันนั้นเมื่อหัวใจคุณทะลักเดือดเหลือที่กรงแห่งสติอดกลั้นทานหน่วงรั้ง คุณรุดตรงไปยังหนึ่งในบริษัทที่ขยี้ขยำใบสมัครงานทิ้งตะกร้าขยะ คุณสลัดหลุดจากพันธนาการของพนักงานรักษาความปลอดภัย ปรี่ไปขยุ้มคอเสื้อหัวหน้าแผนกบุคคล
คุณยืนกรานแน่นหนักมิได้หมายมุ่งประทุษร้าย เพียงปรารถนาระบายข้อคับแค้นใจ ทั้งที่คุณเปลื้องเปลือยหัวใจปานนั้น เขากลับพะวักพะวนสิ่งอื่น เอาแต่เพรียกร้องขอความช่วยเหลือ เพื่อมิให้ถ้อยคำซึ่งกรองคั้นจากสายเลือดต้องระเหือดเป็นอากาศจางเบา คุณจึงชกกร้วมที่ใบหน้าเรียกคืนสติเขา
ต่อคุณให้ชักธารน้ำห้าสายมาชักจูงหว่านล้อม ต่อให้คุณสบถสาบานต่อรูปเคารพศักดิ์สิทธิ์ คุณก็มิอาจมีชัยเหนือพยานหลักฐานที่ร้อยรึงคุณกับตรวนเหล็ก ครั้นผู้พิพากษาขึ้นประทับบัลลังก์ประกาศโองการตัดสิน ดวงตาคุณช่างเวิ้งว้างสุดคาดหยั่ง แม้นตัวคุณเองยังอับจนคำบรรยายถึงโมงยามขณะตัวตนถูกลักขโมย คุณระเบิดหัวร่อคลุ้มคลั่ง เสียงก้องสะท้อนกังวานตลอดทั้งห้อง ดังสะท้านกระทั่งนกกาแตกฮือ โผบินลี้หลบจากหลังคา
เส้นแบ่งระหว่างความยุติธรรม-อยุติธรรม ทำสมองคุณฟั่นเฟือน หมัดที่เรียกเพียงแผลฟกช้ำบนใบหน้านำคุณมาถึงริมขอบแห่งตะแลงแกง ส่วนกลุ่มคนรุมทำร้ายคุณได้รับการสรรเสริญยกย่อง (อวัยวะภายในคุณบอบช้ำ เอ็นกระดูกบริเวณลำตัวบิดเคลื่อน ศีรษะคุณปรุไหมเย็บแผล) อึงอื้อลือกราวว่าหลังจากเข็นคุณสู่ดินแดนลงทัณฑ์ (คุณนั่งล้อสภาพมัมมี่หุ้มเฝือกหนาเตอะ) เสียงหัวร่อระคายโสตของคุณยังก้องกัมปนาทภายในโรงศาลครึ่งค่อนวัน
คุกมิเพียงหล่อหลอมเนื้อหนั่นคุณบึกบึน ทว่าชำแหละให้คุณพินิจน้ำเนื้อความอ่อนแอมนุษย์ทุกซอกหลืบสิ้นไส้พุง คุกคือสถานที่ชำระตัวตนข้างในขึ้นใหม่ แรกสูดดอมละอองอิสรภาพ สองเท้าย่างนำคุณไปพบใครคนนั้นถึงถิ่น เขาน้อยครั้งเต็มทียินยอมพบปะคนแปลกหน้า ครั้นคุณเอ่ยชื่อบุคคลซึ่งคดข้าวแดงอดอิ่มด้วยกัน เขามิรั้งรอโอบกระหวัดคุณสู่วงกอด
ทุนรอนก้อนแรกจับจ่ายลงทุน เขาหยิบยื่นคุณด้วยปรานี คุณตกปากทำงานหนักตัวเป็นเกลียวเร่งถ่ายถอนหนี้สิน เขาพลันออกปากยกหนี้ให้เปล่า ถือเป็นสินน้ำใจค่าต้องหน้าพึงชะตากัน ยามหวนรำลึกครั้งใด กิ่งก้านของคุณต้องโค้งค้อมต่อรูปจำหลักอันสังคมพะยี่ห้อมิจฉาชน คุณไม่เคยมิดเม้นอำพรางความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเขา แม้นทำคุณถูกศีลธรรมก่นประณาม
มือแห่งศีลธรรมจับคุณโยนยัดสู่คุกฉันใด คุณสามารถหยัดลำต้นยืนบนผืนดินก็โดยอาศัยรากแก้วดูดซับน้ำเลี้ยงจากเขาผู้เป็นต้นลำธารฉันนั้น
เขามองคุณด้วยอาการทึ่งแกมฉงนสงกา ด้วยเหตุทุนรอนก่อร่างตั้งตัวที่คุณระบุ มูลค่ากระจิริดผิดกว่าที่เขาคาดไว้ คุณบอกละอายหากเป็นภาระให้เขาแบกหาม ที่สำคัญอาชีวะหาบเร่ไม่ต้องลงทุนมากนัก ความจำเป็นอย่างเด็ดขาดแค่ขามีแรงย่ำย่าง
คุณเห็นความหนักอึ้งปรากฏผ่านดวงตาเขา เลือดลมอบอุ่นไหลเวียนทั่วสรรพางค์ร่างกาย โมงยามทวนทบกลับไปสมัยเยาว์วัย คุณนึกถึงมือสากหยาบทว่าสามารถป้องคุ้มภัยของพ่อ ลาดไหล่แหละเนินตักซบหนุนยามฟายน้ำตาของแม่ คุณขานรับความห่วงใยอาทรของเขาด้วยคำขอบคุณสั้น ๆ แหละผละจากมา คุณไปไกลเกินได้ยินคำพูดไล่หลัง (ต่อให้คุณสำเหนียกยินก็ตาม ถ้อยคำเหล่านั้นคงทะลุหูประหนึ่งลมพัดลมเพ)
ขุดลึกใต้เปลือกเคารพนบนอบนั้น บางทีคุณอาจไม่รู้สึกว่าคุณมาดหวังเอาชนะคะคานเขาผู้เป็นสะเก็ดแห่งฟอนไฟโรจน์เรืองครั้งกระโน้น คุณปรารถนาก้าวล่วงมหรรณพศีลธรรม หรือชื่อที่มนุษย์อุปโลกน์เรียกขานสารพัน ทั้งความดีงาม ความถูกต้อง ความยุติธรรม แม้นกระทั่งสัจจะความจริง
ความที่ปลดวางล้างมือเมื่อถึงจุดหนึ่ง ภาพฉายเขาจึงไม่ผิดองคุลีมาลย์ คุณเคารพชื่นชมวิถีที่เขาเลือก กระนั้นไม่อาจคล้อยตามเส้นทางเขาแผ้วถาง ครั้นสำนึกถึงการสูญเสียคุณ เรือนร่างเขาพลันคู้ค้อมชราน่าตระหนก ขณะใจของเขากลับแจ่มกระจ่างว่าคุณมิใช่ทั้งองคุลีมาลย์แหละนักบวชผู้ข้ามพ้นโอฆสงสาร หากคุณปรารถนาย่ำรอยทางคนหนุ่มอ่อนเขลาทว่าเปี่ยมท้นประกายชีวิตเฉกเช่นอหิงสกะ
คุณสาวฝีเท้าเดินทางราวเป็นถึกทุยหนุ่ม ค่ำคืนศีรษะแทบมิแตะหมอน ราวคุณเกรงโมงยามสูญไปเปล่าเปลือง อาศัยถ้อยกระซิบหล่อไหลซี่กรงคุกนำร่อง การสืบเสาะที่ตั้งตลาดมืดมิใช่เรื่องเหลือบ่าเกินแรง ทุนทุกบาทอันตรธานวับกับสินค้า ครั้นนำสินค้าเหล่านั้นวางเรียงรายบนกระจาดแหละเทินศีรษะ คุณก็พร้อมประกอบอาชีวะค้าเร่แล้ว
สองสามเดือนแรกเป็นห้วงทรมานร่างกายอย่างเที่ยงแท้ แต่ละก้าวย่างคุณย่ำบนดอกเหงื่อ บึงกรดในท้องเร่งเร้ารุดเดินมิอาจเชือนช้า แทบทุกคนยลสินค้าในกระจาดพากันเบือนหน้าหลีก ศีลธรรมนอกจากเป็นภูมิคุ้มกันความชั่วร้าย ยังปลุกเร้าคุณธรรมในหัวใจผู้คนตื่นจากหลับใหล
“ธัมโมสังโฆ! ไม่เคยพบเห็น แผ่นดินรังจะต่ำเตี้ยติดภูมิอบายเพราะคนจำพวกนี้”
สำหรับคนอื่น สายตาหมิ่นแคลนแหละถ้อยชักแช่งอาจบั่นทอนแรงใจ แต่ตัวคุณเองประหนึ่งได้รับโอสถชั้นเลิศที่ฟื้นกำลังคืนมา
เริ่มจากเทินสินค้าบนกระจาด คุณสะสมเบี้ยไพวันละสิบซาวจนสามารถจับจองทำเลในตลาด แม้นเป็นเพียงแผงขายเล็ก ๆ กระนั้นก็ทำหัวใจคุณชื่นมื่นแหละตัวตนถูกเติมตวง
“เร่เข้ามา เชิญเลือกซื้อเลือกชมสินค้าตามความพึงใจ ราคาถูกแพงต่อรองได้ ไม่ซื้อไม่ว่ากระไร ลูบจับหยิบคลำถือว่าได้ช่วยอุดหนุนจุนเจือแล้ว”
คนแน่นขนัดแผงหน้าร้าน พกห่อแต่ละคนยัดทะนานด้วยเม็ดเงิน มากน้อยตามสมควรแก่ฐานะกำลัง หัวหงอกหัวดำมุ่งมาดจับจ่ายแลกสินค้าติดมือกลับ
คำว่าปาฏิหาริย์ดูด้อยลงถนัดหากเทียบเคียงอาการล้มลุกคลุกคลานที่คุณเคยประสบ
“ผมมีสินค้าใหม่จากเกาะอังกฤษ เพิ่งมาถึงมือยังอุ่น ๆ” คุณเสนอขายขาประจำ เขาครุ่นคิดครู่ใหญ่ก่อนบอกปัดอย่างสุภาพ
“ผมไม่เคยนึกปลื้มพวกไออาร์เอ อยากได้ของจากอัฟกานิสถานมากกว่า”
ไม่เชือนช้า คุณเอื้อมหยิบสินค้าจากกระจาด
“กองกำลังมูจาฮิดินโรยล้าลงมาก สินค้าอัตคัดขาดแคลน หากไม่รังเกียจ ผมมีสินค้าจากดินแดนเคียงใกล้เหลือเพียงชิ้นเดียว เผื่อคุณสนใจ”
เขารับสงครามระหว่างรัฐบาลเนปาลกับกลุ่มเหมาอิสม์ไปพินิจทุกซอกหลืบของกล้ามเนื้อบาดฉีก คาวเลือดดูดดึงเขางุดจมูกสูดดอมกลิ่นอย่างจะกละจะกลาม คุณเบนความใส่ใจไปยังลูกค้าอีกราย
“หกตุลาที่ท่านสั่ง สินค้ามาถึงแล้ว”
คุณยื่นสินค้าส่งมอบเขา ฝุ่นฝ้าเกรอะกรังแสดงออกถึงภาวะถูกหลงลืม หากมิใช่เพราะเขาผู้เป็นนักเลงของเก่าให้ความสนใจ มันคงโดนหมกในกองขยะ รอกาลเวลาบดเปื่อยเป็นธุลี
“ครบชุดจนได้”
เขายิ้มร่าเริง คุณตระหนักดีถึงต้นสายความนัยเพราะเป็นเจ้าจำนำกันมาทั้งรายการสิบสี่ตุลาแหละพฤษภาทมิฬ
เขากราดสายตาโดยรอบสินค้าประสงค์ค้นคุ้ยสิ่งหนึ่งสิ่งใด เสียงปืนระคนเสียงหวีดร้องกรีดกัมปนาทจากตัวสินค้าหาได้สั่นคลอนสติแน่วแน่ของเขาไม่ คุณสังเกตเห็นความหื่นกระหายโรจน์โพลนในดวงตาเขา มันมิได้เพี้ยนแผกดวงตาชายอีกคนหนึ่งซึ่งปรากฏตัวในสินค้า ขณะเมามันกับภาระเข่นฆ่าคนบริสุทธิ์ บางสำนึกกระซิบคุณว่าใช่คนเดียวกันมิพักสงสัย คุณทิ้งเขาให้เคลิ้มลอยกับวีรกรรมหาญกล้าครั้งกระโน้นตามลำพังเพื่อเอาใจใส่ลูกค้ารายอื่น
กำแพงคุกต้อนรับคุณอีกครั้ง แต่มันไม่สลักสำคัญอีกแล้ว เมื่อกฎเกณฑ์ศีลธรรมถูกคุณกระชากทึ้งไม่เป็นชิ้นดี
คุณเปลื้องมนุษย์จากเปลือก ขุดค้นทุกเหลี่ยมมุมกระทั่งพบว่าโดยแก่นเนื้อมนุษย์เห็นแก่ตัวแหละปรารถนาซ่องเสพความรุนแรง แม้แต่คนที่เหยียดสายตาหมิ่นแคลนครั้งคุณเร่ขายสินค้า ไม่พ้นกระมิดกระเมี้ยนมาอุดหนุนเจือจานสินค้าภายหลัง
ตอกย้ำสมมติฐานแน่นหนักคือข้อกล่าวหาที่คุณได้รับ มิใช่อื่นใดนอกจากขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ คุณปวารณาต่อลูกกรงว่าเมื่อประตูอิสรภาพเปิดอ้าอีกครั้ง คุณจะขายสินค้าถูกต้องตามกฎหมาย คงดีไม่น้อยหากเซ็นสัญญากับรัฐบาล รับเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าที่บังเกิด ณ ชายแดนใต้แต่เพียงผู้เดียว
คุณได้ยินเสียงอู้อี้เคลียคลอริมหู จับใจความเป็นทำนองว่าเราหยุดแล้ว เราพอแล้ว คุณนึกถึงองคุลีมาลย์ ก่อนยักไหล่ไม่ไยดี
- นิตยสารช่อการะเกด 47 (ค.ศ. 2009)
- รวมเรื่องสั้น เขต Like กระสุนจริง, สำนักพิมพ์บุราคุมิน (ค.ศ. 2014)
- #NoWar

0 ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น