กาลครั้งหนึ่ง -
กาลครั้งหนึ่ง -
ณ ดินแดนไกลแสนไกล -
ปราสาทเวียงไชยใหญ่โตภูมิฐาน ตั้งอยู่ในโอบล้อมแห่งเทือกภูเขา อาณาเขตโดยรอบล้วนดกดื่นทิวแมกไม้ ลำแควฉ่ำเย็นทอดแขนเหยียดยาว ร่มรื่นแหละสงัดวิเวก
ยามเช้าแดดอ่อนอุ่น นกกาขานร้อง ดึงเจ้าหญิงเจ้าชายคืนจากนิทราหลับใหล เจ้าหญิงเจ้าชายประแป้งแต่งองค์ ออกประพาสเนินไศลป่าลำเนา หัวใจร่าเริงสดชื่น วิ่งเล่นจนลืมเหนื่อยเมื่อยล้า ท้องลั่นโครกครากจึงปลิดส้มสูกลูกไม้ แบ่งปันสู่กันกินเอร็ดเหน็ดหนำ
แดดบ่ายสาดซ่านความร้อนระอุ สองร่างเล็ก ๆ ดำว่ายตีโป่งอยู่ในแควคุ้ง กุ้งปลาน้อยใหญ่ตระหนกตกใจ แตกฮือตื่นหนีเป็นฝูง -
__________
กลับมาอ่านเรื่องสั้นที่เขียนถึงนิทานอีกครั้งในรอบยี่สิบปี ฉันเขียนเรื่องสั้น เขียนถึงนักเล่านิทาน ซึ่งนิทานที่ถูกเล่าเรื่องนั้นฉันเป็นผู้เขียน
หลังจากเรียนจบ ฉันทำงานใช้ทุนที่โรงพยาบาลเล็ก ๆ ตั้งอยู่ในหุบเขาติดชายแดน ฉันมีจักรยานสีเหลืองสด ถีบไปไหนมาไหนหลังออกเวร
ในเรื่องสั้น ฉันแต่งให้นักเล่านิทานปั่นจักรยาน ตะแกรงด้านหลังบรรทุกกล่องเครื่องมือซึ่งจะเสกปราสาทราชวังขึ้นมา
__________
ด้านนอกคูขอบกำแพง คลาคล่ำไปด้วยส่ำสัตว์ทั้งจตุบาททวิบาท อันเป็นเพื่อนหยอกเอินเล่นหัวกับเจ้าหญิงเจ้าชาย
เหล่าผีเสื้อแมลงปีกใสบาง บินยั่วล้อให้เจ้าหญิงไล่คว้าจับ ทั้งกระรอกกระเต็นก็เทือกเดียวกัน เยี่ยมเข้าใกล้เจ้าหญิงแล้วเผ่นแผล็ว ก้นน้อย ๆ จึงฟาดจ้ำเบ้า สองมืองับเจอแต่อากาศธาตุ เจ้าหญิงหน้าเง้ากระฟัดกระเฟียด แต่ชั่วลัดนิ้วเดียวก็หายขุ่นงอน ลุกขึ้นไล่เพื่อนสัตว์แมลงปาว ๆ จนสีแก้มแดงเรื่อ ๆ
เจ้าชายไม่อินังขังขอบประดาสัตว์เล็กจ้อยเหล่านี้ กลับชอบไปคลุกคลีชิดเชื้อกับหมู่โคถึกมฤค ปล้ำรัดฟัดเหวี่ยงประลองพละกำลังเป็นที่สนุกสนาน แม้นหอบตัวโยนไม่ยินดีราข้อ
จนดวงตะวันเร้นตัวลับทิวเทือกเขา เจ้าหญิงเจ้าชายตัดใจไหวมือหย็อย ๆ เกี่ยวจูงก้อยคล้อยคืนสู่ปราสาทเวียงไชย เฉกส่ำสัตว์ที่แยกย้ายกลับเคหาสน์ลำเนา
ล้วนอิ่มเอมกับการละเล่นที่เพิ่งสร่างสิ้นไปหยก ๆ ทั้งสัตว์ทั้งคน
__________
นอกจากปราสาท ฉันยังเขียนให้มีกำแพงล้อมกั้นโดยรอบ อาจเป็นภาระยากเย็นสำหรับนักเล่านิทาน ทว่าคนเก่งเช่นเขาคงหาทางออกได้สำเร็จ
เพราะต่อให้เจ้าชายมีดาบกายสิทธิ์ เจ้าหญิงสวมเกราะรุ้งเจ็ดสี พวกแกก็เป็นเพียงเด็ก กำแพงจะปกป้องพวกแกพ้นจากคมเขี้ยวแหละกรงเล็บส่ำสัตว์อสูรร้าย
__________
เด็ก ๆ รอคอยการมาถึงของนักเล่านิทาน เมื่อจักรยานแล่นมาถึง เด็ก ๆ ต่างกระโดดโลดเต้นตะเบ็งตะโกนต้อนรับ นักเล่านิทานรู้สึกเก้อเขิน แกเพิ่งหัดเป็นนักเล่านิทาน กลัวเล่าไม่สนุกจนทำเด็ก ๆ ผิดหวัง
นักเล่านิทานหยิบสิ่งของสารพัดออกจากกล่อง เนรมิตปราสาท เสกเทวดานางฟ้า เจ้าหญิงเจ้าชาย อัศวิน อสูรตาเดียว ยักษ์ พระฤษี มังกรสามเศียร นกหัสดีลิงค์ ต้นไม้พูดได้ สะกดทโมนตัวน้อยให้นั่งนิ่ง จับจ้องมายังเวทีกันตาแป๋ว
__________
โรงพยาบาลเล็ก ๆ เมืองเล็ก ๆ ผู้คนเปี่ยมอัธยาศรัย ฉันปั่นจักรยานสีเหลืองไปนั่นมานี่ กระดิ่งจักรยานดังกรุ๊งกริ๊ง เด็กเล็ก ๆ หลายคนรับเชื้อจากแม่ตั้งแต่แรกคลอด พวกแกวิ่งตามหลังจักรยานเป็นพรวน ดูสนุกสนานแหละชุลมุนราวกับมีเทศกาล
ฉันชวนเด็ก ๆ มาฟังนิทาน ส่งเทียบเชิญนักเล่านิทานมาเล่า ไม่ลืมสร้างตัวละครครูสาวเพื่อให้นักเล่านิทานผู้ซึ่งเพิ่งหัดเล่านิทานตกหลุมรัก
__________
เจ้าหญิงเจ้าชายวิ่งหน้าตื่น ส่ำสัตว์อสูรร้ายไล่กวดหลังหลัด ๆ เด็ก ๆ ส่งเสียงแจ้วเข้าลุ้น ครั้นเจ้าหญิงเจ้าชายล่วงถึงแนวกำแพงแน่นหนา เด็ก ๆ ระเบิดอัดอั้น กระโดดกระเต้นตะเบ็งตะโกนดีอกดีใจ
เล่าถึงตอนนี้ นักเล่านิทานแอบซ่อนใบหน้าหลังฝ่ามือ ไม่ปรารถนาให้เด็ก ๆ พบเห็นน้ำตาที่เกลื่อนแก้ม ฉันถึงตอนนี้ ต้องแอบซ่อนใบหน้าหลังฝ่ามือ ไม่ปรารถนาให้เด็ก ๆ พบเห็นน้ำตาที่เกลื่อนแก้ม
__________
กาลครั้งหนึ่ง -
ณ ดินแดนไกลแสนไกล -
ฉันมีจักรยานสีเหลืองสดใช้ถีบไปไหนต่อไหน
ผ่านโลกนิทานเจ้าหญิงเจ้าชาย ผ่านการเล่าของนักเล่านิทาน เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ - กำแพงเสมือนภูมิคุ้มกันร่างกาย ในวารวันที่โลกยังไม่มียาใดขจัดเชื้อร้ายจนราบคาบ
ฉันกลับมาอ่านเรื่องสั้นที่เขียนถึงนิทานอีกครั้งในรอบยี่สิบปี เรื่องสั้นที่เขียนถึงนักเล่านิทานซึ่งเล่านิทานให้เด็ก ๆ กลุ่มหนึ่งฟัง
ปิดหนังสือ หลับตา ฉันคิดถึงโรงพยาบาลเล็ก ๆ เมืองเล็ก ๆ นึกถึงเด็ก ๆ นักฟังนิทาน หลาย ๆ คนคงเติบโตขึ้นอย่างสดใสแหละเบ่งบานงดงาม
นิทานเรื่องนี้ -
________
(เขียน : 20.11.2025, มุมหนึ่งใน ร.พ. แห่งหนึ่ง, เชียงใหม่)

0 ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น