คนเมืองไม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
บทความแรกหลังจากการเดินทางครั้งนี้ เป็นบทความที่เกิดจากสิ่งที่ได้พบ ได้ฟัง และได้ตกตะกอนกับตัวเองระหว่างทาง
การเดินทางครั้งล่าสุดทำให้เราได้คิดเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนมากกว่าที่เคย ค่ำคืนหนึ่งที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ฉันได้พบกลุ่มนักเดินทางกลุ่มหนึ่งที่กำลังนั่งล้อมวงพูดคุยกัน ด้วยความที่ชอบแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้คนอยู่แล้ว จึงเข้าไปร่วมวงสนทนาด้วย
สำหรับเรา นี่คือเสน่ห์อย่างหนึ่งของการเดินทาง เราได้พบคนแปลกหน้าที่มาจากต่างที่ ต่างอาชีพ ต่างมุมมอง แต่สามารถนั่งคุยกันได้เหมือนรู้จักกันมานาน
ระหว่างบทสนทนา มีพี่คนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า
“กฎหมายและนโยบายหลายอย่างเอื้อคนกรุงเทพฯ มากกว่า”
เราสะดุดเล็กน้อย ในฐานะคนเมืองก็แอบรู้สึกเหมือนถูกตำหนิ บทสนทนาดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ จนมาถึงเรื่องหนึ่งที่ทำให้เรากลับมาคิดซ้ำอยู่หลายวัน นั่นคือเรื่อง “ขยะ”
หลายอำเภอในเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอนมีการคัดแยกขยะอย่างจริงจัง เหตุผลไม่ใช่เพราะทุกคนเป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่เพราะข้อจำกัดของพื้นที่ รถเก็บขยะไม่ได้วิ่งมาเก็บทุกวันเหมือนในเมืองใหญ่ บางพื้นที่มาเพียงไม่กี่ครั้งต่อสัปดาห์
หากเจ้าหน้าที่พบว่าถุงขยะไม่ได้รับการคัดแยก เช่น มีเสียงขวดแก้วหรือขวดพลาสติกปะปนอยู่ในขยะทั่วไป เจ้าหน้าที่อาจวางถุงนั้นไว้และไม่เก็บไป เจ้าของบ้านจะต้องนำกลับไปแยกใหม่
ตอนแรกเรามองว่านี่เป็นกฎที่เข้มงวด แต่เมื่อคิดลึกลงไปก็พบว่ามันทำให้ผู้คนตระหนักถึงผลกระทบจากขยะที่ตัวเองสร้างขึ้นจริง ๆ
ต่างจากชีวิตในเมือง
เราเพียงรวบรวมขยะทุกอย่างใส่ถุงใบเดียว วางไว้หน้าบ้านหรือถังขยะรวมในคอนโด เช้าวันรุ่งขึ้นมันก็หายไป เราแทบไม่เคยรู้เลยว่าขยะเหล่านั้นเดินทางไปที่ไหน ถูกกำจัดอย่างไร หรือสร้างภาระให้ใครบ้าง
”เมื่อปัญหาถูกนำออกไปจากสายตา เราจึงรู้สึกว่ามันไม่ใช่ปัญหาของเรา“
บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้คนเมืองห่างไกลจากเรื่องสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่เพราะเป็นคนไม่ดี หรือไม่รักธรรมชาติ แต่เพราะระบบต่าง ๆ ถูกออกแบบมาให้เราไม่ต้องเห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการใช้ชีวิตของตัวเอง
การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกว่าคนต่างจังหวัดดีกว่าคนเมือง หรือคนเมืองแย่กว่าคนต่างจังหวัด แต่ทำให้ฉันเข้าใจว่า การได้อยู่ใกล้ชิดกับผลกระทบของสิ่งแวดล้อม ทำให้ผู้คนตระหนักและรับผิดชอบต่อมันมากขึ้น
นี่อาจเป็นบทเรียนที่มีค่าที่สุดจากการเดินทางครั้งนี้
เราก็เป็นคนนึงที่อยู่ในเมืองและยังไม่แยกขยะ และหวังว่าบทความนี้จะเป็นบทความที่อ่านแล้วทำให้คนเมืองอย่างเราใส่ใจเรื่องการแยกขยะ เป็นเหมือนการรับผิดชอบต่อสังคม
เราก็เป็นคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมือง และยอมรับตามตรงว่าไม่เคยแยกขยะอย่างจริงจังมาก่อน
บทความนี้จึงไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อสอนใคร หรือบอกว่าใครทำถูกหรือผิด แต่เป็นการบันทึกสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเดินทาง และเป็นการเตือนตัวเองว่า ขยะทุกชิ้นที่เราทิ้งไปไม่ได้หายไปไหน เพียงแค่ถูกย้ายออกไปจากสายตาของเราเท่านั้น
หากบทความนี้จะมีประโยชน์อะไรบ้าง เราก็หวังเพียงว่ามันจะทำให้คนเมืองอย่างเรา หันกลับมาสนใจเรื่องการแยกขยะมากขึ้นอีกสักนิด เพราะการแยกขยะอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่โตที่เปลี่ยนโลกได้ในทันที แต่เป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน
และบางที การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนที่สุด อาจเริ่มต้นจากการตระหนักว่า สิ่งที่เราทิ้งในแต่ละวัน ล้วนมีผลกระทบต่อใครบางคนเสมอ

0 ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น