เขต Like กระสุนจริง
ข้าพเจ้าตามหาจนเจอเธอ เฟซบุ๊กเสมือนคอนโดมิเนียมซึ่งคนที่เราโหยหาพำนัก ทว่าอีกความเปรียบ เฟซบุ๊กคือวงกต เราอาจพบใครสักคนที่นั่น ทว่าหลงทางบนถนนคืนบ้าน หรือไม่พบใครแม้นตัวเราเอง หรือระหว่างการเดินทางยืดเยื้อ เส้นทางของเรากับใครคนนั้นอาจทอดขนาน จุดบรรจบตั้งยังเส้นขอบฟ้า หรือคั่นด้วยกำแพงหนา 0.02 มิลลิเมตร ไม่ว่าใครต่างก็ไม่ตระหนักถึงการมีอยู่
ความรู้สึกข้าพเจ้า ทางเดินวงกตสลับซับซ้อน ถนนบางสายนำไปลานเปลี่ยวโล่ง มวลความว่างบนเนื้อที่ไม่อาจวัดปริมาณ รวมเป็นก้อนความว่างเปล่าขนาดมหึมา โถมมาเบียดกระหนาบเราอึดอัด เมื่อหันหลังเพื่อล่าคืน พบว่าทางกลับแตกยืดกิ่งก้านน่าอัศจรรย์ เราสุ่มเลือกเส้นทางสายใดสายหนึ่ง (สุ่มเลือกทางที่คิดว่าใช่) ก่อนเทียวย่างอย่างคนดวงตามืดบอด แม้นหัวใจเราแจ่มชัดในจุดหมาย ทว่าก็เป็นแค่ระยะเริ่มต้น เพิ่งย่างผ่านหลักกิโลเมตรแรกไม่ไกล อย่าว่าแต่ไม่มีใครสักคนล่วงรู้ทางข้างหน้า ภยันตรายอาจซ่อนตัวเงียบกริบ อสรพิษรอจังหวะแว้งฉก ไร้รอยเท้าผู้มาก่อน ร่องรอยอาจโดนกาลเวลากลบเลือน ถูกทับถมใต้พงหญ้าเรื้อรก ผู้มาก่อนมีแต่ถูกรุนให้ดุ่มเดินไปเรื่อย ๆ โดยมือลึกลับ บนถนนตัดพาดไขว้ไปมา ผู้มาก่อนอาจกำลังค้นหารอยเท้าผู้มาทีหลังอย่างเรา
บางครั้งความปรารถนาทุกคนไม่มากกว่าพูดคุยกับคนแปลกหน้า ไถ่ถามหัวใจว่าจุดหมายยังแจ่มชัดหรือหม่นมัวเพียงไรในกิโลเมตรที่หนึ่งพัน หรือเศษหนึ่งส่วนอนันต์ของความยาวเส้นทางตามหาคนที่เราโหยหา
แน่ล่ะ ทางบางช่วงของวงกต เรามีโอกาสย่างไปในบางห้อง เยี่ยมเยือนเจ้าของห้องแหละกลับออกมา ข้าพเจ้าเห็นแย้งต่ออคติที่ว่าพวกเขายุติการเดินทางแล้ว กลายเป็นผู้เหย้าเอาแต่ฝังตัวในโลกเฉพาะ ข้าพเจ้าอยากถามนักอคติเหลือเกิน คุณออกเดินทางค้นหาสิ่งหนึ่งสิ่งใด หรือที่แท้คุณหลบหนีอะไรสักอย่าง ข้าพเจ้าอยากถามนักอคติถึงความชอบธรรมต่อการจำกัดความหมายการเดินทางจนคับแคบเพียงสาวเท้าย่าง เจ้าของห้องแม้นหับประตูขังตน เราจะแน่ใจอย่างไรว่าเขามิได้พักรอคนรัก การรอคอยเป็นการเดินทางอีกประเภท ซึ่งเท้าย่างบนกาลเวลาที่ทอดยาวไม่รู้จบ
ความจริง ข้าพเจ้าคิดว่าต้องใช้เวลานานกว่านี้ โลกเฟซบุ๊กถึงมีปุ่มสืบค้นแหละเมนูช่วยเหลือ ทว่าการพิมพ์ชื่อใครสักคนลงช่องค้นหา ผลอาจไม่เป็นดังหวัง นี่คือคอนโดมิเนียมปลูกสร้างสำหรับประชากรทุกเผ่าพันธุ์ - คอเคเชียน มองโกลอยด์ แอฟริกัน พุทธ คริสเตียน อิสลาม นักบวช เจ้าลัทธิ นักปรัชญา กษัตริย์ ประธานาธิบดี นายพล ทหารรับใช้ นักฟุตบอล พนักงานบริษัท กรรมกร ชาวนา โจร นักปฏิวัติ อนาคิสต์ คอมมิวนิสต์ รอยัลลิสต์ ใครสักคนอาจเข้ามาเพื่อยืนยันอัตตา หลายคนมาเพื่อแปลงเป็นคนอื่นยามส่องกระจก เสื้อคลุมอาจถูกกระชับหรือห่มด้วยผ้าผืนอื่น นี่คือสถานที่ที่ประชาชนสามารถขับไล่นักเผด็จการหล่นจากบัลลังก์ ขณะเดียวกันก็เป็นสถานที่ซึ่งใครบางคนวางแผนทำรัฐประหารใต้เสื้อคลุมนักประชาธิปไตย
พิมพ์ชื่อนามสกุลเธอ เมนูตอบกลับไม่พบผลลัพธ์ ข้าพเจ้าลองพิมพ์ชื่ออังกฤษ เป็นอีกครั้งที่ผิดหวัง เช่นเดียวกับใส่ชื่อเล่นแหละชื่ออื่นที่คะเนว่าเธอใช้ ข้าพเจ้าสารภาพหลายครั้งถึงกับทดท้อ ทอดอาลัย แทบถอนตัวเองออกจากวงกต แค่กดปุ่มระงับบัญชีผู้ใช้ ตัวตนข้าพเจ้าจะอันตรธาน ไร้ร่องรอย ปราศจากรอยเท้าให้สืบสาวชั่วนิรันดร
บทก่อน ข้าพเจ้าทิ้งเรื่องระยะเวลาใช้ตามหาเธอค้างคา ข้าพเจ้ากล่าวว่าคิดว่าต้องใช้เวลานานกว่านี้ ถ้อยคำดังกล่าว ข้าพเจ้าเปล่งออกมาก็ต่อเมื่อพบเธอแล้ว ก่อนหน้านั้นข้าพเจ้าอาจคิดอีกอย่าง คือนานปานอนุภาคเลขผานาทีแตกตัวไม่รู้สิ้น ข้าพเจ้าหลงลืมความรู้สึกขณะตามหาเธออย่างไร้จุดหมาย บนหลักกิโลเมตรที่หนึ่งหมื่น หมุดหมายในใจเราอย่างไรย่อมต่างจากหลักกิโลเมตรแรกไม่มากก็น้อย การหลงวนในวงกตเป็นเรื่องธรรมดา เราพบเจอผู้คน ทักทาย ด่าทอ ฆาตกรรม ลาจาก พบกันอีกครั้ง พลัดพรากอีกคราว ขุดศพขึ้นก่นด่า คอนโดมีเนียมปักป้ายยินดีต้อนรับทุกคน
ข้าพเจ้ากดปุ่มขอเป็นเพื่อนกับเพื่อนเธอ ไล่หาชื่อคนที่โหยหาจากบัญชีรายชื่อ คลิกดูรูปแหละโปรไฟล์ของคนที่คิดว่าใช่ แม้แต่เพื่อนเธอก็มิใช่เพื่อนของเธอในโลกเฟซบุ๊ก ข้าพเจ้าพบเธอสายไป ข้าพเจ้าตามหาเพื่อพบว่าเธอตายไปแล้ว แหละจากบัญชีรายชื่อเพื่อน ข้าพเจ้าพบว่าเธอช่างเดียวดาย
ในครุ่นคำนึง ข้าพเจ้าคล้ายเข้าใจความรู้สึกเธอ การดำรงชีวิตบนโลกเสมือน โหดร้ายไม่ผิดโลกจริง นักศีลธรรมบนโลกจริงครั้นขนครัวเข้าอาศัยวงกตคอนโดมีเนียม ไม่ยอมสูญเวลาเปล่าเปลือง คัดลอกอักษรธรรมจากใบลานลงคัมภีร์ดิจิตอล เดินทางจาริกเผยแพร่แก่สาวก ยกขบวนล่าแม่มดหมอผี ประกาศชัยชนะผ่านเครือข่ายเชื่อมโยงไร้สาย สำแดงพลังบนหน้าจอคอมพิวเตอร์แหละโทรศัพท์มือถือ ปุ่มเชิญสาวกกดไลก์อานุภาพรุนแรงไม่แพ้กระสุนสังหารเหยื่อดับตายกลางถนน นักอคติก็ตะเภาเดียวกัน พรมถ้อยคำปานทำนบแตกลงช่องแสดงความคิดเห็น วงกตไม่เพียงซับซ้อนยากดุ่มเดิน หมื่นพันความอ่านยิ่งทับถมทางบางสายปิดตาย อย่างไรก็ตาม ความคิดเห็นของนักอคติ คมอีกด้านอาจกรุยทางใหม่ เธอคลำทางเดียวดาย ไม่ปรารถนาเดินเคียงผู้ใด หากพบเธอก่อนหน้า เราสามารถใช้ความเห็นของนักอคติเป็นประโยชน์ แต่เธอพ่ายแพ้เสียก่อน แหละอีกไม่กี่ก้าว ย้อนสู่หลักกิโลเมตรที่ศูนย์ ย้อนคืนจุดเริ่มต้น ข้าพเจ้าคงพบบทลงเอยเดียวกัน
ฝนตกตอนเช้า ข้าพเจ้าพิมพ์ Singin’ in the Rain ลงช่องค้นหา เธอเคยบอกมันเป็นเพลงที่เกลียด แต่ไม่ลังเลร้องออกมา เธอเป็นเด๊บบี้ เรย์โนลด์แห่งคริสต์ศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด รูปเธอปรากฏในเฟซบุ๊ก ข้าพเจ้าจำได้ว่าเธอเกลียดสายฝน เธอบอกเม็ดฝนทำพื้นเจิ่งน้ำแหละเฉอะแฉะ เสื้อผ้าอับชื้น ที่สำคัญเม็ดฝนทำเธอเป็นหวัด เธอถือร่มมือซ้าย หนีสายฝนพรูในบ้าน ออกไปยืนตากเปลวแดดกลางถนน วงกตซ่อนเธอจากภยันตราย แต่เมื่อผละสถานที่ปลอดภัย ถนนไร้ฝนแม้นไม่ทำเธอเป็นหวัด ทว่าห่ากระสุนโปรยจากเบื้องบน ร่มไม่อาจบัง เธอไม่ทันกางด้วยซ้ำ
ข้าพเจ้ากล้ำกลืนน้ำตา เป็นการไม่สมควรหากน้ำตาตกริน เธอคนที่ข้าพเจ้ารู้จักทะนงเกินกว่ารับความสมเพชสงสาร (น้ำตาคือสายฝนใช่ไหม) จากจอคอมพิวเตอร์ ข้าพเจ้าประทับจูบฝังลงริมฝีปากเธอผู้นิทราตลอดกาล ฝากจุมพิตสุดท้ายที่ห่างคราวแรกหลายปี แหละริมฝีปากเธอยังอวลกลิ่นกาสะลองหอมละมุนเช่นครั้งกระโน้น...
(จากนี้ จะเท้าความถึงความสัมพันธ์ระหว่างข้าพเจ้ากับเธอ เสมือนเขียนบทอาลัยในหนังสือรำลึก คราวบุคคลที่รักพรากจากไป สำหรับแจกแขกเหรื่อร่วมงานฌาปนกิจ)
ข้าพเจ้ารักเธอ ด้วยเลือดเนื้อแหละวิญญาณ เธอพัดมาอ่อนช้อยปานสายลมพฤษภา ทิ้งกรุ่นหอมอ่อนจางในความทรงจำ ข้าพเจ้าพบเธอนานมาแล้ว แหละหลงรักเธอทันใด ดวงตาเธอสุกสกาว ข้าพเจ้าเห็นเงาเศร้าสร้อยซ่อนงำข้างใน เธอจ้องไปยังรุ่งเช้าอันแสงแรกเพิ่งฉาย ปลุกผู้คนฟื้นจากหลับใหล ลุกขึ้นโอบกอดดวงแก้วชีวิตที่แขวนกิ่งก้านความหวัง ดวงตาเธอเฝ้ามองปลักสลัมมากกว่าวังปราสาท แหละหัวใจดวงน้อยของเธอนั่นเองที่เจ็บปวด เธอเขย่งตัวจุมพิตข้าพเจ้า ทอดกายในวงแขน ข้าพเจ้ากอดเธอแน่น เกรงเธอหลุดลอยจากชีวิต ข้าพเจ้าพร่ำบอกรัก จุมพิตต่อจุมพิต ปากควานลิ้มชิมน้ำหวาน จมูกซุกไซ้ กำซาบกลิ่นละเมียดละไมแห่งมวลดอกไม้แรกแย้ม ก่อนการมาถึงของพายุที่เคลื่อนตัวจากจีน เธอกล่าวอำลา เธอจะไปยืนบนถนน อาสานำสุ้มเสียงที่ไม่มีผู้ใดใส่ใจฟังไปเปล่งตะโกน เจตนารมณ์เธอคล้ายเปลือกดักแด้ห่อหุ้มข้าพเจ้าภายใน ข้าพเจ้ากับเธอหลอมรวมเป็นคนเดียวกัน ข้าพเจ้าบอกเธอว่าจะตามหา ถนนทุกสาย ทุกตรอกซอยซึ่งสุ้มเสียงเธอกราวก้อง ที่ซึ่งหอมกาสะลองยังกำจายกลิ่นอ่อนโยน
“เราคงพบกันอีก”
เธอพูด ก่อนทอดระยะให้ความเงียบขยายคลุม
“หรือทางอาจทอดขนาน ไม่มีวันบรรจบ”
ข้าพเจ้าถามเธอเหตุไรกำแพงขวางการพบเจอจึงหนา 0.02 มิลลิเมตร เธอบอกมันคือความหนาของถุงยางอนามัยชนิดบางสุด ผู้ใช้เสมือนมิได้สวมใส่ ทั้งที่มันหุ้มรัดองคชาต ด้วยเหตุผลดังกล่าว ขณะตามหาใครบางคน เธออาจเดินเคียงใกล้ แต่ 0.02 มิลลิเมตรกลับทำเรามองไม่เห็น แย่กว่านั้นคือเราไม่ตระหนักถึงการดำรงอยู่ของ 0.02 มิลลิเมตร
จากหลักกิโลเมตรแรก ข้าพเจ้าพบว่าเธอทิ้งร่องรอย ผ่านเสียงแหละกลิ่นอวลร่ำ ข้าพเจ้าไม่แน่ใจนักว่ายุคสมัยของเธอ มีคนใส่ใจฟังคำร้องทุกข์ของคนทุกข์ยากหรือไม่ ไม่ว่าอย่างไร ข้าพเจ้าพบว่าเธอไม่ละความพยายาม แม้นตัวเลขถ่วงทบหลักกิโลเมตรจนมิอาจประสมนับ ทำเสียงเธอพร่าเลือน แหละกลิ่นหอมเรือนกายค่อย ๆ อ่อนจาง
บนราวความสงัดกับจมูกไม่กระสากลิ่นแห่งหลักกิโลเมตรที่หนึ่งแสน จู่ ๆ ร่องรอยเธอก็หายไป
(ทั้งหมดดังกล่าวไว้ คือเหตุการณ์ก่อนหน้าข้าพเจ้าตามหาเธอในเฟซบุ๊ก เริ่มจากหลักกิโลเมตรแรก เริ่มด้วยการพิมพ์ชื่อสกุลเธอลงช่องค้นหา แน่นอน ข้าพเจ้าประสบความผิดหวัง)
ไม่สามารถล่วงรู้เหตุไรเธอเดินทางเข้าสู่เฟซบุ๊ก เธออาจพบว่ามีถนนเชื่อมโลกทั้งสอง ระหว่างโลกจริง–โลกเสมือน บางทีเธอต้องการให้คนในเฟซบุ๊กได้ยินเสียงอีกประเภท เสียงที่พวกเขาเย้ยหยัน ตะโกนกระหน่ำให้พวกเขายอมรับว่ามันมีอยู่ เสียงนั้นจะคุกคามความสงบสุข ไม่ว่าพวกเขาซ่อนตัวยังหลืบใด แต่ข้าพเจ้าเห็นรอยโหว่ในข้อสันนิษฐานนี้ ด้วยเธอเดียวดาย ไร้ผองเพื่อน ปุ่มกดรับเพื่อนไม่เคยถูกใช้ แม้นชื่อที่ปรากฏยังอำพรางมิให้ผู้คนค้นเจอ เช่นข้าพเจ้าที่พบความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดังนั้นสิ่งใดกันชักนำเธอเข้ามา
ต่อเรื่องนี้ ข้าพเจ้าลองย้อนไปยังข้อสันนิษฐานข้างต้น ถ้ายึดถือว่าเป็นจริง คือนำเสียงแห่งชายขอบไปเผยแพร่ในเฟซบุ๊ก คำอธิบายเหตุไรเธอไม่รับใครสักคนเป็นเพื่อน ซึ่งหมายถึงเสียงเธอไม่อาจเข้าถึงผู้ใดจึงเป็นสัญลักษณ์ต้องตีความ หลังไล่อ่านสเตตัสเธอ ไตร่ตรองชิ้นแรกจวบสุดท้าย ข้าพเจ้าพบว่าเธอเข้มแข็ง เปล่งเสียงทรงพลังทุกบรรทัด เธอค้นพบที่ทางในวงกตแห่งนี้ (แน่ล่ะในโลกจริง เธอกลับมาตระเวนถนนเช่นเดิม เสียงเธอจึงกระหึ่ม ประสานกันทั้งสองโลก ข้าพเจ้าพบความจริงข้อนี้จากรูปเธออัปโหลดใส่อัลบั้ม ไม่มีถนนใดที่เธอไม่ไปปรากฏ)
ทุกสเตตัส ทุกรูปถ่าย เธอตั้งสถานะเป็นสาธารณะ ใครก็ตามสามารถเข้าดู มาอ่าน แสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยน เห็นด้วย ต่อต้าน ด่าทอ หรือกดแชร์ให้กระจายวงกว้าง การไม่รับใครเป็นเพื่อน ข้าพเจ้าไม่อาจตีความทำนองอื่น นอกจากว่า... นี่อย่างไร เสียงฉันอยู่นี่ รอพวกคุณสดับ เสียงที่ฉันร้องตะโกน ไม่จำกัดคนฟัง ไม่จำเป็นต้องเป็นเพื่อน คุณแค่เปิดหูให้กว้าง (หากช่างสังเกต จะพบว่าข้าพเจ้าไม่ได้พูดถึงข้อสำคัญข้อหนึ่ง ไม่มีใครกดไลก์ ไม่มีผู้ใดแสดงความคิดเห็น ไร้การแชร์ทั้งสเตตัสแหละรูป นี่แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงของเธอใช่หรือไม่ หากถามข้าพเจ้า คำตอบไม่พ้นเพราะเธอจบชีวิตกะทันหัน ก่อนใครจะทันยินเสียง)
ตอนพบเจอ เธอเสียชีวิตหลายวันแล้ว สเตตัสสุดท้ายเธอเขียนเดือนเมษายน น้ำเสียงเธอเปี่ยมเต็มพลานุภาพ เนื้อหาหนักแน่นด้วยเหตุผล เรียกร้องมนุษยภาพจากคนอ่าน เหตุนี้มันจึงถูกปฏิเสธ หนึ่งเดือนต่อมา เธอจบชีวิตกลางถนน ใครบางคนหรือหลายคนไม่อยากให้เธอส่งเสียง แม้นเสียงเธอไม่เคยมีความหมายสำหรับพวกเขาก็ตาม กำแพงหนา 0.02 มิลลิเมตรทำข้าพเจ้าพบเธอช้าไป (ถึงตอนนี้ เราน่าจะตระหนักความสำคัญของ 0.02 มิลลิเมตรได้แล้ว) ส่วนข้าพเจ้านั้น การตายของเธอทลายกำแพงกั้น ข้าพเจ้าสุ่มเลขแหละอักษรที่คิดว่าเธอใช้เป็นพาสเวิร์ด พิมพ์เพื่อปลดล็อก จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ข้าพเจ้าประทับรอยจูบฝังลงริมฝีปากเธอผู้นิทราตลอดกาล ฝากจุมพิตสุดท้ายที่ห่างคราวแรกหลายปี ริมฝีปากเธอยังอวลกลิ่นกาสะลองหอมละมุนเช่นครั้งกระโน้น ถ้าพาสเวิร์ดถูกต้อง ข้าพเจ้ากับเธอจะหลอมรวมเป็นคนเดียวกันอีกครั้ง ข้าพเจ้ายินดีเป็นตัวอ่อนดักแด้ในรัง
สิ่งเดียวที่เสียใจไม่หายคือพบเธอช้าสาย
ทว่าในยุคสมัยของข้าพเจ้า ค.ศ. 1976 ยังไม่มีเฟซบุ๊ก
- เขต Like กระสุนจริง, สำนักพิมพ์บุราคุมิน (ค.ศ. 2014)
- แด่ คนเสื้อแดง

0 ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น