ฮาโลเพอริดอล

ฮาโลเพอริดอล

ราวหนึ่งชั่วโมง กว่าฮาโลเพอริดอลจะออกฤทธิ์ พอมีเวลาเขียนบทกวี สมัยก่อน เผดผีหลอกหลอนจนฉันไม่กล้าหลับนอน ยามหัวตกถึงหมอน ฉันปรารถนาดิ่งลึกในนิทรา ยินดีมะงุมมะงาหราในดินแดนที่แม้นความฝันก็ไม่มีช่องให้ผ่านเข้ามา ทว่าความปรารถนาไม่เป็นผล ฉันฝันแหละโดนหลอกหลอน โดยเผดผีจากนิทานกล่อมนอนของปู่ ฉันมักตื่นพร้อมเหงื่อเหนียวเหนอะ จริงอยู่ ความฝันไม่ก่อความเจ็บปวด แต่มันได้เพาะหน่อเชื้อความหวาดกลัวลงนาหัวใจ จนในวันหนึ่ง ฉันก็หมอบราบ เมื่อประจันหน้าเผดผีปีศาจแม้นขณะตื่นลืมตา พวกมันเล็ดลอดผ่านฉนวนซึ่งกั้นขวางโลกความเป็นจริงกับฉากความฝัน ฉันกรีดร้องราวคนเสียสติ ก่อนจะวิ่งไปขดหลบในตู้ ตอนที่พวกผู้ใหญ่หาฉันพบ เนื้อตัวฉันพร้อยไปด้วยแผลจากรอยข่วน ส่วนเสื้อผ้าก็ฉีกขาดหลุดลุ่ย ความหวาดกลัวมอบใบมีดคมกริบให้ฉันใช้ทำร้ายตัวเอง ตอนนั้นฉันมีอายุสิบสี่ปี เมื่อพบว่าสายสิญจน์ผูกข้อมือ รวมถึงน้ำมนต์หลวงปู่แดง มิอาจปกปักฉันจากปวงเผดผี พ่อกับแม่ตัดสินใจพาฉันไปรักษาตัว ฉันนอนโรงพยาบาลนานเกือบเดือน ในห้องพักฟื้น ฉันเห็นตุ๊กแกลายพร้อยกับงูสีดำเมื่อมเกาะแหละขดตัวตามขื่อเสา ฉันทราบดีว่าพวกมันต่างเป็นผีเผดจำแลงมา ถ้าไม่ก็เป็นบริวารของพวกมัน .......... พิกุลโทรมาตอนฮาโลเพอริดอลกำลังออกฤทธิ์ ฉันเพิ่งวางดินสอหลังจบบทกวี ไม่ค่อยไพเราะ มืดหม่น ทว่าฉันพอใจกับมัน ฉันสะสมสมุดกองเป็นตั้ง ขีดเขียนบันทึก วาดรูปบ้าบอเพ้อเจ้อ สำหรับบทกวีที่เพิ่งปลุกปล้ำจนเสร็จ ฉันเขียนใส่สมุดบันทึกซึ่งพิกุลให้มา ผัดผ่อนอยู่นานกว่าจะกล้าจรดดินสอ เกรงทำสมุดยับ กลัวเขียนผิด พรั่นหวาดสารพัด พิกุลขอให้ฉันสัญญาจะเขียนให้จบเล่ม เขียนอะไรก็ได้ แลกกับคำสัญญาของเธอที่จะมาพบฉัน “พิกุล” เสียงของฉันสั่น ต่อให้สนทนาผ่านโทรศัพท์ ฉันยังเก้อเขินแหละประหม่า “ค่ะ โทรมากวนหรือเปล่าคะ” “เปล่าครับ เขียนอะไรเรื่อยเปื่อย” “ลองเล่ามาสิคะ” พิกุลไม่เคยบ่นเบื่อระอา แม้นถ้อยคำจากอีกฝั่งของสายจะเอื้อนตะกุกตะกัก เอ่ยวกวน น้ำท่วมทุ่ง ยามพูดคุยกับพิกุล นอกจากความเก้อเขิน ฉันรู้สึกกล้าหาญขึ้นพะเรอเกวียน แทบไม่หวาดเกรงสิ่งใดอีก อย่างไรก็ตาม ความที่พูดไม่เก่ง เป็นเพื่อนคุยชนิดแย่ เมื่อรู้ว่าฉันชอบขีดเขียน เธอจึงแวะไปรษณีย์ ส่งสมุดบันทึกเป็นของขวัญ “เรื่องบางเรื่องหากคิดว่าไม่เหมาะจะเล่าทางโทรศัพท์ ลองเขียนทิ้งไว้ก็ได้นะ” สมุดบันทึกปกแข็งสีขาว กระดาษกรีนรีด พลิกหน้าแรก ฉันพบที่คั่นเป็นดอกไม้ทับจนแห้ง “ฉันเขียนบทกวี เขียนใส่สมุดที่พิกุลส่งมา” “อยากอ่านให้ฟังไหมคะ” เธอถาม สูดลมหายใจเฮือกใหญ่ หมายขจัดความเคอะเขิน แต่ก็แทบไร้ผล “ชื่อเรื่องแสงสาดแสง อย่าหัวเราะนะ” “ค่ะ” พิกุลรับคำอย่างหนักแน่น __________ ดาวประกายพรึกปรากฏในห้วงฝัน สถานที่ซึ่งล่วงพ้นไปจากกาละและตัวตน ดวงดาวให้แสงสว่างอันประณีต หากเพียงฉันสามารถหยุดการเคลื่อนไหว บังคับลมหายใจให้โอนอ่อนต่อนิทรารมณ์ ตลอดนิรันดร ห้วงฝัน - เอ่ยคำว่ารักอาจล้นเกินกระทั่งเรียกว่าฟูมฟาย ด้วยรักดำรงอยู่เสมอ แสงสาดแสง, ก่อนการมาถึงของตะวันรุ่ง ประหวั่นทุกขณะเมื่อต้องขืนลืมตาจับจ้องไปยังขอบฟ้า ดาวประกายพรึกปรากฏในห้วงฝัน เทห์ฟากฟ้าไร้ถ้อยคำจำนรรจ์ ปราศจากการเปล่งวาจา ดอกไม้ไม่จำเป็นต้องร้องเพลง วงโคจรช่างแสนสั้นและดำเนินอย่างกระชั้น ถึงกระนั้น ตลอดมา ฉันสัมผัสความมืดที่ไม่อาจแทงทะลุท่ามกลางหมู่ผลึกแสง __________ ฉันอ่านจนจบ เสียงอีกฝั่งสายเงียบไปอึดใจใหญ่ “เศร้าจังเลยค่ะ” ฉันเพิ่งกล้าจรดดินสอ สมุดบันทึกยังเหลือหน้าว่างตั้งหลายหน้า “ซึมอย่างบอกไม่ถูก แต่ฉันก็ชอบมันนะ” .......... ขณะที่ฮาโลเพอริดอลทำให้ฉันสามารถมีชีวิต ความหวาดกลัวแม้นไม่โดนขจัดทั้งหมด หากก็บรรเทาเบาบาง การได้รู้จักพิกุลเสมือนสิ่งเชื่อมโยงฉันกับโลกภายนอก โลกใบที่ฉันเคยปฏิเสธมีปฏิสัมพันธ์ อย่างน้อยบัดนี้ฉันก็เรียนรู้ที่จะอดกลั้นต่อเสียงสุนัขเห่าขรมหน้าปากซอย เสียงคำรามของฝนฟ้า อากาศอบอ้าวใต้เรือนแดดสุกปลั่ง ละครโทรทัศน์หลังข่าว ตลอดจนกองซากวัสดุใช้สอย ฉันกินยาเพื่อไม่รู้สึกรู้สา เคยอยู่ลำพังในห้องหับอุดอู้ซึ่งเต็มไปด้วยกองสมุดหนังสือ ฉันคุยกับพิกุลราวหนึ่งปีแล้ว .......... ปู่ของฉันตายแล้ว ตายเดือนเดียวกัน แต่หลังจากสิ้นพ่อฉันสี่ปี ความตายของปู่ทำให้ฉันคิดถึงพ่อจับใจ ปู่แก่ตายด้วยโรคชรา หมดลมตามอายุขัย ทว่าพ่อถูกชีวิตเคี้ยวกลืน ฉันกินยาแหละหมกตัวอยู่ลำพัง นี่คือวิธีที่ฉันใช้เอาตัวรอด ทว่าพ่อพึ่งแอลกอฮอล์เพื่อลี้ภัยจากความเจ็บปวด แต่ก็ยังไม่ดีพอ ผู้ชายในครอบครัวเหลือเพียงฉัน ฉันต้องตายเป็นรายต่อไป ผู้ชายของตระกูลนี้ต้องคำสาป นั่นคือตกตายก่อนผู้หญิง ย่าของฉันยังอยู่ เช่นเดียวกับแม่ฉัน ป้า อาผู้หญิง แหละพี่สาวของฉัน อาผู้ชายเสียชีวิตตั้งแต่วัยรุ่นก่อนฉันเกิด แกเสพยาเกินขนาด ฉันเชื่อว่าหากอายังมีชีวิต ฉันคงสนิทกับแกมากกว่าใคร อาเป็นคนร่าเริง พูดคุยสนุก เพื่อนฝูงคบหาสบตารู้ใจเต็มเมือง ทั้งหมดคือสิ่งที่ฉันสดับมา อาติดยาหรือ อาเสพยาอะไร ทำไม - ฉันโพล่งถาม อยู่ ๆ คนเราไม่เลือกทำอะไรอย่างนี้ ต่อให้เพื่อนชักจูงก็คงมิใช่สาเหตุใหญ่ใจความ คำตอบที่ฉันได้รับดำเนินในท่วงทำนองเดียว นั่นคืออาไม่รักดี บุญแค่ไหนที่ตายไป มิเช่นนั้นฉันคงมีต้นแบบแย่ ๆ ผู้ใหญ่พูดกันราวกับว่าบางพฤติกรรมซึมซับง่ายดายราวฟองน้ำ ในความนึกฝันของฉัน ฉันกับอาผู้ชายคงเข้ากันได้ดี คงมิต่างจากที่พ่อกับอาเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ฉันได้ยินมาว่าอายิงหนังสติ๊กแม่นยำปานจับวาง กับเก่งฉกาจเรื่องตกปลาวางเบ็ด หลายคนสัพยอกอาว่าชะรอยจะสืบทอดมนต์เรียกปลามาจากสังข์ทอง อาอ่อนกว่าพ่อสองสามปี ความที่ขวบวัยใกล้เคียง เล็ก ๆ พวกเขาคงสนิทกัน คงชักชวนกันเล่นพิเรนทร์ซนจนเหงื่อชุ่ม บางเสี้ยวความทุกข์ของพ่อคงเกิดจากความรักที่มีต่ออา ยิ่งอาทำตัวเกะกะเกเร พ่อยิ่งพยายามทำตัวให้ดี ชดเชยกับการที่น้องชายทำตัวเหลวแหลก ทั้งที่พ่อก็คงมีปัญหาของแกเอง ไหนจะต้องแบกรับความคาดหวังของปู่ในฐานะลูกคนโตของตระกูล การตายของอาคงกระทบกระเทือนจิตใจพ่อจนแตกพังอยู่ข้างในไม่น้อย ฉันปะติดปะต่อเรื่องราวเอาเองทั้งนั้น .......... ฉันจะยกสมุดบันทึกให้พิกุล อันที่จริงเธอมิต้องเอาใจใส่ฉันก็ได้ หมอสั่งฉันกินฮาโลเพอริดอลอย่างต่อเนื่อง อย่าดึงดันหยุดยาเอง ในฐานะนักจิตวิทยา พิกุลคงเห็นเป็นหน้าที่ หมั่นโทรศัพท์เทียวติดตาม ฉันขอสงวนหน้าสุดท้ายสำหรับพ่อ พ่อผู้ไม่โชคดีเยี่ยงฉัน ทำไมนะแม่จึงไม่พาพ่อไปรักษาตัว ฮาโลเพอริดอลช่วยพ่อได้ ฉันมั่นใจ ฉันออกแบบวันพบพิกุลเอาไว้แล้ว ถึงตอนนั้น ฉันคงกล้าหาญพอจะย่างออกห้อง เราจะพบกันในสถานที่สะอาดแหละสงบ อาจเป็นทุ่งโล่งกว้าง ปราศจากขื่อเสาซึ่งเป็นแหล่งซ่อนตัวของตุ๊กแกลายพร้อยกับปวงงูผีสีดำเมื่อม เมื่อพิกุลถามถึงกระดาษหน้าสุดท้ายที่หายไป ฉันจะเดินจูงมือพิกุล พาเธอมุ่งตรงไปลำธารสีขาว ฉีกกระดาษแผ่นนั้นเป็นชิ้น ๆ โปรยลงลำธาร ......... ปู่จากไปแล้ว ตายไปพร้อม ๆ กับนิทานเผดผีรวมถึงความเข้มงวด กระทั่งผ้าพันคอลูกเสือชาวบ้านก็ถูกแผดเผาไปพร้อมกัน ผ้าพันคอลูกเสือที่ปู่หวงนักหนา ผืนเดียวกับที่เคยต่อเป็นผ้าผืนยาวสำหรับแขวนคอนักศึกษาประชาชนใต้ต้นไม้ อย่างน้อยฉันก็เป็นเพียงหลาน แต่พ่อในฐานะลูกชายปู่ รอยไม้เรียว คำด่าทอชั่วชีวิต คงหนักหนาสาหัสจนนึกไม่ถึง เพื่อนพ่อซึ่งถูกลากไปแขวนคอที่สนามหลวงทำให้พ่อนึกถึงอาใช่ไหม .......... "บอกได้ไหมเอ่ย หน้าสุดท้ายเขียนถึงอะไร" ฉันจะยังไม่ตอบพิกุล รอกลับถึงห้อง กินฮาโลเพอริดอล เหลาแหละจรดดินสอ จารถ้อยคำลงสมุดเล่มใหม่ .......... เขียน 16.11.2025, เชียงใหม่

Author Avatar
เด็กชายจากหุบตะวัน
คนเขียน​ คนอ่าน คนดูหนัง คนดูดบุหรี่ แหละเป็นอะไรแหละไม่เป็นอะไรอีกเยอะแยะ

0 ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

เรื่องราวที่คุณอาจสนใจ