นิสัยความตายที่ผมรู้จัก
ผมอยากลองเข้าใจเขา ความตายน่ะ
ผมว่าถ้าเปรียบความตายเป็นมนุษย์ ผมว่านิสัยเขานี่แปลกประหลาดที่สุด เขาไม่เหมือนใครเลย
และคงไม่มีใครอยากสนิทกับเขาหรอก แต่ผม…กลับรู้จักเขาดีเกินไปในบางมุมเท่านั้น
เขาเป็นคนเงียบมาก
เงียบจนเหมือนไม่มีอยู่จริง
เขาไม่เคยเดินเข้ามาพร้อมเสียงฝีเท้า ไม่เคยบอกล่วงหน้า
ชอบโผล่มาแบบไม่ให้ตั้งตัว
เหมือนเงาดำที่ลากยาวตามเท้าผม
แต่ผมไม่เคยรู้ว่ามันเดินประชิดหลังมาตั้งแต่เมื่อไหร่
เขาเย็นเฉียบ แต่ไม่ใช่ความเย็นแบบฤดูหนาว
มันเป็นความเย็นที่แทรกเข้ากระดูกได้ในเสี้ยววินาที
เป็นความเย็นที่ทำให้หัวใจสะอึก เหมือนมือที่จับไหล่เราเบา ๆ แล้วโลกทั้งใบหยุดหมุน เขาไม่ได้ตั้งใจให้ผมกลัว
เขาเป็นแบบนั้นตั้งแต่เกิด
เป็นคนที่อุณหภูมิหัวใจคงที่ ไม่ร้อน ไม่อุ่น ไม่แข็งกระด้าง
แต่เย็นจนผมต้องยอมรับความจริงบางอย่าง
เขาเป็นคนไม่พูดปลอบใจใครทั้งนั้น
เขาไม่เคยบอกว่า “ไม่เป็นไรนะ”
ไม่เคยบอกว่า “เดี๋ยวมันก็ดีขึ้น”
เขามองผมเงียบ ๆ
ปล่อยให้ผมสั่นไหว ร้องไห้ หรือเจ็บปวด
เหมือนพ่อที่ไม่เคยอ่อนโยน แต่ก็ไม่ได้เกลียดลูก
เขาแค่คิดว่าความเจ็บปวดบางอย่าง…ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง
เขาเป็นคนรักษาคำพูดที่สุดในโลก
เขาบอกว่าจะมาหาเมื่อถึงเวลา
และเขาก็ไม่เคยเลทแม้แต่วินาทีเดียว
ไม่ต้องเร่ง ไม่ต้องทวง ไม่ต้องเรียก
เขาเดินมาหาเอง
ช้า ๆ แต่แน่นอน
เหมือนคนที่รู้ว่าทุกถนนบนโลกใบนี้ สุดท้ายก็ต้องมาบรรจบกับเขา เหมือนว่าใคร ๆ หล่อ สวย รวย จน ก็ต้องไปหาเขาในท้ายที่สุดของชีวิต เป็นอย่างนั้นแหละ
ความตายบอกผม ต่อให้เลือกโลงศพสวยหรู หรือโลงศพไม้เก่า หรือไร้โลง ก็ต้องไปหาเขานั่นแหละ เพราะงั้นไม่ต้องใส่ชุดสวย ๆ หรือ หล่อ ไปก็ได้ เขาก็ต้อนรับอยู่แล้ว
เขาเป็นคนที่ซื่อสัตย์เกินไป
เขาไม่เลือกชอบ ไม่เลือกชัง
ไม่สนใจว่าผมจะดีหรือเลวแค่ไหน
ไม่สนใจว่าผมจะร้องขอหรือกรีดร้อง
เขาไม่ใช่ผู้พิพากษาที่ตัดสินว่าผมคู่ควรกับอะไร
งานของเขามีแค่หนึ่งเดียว
คือพาผมหลุดออกจากโลกที่ผมเกาะไว้จนลืมหายใจ
เขาเป็นคนที่เข้าใจมนุษย์ดีที่สุด แต่ก็อยู่ห่างที่สุด
เขารู้ว่าผมกลัว
รู้ว่าผมยึดติด
รู้ว่าผมร้องขอเวลามากขึ้นทุกครั้ง
แต่เขาไม่เคยดึงผมมาก่อนที่ผมจะถึงเวลา
และไม่เคยปล่อยให้ผมอยู่เกินกว่าที่โลกตั้งเอาไว้
เขาไม่เคยเรียกร้องให้ใครรักเขา แต่ก็ไม่เคยผลักใครออก
เขาอยู่ตรงนั้นเสมอ
นิ่ง เงียบ เย็น
เหมือนคนที่ยืนรออยู่ปลายถนน
และแค่ยกคิ้วถามว่า
เหนื่อยยังล่ะ? มานี่สิ
นั่นแหละนิสัยของความตาย
คนที่ผมไม่ได้อยากรู้จัก แต่สุดท้ายก็รู้จักเขามากกว่าที่ควรจะเป็น.
ผมว่า….
ความตายมีความอบอุ่นแบบประหลาด
อบอุ่นแบบที่ไม่ใช่ไอแดด ไม่ใช่อ้อมกอด
แต่เป็นความอบอุ่นที่มาจาก “การปล่อยวาง”
มันเหมือนคนที่ไม่พูดอะไร
แต่ยืนข้าง ๆ ผมในวันที่ผมเหนื่อยจนแทบล้ม
เขาไม่ได้กอด
เขาไม่ได้ปลอบ
แต่เขาอยู่ตรงนั้น…นิ่ง ๆ
เหมือนกำลังบอกว่า
“พอได้แล้วนะ ไม่ต้องสู้ตลอดเวลาก็ได้”
ความอบอุ่นของเขาไม่ใช่ความรัก
ความตายอาจจะเป็นสิ่งเดียวในโลก
ที่ไม่ตัดสินผม
ไม่ถามว่าล้มเหลวไหม
ดีพอหรือเปล่า
เคยทำบาปอะไรไว้
หรือหัวใจผมเคยแตกไปกี่ครั้ง
เขามาแบบที่ผมเป็น
รับผมแบบที่ผมเป็น
ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องเสแสร้ง
หลายคนมองว่าเขาโหดร้าย
แต่ผมกลับรู้สึกว่าเขามีด้านที่อ่อนโยน
อ่อนโยนแบบที่มนุษย์ทั่วไปมองไม่เห็น
เพราะผมมัวแต่กลัวเขา
สิ่งที่ผมเขียนถึงความตาย ไม่ได้หมายความว่าผมเรียกหาเขา หรืออยากให้เขาเข้ามาใกล้กว่าที่ควร
ผมเพียงแค่พูดถึง “ความจริงของชีวิต”
แบบที่ทุกคนต้องเจอ ไม่ว่าวันใดวันหนึ่ง
การมองความตายว่าอบอุ่นไม่ใช่เพราะผมอยากไปหา
แต่มันเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ผม
อยู่กับความกลัว ความเสียใจ และการสูญเสียได้ง่ายขึ้น
เหมือนการคุยกับเงามืดในหัวใจ
เพื่อบอกตัวเองว่า
ผมยังอยู่ ผมยังเดินต่อได้
ข้อความนี้ไม่ใช่การชักชวน
ไม่ใช่การสนับสนุน
และไม่ใช่การบอกให้ใครยอมแพ้ต่อชีวิต
ตรงกันข้าม
ผมเขียนมันเพื่อเตือนตัวเองว่า
ในเมื่อปลายทางหลีกเลี่ยงไม่ได้
งั้นระหว่างทาง…ผมควรมีชีวิตที่ในแบบของผมเท่าที่จะทำได้
เพราะถึงแม้ความตายอาจอบอุ่นก็จริง
แต่ชีวิตไม่ว่าจะเจ็บหรือหนักแค่ไหน
ยังเป็นพื้นที่เดียวที่ผมยัง ได้เลือก
ได้รัก ได้ร้องไห้ ได้เริ่มใหม่
และได้เป็นตัวผม…ในแบบที่ความตายให้ไม่ได้
ความตายไม่ให้โอกาสผมได้เลือก
แต่ชีวิตให้โอกาสผมได้เลือกเสมอ
ยังไงซะ
ถึงความตายจะดูอบอุ่นและรับได้ทุกอย่างที่ผมเป็นแต่เมื่อผมขอโอกาสสักวินาที เขากลับให้ไม่ได้
แต่ชีวิตมีโอกาสมากมาย มีความหวัง มีความรู้สึกมหาศาลเกินกว่าบรรยาย มีโอกาสในการเลือกอีกนะ ว่าหลังจากที่ไปหาความตายแล้วจะไปไหนต่อ ผมเลือกได้นะ ทุกคนก็เลือกได้
แต่ก็นั่นแหละ ผมแค่อยากบอกว่า
การพรากชีวิตเพื่อไปสู่ความตายนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ
ไม่ใช่สิ่งโลกให้ทำ มันเหมือนเป็นการแหวกกฎของธรรมชาติ ซึ่งมันผิดกฎธรรมชาติร้ายแรงมาก
ดังนั้นใช้ชีวิตเถอะ ไม่ใช่เพื่อรอความตาย แต่เพื่อใช้ชีวิต เพื่อความหวังใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยเห็น ไม่เคยสัมผัส
โลกมันงดงามมากแค่ไหน ถ้าคุณได้อยู่มองมันต่อ
อยู่อย่างไม่เพลิดเพลิน เมื่อความตายมาถึงคุณแค่รู้ให้ทัน
สบายชาตินี้ถึงชาติหน้าเลยแหละ

0 ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น