เด็กชายหัวแก้ว

เด็กชายหัวแก้ว

ลองเติมน้ำใส่หัวเจ้าหนู (น้ำดื่มอย่างดี ซื้อจากร้านชำข้างบ้าน) ก่อนใช้นิ้วค่อย ๆ ระลูบไปทั่วหัวเล็ก ๆ นั้น พลันบังเกิดเสียงหวีดหวิวแผ่วเบา นึกเสียดาย เจ้าหนูครอบครองหัวเพียงหนึ่งเดียว หากหัวแกโผล่พ้นต้นคอสักสิบร้อย เอาเป็นว่า มีเก้าหัวเท่าไฮดราก็แล้วกัน ผมจะเติมน้ำใส่แต่ละหัวในปริมาตรต่าง ๆ จากนั้นใช้นิ้วลูบไล้สัมผัส วงน้ำจะเคลื่อนกระเพื่อมกระทบผนังหัวแต่ละหัว บรรเลงเพลงดนตรีจากตัวโน้ตไม่ซ้ำซาก ผมคิดว่าคงไพเราะไม่น้อยเลย

เจ้าหนูเบ่งอกยืด เอ่ยว่าแก้วทำจากประเทศสเปน ผมหัวเราะให้คำพูดเด็กชายวัยแปดขวบ ตัวแค่นี้รู้จักสปงสเปน ลองย้อนถามแก

“รู้ไหม สเปนตั้งยังตำแหน่งแหล่งใดบนโลกสีฟ้าใบนี้”

สาบาน ผมเห็นหัวหูเจ้าหนูแดงสุกก่ำ ผมปิดหนังสือแผนที่ซึ่งวาดโดยทองใบ แตงน้อย ภูมิศาสตร์คงยากแหละมิอาจเร้าความสนใจต่อขวบวัยที่ยังไม่เต็มสิบได้เท่ามาสค์ไรเดอร์คาบูโตะ

“มาสค์ไรเดอร์คาบูโตะสวมหน้ากากทำจากยาง”

เจ้าหนูว่า ผมพยายามทำความเข้าใจประโยคดังกล่าว หน้ากากยางคงเป็นอุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่อาจบังเกิดแก่หัวศีรษะ หัวหูเจ้าหนูเริ่มคลายคืนจากโลหิตแดงสุกก่ำ ผมถอนหายใจ โล่งอก หมายใจไม่หยอกแหย่แกให้ฉุนฉิวอีก สภาวะบีบรัดทางอารมณ์ อาจนำมาซึ่งผลเลวร้ายสุดหยั่งคาด ถึงขนาดจุดชนวนหัวเจ้าหนูปะทุระเบิด สืบด้วยหัวของแกทำจากแก้ว ทั้งไม่มีหน้ากากยางสวมป้องกันความเปราะบาง

“เพราะอะไรถึงต้องเป็นแก้วทำจากสเปนด้วย”

ผมถาม ฉงนใจไฉนมิใช่แก้วจากเมืองระยองชุมพร ซึ่งต่างขึ้นชื่อในฐานะจังหวัดแหล่งกำเนิดทรายแก้วเนื้อดี

“แก้วสเปนหลอมจากเมล็ดทรายชายหาดอัลเมรีดา เลื่องลือในความทนทาน แข็งแกร่งแหละมีผิวเนื้อโปร่งใส”

 จบคำธิบายอย่างยืดยาว ผมสบถในใจ ให้ตายเถอะ เด็กสมัยนี้ซ่อนภูมิ กูไว้ใจใครไม่ได้เลย จากนั้นยื่นผ้าให้แกผืนหนึ่ง กำชับแกหมั่นเพียรเช็ดขัดถู เพราะเท่าที่ปรากฏแก่คลองสายตา หัวเจ้าหนูดูมิคล้ายแก้วสเปนสักนิด ค่อนไปทางขุ่นมัวซัว ประหนึ่งแก้วที่ถูกเติมสารประกอบออกไซด์จำนวนมาก เจ้าหนูรบเร้าขอเลี้ยงปลากัด ผมจึงต่อรอง เมื่อหัวแกปราศจากฝุ่นฝ้าขุ่นมัว ผมจะพาไปช้อนปลากัดยังร่องคูหลังวัด ซึ่งเพียงปรายตาก็มองเห็นหวอดก่ออยู่ละลาน

“จริงนะ ไม่เปลี่ยนคำนะ เกี่ยวก้อยสัญญานะ” เจ้าหนูกระโดดกระเต้นดีอกดีใจ ผมสำทับแกให้ระมัดระวัง เพราะหวั่นเกรงแก้วจะพลัดจากบ่าร่วงตกลงมาแตก


ผ่านไปหลายมื้อ ผมเฝ้ารอวันหัวเจ้าหนูสะอาดใส ทว่ากลับคอยหาย ขาดไร้แม้นข่าวคราวเล็กน้อยให้ได้สดับ จวบอดรนทนรอไม่ไหว ผมตัดสินใจไปหาแก พร้อมหิ้วถุงพลาสติกใส่ปลากัดไปด้วย ต่อให้หัวเจ้าหนูยังเขรอะเลอะมอมแมม แกก็สมควรได้รับปลากัดเป็นของฝาก เหตุเพราะตลอดอายุซึ่งจวนห้าสิบรอมร่อ ผมหาเคยพบเจอะผู้ใดมีหัวทำจากแก้วไม่ ที่รู้จักมักคุ้นล้วนประกอบประสมจากกะโหลกกะลา กระทั่งตัวผมเองยังมิเข้าเกณฑ์ยกเว้น

ประชิดเรือนไม้ผุพัง ผมตะโกนเรียกเจ้าหนู โผล่ให้เห็นตรงกรอบหน้าต่างมิใช่ใบหน้าเคยคุ้น แต่คือดวงหน้าผู้เป็นแม่

“ไม่มีเจ้าหนูอีกต่อไปแล้ว...”

ยินคำบอกเล่า ผมทรุดทั้งยืน สำมะหาแค่กระทบสัมผัสโดยวัตถุชิ้นเล็กจ้อย หัวเจ้าหนูก็แหลกป่นเป็นผุย สำมะหากับชอล์กครึ่งแท่งสัมผัสกระทบเท่านั้น

ผมอำลาแม่เจ้าหนู บ่ายจากมาอย่างอ่อนแรง สำนึกคล้ายยังยินคำพูดเจ้าหนูก้องในกะโหลก

“มาสค์ไรเดอร์คาบูโตะสวมหน้ากากทำจากยาง”

ผมเพิ่งหยั่งตระหนักในประโยคถ้อยคำเหล่านั้น หน้ากากยางไม่เพียงเป็นอุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่อาจเกิดแก่หัวศีรษะ ทว่ายังสามารถปกบังใบหน้าแท้จริงของคนผู้แปลงกายเป็นไอ้มดแดง

หากเจ้าหนูมีหน้ากากยาง สำหรับใส่สวมปิดปกความไม่เดียงสาไว้ข้างใน จึงบางทีครูคงไม่บันดาลโทสะ เขวี้ยงปาชอล์กจับเข้าหัวอย่างถนัดถนี่ ต่อคำตอบของโจทย์ข้อหนึ่งบนกระดานดำ

ผมเปิดถุงพลาสติก เทปลากัดคืนเหย้าหวอดของมันที่คูหลังวัด

คงดีมิน้อย ถ้าหัวเจ้าหนูยังไม่แตกป่น ป่านนี้ ปลากัดคงว่ายวนในโถแก้วใบนั้นอย่างสำเริงใจ


  • 19​ พฤศจิกายน​ ค.ศ. 2025, เชียงใหม่

Author Avatar
เด็กชายจากหุบตะวัน
คนเขียน​ คนอ่าน คนดูหนัง คนดูดบุหรี่ แหละเป็นอะไรแหละไม่เป็นอะไรอีกเยอะแยะ

0 ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

เรื่องราวที่คุณอาจสนใจ