ดูแล้วมานั่งคิด EP 2 : Puella Magi Madoka Magica

ดูแล้วมานั่งคิด EP 2 : Puella Magi Madoka Magica

“มาโดกะคือเรื่องเกี่ยวกับอะไรอ่ะ” อยู่ๆ เมื่อวานผมก็ถามแฟนด้วยความอยากรู้ว่า การ์ตูนสาวน้อยเวทมนตร์ผมชมพู ชุดเดรสกระโปรงสุ่มสีขาวชมพู หน้าตาน่ารักผู้มีรอยยิ้มเป็นมิตรเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร ทำไมช่วงนี้ถึงเห็นคนหยิบมาคอสเพลย์กันเยอะมาก แล้วภาพ CG ก็ต้องเป็นโทนมืดหม่นชวนให้หดหู่ ดูไม่เข้ากับตีมสาวน้อยเวทมนตร์เลยสักนิด แฟนผมเล่าโครงเรื่องคร่าวๆ ให้ฟังแล้วบอกว่าผมน่าจะไม่ชอบนะ ด้วยความที่อยากรู้มากแล้วมีลงให้ดูแบบถูกลิขสิทธิ์ใน bilibili พอดี ผมเลยแบบว่า ไหนๆ ก็ว่างแล้วลองดูสักตอนแล้วกัน รู้ตัวอีกทีก็ยาวจนดูจบ 12 ตอนภายในวันเดียว จากนั้นก็นั่งเหม่อ หันไปมองหน้าแฟนแล้วด้วยพูดไม่ออก โอ้มายก็อด อะนิเมะน้ำดีขนาดนี้ทำไมผมไม่เคยดูเนี่ย แล้วนี่มันสาวน้อยเวทมนตร์ตรงไหน ชื่อเรื่องมันควรจะเป็น ‘มาโดกะ สาวน้อยมืดมน’ ต่างหาก (55555555) นั่นแหละครับ จุดเริ่มต้นของความไฮป์ที่ทำให้ผมต้องลุกมาเขียนรีวิวและสอดแทรกเกร็ดเล็กๆ ในมุมมองของตัวเอง Puella Magi Madoka Magica หรือ สาวน้อยเวทมนตร์ มาโดกะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับมาโดกะ คานาเมะ นักเรียนมัธยมต้นที่ได้พบกับ คิวเบย์ สิ่งมีชีวิตลึกลับที่เสนอให้เธอเป็น ‘สาวน้อยเวทมนตร์’ เพื่อแลกกับความปรารถนาใดๆ ก็ตาม โดยสาวน้อยเวทมนตร์จะได้รับ ‘โซลเจม’ ไว้ต่อสู้กับ ‘แม่มด’ ซึ่งเกิดจากความสิ้นหวังเพื่อรักษาโลกใบนี้เอาไว้ อย่างไรก็ตาม โฮมุระ อาเคมิ สาวน้อยเวทมนตร์ลึกลับที่ปรากฏตัวขึ้นมาพยายามขัดขวางไม่ให้มาโดกะทำสัญญา เพราะเธอรู้เบื้องหลังสุดเลวร้ายของการกลายเป็นสาวน้อยเวทมนตร์อย่างดี คำว่าเบื้องหลังสุดเลวร้ายเนี่ยเป็นสารหลักในการท้าทายขนบและภาพจำเดิมๆ ของการ์ตูนแนวสาวน้อยเวทมนตร์ของสตูดิโอ Shaft ผู้สร้างเรื่องนี้เลยก็ว่าได้ ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่พูดถึงสาวน้อยเวทมนตร์ผมมักจะนึกถึงเรื่องราวอบอุ่นหัวใจ ตอนจบแสนสวยงาม เด็กสาวที่ลุกขึ้นสู้กับเหล่าวายร้ายเพื่อปกป้องผู้คน เรื่องที่เคยดูมาก็มีตั้งแต่เซเลอร์มูน ซีรีย์พริตตี้เคียว พอดูไปนานวันเข้าสมองของผมก็จะเริ่มเซ็ตติ้งว่าแบบนี้แหละคือแนวเรื่องของสาวน้อยเวทมนตร์ ทว่า ความจริงมันไม่ใช่อย่างนั้น หากมองให้ลึกลงไปถึงแก่นของการ์ตูนทั้งสองเรื่องที่ผมยกมาข้างต้น คุณจะเห็นถึงความบิดเบี้ยวที่ซ่อนอยู่ภายใต้เซ็ตติ้งเรื่อง ทั้งการทรยศหักหลัง ทั้งมิตรภาพที่โดนพิสูจน์ ทั้งเรื่องของการหลอกใช้ต่างๆ นานา จะว่าไปมันก็แปลกอยู่นะที่มีตัวตนพิเศษจากมิติหรือโลกอื่นมายังโลกของเรา แล้วเลือกเด็กสาวผู้มีจิตใจเพรียบพร้อมให้แบกรับภาระหนักอึ้ง ต้องเดิมพันด้วยชีวิตของตัวเองหรือพวกพ้อง เพียงเพื่อปกป้องความสวยงามของโลกที่บางที...อาจเห็นจากแค่ฝั่งเดียว ฉะนั้นมาโดกะจึงตั้งเลือกตั้งคำถามกับแก่นเรื่องแนวสาวน้อยเวทมนตร์ โดยเฉพาะตัวตนลึกลับที่ปรากฏตัวมาแล้วชักชวนให้เราไปเป็นสาวน้อยเวทมนตร์เพื่อแลกกับความปรารถนา ซึ่งความสมหวังนั้นมาพร้อมกับการเสียสละอันโหดร้าย รวมไปถึงโศกนาฏกรรมที่พรากความฝัน ความเยาว์วัย และตัวตนของตัวเองไป ตัวละครที่ผมว่าน่าสงสารมากที่สุดในเรื่องคือซายากะ มิกิ เด็กสาวที่ยอมเป็นสาวน้อยเวทมนตร์โดยไม่ฟังคำเตือนหรือสอบถามข้อแลกเปลี่ยนให้ชัดเจนก็เพราะ อยากให้เด็กหนุ่มผู้เป็นที่รักกลับมาใช้ชีวิตได้แบบเดิม สำหรับใครที่เคยดูแล้วก็คงพอรู้เรื่องราวส่วนนี้อยู่บ้าง แต่สำหรับใครที่ไม่เคยดูผมจะสรุปให้สั้นๆ ว่า ซายากะหลงรักเพื่อนสมัยเด็กที่เป็นอัจฉริยะด้านเปียโน ได้รับคำชมเชย ได้รับการยกย่องจนฝากความหวังทุกอย่างไว้ที่มือคู่นั้น วันหนึ่งเขาประสบอุบัติเหตุจนสมบัติล้ำค่าดังกล่าวใช้การไม่ได้อีก รวมไปถึงการพิการช่วงล่างส่งผลให้สภาพจิตใจพังทลายจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ แม้ว่าจะพยายามทำกายภาพบำบัดมากแค่ไหนแต่มันไม่เคยได้ผล ซายากะแวะมาเยี่ยมเขาทุกวันเพื่อรับฟังและแบกรับความทุกข์ของเขามาไว้กับตัว เมื่อคิวเบย์ยื่นโอกาสให้เธอมีลังเลอยู่บ้าง กระทั่งเด็กหนุ่มไม่สามารถทนรับสภาพของตัวเองได้อีกต่อไป จึงอาละวาดและระเบิดอารมณ์ใส่เธอพร้อมกับแสดงท่าทีรังเกียจต่อดนตรีทั้งที่เคยชอบมาก ตามด้วยการทำร้ายร่างกายตัวเอง เด็กสาวพยายามพูดให้กำลังใจเหมือนเคยแต่เด็กหนุ่มกลับโดนหมอบอกให้เลิกพยายามและยอมแพ้ในการกลับไปเล่นดนตรี จากนั้นก็พูดว่าหากเป็นปาฏิหาริย์หรือเวทมนตร์คงช่วยตัวเขาได้ แน่นอนว่าเด็กสาวรีบทำข้อตกลงกับคิวเบย์ทันที เธอไม่อยากเห็นคนที่รักต้องเจ็บปวดและทุกข์ทรมานเหมือนตายทั้งเป็นอีกแล้ว แต่ว่า คนที่ต้องแบกรับความเจ็บปวดจากการต่อสู้และเผชิญหน้ากับอันตรายจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดก็คือเธอ เมื่อเป็นสาวน้อยเวทมนตร์ไปได้ระยะหนึ่งสภาพจิตใจของเธอก็ใกล้ถึงขีดจำกัดเต็มที โซลเจมซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญและแหล่งที่มาของพลังเริ่มโดนความมืดมิดกลืนกินจนแทบไม่เหลือแสงสว่าง มาโดกะทนไม่ไหวที่ต้องเห็นเพื่อนสนิทอย่างซายากะต้องทนทุกข์จึงขว้างโซลเจมของเธอทิ้ง ด้วยหวังว่าสัญญาการเป็นสาวน้อยเวทมนตร์จะสลายไป แต่มันกลับกลายเป็นทำให้ร่างของซากายะล้มตึงเหมือนตายไปแล้ว ตอนนั้นเองที่โฮมุระเข้ามาบอกความลับให้กับสาวน้อยเวทมนตร์ได้รู้ “โซลเจมคือที่เก็บวิญญาณของสาวน้อยเวทมนตร์ ถ้ามันไม่อยู่ใกล้ตัวร่างกายที่เคลื่อนไหวได้ก็จะไม่มีความหมาย” พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ วิญญาณของสาวน้อยเวทมนตร์โดนย้ายจากร่างกายมาอยู่ในโซลเจมแทน และยิ่งเข้าต่อสู้กับแม่มดมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งดำมืดมากขึ้นหากไม่ใช้โซลเจมที่ได้มาจากแม่มดชำระล้าง ฉะนั้นแท้จริงแล้วแม่มดก็คือสาวน้อยเวทมนตร์ที่สูญเสียสามัญสำนึกและปรารถนาของตนเองไป คนที่จะกำจัดแม่มดได้ก็มีแต่สาวน้อยเวทมนตร์ด้วยกันเท่านั้น สรุปได้ว่าคิวเบย์มาขายตรงโดยไม่ยอมบอกข้อสัญญาให้ครบถ้วน ด้วยเหตุนี้ผมเลยอยากเตือนให้ทุกคนอ่านสัญญาดีๆ ก่อนจะลงชื่อหรือยอมรับนะครับ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เดียวกับเหล่าสาวน้อยเวทมนตร์ในมาโดกะ ยังไงก็ตาม ซายากะช็อกจนสิ้นหวังและกำลังจะกลายเป็นแม่มดในอีกไม่นาน เธอถึงขั้นละทิ้งเป้าหมายที่จะช่วยโลกนี้ไว้แล้วสังหารมนุษย์ผู้เข้ามากวนประสาทไป กลายเป็นปฏิปักษ์ของเหล่าพวกพ้องจนโฮมุระต้องมาพบเป็นการส่วนตัวและบอกว่า ‘เพราะเธอไม่ยอมชำระล้างโซลเจมเลยทำให้มาโดกะเสียใจ ฉะนั้นฉันจะเป็นคนฆ่าเธอตรงนี้ก่อนที่เรื่องจะบานปลายเอง’ การต่อสู้ครั้งนั้นซายากะรอดมาได้แต่สุดท้ายเธอก็กลายเป็นแม่มดอยู่ดี มาโดกะเสียใจอย่างมากที่ต้องสูญเสียเพื่อนสนิทไปโดยทำอะไรไม่ได้เลย ส่วนคิวเบย์ก็บอกว่าคนเดียวที่จะช่วยกอบกู้โลกใบนี้ไว้ได้ก็คือมาโดกะ พลังของเธอแข็งแกร่งจนน่าตกใจและมันก็หาสาเหตุไม่ได้ ฉะนั้นมาเป็นสาวน้อยเวทมนตร์เถอะ แต่มาโดกะก็ไม่ยอมตกลงกระทั่งเธอได้รู้เรื่องราวของโฮมุระ สาวน้อยเวทมนตร์ที่มีพลังควบคุมเวลา ซึ่งย้อนเวลากลับมาช่วยเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้ความผูกพันเหมือนเส้นด้ายที่มัดตัวพวกเธอไว้เป็นด้วยกัน ความรักของโฮมุระที่มีต่อมาโดกะนั้นเยี่ยมยอดและทรงพลังมาก เธอยอมฆ่าตัวตายเพื่อให้เริ่มลูปใหม่ยามสาวน้อยเวทมนตร์มาโดกะพ่ายแพ้ให้กับแม่มดตัวสุดท้าย เธอยอมปลิดชีพตัวเองเพื่อเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของเด็กสาวผู้เป็นที่รัก ก่อให้เกิดลูปเวลาอันโหดร้ายซึ่งสุดท้ายก็ไม่สามารถแก้ไขโศกนาฏกรรมที่โดนลิขิตไว้แล้วได้อยู่ดี ทว่ามันก็ส่งผลให้พลังของมาโดกะแข็งแกร่งมากขึ้นและทรงพลังอย่างมาก ด้วยพลังแห่งรักนี้ทำให้มาโดกะเข้าใจถึงความพยายามของโฮมุระจนตระหนักวิธีแก้ปัญหาที่ต้นตอออกมาได้ แม้ว่ามันจะเป็นการเสียสละอันยิ่งใหญ่จนน่าเศร้าก็ตาม เมื่อหายนะสุดท้ายมาเยือน เธอเดินไปหาคิวเบย์และยินยอมทำสัญญาเป็นสาวน้อยเวทมนตร์ ความปรารถนาของเธอคือต้องการให้แม่มดหายไปก่อนมันที่จะเกิดขึ้นมา ซึ่งเป็นการทำลายระบบการเกิดแม่มดทั้งหมด ส่งผลให้ตัวตนของเธอหายไปจากโลกและกลายเป็นกฎแห่งจักรวาล มีเพียงโฮมุระและน้องชายของเธอเท่านั้นที่ยังจำเธอได้ แล้วอนิเมะก็จบลงที่ตรงนี้ พร้อมกับคำถามหนึ่งที่ผมตกตระกอนออกมาได้ ‘การไม่มีตัวตนอยู่ในความทรงจำของคนที่เราผูกพันด้วย มันเท่ากับตายไปแล้วหรือเปล่านะ’ จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้มันคือลูปแรกที่โฮมุระย้อนเวลากลับมาด้วยความหวังอันเปี่ยมล้น เธอเพียงแค่ไม่อยากให้เด็กสาวที่รักต้องมีจุดจบเหมือนอย่างที่เคยประสบมา จึงครุ่นคิดหาวิธีมาเปลี่ยนแปลงมันเพื่อให้ค้นพบว่าแท้จริงแล้วการกระทำของตัวเองมีแต่จะพาไปพบกับความสิ้นหวัง กระทั่งตอนจบของเรื่อง ผมว่าอะนิเมะเรื่องนี้สะท้อนแนวคิดของศาสนาพุทธอยู่นะ นั่นคือมีสุขก็ต้องมีทุกข์ มีเกิดก็ต้องมีดับ รักมากก็ยิ่งเจ็บปวดมาก เพราะตลอดทั้งเรื่องมันเกี่ยวโยงแนวคิดพวกนี้เอาไว้ด้วยกันอย่างพิถีพิถัน เช่นกรณีของซายากะกับเด็กหนุ่ม หากเธอไม่เอาความทุกข์ของเขามาไว้กับตัวก็คงมีชะตาที่เปลี่ยนไป หรือกรณีของเคียวโกะที่ยอมตายไปกับซากายะเพราะว่าเข้าใจความปรารถนาของเธอดี ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอเองก็ไม่อยากเห็นคนที่เธอรักต้องเจ็บปวดทนทุกข์ทรมานไปกว่านี้อีกแล้ว เฉกเช่นเดียวกันกับของโฮมุระและมาโดกะ จนนำไปสู่บทสรุปใหม่ในภาค the movie Rebellion ที่ทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของฉากจบฉบับนี้ไปเลย (ความเห็นส่วนตัว) มันก็เหมือนกับเราๆ ในโลกความเป็นจริงนี่แหละ ที่เจ็บปวด เสียใจ และทุกข์ตรมกับการสูญเสียเพราะยอมรับกฎธรรมชาติไม่ได้ การยึดมั่นถือมั่นจึงไม่ต่างจากโซ่ตรวนที่พันธนาการเราไว้กับความสิ้นหวัง รู้ทั้งรู้ว่าโลกเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สักวันปัจจุบันก็จะกลายเป็นอดีตให้หวนนึกถึงในความทรงจำเท่านั้น ผมยกตัวอย่างเหตุการณ์เมื่อปีที่แล้วของผมแล้วกัน มันเป็นปีที่ดีมาก ได้เจอกับเพื่อนฝูง ได้เล่นเกม ได้เล่นการ์ดเกม บอร์ดเกม ไพ่นกกระจอก และไปเที่ยวด้วยกันอย่างสนุกสนาน แต่พอเข้าสู่ปีนี้กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่เคยสนุกร่วมกันกลายเป็นต่างคนต่างเฉยเมย บางกิจกรรมที่เคยร่วมหัวเราะกลับไม่ให้ไวป์แบบเดิมจนทำเอาเคว้งไปพักใหญ่ มันยากอยู่เหมือนกันที่เรากับเพื่อนไม่สนิทกันเหมือนเคย ทว่ากาลเวลาเปลี่ยน คนย่อมเปลี่ยนเป็นธรรมดา พอเข้าใจแบบนี้ขึ้นมาผมก็ปล่อยวางความเศร้าลงได้และใช้ชีวิตไปในวิถีตัวเอง พาตัวเองออกไปเจอสังคมใหม่ๆ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่ไม่แน่ว่าอาจจะชอบก็ได้ ผมเข้าใจดี บางคนต้องใช้เวลากว่าจะยืนหยัดกลับมาได้อีกครั้ง หรือบางคนก็ไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้อีกเลย ผมก็เลยคิดเอาเองว่าเพราะแบบนี้แหละมั้ง คนเลยกลัวความตายและมองว่าเป็นเรื่องเลวร้าย ทั้งที่เราสามารถเรียนรู้จากมันเพื่อให้เกิดการยอมรับ การระมัดระวังในการใช้ชีวิต รวมไปถึงการรับมือกับสภาพจิตใจหลังเกิดความสูญเสีย หากเราตระหนักอยู่ตลอดว่าคนเราเกิดมาก็ต้องตาย เหมือนกับสิ่งอื่นๆ ที่ถูกสร้างขึ้นแล้วก็ใช้งานจนไปต่อไม่ไหว แต่ผมก็ยังยืนยันคำเดิม การยอมรับสภาพความเป็นจริงให้ได้คือหัวใจสำคัญของเรื่องนี้เลยครับ กระนั้นมันกลับมีประเด็นหนึ่งในการ์ตูนเรื่องนี้ที่ผมคุยกับแฟนมา 2-3 วันแล้วคือ คิวเบย์เป็นตัวร้ายของเรื่องนี้หรือเปล่า ส่วนตัวผมมองว่ามันเป็นเรื่องที่พบเจอได้ในโลกความเป็นจริงอ่ะ คือมันเป็นสัตว์ (?) ตัวเล็กหน้าตาน่ารัก ถึงดวงตาจะมีสีแดงน่ากลัวและไร้แววตาเพราะไม่มีอารมณ์ความรู้สึก แต่มันก็ไม่เคยไปบีบบังคับหรือทำร้ายขู่เข็ญให้คนที่มันพบเจอมาเป็นสาวน้อยเวทมนตร์ มันเพียงไปปรากฏตัวตามสถานที่ที่มีโอกาสเกิดสาวน้อยเวทมนตร์คนใหม่สูงเท่านั้น ���ถมยังบอกรายละเอียดที่ควรรู้ไปแล้วด้วย สิ่งเดียวที่มันไม่ได้ทำคือการบอกข้อเสียของสินค้าที่เอามาขาย (การเป็นสาวน้อยเวทมตร์) เพราะว่าพวกเธอไม่ได้ถาม ใช่ ไม่ได้ถาม คำเพียงสามคำที่ทรงพลังไม่ต่างจากตอนจบของเรื่องนี้เลย ฉะนั้นผมขอย้ำอีกรอบว่า อย่าลืมอ่านสัญญาและถามข้อสงสัยออกไปก่อนเซ็นหรือลงนามอะไรกันนะครับ ในทำนองเดียวกันผมเองก็เพิ่งรู้ว่า OP (Opening Song / เพลงเปิดเรื่อง) ของเรื่องนี้คือการสะท้อนมุมมองที่โฮมุระมีต่อมาโดกะ หากอยากรู้ว่าเด็กสาวคนนั้นอยากให้คนที่เธอรักมีชีวิตอย่างไร ให้ดู OP ของเรื่องนี้ได้เลย มันทั้งกินใจและเศร้าหมองขัดกับภาพสดใสและเพลงแนวสาวน้อยเวทมนตร์สุดๆ สุดท้ายนี้ผมบอกได้แค่ว่า การ์ตูนเรื่องนี้ทรงพลังจนควรค่าแก่การดูสักครั้ง จนกล้าออกปากว่าสมแล้วที่ขึ้นหิ้งระดับตำนานมาหลายปี ต่อให้มาย้อนดูเอาป่านนี้ยังรู้สึกว่าสนุก แปลกใหม่ และน่าตื่นตาตื่นใจอยู่เลย เลยอดไม่ได้ที่จะขอบคุณสตูดิโอ Shaft ที่ครั้งหนึ่งเคยสร้างผลงานมาสเตอร์พีซขึ้นมาให้รับชมกัน ความตายไม่ได้เอาใครไป แต่มันสอนบางอย่างให้เราต่างหาก

Author Avatar
TGStark
นักเขียนที่มี passion เล่าเรื่องมากมาย เพราะคนไทยแปลว่าไปเรื่อย

0 ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

เรื่องราวที่คุณอาจสนใจ