แท้จริงความตายไม่ได้เอาใครไปจากเราหรือจากเขา
ความตายไม่ใช่ศัตรูหรือเพื่อนของผม
และมันก็ไม่ใช่เงาดำที่คอยคืบคลานมาจากปลายทางของชีวิต แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเรียบง่าย เหมือนลมหายใจที่ผมสูดเข้าและปล่อยออก มันเป็น “ความปกติ” ที่มนุษย์ทุกคนต้องเจอ
แต่กว่าผมจะเข้าใจ ผมก็ต้องผ่านการสูญเสียมามากพอจนหัวใจด้านชาไปครึ่งหนึ่ง วันที่ผมเห็นความตายต่อหน้าจริง ๆ ผมเห็นมัน มันไม่เหมือนการจากลาแบบอื่น มันไม่ใช่แค่คนที่เดินออกไป แล้ววันหนึ่งอาจกลับมาในเวอร์ชันเดิม
ไม่ใช่การที่ผมทะเลาะกับพ่อ หรือกับแม่ แค่แป๊ป แป๊ป แล้วหายกันไป
แต่มันเป็นการหายไปตลอดกาลของใครสักคน เหมือนลมหายใจที่ปล่อยออกไปแล้วไม่มีวันหวนกลับเข้าอกอีกเลย
ตอนนั้นผมรู้สึกเหมือนหัวใจของผมหายไปเฉย ๆ เหมือนมันถูกดึงออกจากอกไปพร้อมกับเงาของคนที่ผมเคยยึดไว้
สิ่งที่ผมเคยคิดว่าจำเป็น สิ่งที่ผมเคยกอดไว้แน่น มันร่วงหล่นเหมือนเม็ดฝน
ยิ่งผมรักในสิ่งนั้นยิ่งผมยึดมันมากเท่าไหร่ มันยิ่งร่วงหล่นลงมาเหมือนเม็ดฝนที่มาพร้อมพายุโหมหนัก
และผมก็ยืนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าที่ไม่รู้จะทำยังไงดี แต่มันเกิดขึ้นแค่ชั่วขณะเดียว หลังจากนั้นผมก็ค่อย ๆ รู้
ว่าผมไม่ได้เจอความตายครั้งแรก
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ผมเจอมันนับครั้งไม่ถ้วน ความสัมพันธ์ที่จบลง ความหวังที่พัง ความฝันที่ล้ม
ตัวตนเดิมของผมที่ตายไปหลายสิบครั้งโดยที่ไม่มีใครจัดงานศพให้มันเลย
แล้วทำไม…ทำไมผมถึงต้องกลัวมันอีก?
ผมคิดได้ว่าความตายไม่เคยเป็นสิ่งที่ผิดปกติสักครั้ง เราต่างเดินทางไปสู่มันตั้งแต่เริ่มหายใจครั้งแรก ตั้งแต่วันแรกที่เกิด จนถึงตอนนี้
ผมเห็น ก็ยังไม่มีใครหนีได้ ไม่มีใครชนะได้
แต่เราใช้ชีวิตเหมือนมันเป็นสิ่งที่ไกลตัวที่สุด เหมือนเรายังมีเวลาไม่สิ้นสุด
เหมือนเราจะไม่ตาย
เหมือนเราจะไม่มีวันต้องพูดคำว่า “ลาก่อน” ให้ใคร จริง ๆ แล้วสิ่งที่ทำให้ผมเสียใจ ไม่ใช่ความตายหรอก
แต่มันคือความจริงที่ว่าผม “ยึดติด” มากเกินไป ยึดทั้งความรัก ความผูกพัน ความฝัน และความหวัง
ยึดจนลืมไปว่าทุกอย่างบนโลกนี้เกิดมาเพื่อจากไปเสมอ ไม่ว่าจะเร็วหรือช้า
และไม่มีอะไรที่ผมรั้งไว้ได้ตลอดไป
เมื่อผมได้เห็นความตายอีกครั้ง
มันสอนผมอย่างเงียบ ๆ ว่า
บางสิ่งที่ผมเคยเชื่อว่าเป็นของผม
จริง ๆ แล้วมันไม่เคยเป็นของผมเลย
ผมแค่โชคดีที่ได้อยู่ข้างมันช่วงหนึ่ง
ก่อนที่มันจะเดินจากไปตามทางของมัน
เหมือนทุกคน เหมือนทุกอย่าง
เหมือนตัวผมในแต่ละเวอร์ชันที่เคยตายไปแล้วหลายต่อหลายครั้ง
บางที…ความตายก็ทำให้ผมซื่อสัตย์กับตัวเองมากขึ้น
ทำให้ผมหยุดวิ่งตามสิ่งที่ไม่มีวันได้มา
ทำให้ผมยอมรับว่าทุกอย่างต้องจบลง
แม้แต่ผมเองก็เหมือนกัน
และยิ่งผมคิด ผมยิ่งเข้าใจว่า
ไม่ใช่ความตายที่โหดร้าย
มันคือความจริงที่ผมไม่อยากยอมรับต่างหาก
ความตายเป็นเพียงผู้สอน
ที่คอยเตือนผมเบา ๆ ว่า
ทุกวันคือการเดินเข้าใกล้จุดจบ
และนั่นไม่ใช่สิ่งน่ากลัวเลย
มันแค่…เป็นธรรมดาของมนุษย์เท่านั้นเอง
เท่านั้นเอง

0 ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น