ผมรอดชีวิตอีกครั้ง และอีกครั้ง
ผมรอดชีวิตอีกครั้ง
ผมรอดจากความตาย
ผมรอดจากความรู้สึกที่ย่ำแย่
ไม่รู้เหมือนกัน
ว่าตอนนี้ผมปราศจากความรู้สึกพวกนั้นได้ยังไง
ความรู้สึกที่ว่า สิ้นหวัง ความสุขไม่มี เซ็ง เบื่อหน่ายกับทุกอย่าง
แต่ภายนอกผมดูปกติมาก ผมคิดว่ามันดูปกติสำหรับผม แต่คนที่มองมาบอกผมดูเย็นชา ดูไร้ความรู้สึก ดูไม่คิดอะไร ดูไม่เป็นอะไร
แต่ลึกๆ ผมคิดทุกอย่างและ เป็นมันทุกอย่าง เป็นผมนี่เครียดดี ชีวิตผมบนโลกนี้น่ะ ผมเก่งเรื่องการเงียบ การทำเหมือนไม่เป็นอะไร ทำเหมือนว่าปกติ ผมทำได้ดีที่สุด ทั้งที่จิตใจผมนี่มันเหมือนคนไม่ปกติเท่าไหร่ ผมรู้สึกจะบ้าตายทุกวัน ที่จริงมันไม่มีอะไรมากมายหรอก แต่ผมก็แค่เหมือนคนเป็นโรคคนหนึ่ง ผมไม่ชอบคน เกลียดสังคม ไม่ชอบเสวนา ไม่ชอบการคุยเรื่อยเปื่อย แม้แต่เรื่องที่ผมอยากพูด ผมก็ไม่พูดมัน ผมเป็นอย่างนี้ตั้งแต่เกิดมาแล้ว ผมไม่ได้จะโทษใคร ถ้าให้โทษก็โทษผม ก็ไม่รู้เหมือนกัน ทั้งชีวิตผมรู้สึกว่าผมก็ดีหมดทุกอย่าง แต่ไอ้ความรู้สึกทั้งหมดมันแทรกแซงเข้ามาได้ยังไงผมก็ไม่รู้ เหมือนผมอยู่ในที่มืด แล้วมีแสงหนึ่งเล็ดลอดเข้ามา มันก็อาจจะเป็นเรื่องแค่นี้สำหรับหลายคน "มันก็แค่นี้" "ก็แค่นี้เอง" "แค่นี้เอง" "เป็นอะไรมากไหม" แต่ตอนนั้นมันยิ่งใหญ่มากสำหรับผม ตอนนั้นอายุผมก็ไม่มากเท่าไหร่เรื่องพวกนี้คนก็เป็นกันมากแหละในสังคมหนึ่งที่ผมเห็น ก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมแค่ร้องไห้เกือบทุกวันเมื่อต้องเข้าสังคม เมื่อผมต้องเดินเข้าไปในที่ ที่มันช่างกว้างใหญ่ ไม่คุ้นชิน ถึงแม้มันจะเป็นที่ ที่ผมเดินเกือบทุกวัน มันให้ความรู้สึกว่า ทำไมมันยาก ทำไมมัน ไม่มีที่ไหนที่ผมรู้สึกว่าอยากจะอยู่ มันไม่มีเลยจริง ๆ และตอนนี้ผมก็เกริ่นมายาว จริง ๆ ก็ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่มากหรอก ผมแค่พลัดหลงตกหลุมหลายหลุมเข้า จนได้หาอะไรฟังเพื่อที่ว่าความคิดมันจะหายไปทั้งหมด ได้อ่านเรื่องราวต่าง ๆ ได้ถลำลึกลงไปในสิ่งที่ผมไม่เคยรู้ ไม่เคยได้สัมผัส ไม่เคยได้เข้าใจ ส่วนมากที่ผมได้เข้าใจและปลดล็อคชีวิตผมได้จริงที่สุดคือธรรมะ หรือธรรมชาติของมนุษย์ ยิ่งผมศึกษา ผมยิ่งเข้าใจการวาง การปล่อย เข้าใจตัวเอง เข้าใจการคิด แต่มันก็ต้องแลกกับเวลา ผมเป็นพวก ถ้าทำอะไรต้องสุดในด้านนั้น และผม จะไม่ทำสองอย่างในคราเดียว นั่นมันก็เป็นข้อที่แย่ข้อหนึ่งของผม ผมไม่ชอบมันเท่าไหร่ แต่ผมก็ใช้ความเข้าใจความปกติของมนุษย์ปรับมันมาได้หลายเรื่องแล้ว ผมไม่ได้เชื้อเชิญหรืออะไรเลย ผมแค่แชร์ว่า ผมสามารถฟื้นขึ้นมาจากความคิด ความรู้สึกหลายอย่างที่มันแย่มาก ผมตื่นขึ้น ในวันที่สิ่งต่าง ๆ ยังคงโหดร้าย แต่ผมก็ผ่านมันมาได้ไม่ใช่เหรอ ผมผ่านมันมาได้ทุกสถานการณ์ ทุกอย่างที่ผมไม่อยากจะเดินผ่านด้วยซ้ำ บางทีผมอยากหลับตาเดิน บางทีผมอยากจะวิ่งหนี หรือบางทีผมอยากจะหยุด แต่มนุษย์มีแต่เดินไปข้างหน้าเท่านั้น แต่ทั้งหมดที่ผ่านมาได้ไม่ใช่เพราะอะไร มันก็เพราะผมยังอยู่ และยังได้เข้าใจ ยังได้หาความรู้ ยังได้สัมผัสกับอะไรหลาย ๆ อย่างที่ มันลึกมากในจิตใจ คุณก็รู้ว่ามนุษย์นั้นยากที่สุดแล้ว และการเข้าใจไปถึงธรรมชาติของจักรวาลนั้นก็ยากด้วย แต่ก็ไม่ยากเกินความเป็นมนุษย์ ท้ายที่สุดผมแค่อยากมีหวัง
ผมแค่หาอะไรที่พอจะให้ผมเกาะเพื่อลอยข้ามมหาสมุทรอันกว้างใหญ่นี้ได้ แน่นอนว่าทุกอย่างไม่เที่ยง ไม่มีอะไรที่มันจะเป็นไปตลอด ผมไม่สามารถทำตัวเป็นอะไรที่เกาะติดตรงนั้นตรงนี้ ไปได้นาน ยิ่งเกาะติดมันจะยิ่งยึด แล้วมันจะพังเอาได้ ผมรู้ เดี๋ยวมันก็เปลี่ยนแปลง เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ผมเป็นแค่คนที่ผ่านไปผ่านมาแถวนี้ แถวหน้าปากซอย หรือบนถนนบางเส้น ได้เจอกับผู้คน ได้คุย ได้เรียนรู้แลกเปลี่ยน ได้รู้ความคิดของกันและกัน ได้รู้การสะท้อนถึงภายในของผมเอง คนทุกคนที่ผ่านมาพวกเขาก็เป็นเหมือนกระจกที่คอยสะท้อนถึงสิ่งที่อยู่ในใจเราตลอด แค่เราไม่คิดจะมอง แล้วโทษทุกอย่าง ผมไม่สามารถเปลี่ยนใจ เปลี่ยนความคิดใครได้หรอก แต่ถ้าเปลี่ยนได้ ก็ยินดีด้วย ผมรู้ว่าผมไม่สามารถอยู่อย่างสบาย ๆ ได้บนโลกนี้ ผมต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก แต่แน่นอนว่าไม่หนักเหมือนเมื่อก่อนแล้ว มันดีขึ้นเรื่อย ๆ และพออยู่ได้ แค่ทำความเข้าใจ ทั้งหมดนี้ ผมก็ได้เรียนรู้มัน จากทุกสิ่ง จากทุกอย่าง ทุกสถานการณ์ ทุกคำพูด ทุกการกระทำ ที่ตายไปจากผม แล้วเป็นผมคนเดิมที่เข้าใจตัวเองมากขึ้น

0 ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น