ผมพอจะหายใจได้แบบที่ไม่ต้องฝืนเหมือนที่ผ่านมา

ผมพอจะหายใจได้แบบที่ไม่ต้องฝืนเหมือนที่ผ่านมา

ความตายของใครคนหนึ่ง ความตายของสัตว์ ความตายของความรู้สึก ความตายของความฝัน ทุกอย่างมันเหมือนลากผมลงไปด้วย จนบางครั้งผมก็ไม่แน่ใจว่าผมยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ รึเปล่า เพราะผมรู้สึกว่าผม ตายไปเรื่อย ๆ ทุกวัน ผมตายในความรู้สึกก่อนแล้ว ไม่ต้องรอให้ร่างกายหยุดหายใจเลย แค่นั้นมันก็เจ็บมากพอแล้วสำหรับผม ทุกครั้งที่ผมแก่ขึ้นทีละปี ผมรู้สึกเหมือนมันคือการตายไปทีละปีเหมือนกัน ผมอาจจะคิดแง่ลบเกินไป แต่เราก็ต่างฉลองวันตายของตัวเองอยู่เรื่อย ๆ เพราะทุกครั้งที่ร่างกายมันเสื่อม เสียงกร็อบแกร๊บตามข้อ วันที่กินข้าวไม่ลง วันที่ปวดหัว วันที่ท้องอืด วันที่ร้องไห้จนเหนื่อย ทุกอย่างมันเตือนผมว่า ผมกำลังเสื่อมไปทุกวัน และความตายมันเดินเข้าหาผมช้า ๆ แบบนี้มาตลอด ผมก็แค่ ดวงจิตหนึ่งที่มาอาศัยในร่างที่ทรุดโทรมลงเรื่อย ๆ และผมเป็นผู้เห็นอยู่ตลอดว่ามันกำลังพัง พอเห็นแบบนี้บ่อยเข้า ผมก็เริ่มเข้าใจว่า ถ้าผมไม่ยึดร่างนี้มากเกินไป ไม่ยึดของนอกกาย ไม่ยึดความรู้สึกที่มันเกิดแล้วดับ ผมก็เป็นแค่ ผู้เห็นเฉย ๆ ไม่ต้องเข้าไปเจ็บปวดกับมันทั้งหมด คนเรานี่นะ ต้องให้ทุกข์หนัก ๆ ก่อนถึงจะเข้าใจชีวิต ต้องให้มันพังจนสุดก่อนถึงจะยอมรับความจริง และผม ผมว่าตัวเองก็ไม่ได้เจ็บปวดอะไรมากมายเท่าคนอื่นหรอก แต่พอได้เห็น ได้รับรู้ความเสื่อม ความพร่อง ความหมดไปเรื่อย ๆ ผมก็เริ่มเรียนรู้ และเริ่มเข้าใจความตายมากขึ้น ความตายไม่ใช่แค่ตอนสุดท้าย แต่มันคือทุกครั้งที่ผมสูญเสียอะไรบางอย่างไป ทุกครั้งที่ผมเศร้า ทุกครั้งที่หัวใจผมเหนื่อย ผมตายทีละนิด แต่ก็ได้เห็นชีวิตทีละนิดเหมือนกัน และบางที… การตายแบบนี้ มันอาจทำให้ผมมีชีวิตกว่าเดิมก็ได้ อย่างน้อยที่สุด ผมก็ได้เข้าใจว่าชีวิตมันเกิดขึ้น และดับไปต่อหน้าตาผมทุกวัน และผม… ก็แค่เดินต่อไปพร้อมกับความจริงนั้นเท่านั้นเอง ผมคิดว่าความตายมันไม่ได้มาเพียงครั้งเดียว แต่มันมาเป็นช่วง ๆ เหมือนคลื่นที่ซัดเข้าฝั่ง บางวันแรง บางวันเบา แต่ไม่เคยหยุด เวลาที่ผมต้องปล่อยใครสักคนไป ผมรู้สึกเหมือนผมถูกดึงออกไปจากโลกด้วย ไม่ใช่แค่คนใกล้ตัว แม้แต่สัตว์ตัวเล็ก ๆ ที่ผมรัก วันที่มันหลับไปไม่ตื่นอีก ใจผมก็เหมือนถูกปิดสวิตช์ไปส่วนหนึ่ง ความทรงจำบางช่วงก็เหมือนตายไป สิ่งที่เคยทำให้ผมยิ้มได้ ทุกวันนี้กลับทำให้ผมนิ่งเฉย ทั้งที่ผมอยากหัวเราะเหมือนเดิม แต่เสียงหัวเราะนั้นมันเหมือนถูกฝังไว้ใต้ดิน ความฝันผมก็เหมือนกัน ผมเคยอยากจะบินให้สูง แต่ตอนนี้… ผมแค่ไม่อยากตกลงไปลึกกว่าเดิม ผมเห็นความฝันตัวเองเน่าไปช้า ๆ เหมือนคนดูต้นไม้ที่ไม่มีวันออกดอกอีกแล้ว ทั้งที่ยังพยายามรดน้ำ ผมเคยคิดว่าเมื่อเราเจ็บมากพอ เราจะเข้มแข็งขึ้น แต่บางที ผมแค่ชินกับความเจ็บเฉย ๆ ไม่ได้เข้มแข็งอะไรเลย ผมยังกลัว กลัววันที่ไม่มีใครจำผมได้ กลัววันที่หายไปแบบไร้ร่องรอย กลัวว่าชีวิตนี้สุดท้ายจะไม่มีอะไรทิ้งไว้เลย แต่ถึงจะกลัว ผมก็ยังหายใจ ยังลุกขึ้นมาในทุกเช้าที่ไม่อยากตื่น ยังฝืนยิ้มให้โลกที่ไม่ได้มองผมกลับ บางที นั่นก็คือการต่อต้านความตาย ในแบบของผม ไม่มีความหมายยิ่งใหญ่ ไม่มีใครปรบมือให้ แค่ผมยังอยู่ แค่ผมยังไม่ยอมสลายหายไปกับความเจ็บปวด มันก็เหมือนผมได้เกิดใหม่เล็ก ๆ ทุกวัน ถึงแม้จะเป็นชีวิตที่เงียบงันจนแทบไม่ได้ยินหัวใจเต้น แต่ผมก็ยังคงเป็นพยานให้กับการมีอยู่ของตัวเอง และผมคิดว่า นั่นแหละ การกลับมามีชีวิตอีกครั้งของผม

Author Avatar
sirin
ความตายนั่งมองอยู่ตรงหน้านั้นเอง tiktok @sirin6996

0 ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

เรื่องราวที่คุณอาจสนใจ