ตั๋วทอง
ถ้าคุณได้อ่านข้อความนี้แปลว่าตัวตนผมนั้นดับไปแล้ว ตัวตนที่เพิ่งเขียนข้อความนี้
ผมคิดว่าเมื่อเจ้าของหายไปทุกอย่างที่อยู่ต้องจบลงแต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้น หมาแมวที่ผมเลี้ยงยังอยู่ที่เดิม ของบางชิ้น ยังวางที่เดิม จานข้าวยังอยู่ที่เดิม ผมไม่ได้ทิ้งทรัพย์สินหรือของมีค่าเอาไว้ บางทีอาจมีเสียงเล็ก ๆ ที่ผมเผลอฝากใครไว้ นิสัยคิดมากของผมอาจติดคุณไป มันเป็นแค่ร่องรอย ว่าครั้งหนึ่งผมเคยพยายามมีชีวิต แม้มันจะไม่ได้เรื่องเท่าไหร่นัก ถ้าวันไหนที่รู้สึกหนักอึ้ง อย่าโทษตัวเองเลย สุดท้ายเวลาก็พาเราออกจากที่นั่นเอง บางทีถ้าคุณได้อ่านตั้งแต่ต้นจนจบ มันก็เป็นของฝากชิ้นสุดท้ายจากผม ที่มันคงยังไม่หายไปไหน แต่ไม่ใช่ว่ามันจะไม่หายไป มันหายไปได้เหมือนกับตัวของผม บางทีผมก็ไม่ได้หายไปจริง ๆ หรอก เพราะเขาคนนั้นยังนึกถึงผมอยู่ ผมยังอยู่ในใจเขาอยู่เลย มันก็แค่นั้นแหละ อยู่ไม่อยู่สุดท้ายผมก็ต้องอยู่ในความคิดของคนหนึ่งคนบ้างแหละ แต่เมื่อคนเหล่านั้นไม่อยู่ ผมก็ไม่มีอยู่แล้วล่ะ ถ้าผมจะฝากอะไรเอาไว้ สิ่งนั้นไม่ใช่รูปธรรม แต่อาจเป็นความรู้สึก ที่แอบแทรกเข้าไปในทุกครั้งที่คุณได้อ่าน สิ่งที่ผมจะให้คุณได้เป็นแค่คำพูดคำเขียน ที่ไม่มีน้ำหนัก แต่ถ้าได้รู้แล้วไปศึกษาต่อก็ได้ประโยชน์มาก คุณน่าจะได้รู้ธรรมะของชีวิตก่อนที่ผมหรือคุณจะตายจากกันไปก่อน ความจริงที่ว่าไม่มีอะไรเป็นของคุณเลย ร่างกายมันก็คือบ้านเช่า มันทรุดโทรมตามเวลาของมัน ถ้าพรุ่งนี้คุณถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรง ร่างกายนี้มันจะยังฟังคุณไหม มันเป็นเพียงเครื่องมือที่ใช้ในการเลี้ยงชีพชอบ ได้เรียนรู้ ในตอนที่ยังมีกำลัง เวลามันก็แค่ภาพลวงตา ความตายไม่ใช่เรื่องของคนแก่ แต่มันเป็นเรื่องของทุกคน คุณบอกว่ามันยังไม่ถึงเวลาของคุณ แต่นาทีที่คุณอ่านอยู่ คุณก็ก้าวไปใกล้ความตาย มากขึ้น คุณบอกอยู่แค่สี่สิบปีพอ แต่ไม่แน่คุณตายตอนนี้เลยก็ยังได้ ไม่ต้องเร่งความตายเข้ามา มันมาเอง ไม่ต้องยืดความตายออกไป มันยืดไม่ได้ มันไม่เคยสนใจว่าคุณรวยหรือจน ตำแหน่งใหญ่โต ไม่ มันไม่รอคิว ไม่มีแจ้งเตือน มันเหมือนคุณเอาวินาที หรือโอกาสสุดท้าย ไปแลกกับความสนุกชั่วคราว เวลาไป คุณไปคนเดียว ไม่ใช่ พอไปนรก อ้าวเพื่อน มึงก็มาที่นี่เหมือนกันเหรอ มันไม่ใช่ เปรียบว่า ในโลกคุณเจ็บปวด คุณทุกข์แค่ไหน คุณก็ต้องทุกข์และเจ็บปวดมากกว่าล้านเท่าในที่นั่น คุณไม่ต้องแบกอะไรไปหรอก ฟังเหมือน โอ้ก็สบายดีนะ งั้นตายดีกว่า ไม่ใช่เลย คุณมีกรรมติดไป กรรม ที่คุณสร้างเอาไว้ ดีชั่ว มันส่งคุณไปเกิด ผมแค่อยากให้คุณหยุดไล่ตามความสุขทางวัตถุ ที่ไม่จีรัง หันมาสร้างเสบียงบุญ ให้มากที่สุด เพราะมันคือสินทรัพย์เดียวที่ใช้ได้จริงในภพหน้า พอพูดไป คนที่ไม่เชื่อก็คงบอก กูไม่สน กูไม่เชื่อ มันมีจริงตรงไหน ภพหน้า อะไร เกิดอะไร ไม่มี ผมคงโดนด่าอยู่แน่ เพราะผมก็เคยพูดเรื่องนี้ให้คนที่ไม่เชื่อ ไม่สนใจฟัง ผลลัพธ์ที่ได้ก็แค่ได้พูด ได้เถียง คนไม่เชื่อก็ไม่เชื่ออยู่อย่างนั้น ต้องให้ความตายมาพิสูจน์ ก่อนเป็นแน่ ทุกข์ทั้งหมดมันก็เกิดจากความอยากนั่นแหละ อยากที่เรียกว่าตัณหา พอได้ตามอยาก ก็มีความสุข แต่ก็รู้กัน ว่ามันชั่วคราว ก็ยังอยากได้กันอยู่เลย แล้วพอไม่ได้มาก็ทุกข์ พอได้มาแล้วก็ทุกข์กลัวเสียมันไป เมื่อความตายมาถึง คุณจะหมดสิทธิ์เลือกทันที แล้วไม่ทันจะนึกอะไรดี ๆ ออก คุณก็ไปเกิดซะแล้ว ทั้งหมดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องของศาสนา แต่มันเป็นเรื่องของการรับมือกับความจริงอันโหดร้าย อย่างมีสติ ลองคิดดูถ้าคุณไม่ได้ฝึกควบคุมจิตใจ ไม่เคยฝึกสติ หรือไม่เคยฝึกปล่อยวาง ถ้าวันหนึ่งปัญหาหรือความตายเข้ามา คุณอาจจะตระหนกทางใจถึงที่สุด เหมือนคุณจะรอฝึกขับรถตอนที่คุณกำลังจะชนกำแพงอยู่แล้วน่ะ ถ้าการเกิดคือทุกข์ ที่นำมาซึ่งความแก่ เจ็บ ตาย การผิดหวังซ้ำ ๆ นิพพานคือการหยุดวงจรนี้อย่างถาวร เพราะงั้นที่ผมเขียนมาทั้งหมดไม่ใช่ว่าทำสิ่งที่อยากไม่ได้ คุณยังใช้ชีวิตได้อย่างปกติ แต่เราแค่รู้ทัน ไม่ใช่ห้าม เหมือนผมอยากกินเค้ก และผมกินมันแต่ผมไม่ต้องไปรู้สึกอะไรต่อแค่ดูอยู่ว่ารสชาติเป็นอย่างนี้ ความอยากหายไปแล้ว เค้กจะไม่ใช่เจ้านายผม ผมจะไม่ทุกข์หากไม่ได้กิน เพราะผมเห็นความจริง ว่ามันไม่เที่ยง ความสุขมันมาและไปเร็ว เมื่อเห็นซ้ำ ๆ ผมจะเริ่มคลายความยึดมั่น ในความอร่อยนั้นไปเองโดยอัตโนมัติ เพราะงั้น ไม่ใช่ว่าผมไม่ต้องกิน แต่เป็นการกินด้วยสติ ให้เห็นว่าความอยากและความอร่อย มันไม่ยั่งยืน แล้วมันจะวางเองไม่ต้องบังคับ วันหลังผมรู้อย่างนี้ซ้ำ ๆ ผมจะไม่อยากด้วยตัณหาอีก สติและสมาธิสำคัญที่สุด ผมว่ามันคือสิ่งที่ทำให้ทุกอย่างในชีวิตลุล่วงไปด้วยดี บางทีพอผมพูดคำว่านิพพาน คนจะคิดไปว่า มันคือสวรรค์เหรอ มันคือดับสูญเหรอ สรุปพูดไปพูดมามันกลายเป็นนิทานหลอกลวงสำหรับคนไม่เชื่อไปซะงั้น แต่ถ้าให้ขยายแบบง่าย มันคือสภาวะสูงสุดของจิตใจในชีวิตนี้ นิพพานเป็นภาวะจิตใจ ที่เป็นอิสระ อิสระจากความอยาก ความกลัว ต่าง ๆ เหมือนกับการนั่งนิ่ง ๆ จนใจสงบ ไม่มีความคิดใด เข้ามาเลย นั่นมันก็เป็นรสชาติของนิพพาน แบบชั่วคราวแล้ว มันก็เป็นการเกษียณทางอารมณ์แบบถาวรนั่นเอง แต่ไม่ใช่ว่าผมเขียนไปทั้งหมดนี้ แล้วคุณบอกว่า งั้น ไม่ต้องขวนขวายอะไรกันแล้ว ขวนขวายนั้นถูกต้อง ให้ทำอย่างเต็มที่ แต่ด้วยสติ แล้วปล่อยวางผลลัพธ์ให้เหมือนว่าจะตายพรุ่งนี้ เปรียบถ้าความตายเป็นเรื่องของทุกคน แล้วทำไมคุณยังใช้ชีวิตเหมือนว่าคุณจะไม่มีวันตาย ผมก็เป็นแบบนั้น แต่ผมก็แค่บอกสิ่งที่ผมรู้ออกมา แล้วผมกำลังฝึกเพราะงั้น ผมเชื่อว่า การฝึกไปเรื่อย ๆ ผลลัพธ์มันเกิดขึ้น อยู่แล้ว บางทีที่คุณโกรธ คุณก็ต้องทำตามความโกรธ เสียงดังมา การกระทำมา คุณถามว่าแล้วทำไมต้องยอม นั่นแหละ คุณเป็นทาสของอารมณ์ไปแล้ว แต่ธรรมะสอนให้คุณเป็นเจ้านาย เหนืออารมณ์ มองดูแล้วใช้สติ ให้มากที่สุด ในเมื่ออารมณ์มาแล้วก็ไปแล้วทำไมต้องสนองมัน สุดท้ายผมแค่อยากฝากเอา ไว้ แม้ใครจะไม่ฟัง แม้ใครจะไม่เชื่อ คุณไม่ต้องเชื่อเรื่องชาติหน้าหรอก แต่ถ้าคุณไม่ฝึกตอนนี้ วันที่คุณตายอย่างสงบคงไม่มาถึง ธรรมไม่ใช่เรื่องของวัด แต่มันคือคู่มือชีวิต เพื่อทำความเข้าใจจิตวิทยาที่ซับซ้อนที่สุดในโลก ผมว่าธรรมะก็เป็นระบบการศึกษาความจริงของชีวิตที่มีระเบียบแบบแผน มีเหตุมีผลเสมอ ส่วนใครไม่เชื่อ ไม่ศึกษา ไม่มีสติ ไม่มีศีล ไม่มีธรรม ก็แค่เกิดใหม่เป็นอะไรไม่รู้ มันยากมากที่เราจะได้เกิดเป็นมนุษย์แล้วยิ่งมีร่างกายครบสมบูรณ์ มันยากกว่าการเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ซึ่งคุณคิดดู สัตว์มีหลายชนิดมาก มด แมลง งู กิ้งก่า นก มากมาย เราจะเกิดเป็นสิ่งนั้นย่อมง่ายกว่า ถ้าอยากจะเกิดอีกนะ งั้นถ้าคุณเชื่อเรื่องนี้ บอกตามตรงไม่บังเอิญ การที่คุณยังอยู่ตรงนี้ อ่านข้อความนี้ และคุณเชื่อโดยที่คุณยังมองไม่เห็น แปลว่าคุณทำมาดีแล้ว จริง ๆ เหลือแค่ทำดีต่อไป แค่นี้เลย ชีวิตมนุษย์ที่คุณกำลังมีอยู่ตอนนี้ เอ๊ะหรือว่ามีแมวกำลังอ่านอยู่ด้วย ใช่แล้วแมวมันศึกษาเรื่องพวกนี้ไม่ได้ และมันต้องเกิดต่อไป อย่างนั้น
คุณเป็นมนุษย์ตอนนี้ มันคือสิ่งที่มีค่าที่สุด มันคือตั๋วทอง ที่ยากยิ่ง มันคือตั๋วการเลือก ว่าคุณจะใช้ตั๋วทองที่มีใบเดียวนี้ไปทางไหน ทุกคนเลือกเรื่องนี้เองได้ด้วยแรงที่คุณสร้างมา !!!!!!

0 ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น